EP.199 รีวิว คอนโด Q ชิดลม-เพชรบุรี ใกล้ BTS ชิดลม ราคาเริ่มต้น 7.39 ล้านบาท

โพสโดย : am | วันที่ : 24 July 2018 |
หมวดหมู่ : Ananda อนันดา, EP, คอนโด, คอนโด Ananda Development อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, คอนโด กรุงเทพ, คอนโด ถนนเพชรบุรี, คอนโด เขตราชเทวี, คอนโดใกล้ Airport Link, คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS, คอนโดใกล้รถไฟฟ้า MRT, รีวิว คอนโด

EP.199 รีวิว คอนโด คิว ชิดลม-เพชรบุรี Q Chidlom-Phetchaburi

Written by : THAnATH

สวัสดีผู้อ่านชาว Condonayoo ทุกคนครับ วันนี้ผมพามาชมโครงการ Q ชิดลม-เพชรบุรี จาก Ananda Development ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมืองติดกับถนนเพชรบุรีก่อนถึงแยกประตูน้ำประมาณ 280 ม. ห่างจากถนนซอยชิดลมประมาณ 100 ม. ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางด่วนศรีรัช ห่างจาก BTS ชิดลม ประมาณ 700 ม. ห่างจาก ARL ราชปรารภประมาณ 900 ม. และห่างจากท่าเรือชิดลมประมาณ 200 ม. รายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม สถานศึกษา และห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ

คิว ชิดลม-เพชรบุรี เป็นคอนโด High Rise 42 ชั้น จำนวน 1 อาคาร บนที่ดิน 1-2-80.9 ไร่ ห้องพักอาศัยมีทั้งหมด 352 ยูนิต และร้านค้า 2 ยูนิต มีห้องให้เลือกแบบ 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน, ดูเพล็กซ์ ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 35 – 109.5 ตร.ม. โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในเดือนมีนาคม 2561

สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการจัดพื้นที่ส่วนกลางมาให้หลากหลายและน่าใช้งาน อาทิโถงต้อนรับ, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ 360 องศา, Library & Co-Working Space, Meeting Room, Social Club, Turkish hot tub , Sauna-Steam, จุดชมวิวชั้นดาดฟ้า, Internet Wi-Fi, สวนพักผ่อน, พื้นที่สีเขียว, Access Card Control, กล้องวงจรปิด พร้อม รปภ. 24 ชม. ราคาเริ่มต้น 7.39 ล้านบาท

ชื่อโครงการ คิว ชิดลม-เพชรบุรี Q Chidlom-Phetchaburi
เจ้าของโครงการ Ananda Development
เนื้อที่ทั้งหมด 1 – 2 – 80.9 ไร่
จำนวนตึก  1 อาคาร
จำนวนชั้น  42 ชั้น
จำนวนห้อง
  • ห้องพัก 352 ยูนิต
  • ร้านค้า 2 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • 1 Bed 1 Bath ขนาด 35-47 ตร.ม.
  • 2 Bed 2 Bath ขนาด 63 ตร.ม.
  • Duplex 1 Bed 2 Bath ขนาด 63-81.5 ตร.ม.
  • Duplex 2 Bed 3 Bath ขนาด 109.5 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด  224 คัน คิดเป็น 60% (ไม่รวมซ้อนคัน)
จำนวนลิฟท์  ลิฟท์โดยสาร 3 ตัว
โซน   ประตูน้ำ ชิดลม
ขนส่งสาธารณะ
  • BTS ชิดลม
  • ARL ราชปรารภ
  • รถไฟฟ้าสายสีส้ม
รถโดยสารที่ผ่าน  n/a
ที่ตั้ง ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.
กำหนดการ เปิดจอง 12-16 ส.ค. 2558
ปีที่สร้างเสร็จ มีนาคม 2561
ราคา  1 Bed 45 ตร.ม. เริ่มต้น 7.39 ล้านบาท (ก.ค. 61)
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม  185,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลางและกองทุน
  • ค่าส่วนกลาง* : 70 บาท/ตร.ม./เดือน (เก็บล่วงหน้า 1 ปี)
  • ค่ากองทุน* : 750 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียว ณ วันโอน)
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
  • ท่าเรือชิดลม : 200 ม.
  • ท่าเรือประตูน้ำ : 350 ม.
  • BTS ชิดลม : 700 ม.
  • Airport Rail Link ราชปรารภ : 900 ม.
  • NEON Market : 50 ม.
  • 7-11 : 60 ม.
  • The Palladium : 200 ม.
  • สไมล์สแควร์ : 260 ม.
  • แพลตตินั่ม : 400 ม.
  • ประตูน้ำเซ็นเตอร์ : 400 ม.
  • The Market : 400 ม.
  • Central World : 500 ม.
  • Big C ราชดำริ : 500 ม.
  • Central ชิดลม : 600 ม.
  • พันธุ์ทิพย์พลาซ่า : 700 ม.
  • Gaysorn Village : 750 ม.
  • Central Embassy : 900 ม.
  • อัมรินทร์พลาซ่า : 950 ม.
  • Siam Paragon : 1.7 กม.
  • Siam Center : 2 กม.
  • Siam Discovery : 2 กม.
  • Siam Square : 2 กม.
  • มาบุญครอง : 2.2 กม.
  • รร.มาแตร์เดอีวิทยาลัย : 750 ม.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : 2.8 กม.
  • รร.เตรียมอุดมศึกษา : 2.8 กม.
  • รพ.ตำรวจ : 1.2 กม.
  • BDMS Wellness Clinic : 1.5 กม.
  • รพ.บำรุงราษฎร์ : 1.7 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby
  • ฟิตเนส
  • สระว่ายน้ำ 360 องศา
  • Library & Co-Working Space
  • Meeting Room
  • Social Club
  • Turkish hot tub , Sauna-Steam
  • จุดชมวิวชั้นดาดฟ้า
  • Internet Wi-Fi
  • สวนพักผ่อน
  • Access Card Control
  • CCTV
  • รปภ. 24 ชม.
จุดเด่นของโครงการ คิว ชิดลม-เพชรบุรี คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS ชิดลม ดีไซน์ การออกแบบตกแต่งที่ล้ำสมัยใจกลางเมือง รายล้อมด้วยไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้ง พร้อมสระว่ายน้ำ 360 องศา

ที่ตั้งโครงการ

ถนนเพชรบุรี แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม.

พิกัด Google โดยประมาณ : 13.749236, 100.543756

ที่ตั้งโครงการ Q ชิดลม-เพชรบุรี ตั้งอยู่ติดกับถนนเพชรบุรีก่อนถึงแยกประตูน้ำประมาณ 280 ม. การเดินทางออกจากโครงการสามารถเลี้ยวซ้ายและขวาได้ ส่วนการเดินทางมาโครงการถ้ามาจากฝั่งเดียวกับโครงการก็เลี้ยวเข้าได้ปกติ และถ้ามาจากฝั่งแยกประตูน้ำก็สามารถเลี้ยวเข้าโครงการได้เช่นกันจะมี รปภ. คอยโบกรถให้

ถนนเพชรบุรีเป็นเส้นหลักและเส้นสำคัญของย่านนี้เลยก็ว่าได้ ตัวถนนเพชรบุรีเริ่มตั้งแต่บริเวณแยกยมราช มาตัดกับถนนพระรามที่ 6 ตรงแยกอุรุพงษ์ จากนั้นก็มาตัดกับถนนบรรทัดทองตรงแยกเพชรพระราม และมาตัดกับถนนพญาไทบริเวณแยกราชเทวี จากนั้นมาตัดกับถนนราชปรารภและถนนราชดำริบริเวณแยกประตูน้ำ จากนั้นก็ไปตัดกับถนนชิดลม ถนนวิทยุ ถนนนิคมมักกะสันและซอยสุขุมวิท 3 ตัดกับถนนอโศก-ดินแดงและอโศกมนตรี ตัดกับซอยเพชรบุรี 38/1 ตัดกับซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) และไปสิ้นสุดที่แยกคลองตันโดยตัดกับถนนรามคำแหง ถนนพัฒนาการ และสุขุมวิท 71 จะเห็นว่าถนนเพชรบุรีมีจุดเด่นที่เป็นเส้นที่มีจุดเชื่อมต่อไปยังเส้นต่างๆได้หลากหลายไม่ว่าจะเข้าหรือออกนอกเมืองก็ค่อนข้างจะสะดวก มีจุดขึ้นลงทางด่วนใกล้ๆตรงบริเวณแยกยมราช และตรงด่านเพชรบุรี

การเดินทางเข้าเมือง เส้นเพชรบุรีถ้าเลี้ยวซ้ายออกจากโครงการจะผ่านสี่แยกประตูน้ำ ไปออกราชเทวี อุรุพงษ์ พญาไท อนุสาวรีย์ชัย์ฯ ดินแดงทะลุออกวิภาวดีรังสิต หรือถ้าจะมาฝั่งสยาม ก็มาออกราชดำริ เจอแยกราชประสงค์ไปสีลม สยาม สามย่าน หรือไปอโศกได้ ส่วนถ้าเลี้ยวขวาจากโครงการสามารถเลี้ยวเข้าถนนชิดลมได้ตรงมาทะลุหลังสวน เข้าซอยสารสินออกเส้นพระรามสี่ได้ หรือจะไปเพลินจิต อโศก ยิงยาวไปบางนาซึ่งใช้ได้ทั้งเส้นสุขุมวิทและเพชรบุรี มีทางด่วนให้ขึ้นใกล้ๆกับแยกวิทยุ-เพชรบุรี ถือว่าสะดวกดีครับแต่อยู่แถวนี้ก็ต้องเผื่อเวลารถติดกันด้วยนะครับ

เดี๋ยวขออธิบายการใช้ถนนหน่อยครับ ถนนชิดลมเป็น One Way มาจากเพชรบุรีไปแยกชิดลม ถนนวิทยุเป็น One Way วิ่งจากแยกเพลินจิตไปเพชรบุรี ดังนั้นถ้าเราวิ่งอยู่บนถนนเพลินจิตแล้วจะกลับโครงการต้องไปเข้าถนนวิทยุวิ่งออกเพชรบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการครับ นอกนั้นก็เป็นเลนวิ่งสวนกันปกติ

การเดินทางออกนอกเมือง เส้นเพชรบุรีถ้าเลี้ยวขวาวิ่งยาวออกไปผ่านตามท้ายซอยสุขุมวิทต่างๆ ยาวไปสิ้นสุดที่แยกคลองตันเชื่อมต่อไปรามคำแหง พัฒนาการ ศรีนครินทร์ได้ หรือถ้าใช้เส้นสุขุมวิทวิ่งยาวออกไปจนถึงพระโขนง อ่อนนุช บางนา สมุทรปราการ ถ้าใช้เส้นเพชรบุรีวิ่งออกไปทางแยกราชเทวีจะไปเชื่อมสะพานพระรามแปด ปิ่นเกล้า ออกบรมราชชนนี พุทธมณฑล จากแยกประตูน้ำวิ่งไปราชปรารภไปเชื่อมออกวิภาวดีรังสิตได้เลย เส้นพระรามที่ 1 วิ่งไปทางเขตพระนคร ไปปากคลองตลาด ข้ามสะพานพระปกเกล้าไปวงเวียนใหญ่ได้

ทางด่วน ที่อยู่ใกล้โครงการคือทางด่วนเฉลิมมหานคร ด่านเพชรบุรี ห่างจากโครงการประมาณ 700 ม. โดยใช้เส้นเพชรบุรีจากโครงการเลี้ยวขวาวิ่งมาจะเจอป้ายบอกขึ้นทางด่วนครับ

ทางด่วน ที่อยู่ใกล้โครงการอีกเส้นคือทางด่วนศรีรัช ด่านยมราช ห่างจากโครงการประมาณ 2.7 กม. ใช้เส้นเพชรบุรีวิ่งตรงไปทางอุรุพงษ์จะเจอป้ายบอกขึ้นทางด่วน

การเดินทางโดยสาธารณะ การเดินทางโดยรถสาธารณะถ้าจะพึ่ง BTS ระยะเดินจากโครงการถึงสถานีชิดลม ประมาณ 700 ม. ไม่ถึงกับใกล้ครับระยะนี้มีเหงื่อยตกกันบ้าง แต่ถ้าเดินชิวๆไม่รีบก็พอได้ครับ อาจต้องพึ่งพี่วินมอเตอร์ไซค์ครับ 20 บาทถึงสถานีชิดลมเลยเรียกได้หน้าโครงการ ส่วนป้ายรถเมล์ฝั่งเดียวกับโครงการอยู่ห่างประมาณ 150 ม. หรือเดินขึ้นสะพานลอยหน้าโครงการข้ามฝั่งไปป้ายรถเมล์จะอยู่ใต้สะพานลอย มีรถหลายสายวิ่งผ่าน นอกจากนี้ยังมีแอร์พอร์ตลิ้งค์ โดยสถานีที่ใกล้โครงการคือสถานีราชปรารภครับระยะทางประมาณ 900 ม. นั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปขึ้นจะสะดวกกว่า และยังใกล้กับระบบขนส่งทางน้ำ คือคลองแสนแสบต้นสายเริ่มตั้งแต่สะพานผ่านฟ้า ไปสิ้นสุดที่วัดศรีบุญเรือง ซึ่งด้านหลังโครงการอยู่ติดกับคลองแสนแสบ โดยท่าเรือที่ใกล้โครงการคือท่าเรือชิดลมประมาณ 200 ม. และท่าเรือประตูน้ำประมาณ 350 ม. ส่วน Taxi ก็โบกเรียกได้ที่หน้าโครงการเลย จะเห็นได้ว่ามีตัวเลือกในการเดินทางหลายแบบเลยครับ

นอกจากนี้ในอนาคตยังจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มมีแนวเส้นทางที่รองรับการเดินทางภายในเขตเมืองตามแนวตะวันออก-ตะวันตก โดยเริ่มจากตลิ่งชันปลายทางมีนบุรี ทำให้ช่วยเพิ่มตัวเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้นอีก 1 ทาง โดยรถไฟฟ้าจะวิ่งผ่านบริเวณแยกประตูน้ำ ซึ่งมีสถานีที่ใกล้โครงการคือสถานีประตูน้ำ และสถานีปรารภ ผมคิดว่าถ้าก่อสร้างเสร็จพร้อมใช้งานอาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆเกินขึ้นอีก แต่ก็คงต้องรอกันอีกสักพักครับ

จากภาพถ่ายดาวเทียมจะเห็นว่ารอบๆโครงการเกือบจะไม่มีพื้นที่ว่างเปล่าเลย จะเต็มไปด้วยสำนักงานออฟฟิศ โรงแรม อพาร์ทเม้นท์ อาคารพาณิชย์ คอนโด ห้างสรรพสินค้า เรียกได้ว่ามีความพร้อมในด้านทำเล มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันครับ

การเดินทางวันนี้เริ่มจากถนนเพชรบุรีมุ่งหน้าประตูน้ำ ข้ามแยกที่ตัดผ่านท้ายซอยชิดลม จากนั้นชิดซ้ายเลี้ยวเข้าโครงการได้เลย

สรุปการเดินทาง ถนนเพชรบุรี > Q ชิดลม-เพชรบุรี

1-01

เริ่มจากถนนเพชรบุรีมุ่งหน้าอโศก ซ้ายมือเป็นซอยสุขุมวิท 63 หรือซอยเอกมัย

2-01

ถัดมาซ้ายมือก็จะเป็นซอยสุขุมวิท 55 หรือซอยทองหล่อ

3-01

เลยมาอีกหน่อยซ้ายมือเป็นวัดใหม่ช่องลม

ถัดมาซ้ายมือจะเป็น Singha Complex จะเป็นโครงการ Mixed-use project ประกอบด้วย อาคารสำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีก

จากนั้นขึ้นสะพานข้ามแยกอโศก-เพชรบุรี

ข้ามแยกมาซ้ายมือจะเป็น รร.เซนต์ดอมินิก ขวามือเป็นวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก

ถัดมาซ้ายมือเป็นซอยนานาเหนือ

และจะเจอทางด่วนเฉลิมมหานคร

จากนั้นซ้ายมือจะเป็น Smile Square เป็นโครงการ Mix use มีห้างสรรพสินค้าแบบครบวงจร โรงแรมระดับ 5 ดาว อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียมครับตอนนี้กำลังก่อสร้างอยู่ ห่างจากโครงการประมาณ 260 ม.

จากนั้นซ้ายมือจะเป็นซอยชิดลม เราขับตรงไปครับแยกนี้ ตัวโครงการจะอยู่ระหว่างอาคาร KPI และ Manhattan

ข้ามแยกมาก็ชิดซ้ายไว้เลย ตัวโครงการจะอยู่ติดกับสะพานลอยเลย

ผ่านสะพานลอยมาก็จะเจอทางเข้าโครงการซ้ายมือครับ

พื้นที่โครงการทางทิศเหนือเป็นด้านหน้าโครงการติดกับถนนเพชรบุรี ฝั่งตรงข้ามเป็นตลาดนีออน ที่ดินค่อนข้างใหญ่มีโอกาสที่จะกลายเป็นตึกสูงได้ ฝั่งทิศใต้ด้านหลังโครงการติดกับคลองแสนแสบ ฝั่งทิศตะวันออกติดกับอาคาร KPI สูง 24 ชั้น และฝั่งทิศตะวันตกติดกับโครงการ Manhattan สูง 34 ชั้น

ด้านหน้าโครงการติดกับถนนเพชรบุรี

ตัวโครงการจะอยู่ระหว่างอาคาร KPI Tower 24 ชั้น และโครงการ Manhattan 34 ชั้น ส่วนโครงการ Q ชิดลม-เพชรบุรี จะสูง 42 ชั้น

มองไปทางซ้ายติดกับอาคารสำนักงาน KPI Tower สูง 24 ชั้น ถัดไปเป็นถนนชิดลมซึ่งเป็นถนน One way วิ่งไปออกแยกชิดลม

ทางขวาติดกับโครงการ Manhattan สูง 34 ชั้น ถัดไปประมาณ 280 ม. จะเป็นแยกประตูน้ำ

ฝั่งตรงข้ามด้านหน้าโครงการเป็นตลาดนีออน เป็นตลาดนัดกลางคืน จะเปิดช่วง 16.00 – 00.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด มีทั้งอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ  มีสะพานลอยเดินข้ามไปช้อปกันได้ครับ

มองไปทางแยกประตูน้ำ จะเห็น Palladium

มองไปอีกฝั่งจะเห็นสะพานลอยอยู่หน้าโครงการเลย

ขึ้นมาบนสะพานลอยมองไปฝั่งแยกประตูน้ำ

มองไปอีกฝั่ง

ผมจะพาเดินจาก BTS ชิดลมมายังโครงการ ระยะทางประมาณ 700 ม. โดยเดินเข้าถนนชิดลมไปออกท้ายซอยและไปเข้าโครงการ

1

เริ่มกันที่ BTS สถานีชิดลม

3

เดินลงมาจะมีป้ายแยกย่อยบอกทางออกไปยังสถานที่ต่างๆ วันนี้ผมจะพาเดินไปทางถนนชิดลมครับโดยออกทางออกหมายเลข 5 หรือใครจะเดินออกทางออกหมายเลข 3 ไปโครงการก็ได้นะครับ

23-01

ทางเดินมามองจากด้านบนจะตรงกับแยกชิดลม ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างถนนเพลินจิต ซอยชิดลม และซอยหลังสวน ฝั่งนี้เป็นหลังสวน ซ้ายมือเป็น Mercury Ville ทางขวามือเป็นโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย

24-01

อีกฝั่งเป็นถนนชิดลม ซ้ายมือเป็นธนาคารกรุงไทย ขวามือเป็น Central ชิดลม

7

เดี๋ยวเราเดินเข้าไปในเซ็นทรัลชิดลมแล้วลงไปเดินข้างล่างกันครับ ปลายสุดทางเชื่อม BTS จะเป็นทางแยกซ้ายออกไปยังเซ็นทรัลชิดลม และทางขวาไป Mercury Ville

10

เราจะเดินผ่านเข้าไปในเซ็นทรัลชิดลมก่อนนะครับ ใครจะแวะซื้อของก่อนก็ตามสบายเลย เราสามารถเดินไปออก Central Embassy ได้อีกด้วย

26

จาก Central ชิดลมจะมีป้ายบอกทางมาเชื่อมกับ Central Embassy

27

และจาก Central Embassy ก็มีทางเดินเชื่อมออกไปยัง BTS เพลินจิตอีกทีครับ

28

เดินออกมาจาก Central Embassy จะเป็นทางเดินเชื่อมไปยัง BTS เพลินจิต

29-01

เพลินจิตก็เป็นย่านสำคัญอีกแห่งของกรุงเทพฯ มองไปฝั่งพระรามสี่ เป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน และสถานฑูตอีกหลายประเทศครับ ซ้ายมือเป็นอาคาร Park Venture ขวามือที่กำลังก่อสร้างเป็นธนาคารกรุงศรี ถัดไปเป็นโรงแรม Grande centre point ถัดไปอีกเป็นโครงการ 98 wireless

30-01

มองไปฝั่งเพชรบุรีขวามือเป็นอาคาร Wave Place ตั้งอยู่ติดกับโครงการ Nobel เพลินจิต ซ้ายมือเป็น Central Embassy ศูนย์การค้าระดับ high-end ถนนวิทยุเป็นถนนที่ขนานกับถนนหลังสวนและถนนเพลินจิต ที่ตัดมาจากพระรามสี่และยาวไปสิ้นสุดที่ถนนเพชรบุรี

24-01

เรากลับมาที่แยกชิดลมกันต่อครับ ตอนนี้ถนนชิดลมเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดินแล้วนะครับ

32-01

เดินลงมาที่ชั้นล่างจะเจอประตูทางออกมาจาก Central ชิดลม เดินตามทางเท้าไปครับ

33-01

ถัดมาขวามือเป็นอาคารสำนักงาน Alma Link Building ซ้ายมือเป็นการไฟฟ้านครหลวง

15

เลยมาหน่อยขวามือจะเจอปราณณาราเป็นคลินิกและสปา

16

ถัดมาเป็น Starbucks ครับ ห่างจากโครงการประมาณ 430 ม.

18

เลยมาจะเจอ Mcdonalds และมี Drive Thru เปิดตลอด 24 ชั่วโมงครับ ห่างจากโครงการประมาณ 400 ม.

19

จากนั้นจะเจอ โรงพยาบาลเจตนิน

20

ถัดมาจะเจอ The Park Chidlom

21

เดินเลยมาหน่อยซ้ายมือตึกแดงๆคือ ชิดลม เพลส ขวามือที่รถเลี้ยวออกมาคือซอยสมคิด

22

ถัดมาจะเจอสะพานชิดลมข้ามคลองแสนแสบ มีวินมอเตอร์ไซค์ตรงนี้ด้วย เราจะเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งครับ

33

ข้ามถนนมาก็เดินขึ้นสะพานชิดลมข้ามคลองแสนแสบ ปลายสะพานมีบันไดเดินลงไปได้เลยครับ

35

เดินออกมาทะลุตรงลานจอดรถตึกกิจศิริ ข้างหน้าจะเป็นถนนเพชรบุรีครับ

ออกมาด้านหน้าจะมี 7-11

เดินออกมาริมถนนตามทางเท้า ซ้ายมือจะเป็นอาคาร KPI ซึ่งอยู่ติดกับโครงการเลย

และจะเห็นรั้วโครงการครับ เดินเข้าโครงการได้เลย

ติดกับด้านหน้าโครงการจะมีวินมอเตอร์ไซค์จอดรอให้เรียกใช้บริการได้

ทำเลรอบๆโครงการบางส่วนทางทีมงานได้เคยทำรีวิวมาแล้วตอนโครงการเปิด Pre-sale ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านรีวิวได้ใน WWW.HOMENAYOO.COM หรือคลิกที่ลิงค์นี้ได้เลยครับ >>> EP.218 รีวิว คอนโด Q ชิดลม-เพชรบุรี ใกล้รถไฟฟ้า BTS ชิดลม

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการ Q ชิดลม-เพชรบุรี ตั้งอยู่ติดกับถนนเพชรบุรี อยู่ใกล้กับแยกประตูน้ำห่างจากโครงการประมาณ 280 ม. ห่างจากแยกราชประสงค์ประมาณ 900 ม. และแยกชิดลมประมาณ 700 ม. โดยศักยภาพทำเลย่านนี้เป็นแหล่งพาณิชยกรรมค่อนข้างสูง เรียกได้ว่าเป็นย่านที่สำคัญของกรุงเทพฯแห่งหนึ่งก็ว่าได้ครับ เห็นได้จากความอุดมสมบูรณ์และเพียบพร้อมไปด้วยสถานที่สำคัญต่างๆ ทั้งแหล่งงานที่มีอาคารสำนักงานให้เห็นตามแนวถนนพระราม 1, เพลินจิต, ชิดลม, และเพชรบุรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานออฟฟิศ โดยเฉพาะแถวสยามและชิดลมมีทั้งพนักงานออฟฟิศ พนักงานในห้างสรรพสินค้า พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือแม้กระทั่งแรงงานก่อสร้างก็มีให้ได้พบเห็นบ่อยๆ รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ทำการค้าขายแถวๆนี้อีกด้วย บริเวณใกล้เคียงโครงการส่วนใหญ่รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าสำคัญๆ ตามแนวถนนราชดำริ ถนนเพลินจิต ถนนพระราม 1 และถนนชิดลม เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ แพลตตินั่ม ประตูน้ำ สยาม พารากอน มาบุญคลอง เกษรวิลเลจ เซ็นทรัลชิดลม เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ เมอคิวรี่ วิลล์ ซึ่งแต่ละที่ที่กล่าวมีผู้มาใช้บริการในแต่ละวันค่อนข้างสูงทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ยิ่งถ้าเป็นในช่วงเทศกาลสำคัญๆ ยิ่งคึกคักครับ นอกจากนี้ในอนาคตจะมีห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ชื่อว่า สไมล์ สแควร์ อยู่ติดกับถนนเพชรบุรี ห่างจากโครงการประมาณ 260 ม. ใกล้ๆกับ ธ.ไทยพาณิชย์ อยู่โครงการนี้มีห้างสรรพสินค้าล้อมรอบทั้งสี่มุมเลยครับ ใครเป็นนักช้อปคงจะชอบ นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางเมืองที่เปิดให้ใช้แล้วบางส่วน ตั้งอยู่ติดกับเซ็นทรัลเวิลด์ฝั่ง Isetan ซึ่งเป็นพื้นที่ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ห่างจากโครงการประมาณ 400 ม. สามารถเดินมาออกกำลังกายได้สบายๆ นอกจากจะมีแหล่งงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆแล้วยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมดีๆหลายแห่งที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาพักในแต่ละวันและเทศกาลต่างๆ มีร้านอาหารอร่อยหลายร้าน มีคอนโดมิเนียมราคาสูง และสถานศึกษาชื่อดังอย่าง มาแตร์เดอี, สาธิตปทุมวัน, ช่างกลปทุมวัน, จุฬาฯ

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • ท่าเรือชิดลม : 200 ม.
  • ท่าเรือประตูน้ำ : 350 ม.
  • BTS ชิดลม : 700 ม.
  • Airport Rail Link ราชปรารภ : 900 ม.
  • NEON Market : 50 ม.
  • 7-11 : 60 ม.
  • The Palladium : 200 ม.
  • สไมล์สแควร์ : 260 ม.
  • แพลตตินั่ม : 400 ม.
  • ประตูน้ำเซ็นเตอร์ : 400 ม.
  • The Market : 400 ม.
  • Central World : 500 ม.
  • Big C ราชดำริ : 500 ม.
  • Central ชิดลม : 600 ม.
  • พันธุ์ทิพย์พลาซ่า : 700 ม.
  • Gaysorn Village : 750 ม.
  • Central Embassy : 900 ม.
  • อัมรินทร์พลาซ่า : 950 ม.
  • Siam Paragon : 1.7 กม.
  • Siam Center : 2 กม.
  • Siam Discovery : 2 กม.
  • Siam Square : 2 กม.
  • มาบุญครอง : 2.2 กม.
  • รร.มาแตร์เดอีวิทยาลัย : 750 ม.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : 2.8 กม.
  • รร.เตรียมอุดมศึกษา : 2.8 กม.
  • รพ.ตำรวจ : 1.2 กม.
  • BDMS Wellness Clinic : 1.5 กม.
  • รพ.บำรุงราษฎร์ : 1.7 กม.

แยกและถนนสำคัญใกล้เคียง

  • ถนนราชดำริ : 280 ม.
  • ถนนราชปรารภ : 280 ม.
  • ถนนพระราม 1 : 700 ม.
  • ถนนหลังสวน : 700 ม.
  • ถนนเพลินจิต : 700 ม.
  • ถนนวิทยุ : 700 ม.
  • ถนนพญาไท : 1.4 กม.
  • ถนนสุขุมวิท : 1.4 กม.
  • ถนนอังรีดูนังค์ : 1.6 กม.
  • ถนนพระรามสี่ : 2.6 กม.
  • ถนนสีลม : 2.6 กม.
  • แยกประตูน้ำ : 280 ม.
  • แยกชิดลม : 700 ม.
  • แยกราชประสงค์ : 900 ม.
  • แยกเพลินจิต : 1.1 กม.
  • แยกราชเทวี : 1.4 กม.
  • แยกพญาไท : 1.8 กม.
  • แยกปทุมวัน : 2 กม.
  • แยกศาลาแดง : 2.6 กม.
  • แยกวิทยุ : 3.1 กม.

Floor Plan

ground-floor-01

Master Plan โครงการ พื้นที่ดินโครงการมีลักษณะเหมือนสี่เหลี่ยมค้างหมู ตัวตึกเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส มีถนนล้อมรอบตึกรถวิ่งตามลูกศรสีเหลืองโดยเข้าโครงการไปบังคับเลี้ยวซ้ายผ่านจุด Drop Off เลี้ยวขวา จากนั้นจะเจอทางขึ้น-ลงชั้นจอดรถ 2-9 ถ้าจะจอดชั้น 1 ต้องวนไปหลังโครงการนับช่องจอดรถได้ 7 คัน วนมาด้านข้างอีกฝั่งจอดได้ 4 คัน ทั้งโครงการจอดได้ 224 คัน คิดเป็น 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน เดินเข้าอาคารเจอส่วน Lobby มีห้องน้ำแยกชาย-หญิง และโถงลิฟท์ มีลิฟท์โดยสาร 3 ตัว อัตราส่วน 117 ต่อลิฟท์ 1 ตัว และลิฟท์ขนของอีก 1 ตัว

floor-10-31

แปลนชั้น 10 – 31 เริ่มส่วนพักอาศัยที่ชั้นนี้ นับได้ 14 ยูนิต ห้องจะล้อมรอบลิฟท์โดยสารทั้งหมดทำให้เดินมาใช้งานได้ไม่ไกล ทางเดินจะขนานกันสองฝั่ง บริเวณหน้าลิฟท์มี Void เจาะขึ้นไปถึงชั้น 41 บันไดหนีไฟจะอยู่สองฝั่งทางเดิน ส่วนห้อง 2 Bedroom จะอยู่มุมทั้ง 4 มุมจะได้วิวทั้งส่วนที่มีตึกบัง และวิวเปิดโล่ง ที่เหลือจะเป็นห้อง 1 Bedroom ตั้งแต่ขนาด 35 – 47 ตร.ม.

floor-32

แปลนชั้น 32 ฝั่งด้านหน้า ห้องพักหายไป 4 ห้อง เปลี่ยนเป็นสวนส่วนกลางครับ เนื่องจากเป็นการร่นระยะของตัวอาคารเข้าไปนั่นเอง ห้องพักชั้นนี้จะเหลือ 10 ห้อง

floor-33

แปลนชั้น 33 ถูกร่นระยะเข้าไปอีกทำเป็นสวนมาเพิ่มให้ครับ ห้องพักเหลือ 9 ห้อง

floor-34-36

แปลนชั้น 34 และ ชั้น 36 เหมือนกันครับ จะเป็นห้อง Duplex แบบ 1 และ 2 ห้องนอนทั้งหมด ชั้นนี้นับได้ 9 ห้องครับ ในแปลนที่โชว์จะเป็นชั้นล่างของห้อง ส่วนชั้นบน อยู่ในแปลนชั้น 35 และ 37

floor-35-37

แปลนชั้น 35 และ 37 เป็นส่วนของชั้นบนของห้อง Duplex ชั้น 34 และ 36

floor-38

แปลนชั้น 38 ร่นระยะอาคารเข้ามาอีก มีสวนส่วนกลางอยู่ 2 ฝั่ง เหลือห้องพักอาศัย 7 ห้อง ซึ่งเป็นห้องแบบ Duplex ในแปลนเป็นชั้นล่างครับ

floor-39

แปลนชั้น 39 เป็นชั้นบนของห้อง Duplex ชั้น 38 ส่วนที่เป็นสวนจะหายไป

floor-40

แปลนชั้น 40 เริ่มชั้น Facility ที่ชั้นนี้มี Social Club 2 ชั้น, Libary, Co-Working Space

floor-41

แปลนชั้น 41 เป็นชั้น Facility เช่นกัน ชั้นนี้มี Turkish hot tub, Sauna – Steam , Social Club, ห้องสำหรับอาบน้ำแยกชาย-หญิง, มีสวนฝั่งด้านหน้าโครงการ

floor-42

ชั้น 42 มีสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ 360 องศา ตรงกลางมี Deck วางเตียงนอน มี Shallow Pool และ Jacuzzi แช่น้ำชมวิวคงชิวน่าดูครับ และมีบันไดเดินขึ้นไปชั้น 42m

floor-42m

ชั้น 42m จะเป็นส่วนของ ฟิตเนสผนังห้องเป็นกระจกจะได้วิวสระว่ายน้ำชั้น 42 และมองเห็นวิวด้านนอกอาคารด้วย ฝั่งขวาจัดสวนมาให้อีกครับ

roof-floor

ชั้นดาดฟ้าจัดเป็นพื้นที่สวนและจุดชมวิว

โครงการ

Q ชิดลม-เพชรบุรี เป็นโครงการแรกที่ใช้ชื่อ โดยไม่มีคำว่า ideo นำหน้า แต่เป็นโครงการที่อยู่ใน Segmemt เดียวกันกับ ideo Q และเป็นโครงการที่ห่างจากรถไฟฟ้ามากที่สุดใน Segment เดียวกัน ตัวโครงการเปิดพรีเซลล์ตั้งแต่วันที่ 12-16 สิงหาคม 2558 ในราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท* ปัจจุบันโครงการสร้างแล้วเสร็จตามกำหนด ตอนนี้อยู่ในช่วงโอนกรรมสิทธิ์ ราคาขายปัจจุบัน 1 Bed ขนาด 45 ตร.ม. เริ่มต้นที่ 7.39 ล้านบาท ใครที่สนใจโครงการก็ลองแวะเข้าไปชมกันได้ครับ

รูปแบบโครงการเป็นคอนโด High Rise สูง 42 ชั้น ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 1 – 2 – 80.9 ไร่ ตัวโครงการออกแบบมาในดีไซน์ล้ำๆดูทันสมัยตามสไตล์ของอนันดา ตัวอาคารจะมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แนวคิดโครงการนี้คือ The Pride Of Futuristic Living การอยู่อาศัยที่เหนือระดับ ด้วยดีไซน์การตกแต่งที่สะท้อนถึงความสำเร็จของคุณ รูปทรงอาคารเป็นสี่เหลี่ยมที่มุมอาคารจะโค้งมน โดยยูนิตพักอาศัยตำแหน่งห้องมุมจะได้เป็นกระจกโค้ง Facade อาคารจะเป็นเส้นแนวนอนล้อมรอบอาคารตั้งแต่ชั้นล่างขึ้นไป ส่วนยอดของอาคารออกแบบให้เป็นเหมือนตัว Q ครอบส่วนยอดของอาคารเป็นมงกุฎ โทนสีภายนอกจะใช้เทาเข้มๆ ชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 10-39 ส่วนกลางจะอยู่ที่ชั้น 1, 32, 33, 38, 40, 41, 42, 42M จอดรถได้ที่ชั้น 1-9

บริเวณด้านหน้าทางเข้าออกโครงการ จะไม่ได้ออกแบบเป็นรั้วทึบ แต่จะทำเป็นสวนเล่นระดับ

มีป้อม รปภ. ออกแบบมาได้สวยดี โชว์กระจกโค้งและแผ่นหินอ่อน มีชื่อโครงการติดไว้ชัดเจน

อีกฝั่งตกแต่งเป็นสวนหย่อม

ถัดเข้ามาจะเป็นถนนในโครงการ ตัวอาคารจะตั้งอยู่ตรงกลางพื้นที่ดิน การเดินรถในโครงการจะเป็นแบบ One way วนไปทางซ้ายรอบอาคาร

มองไปทางซ้าย จะเห็นสวนหย่อมด้านหน้าโครงการ ขวามือเป็นทางเข้า Lobby

มองไปฝั่งด้านหน้าโครงการ รั้วโครงการจะทำเป็นสวนหย่อมสโลปเอียง มีทั้งไม้ใหญ่และไม้พุ่มตกแต่ง

ใต้ต้นไม้มีที่นั่งพักผ่อน ขวามือจะเป็นกำแพงน้ำตก นั่งพักผ่อนฟังเสียงน้ำก็ชิวดีครับ

มองกลับไปที่มุมอาคาร

เลี้ยวตามทางมาด้านข้างอาคาร รั้วโครงการซ้ายมือตกแต่งแผ่นเงาสะท้อนวางเอียงตามองศาที่ต่างกันดูมีมิติ

เงยหน้ามองด้านบน พื้นที่ด้านข้างฝั่งนี้จะติดกับอาคาร KPI สูง 24 ชั้น โครงการมีการออกแบบยูนิตที่อยู่ฝั่งนี้จะมีส่วนที่เป็นกระจกโค้งเพื่อให้ได้วิวในมุมทแยง

ด้านข้างฝั่งนี้ขวามือจะเป็นทางเข้าที่จอดรถในอาคาร

ทางเข้าที่จอดรถในอาคารจะเป็นไม้กระดก แยกทางเข้าออก

ไม้กระดกจะใช้ระบบ Access card แบบระยะไกล

ผ่านขึ้นมาตรงหน้าจะเริ่มเป็นที่จอดรถเลย

ที่จอดรถวนขึ้นไปจอดได้ถึงชั้น 9 ทั้งโครงการจอดได้ 224 คัน คิดเป็น 60% ไม่รวมจอดซ้อนคัน ขวามือแต่ละชั้นจะมีโถงลิฟท์

บริเวณโถงลิฟท์ชั้นจอดรถมีประตูต้องใช้ Key card

ภายในโถงลิฟท์ชั้นจอดรถ

กลับลงมาด้านล่าง ถัดจากทางเข้าที่จอดรถวนมาด้านหลังโครงการกันต่อ ตามแนวรั้วโครงการจะเห็นว่าปลูกต้นไม้ไว้ให้ พื้นที่ด้านหลังจะติดกับแนวคลองแสนแสบ

เงยหน้ามองอาคารจะเห็นส่วนของ Facade เป็นชั้นๆขึ้นไป

ด้านหลังอาคารจะมีที่จอดรถใต้อาคาร และเชื่อมเข้าลิฟท์ขนของได้

วนมาด้านข้างโครงการอีกฝั่ง

ด้านข้างฝั่งนี้จะติดกับโครงการแมนฮัตตันสูง 34 ชั้น วิวของยูนิตฝั่งนี้จะได้แบบมุมทแยงครับ

มองไปฝั่งด้านหน้าโครงการ

มุมอาคารด้านหน้าจะเป็นส่วนของร้านค้า ซึ่งจะมี Maxvalu มาเปิดครับ คนภายนอกก็เดินเข้ามาใช้บริการได้ ติดกันจะเป็นส่วนของร้านค้าอีกร้าน

วนมาด้านหน้าก็จะเจอทางเข้าออกพอดี

ด้านหน้าทางเข้า Lobby ผนังด้านหน้าจะเห็นเป็นกระจกสูงถึงชั้น 2 และ 3 ตามแนว Facade อาคาร

เงยหน้ามองด้านบน

ประตูทางเข้า Lobby เป็นกระจกบานเปิด 2 บาน ตัวมือจับประตูออกแบบให้เหมือนส่วนยอดของอาคาร

ภายใน Lobby ตกแต่งมาในสไตล์เรียบหรู ที่ผนังจะเป็นหินอ่อน

วางชุดโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้ ด้านในมีประตูเดินเชื่อมเข้าออกที่จอดรถใต้อาคาร และลิฟท์ขนของ

มองไปอีกฝั่ง วางชุดโซฟาไว้

ถัดเข้ามาเป็นเคาน์เตอร์ และพื้นที่นั่งพักผ่อน

ตรงเคาน์เตอร์ผนังด้านหลังเป็นสีดำมีไฟซ่อนเป็นเส้นๆ ขวามือเป็นทางเดินเข้าโถงลิฟท์

ฝั่งด้านหน้าเป็นมุมนั่งเล่นวางชุดโต๊ะและโซฟาเข้าชุดไว้ ตกแต่งฝ้าและไฟมาได้สวยดี

ถัดเข้าไปจะเป็นห้องน้ำแยกชายหญิง

ภายในห้องน้ำชาย

อ่างล้างมือเป็นหินอ่อน

ฝั่งด้านในเป็นส่วนของห้องน้ำ

โถปัสสาวะ

อีกฝั่งเป็นห้องน้ำ 2 ห้อง

ภายในห้องน้ำ

กลับออกมาตรง Lobby

ทางเดินเข้าไปยังโถงลิฟท์,  Mailbox room, ห้องนิติบุคคล

เดินเข้ามาจะเจอประตูทางเข้า Mailbox room (ซ้ายมือ) ติดกันเป็นประตูเข้าโถงลิฟท์(ขวามือ) ประตูส่วนนี้ต้องใช้ Key Card กรอบประตูจะเป็นสีทองโครเมียมดูโดดเด่น

ภายใน Mailbox room ตรงกลางจะเป็นโซฟาไว้นั่งอ่านจดหมายได้ รอบๆจะเป็น Mailbox

มองกลับไปฝั่งประตูทางเข้า

ภายในโถงลิฟท์ทำออกมาได้สวยดี ทั้งผนังหินอ่อนและสีดำ ตัดด้วยโครเมียมสีทอง

เดินเข้ามาจะสะดุดตากับ Chandelier ที่วางตามแนวยาวของโถงลิฟท์

ลิฟท์โดยสารมีให้ 3 ตัว

ภายในลิฟท์โดยสาร สไตล์การตกแต่งก็จะคล้ายๆกับโถงลิฟท์และ Lobby

แผงกดลิฟท์ด้านในต้องใช้ Key card

บริเวณโถงลิฟท์ชั้นพักอาศัยจะอยู่ตรงกลาง แบ่งห้องพักอาศัยให้ล้อมรอบโถงลิฟท์ โดยทางเดินหน้าลิฟท์จะเป็นตัวเชื่อมทั้ง 2 ฝั่ง แปลนชั้นจึงเป็นแบบ Single corridor แทบจะไม่มีห้องฝั่งตรงข้ามกันเลย มีเพียงยูนิตตรงกลาง 4 ยูนิตที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห้องเพื่อนบ้านกันเอง 

หน้าโถงลิฟท์ของแต่ละชั้นออกแบบให้เป็นช่อง Void เพื่อให้แสงส่องลงมาจากด้านบน และช่วยให้อากาศไหลเวียนภายในอาคาร โถงทางเดินแต่ละชั้นก็จะดูไม่อึดอัดซึ่งก็ส่งผลดีต่อลูกบ้านเอง ส่วนนี้จะมีราวกันตกมาด้วย

มองออกมาตรงราวกันตกก็จะเห็นชั้นอื่นๆแบบนี้ ดูสวยดี

เงยหน้าไปด้านบนเห็นช่องแสงที่อยู่ชั้นบนสุด แต่ละชั้นจะมีช่องระบายอากาศอยู่ด้วย

บริเวณโถงทางเดินหน้าห้องพักอาศัย การออกแบบให้ลิฟท์อยู่ตรงกลางอาคารแบบนี้ก็จะช่วยให้ระยะทางเดินจากยูนิตพักอาศัยมาตัวลิฟท์ได้ในระยะที่ใกล้

ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 38 จะมีสวนหย่อมบริเวณด้านหน้าอาคาร จริงๆสวนจะมีที่ชั้น 32-33 ด้วยแต่วันที่เข้าไปทำรีวิวยังอยู่ในช่วงเก็บงานอยู่เลยไม่มีภาพมาให้ชม ตั้งแต่ชั้น 32 ขึ้นไปยูนิตพักอาศัยฝั่งทิศเหนือหรือด้านหน้าอาคารจะหายไปทั้งหมด เนื่องจากเป็นระยะร่นของอาคาร โดยออกแบบให้เป็นสวนและกระถางต้นไม้ยื่นออกจากตัวอาคาร

เดินออกมาจะมีประตูบานเปิดเชื่อมออกไปตรงระเบียงสวน

เปิดออกมาจะเป็นพื้นหญ้าเทียม และวางเก้าอี้สนามไว้

มีต้นไม้ใหญ่ปลูกยอดสูงขึ้นไปด้านบน

มองไปทางด้านหน้าและด้านข้าง ก็ชมวิวรับลมกันได้

อีกฝั่งก็เป็นสวนเช่นกันครับ

ฝั่งนี้ก็จะคล้ายๆกัน จะมีชุดเก้าสนามมาวาง

มองไปมุมฝั่งด้านหน้าก็จะมองเห็นวิว

ขึ้นมาที่ชั้น 40 จะเป็นส่วนของ Facility ทั้งชั้น ฝั่งด้านหน้ามีระเบียงเปิดออกไปได้

ตรงระเบียงเป็นพื้นหญ้าเทียม มีราวกันตกเป็นกระจกไม่บดบังวิว

มองไปอีกฝั่ง

วิวจากระเบียงมองไปทางทิศเหนือฝั่งด้านหน้าโครงการ

มองลงมาจะเห็นตลาด NEON พื้นที่ใหญ่พอสมควร โอกาสที่จะมีตึกสูงมาบังวิวฝั่งนี้ก็เป็นไปได้สูงครับ

กลับเข้ามาด้านใน เดินไปอีกฝั่ง

ชั้นนี้จะเป็นส่วนของ Social Club , Library

เดินเข้ามาจะเจอโถงตรงกลาง และแบ่งส่วนกลางเป็น 2 ฝั่ง ซ้ายมือเป็น Social Club และทางขวามือเป็น Library

ทางเข้า Library

ด้านในเดินเข้ามาจะเจอชั้นวางของ ซึ่งออกแบบมาล้อมรอบเสาโครงสร้างอาคาร ดีกว่าปล่อยให้เห็นเสาตั้งเด่นอยู่กลางห้อง

มีมุมนั่งเล่น อ่านหนังสือ ทำงานได้

วิวมองไปทางทิศใต้ หรือด้านหลังโครงการ ซึ่งจะเป็นวิวเมืองมองเห็น BTS ชิดลม

มองกลับเข้ามาด้านในจะเห็นแบบนี้

มีโต๊ะนั่งเป็นกลุ่มได้

ในสุดเป็นแบบโต๊ะบาร์ เผื่ออยากนั่งแบบส่วนตัว

วิวฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้มองไปทาง Central World

มองกลับเข้ามาในห้อง

ถัดเข้ามาอีกขวามือเป็นโต๊ะบาร์ยาวเข้าไปด้านใน ซ้ายมือแบ่งเป็นห้องประชุม

ในห้องวางโต๊ะและเก้าอี้ไว้

มุมในสุดวางชุดโต๊ะขนาดใหญ่ ผนังห้องรอบด้านส่วนใหญ่จะเป็นกระจก เพื่อให้แสงส่องเข้าถึงในห้องได้ทั้งหมด โครงการมีม่านติดมาให้ด้วยเปิดปิดระบบไฟฟ้า ถ้าแสงแดดแรงไปเราก็ปิดม่านได้

มองกลับเข้าไปด้านใน

ออกจาก Library มาฝั่งตรงข้ามเป็น Social Club

ภายในห้องจะเป็นเป็น 2 ชั้น ฝ้าสูงโปร่งกว่าห้อง Library ส่วนแรกเข้ามาจะเจอโต๊ะพลูก่อน ที่สะดุดตาเลยคือพื้นกระเบื้องลายหินโทนสีดำลายสีเหลืองทอง ซึ่งเป็นโทนสีของห้องนี้ครับ

เดินเข้ามาแล้วมองกลับไปฝั่งประตูทางเข้า ตรงนี้มีโต๊ะโกล์

ที่ฝ้าตกแต่งไฟด้วยกล่องสี่เหลี่ยมคางหมูอะคริลิคซ้อนกัน 5 ชั้น และซ่อนไฟ LED ให้แสงสะท้อนดูมีมิติ

ฝั่งด้านข้างทำเป็นมุมโซฟานั่งเล่น แบ่งเป็น 3 ส่วน

วางชุดหมากรุกไว้ที่โต๊ะ นั่งเล่นกันเพื่อนพร้อมชมวิวเมืองสวยๆ

โซนนี้เป็นกระจกโค้งเข้ามุมอาคาร วิวดูดีมากจริงๆครับ

วิวทิศตะวันออกเฉียงใต้ มองไปทาง Central Embassy

วิวฝั่งทิศตะวันออกมองไปตามถนนเพชรบุรี

กลับเข้ามาด้านใน จะเห็นชั้นสองมีบันไดเดินขึ้นไปอีก มุมขวามือจะมีห้องสำหรับจัดปาร์ตี้เล็กๆได้

ประตุเข้าห้องเปิดปิดแยกส่วนจากกัน

ภายในห้องขนาดพื้นที่กว้างพอสมควร วางโต๊ะนั่งพร้อมเก้าอี้ 8 ตัว

ด้านในมีเคาน์เตอร์ส่วนเตรียมอาหาร พร้อมอ่างล้างจานมาให้ด้วย

มองไปฝั่งประตูทางเข้า ซ้ายมือมีระเบียงเปิดออกไปรับลมชมวิวกันได้

เดินขึ้นไปดูชั้น 2 กันต่อครับ ที่ผนังตรงบันเป็นแผ่นหินที่ซ่อนไฟไว้ด้านใน

เดินขึ้นบันไดไปครับ ตัวบันไดเป็นใช้กระเบื้องเหมือนที่พื้น

มองลงมาด้านล่างจะเห็นแบบนี้ครับ

ที่ชั้น 2 ขึ้นมาจะเป็นส่วนของ Lounge มีชุดโซฟา และเคาน์เตอร์บาร์ นำเครื่องดื่มมาใช้บริการห้องนี้ได้

ด้านในมีชั้นวางขวดไวน์สีทองโครเมี่ยม

มุมนั่งเล่นอีกมุม

ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 41 ชั้นนี้เป็นชั้น Facility อีกชั้น ฝั่งด้านหน้าเป็นระเบียงชมวิว ชั้น 41 เป็นชั้นสิ้นสุดของช่อง Void หน้าโถงลิฟท์ แสงที่ส่องลงไปในช่อง จะมาจากช่องแสงฝั่งทิศเหนือ และทิศตะวันออกนั่นเองครับ อย่างที่บอกไปว่ายูนิตฝั่งทิศเหนือจะหายไปตั้งแต่ชั้น 32 และทำเป็นสวน ตรงผนังอาคารทำเป็นช่องแสงเพื่อให้ส่องลงไปที่ Void ในอาคาร

มองลงไปชั้นล่างจะเห็นแบบนี้

ทางเดินเชื่อมเข้าไปด้านใน

ชั้นนี้จะเป็นส่วนของ Turkish Hot Tub, Sauna room, Steam room, Rest room, Laundry

เดินเข้ามาส่วนแรกจะเป็น Turkish Hot Tub ขวามือเป็นทางเดินไปยังห้องน้ำ

เดินเข้ามาด้านในห้อง Turkish Hot Tub เป็นห้องออนเซ็นตกแต่งมาในสไตล์นรุกี ส่วนแรกจะเป็นโถงตรงกลาง แบ่งห้องชายหญิงซ้ายขวา

ตรงโถงโชว์ไฟทรงหยดน้ำ

มองกลับไปฝั่งทางเข้า

ไปดูออนเซ็นส่วนของห้องผู้ชายกันครับ

ภายในพื้นจะยกระดับขึ้นไป อ่างออนเซ็นอยู่ขวามือ

มองกลับไปจะเห็แบบนี้ ฟังก์ชั้นการใช้งานก็เหมือนกับออนเซ็นญี่ปุ่นครับ แต่ที่นี่ตกแต่งในสไตล์ตรุกีนั่นเอง ส่วนการอาบน้ำแบบตรุกีหรือที่เรียกว่า Hamam จะเป็นอีกแบบคือเน้นไปทางการทำความสะอาด ขัดผิว นอนบนแผ่นหิน แต่ใช้น้ำร้อนเหมือนกัน ขั้นตอนการอาบน้ำแบบตรุกีลองเข้าไปอ่านได้ที่นี่

อ่างออนเซ็นขนาดนั่งแช่ได้ 6-8 คน พร้อมกับชมวิวเมืองไปด้วย

ฝั่งด้านในจะเป็นห้องล้างตัวก่อนและหลังใช้งาน

ภายในห้องล้างตัวจะเป็น Rain Shower มีที่ให้นั่งได้

ภายในห้องออนเซ็นของผู้หญิงก็มีเหมืนกันครับ

ด้านในมีห้องล้างตัว 2 ห้อง

ออกจาก Turkish Hot Tub จะมีทางเดินไปยังห้องน้ำทั้งชายและหญิง

ภายในห้องน้ำชาย แบ่งพื้นที่ฟังก์ชั่นการใช้งานมาเป็นสัดส่วน

วางอ่างล้างมือทรงกลมไว้ตรงกลางห้อง เหมือนเป็นแท่นน้ำพุ

มีตู้ Locker

อีกฝั่งเป็นห้องน้ำ และโถปัสสาวะ

ด้านในเป็นห้องอาบน้ำ 2 ห้อง และห้องซาวน่า

หน้าห้องซาวน่าเป็นห้องอาบน้ำ

ภายในห้องซาวน่าขนาดใช้งาน 2 คนกำลังดีครับ ผนังห้องมีส่วนที่เป็นกระจกมองวิวด้านนอกได้

มองไปอีกฝั่ง นั่งซาวน่าชมวิวเมืองไปด้วยฟินดีนะครับ

ภายในห้องน้ำหญิงแต่งมาคล้ายๆกัน

แต่ห้องน้ำหญิงจะไม่มีซาวน่า จะเป็นห้อง Steam แทน

ภายในห้อง Steam ผนังห้องเป็นกระจกฝ้า

ขึ้นลิฟท์มาที่ชั้น 42 จะเป็นชั้นของสระว่ายน้ำครับ มีบันไดเดินขึ้นไปส่วนของสระว่ายน้ำ

โถงลิฟท์ชั้นนี้จะเห็นวิวด้านนอกได้เลย

ด้านข้างลิฟท์จะเป็นที่ล้างตัว

เดินขึ้นไปดูสระว่ายน้ำกันต่อครับ

เดินขึ้นมาจะเจอกับจุดไฮไลท์ของโครงการนี้เลยคือสระว่ายน้ำแบบ 360 องศา พร้อมกับชมวิวแบบเปิดโล่งรอบโครงการได้ทั้งหมด ต้องบอกว่าวิวดีมากกกก…และลมก็แรงดีเช่นกัน สังเกตตรงเสาของอาคารปิดผิวด้วยกระจกเงาทำให้เกิดภาพสะท้อน ถ้ามองในมุมองศาที่ต่างกันอาจจะดูเหมือนไม่มีเสาเพราะโดนเงาสะท้อนกลืนไปกับวิวด้านนอก

มองไปฝั่งปลายสระวางเตียงนอนริมสระไว้

วิวมุมนี้มองออกไปเห็น Central Embassy

มุมนี้มีชิงช้าแขวนลอยเหนือผิวน้ำ สระตรงนี้เป็นสระน้ำตื้นเดินลงไปได้ครับ

มองกลับไปอีกฝั่ง

วิวมองไปทาง Central World

มองกลับไปฝั่งที่เดินมา

ด้านข้างฝั่งนี้เป็นมุม Jacuzzi มีแท่งสีทองโครเมี่ยมกั้นแบ่งแยกส่วน เผื่อใครจะนั่งแยกเดี่ยวแยกคู่

นั่งแช่พร้อมชมวิว

ฝั่งด้านหน้าอาคารเป็นส่วนที่แคบที่สุดของสระ ว่ายได้แค่คนเดียววนรอบสระไปเลย

วิวฝั่งนี้ด้านหน้าโครงการมองเห็นตึกใบหยก

จากชั้น 42 จะมีบันไดเดินขึ้นไปชั้น 42M

เดินขึ้นมาจะเจอบันแยกสองฝั่ง ขวามือแยกไปยังสวนหย่อม ซ้ายมือไปยังห้องฟิตเนส

บริเวณสวนขึ้นมาชมวิวกันได้

มองกลับไปที่ยอดของอาคาร จะเห็นเหมือนมีมงกุฎครอบอยู่บนสุด

เดินขึ้นบันไดมาที่ชั้น 42M จะเจอโถงบันไดหน้าห้องฟิตเนส

มองออกมาจากระเบียงจะเห็นสระว่ายน้ำ และวิวเมือง

ทางเข้าห้องฟิตเนสเป็นประตูบานเปิด

ภายในห้องฟิตเนสผนังห้องรอบด้านเป็นกระจกชมวิวได้ทั้งหมด วางเครื่งออกกำลังกายมาครบครัน

เครื่องปั่นจักรยานแบบเอนปั่น

เครื่องปั่นจักรยานแบบนั่งปั่น

ลู่วิ่ง

เครื่องเดินแบบล้อหลัง

เครื่องบริหารกล้ามเนื้อ

ดัมเบล และม้านั่งออกกำลังกาย

วิวมองลงมาเห็นสระว่ายน้ำและวิวด้านนอกได้

ฝั่งด้านในจะเป็นทางเดินไปห้องน้ำ

โถงหน้าห้องน้ำมีเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ ด้านในแบ่งเป็นห้องน้ำชายหญิงอย่างละห้อง

ออกจากห้องฟิตเนสมมาเดินขึ้นบันไดไปอีกครับ

ตรงชานพักมีมุมยืนชมวิวได้

เดินขึ้นมาที่ชั้นดาดฟ้ามีลานโล่งๆและมีแนวไม้พุ่มปลูกไว้

มีทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวที่สูงที่สุดของโครงการ

เดินขึ้นมาจะเจอกับพื้นที่ที่ทำเป็นสเต็ปขึ้นไป ไว้นั่งชมวิวได้

ด้านบนสุดเป็นพื้นหญ้าเทียม มีราวกันตกเป็นกระจกไม่บดบังวิวรอบๆ

เงยหน้ามองด้านบนจะเห็นยอดของอาคารพอดี

วิวจากจุดชมวิวนี้จะหันไปทางด้านหน้าโครงการนั่นเองครับวิวค่อนข้างโล่ง แต่ถ้าเมื่อไหร่พื้นที่ตรงตลาด NEON กลายเป็นอาคารสูงขึ้นมาวิวก็จะไม่โล่งแบบนี้ครับ

มองไปทางซ้ายทางแยกประตูน้ำ

มองไปทางขวา

Units Type

โครงการมีห้องให้เลือกแบบหลักๆดังนี้

  • 1 Bed 1 Bath ขนาด 35-47 ตร.ม.
  • 2 Bed 2 Bath ขนาด 63 ตร.ม.
  • Duplex 1 Bed 2 Bath ขนาด 63-81.5 ตร.ม.
  • Duplex 2 Bed 3 Bath ขนาด 109.5 ตร.ม.

room-typical-B1

1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. เป็นขนาดเล็กสุดของโครงการ เดินเข้าห้องมาเจอครัวได้เป็นครัวเปิด สามารถกั้นเพิ่มได้ เชื่อมกับส่วนรบประทานอาหารและห้องนั่งเล่น ตรงส่วนห้องนั่งเล่นมีกระจกโค้งมาให้ด้วย ซึ่งตำแหน่งห้องนี้จะอยู่ทางทิศตะวันออกและตะวันตก ซึ่งจะจะโดนบล็อควิวจากอาคารที่ติดกับพื้นที่โครงการ โครงการเลยออกแบบให้สามารถมองวิวทแยงมุมออกไปทางเฉียงเหนือและใต้ ถือเป็นการแก้ไขได้ดีครับ ส่วนห้องนอนได้เป็นฉากกั้นบานเลื่อน ห้องน้ำอยู่ด้านในห้องนอน

room-typical-C1M-1

1 Bedroom ขนาด 45 ตร.ม. เดินเข้าห้องมาเจอส่วนครัวก่อน ได้เป็นครัวเปิดเช่นกัน เชื่อมกับห้องนั่งเล่น ห้องน้ำอยู่ตรงส่วนครัวพิเศษกว่าแบบแรกคือมีทางเข้าห้องน้ำสองทางคือจากส่วนครัว และห้องนอน มีอ่างอาบน้ำพร้อมระบบน้ำร้อนมาให้ และตรงส่วนอ่างอาบน้ำเป็นแบบ Sexy Bathroom เป็นผนังกระจก ส่วนของห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะเชื่อมกันมีฉากกั้นเป็นบานเลื่อนแถมมาให้ ในห้องนอนมีพื้นที่สามารถทำ Walk in Closet ได้

room-typical-D1-1

2 Bedroom ขนาด 63 ตร.ม. เดินเข้าห้องมาจะเจอห้องน้ำซ้ายมือติดกับประตูทางเข้าเลยติดกับห้องน้ำเป็นห้องนอนเล็ก ส่วนครัวจะอยู่ถัดออกมา ได้เป็นครัวเปิดเชื่อมกับห้องนั่งเล่น ส่วน Master Bedroom อยู่อีกฝั่ง มีส่วนที่เป็นกระจกโค้งชั้นสูงๆวิวคงดีครับ มีพื้นที่ Walk in colset และห้องน้ำในตัวและเป็นแบบ Sexy Bathroom ตำแหน่งห้องนี้จะอยู่ตรงมุมอาคารทั้ง 4 มุม

room-duplex-F1

Duplex 1 Bedroom ขนาด 62-81.5 เดินเข้ามาเจอส่วนห้องครัว ส่วนรับประทานอาหาร และส่วนของห้องนั่งเล่นได้กระจกโค้งและเป็น Double Volume มีห้องน้ำแบบ Powder Room ที่ชั้น 1 เดินขึ้นบันไดมาชั้น 2 เจอห้องนอนเลยมีห้องน้ำแบบ Sexy Bathroom พร้อมอ่างอาบน้ำ ผนังส่วนห้องนอนเป็นกระจกมองลงไปที่ชั้นล่าง และด้านนอกได้

room-duplex-G1

Duplex 2 Bedroom ขนาด 109.5 ตร.ม. ขนาดใหญ่สุดของโครงการ เดินเข้าห้องมาจะเจอห้องครัว ส่วนรับประทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ระเบียงสองชั้น ระเบียงชั้นนอกได้กระจกโค้ง และเป็น Double Volume ส่วนห้องนอนเล็กอยู่ชั้นล่างติดกับห้องนั่งเล่นมีห้องน้ำในตัวแต่ไม่มีอ่างอาบน้ำครับ ส่วนห้องน้ำแบบ Powder Room อยู่ใต้บันไดขึ้นชั้น 2 เดินขึ้นชั้น 2 มาจะเจอโถงบันไดก่อนแยกออกเป็น 2 ห้องคือห้องทำงาน และ Master Bedroom มีห้องน้ำในตัวเป็นแบบ Sexy Bathroom

ห้องตัวอย่าง

ห้องตัวอย่างที่จะพามาชมวันนี้มี 2 แบบ

  • 1 Bedroom ขนาด 45 ตร.ม.
  • 2 Bedroom ขนาด 63 ตร.ม.

room-typical-C1M-1

1 Bedroom ขนาด 45 ตร.ม. เดินเข้าห้องมาเจอส่วนครัวก่อน ได้เป็นครัวเปิดเช่นกัน เชื่อมกับห้องนั่งเล่น ห้องน้ำอยู่ตรงส่วนครัวมีทางเข้าออกห้องน้ำสองทางคือจากส่วนครัว และในห้องนอน มีอ่างอาบน้ำพร้อมระบบน้ำร้อนมาให้ และตรงส่วนอ่างอาบน้ำเป็นแบบ Sexy Bathroom เป็นผนังกระจก ส่วนของห้องนั่งเล่นและห้องนอนจะเชื่อมกันมีฉากกั้นเป็นบานเลื่อนแถมมาให้เปิดปิดแยกส่วนกันได้ ในห้องนอนมีพื้นที่สามารถทำ Walk in Closet ได้

เริ่มจากประตูหน้าห้องกรุผิวลามิเนต มีเส้นสีทองอลูมิเนียมตกแต่ง หน้าประตูห้องจะมีป้ายบ้านเลขที่และกริ่ง

มือจับประตูเป็นแบบคันโยก ได้ Digital Door Lock ของ Yale

เดินเข้าห้องมาจะเจอส่วนครัวก่อนเลย ได้เป็นครัวเปิดเชื่อมกับพื้นที่ด้านใน ขวามือเป็นห้องน้ำ ถัดเข้าไปเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ระเบียง และห้องนอน พื้นห้องครัวเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ ส่วนในห้องนอนเป็น Engineering wood ฝ้าสูง 2.6 ม.

เดินเข้ามาแล้วมองกลับไปที่ประตูห้องจะเห็นแบบนี้

ได้ชุดเคาน์เตอร์ครัวจะได้ตามนี้เลย

ติดกับประตูห้องได้ตู้เก็บของบานเปิด 2 บาน ด้านในแบ่งช่องมาให้

ชุดเคาน์เตอร์ครัวได้เป็นบานเปิด 5 บาน และลิ้นชัก 1 ช่อง ตู้ทุกบานมี Soft close

ได้เตาไฟฟ้าหน้าเซรามิกแบบ 2 หัว พร้อมเครื่องดูดควันของ Mex ผนังด้านในกรุกระเบื้องมาให้ทำความสะอาดได้ง่าย

ได้อ่างล้างจานแบบหลุมเดียวไม่มีที่พักจานของ Mex ฝังท็อปมาให้ มีฝาปิดมาให้เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการทำครัว ท็อปเคาน์เตอร์เป็นหินสังเคราะห์

ฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัวเป็นห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำแบ่งส่วนเปียกส่วนแห้ง มีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจกเงา

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ Kohler ฝังเคาน์เตอร์หินอ่อนมาให้

ติดกันวางโถสุขภัณฑ์ของ Kohler

ฝั่งด้านในเป็นพื้นที่ส่วนเปียก มีฉากกั้นส่วนเปียกให้เป็นแบบบานเปิด 1 บาน

ด้านในจะแบ่งเป็นพื้นที่ยืนอาบน้ำ และส่วนของอ่างอาบน้ำ

พื้นที่ยืนอาบน้ำขนาด 1.57 x 0.84 ม. ด้านในเป็นอ่างอาบน้ำของ Kohler

ฝักบัวอาบน้ำแบ่งเป็น 2 ชุด ตรงส่วนยืนอาบน้ำมีทั้งฝักบัวและ Rain Shower ตรงอ่างอาบน้ำจะเป็นฝักบัวและก๊อกน้ำ

หน้าตาฝักบัวที่ได้ทรงกลมขนาดพอดีมือของ Grohe ก๊อกน้ำเป็นแบบผสมน้ำร้อนน้ำเย็น

ห้องน้ำเป็นแบบ Sexy Bathroom ผนังตรงมุมอ่างอาบน้ำมีกระจกบาน Fixed มาให้ มองไปจะเห็นส่วนของห้องนอน

ห้องน้ำมีทางเข้าออก 2 ทางคือจากห้องครัว และจากในห้องนอน

ถัดจากส่วนครัวเข้าไปจะเป็นห้องนั่งเล่น

พื้นห้องนั่งเล่นและห้องนอนเป็น Engineering wood มีตัวจบเป็นสแตนเลส

ติดกับพื้นที่ส่วนครัว วางโต๊ะรับประทานอาหารแบบโต๊ะเคาน์เตอร์ให้ดู ใครจะทำตามก็ได้นะครับประหยัดพื้นที่ดี

ถัดมาเป็นพื้นที่ส่วนห้องนั่งเล่น ด้านในสุดเป็นระเบียง ขวามือเป็นห้องนอน

วางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งให้ดู

ระยะดูทีวีประมาณ 2.3 ม. แอร์ติดผนังฝั่งนี้ 1 ตัว

ติดกับห้องนั่งเล่นจะเป็นระเบียง มีประตูกระจกบานเลื่อน 3 บาน ผ้าม่านจะได้ตามนี้เลย

เปิดประตูออกมาจะเจอระเบียงขนาด 1.12 x 2.52 ม.

ตรงระเบียงจะได้แบบ Double skin facade คือมีผนังกระจกบานเลื่อนอีกชั้น และมีราวกั้นตกมาให้ด้วย เป็นซิกเนเจอร์ของอนันดา ตรงนี้มีข้อดีคือเราสามารถใช้พื้นที่ได้เต็มที่ ช่วยกันฝนสาด กันฝุ่น หรือถ้าใครไม่ได้ใช้เป็นที่ตากผ้า ก็สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นวางโต๊ะชุดเล็ก หรือเอาโต๊ะรับประทานอาหารมาวางไว้ตรงนี้ก็ยังได้ครับ

วิวจากห้องตัวอย่างชั้น 11 มองไปฝั่งทิศเหนือด้านหน้าโครงการ

ด้านข้างเป็นพื้นที่วางคอมเพลสเซอร์แอร์ มีบานประตูเปิดปิดได้

ด้านในแขวนคอมเพลสเซอร์แอร์ 2 ตัว

มองกลับเข้ามาในห้องจะเห็นแบบนี้ ซ้ายมือเป็นห้องนอน

ตรงส่วนของห้องนอนจะได้เป็นฉากกั้นบานเลื่อน 3 บาน แบบบานทึบ

ภายในห้องนอนมีพื้นที่มาให้พอสมควร

วางเตียง 5 ฟุตมาให้ดู มีพื้นที่เหลือพอวางแบบ King Size ได้

ปลายเตียงเหลือพื้นที่ประมาณ 65 ซม.

ข้างเตียงเหลือประมาณ 1 ม.

ฝั่งปลายเตียง ใช้งานทีวีร่วมกับตรงห้องนั่งเล่นได้ หรือถ้าอยากจะติดทีวีไว้ในห้อง สามารถติดไว้ตรงผนังฝั่งขวามือก็ได้ครับแต่ต้องใช้ขายึดผนัง

ฝั่งด้านนอกมีหน้าต่างแบบบานกระทุ้ง 1 บาน และบาน Fixed แอร์ติดผนังในห้องนอน 1 ตัว

พื้นที่ริมหน้าต่างสามารถวางโซฟานั่งเล่นได้

ฝั่งด้านในเป็นห้องน้ำ และมีพื้นที่สำหรับ Walk in closet

ตรงส่วนของห้องน้ำจะเห็นผนังกระจกเข้ามุมพอดี

หน้าห้องน้ำมีส่วน Walk in closet ได้ตู้เสื้อผ้าแบบบานเปิด 6 บาน สูงถึงฝ้า

ภายในตู้เสื้อผ้าแบ่งช่องมาให้วางของและแขวนเสื้อผ้า บานตู้ทุกบานจะเป็น Soft close

2 Bedroom ขนาด 63 ตร.ม. เดินเข้าห้องมาจะเจอส่วนรับประทานอาหารและส่วนครัวก่อน พื้นที่เปิดเชื่อมกับส่วนห้องนั่งเล่น ในสุดเป็นระเบียง ขวามือติดกับประตูทางเข้าห้องเป็นห้องน้ำ ติดกับห้องน้ำเป็นห้องนอนเล็กภายในห้องมีพื้นที่มาพอประมาณ ส่วน Master Bedroom อยู่อีกฝั่ง มีส่วนที่เป็นกระจกโค้ง มีพื้นที่ Walk in colset และห้องน้ำในตัวและเป็นแบบ Sexy Bathroom

เดินเข้าห้องมาจะเจอส่วนรับประทานอาหารและส่วนครัวพื้นที่เปิดเชื่อมเข้าไปด้านในเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ขวามือเป็นห้องนอนเล็กและห้องน้ำ พื้นห้องจะได้เป็น Engineering wood ทั้งหมด ฝ้าสูง 2.6 ม.

เดินเข้ามาแล้วมองกลับไปที่ประตูห้อง ซ้ายมือเป็นห้องน้ำ

ทางเดินไปเข้าห้องน้ำขวามือ ติดกับห้องน้ำเป็นห้องนอนเล็ก

ภายในห้องน้ำมีพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้ง

สุขภัณฑ์ที่ได้ของ Koher อ่างล้างหน้าฝังเคาน์เตอร์หินอ่อนมาให้

ด้านในเป็นพื้นที่ส่วนเปียก ได้ฉากกั้นอาบน้ำแบบบานเปิด

ด้านในติดฝักบัวพร้อม Rain shower ของ Grohe พร้อมก๊อกน้ำแบบผสมน้ำร้อนน้ำเย็น

พื้นที่ส่วนเปียกขนาด 1.37 x 0.82 ม.

ออกจากห้องน้ำมาฝั่งตรงข้ามมีตู้เก็บของมาให้ด้วย เป็นแบบบานเปิด 2 บาน ขวามือเป็นห้องนอนเล็ก

ภายในห้องนอนเล็ก มีพื้นที่มาให้พอสมควร

วางเตียง 5 ฟุตชิดผนังด้านในให้ดู เหลือพื้นที่ปลายเตียงประมาณ 45 ซม.

ข้างเตียงเหลือประมาณ 73 ซม.

ระยะดูทีวีปลายเตียงประมาณ 2.45 ม. ซ้ายมือได้ตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้

ตู้เสื้อผ้าที่ได้ขนาดบานเปิด 3 บานสูงถึงฝ้า

หน้าต่างในห้องนอนเป็นบานกระทุ้ง 1 บาน ที่เหลือเป็นบาน Fixed บานกระจกเกือบเต็มผนัง แต่เฟรมกระจกเยอะไปหน่อยน่าจะให้บานใหญ่ๆไปเลย

ออกจากห้องนอนเล็กมา จะเป็นส่วนรับประทานอาหาร

วางโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งให้ดู เหลือพื้นที่พอสมควร

จากส่วนรับประทานอาหารมองเข้าไปด้านใน ขวามือเป็นส่วนครัวได้เป็นครัวเปิด

ชุดเคาน์เตอร์ครัวที่ได้เป็นบานเปิด 5 บาน และลิ้นชัก 1 ชั้น ทุกบานจะมี Soft close ให้ มีเตาไฟฟ้าพร้อมเครื่องดูดควัน และอ่างล้างจานของ Mex

ถัดเข้ามาจะเป็นส่วนห้องนั่งเล่น ในสุดเป็นระเบียง

วางโวฟาขนาด 3-4 ที่นั่งให้ดูพร้อมโต๊ะกลาง ใครจะวางโซฟาตัว L ก็ได้นะครับ

ระยะดูทีวีประมาณ  3 ม. ขวามือเป็นประตูห้อง Master Bedroom

ติดกับห้องนั่งเล่นจะเป็นระเบียง มีประตูประจกบานเลื่อน 3 บาน

เปิดออกมาจะเจอระเบียงขนาด 2.09 x 1.11 ม.

ระเบียงได้แบบ Double skin facade คือมีผนังกระจกบานเลื่อนอีกชั้น และมีราวกั้นตกมาให้ด้วย เป็นซิกเนเจอร์ของอนันดา ตรงนี้มีข้อดีคือเราสามารถใช้พื้นที่ได้เต็มที่ ช่วยกันฝนสาด กันฝุ่น หรือถ้าใครไม่ได้ใช้เป็นที่ตากผ้า ก็สามารถจัดเป็นมุมนั่งเล่นวางโต๊ะชุดเล็ก หรือเอาโต๊ะรับประทานอาหารมาวางไว้ตรงนี้ก็ยังได้ครับ

ด้านข้างเป็นส่วนวางคอมเพลสเซอร์แอร์ มีประตูเปิดปิดให้เรียบร้อย

คอมเพลสเซอร์แอร์วางที่พื้น 1 ตัว

มองกลับเข้ามาในห้องจะเห็นแบบนี้

ไปดูห้อง Master Bedroom กันต่อ

ภายในห้องมีพื้นที่มาให้พอสมควร ต่ำแหน่งของห้องนี้จะอยู่ที่มุมอาคารทั้งสี่มุม

วางเตียง King Size ให้ดู

พื้นที่ปลายเตียงเหลือประมาณ 1 ม.

ข้างเตียงเหลือพื้นที่ประมาณ 1.7 ม.

ข้างเตียงอีกฝั่งเหลือประมาณ 46 ซม.

ระยะดูทีวีปลายเตียงประมาณ 3 ม.

จุดเด่นของห้องนี้คือผนังจะได้เป็นกระจกโค้ง ถ้าวิวโล่งๆคงจะสวยดีครับ

ฝั่งด้านในเป็นห้องน้ำ และพื้นที่สำหรับ Walk in closet

ได้ตู้เสื้อผ้า Built-in มาให้ขนาดตู้ 4 บานเปิด

ด้านในตู้แบ่งช่องมาให้

ประตูห้องน้ำอยู่ด้านในอีกฝั่ง

ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกส่วนแห้ง

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมของ Kohler ฝังเคาน์เตอร์หินอ่อน มีพื้นที่วางของรอบๆ

ติดกันฝั่งนี้เป็นโถสุขภัณฑ์ของ Kohler

อีกฝั่งเป็นพื้นที่ส่วนเปียก มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เป็นแบบบานเปิด

พื้นที่ส่วนเปียกขนาด 1.17 x 0.79 ม. ด้านในเป็นอ่างอาบน้ำ

ฝักบัวอาบน้ำแบ่งเป็น 2 ชุด ตรงส่วนยืนอาบน้ำมีทั้งฝักบัวและ Rain Shower ตรงอ่างอาบน้ำจะเป็นฝักบัวและก๊อกน้ำ

ในส่วนเปียกจะมีหน้าต่างบานกระทุ้ง 1 บาน เปิดระบายอากาศได้


ราคา (ก.ค.61)

  • 1 Bedroom ขนาด 45 ตร.ม. ราคาเริ่ม 7.39 ล้านบาท

ค่าส่วนกลาง 70 บาท/ตร.ม. : ค่ากองทุน 750 บาท/ตร.ม

เงินจอง 50,000 บาท และโอนกรรมสิทธิ์ได้เลย

***รายละเอียดอื่นๆโปรดสอบถามทางโครงการครับ


สรุป

ทำเลที่ตั้งโครงการ – Q ชิดลม-เพชรบุรี อยู่ติดกับถนนเพชรบุรี ห่างจากแยกประตูน้ำประมาณ 280 ม. และซอยชิดลมประมาณ 100 ม. ซึ่งย่านนี้เป็นแหล่งพาณิชยกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯก็ว่าได้ อยู่ใกล้สถานที่สำคัญๆทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อาคารสำนักงานต่างๆ โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อใกล้สถานที่สำคัญแบบนี้แล้วเรื่องความอุดมสมบูรณ์คงไม่ต้องพูดถึง ย่านนี้ของกินเพียบครับตั้งแต่ร้านเล็กๆริมทาง ไปจนถึงร้านหรูๆในห้างสรรพสินค้า สามารถเลือกทานได้สบายๆ ร้านสะดวกซื้ออยู่ฝั่งตรงข้ามโครงการเลย หรือจะเดินย้อนไปทางแยกประตูน้ำก็มีครับ ส่วนบริเวณรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์สูง 3-4 ชั้น มีอาคารสูงบางส่วนเช่นตึก KPI และแมนฮัตตันที่ขนาบข้างโครงการเลย จึงทำให้โครงการถูกบดบังวิวทางทิศตะวันออก และตะวันตกในชั้นที่เท่ากัน และมีวิวที่เปิดโล่งทางทิศเหนือ และใต้

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว – ตัวโครงการติดถนนหลักอย่างเพชรบุรีซึ่งเป็นเส้นที่เชื่อมกับเส้นอื่นๆได้หลายเส้นทาง จะไปชิดลม ก็สะดวกมาเชื่อมถนนสุขุมวิทได้ เข้าเพลินจิต อโศก ได้สบายๆ หรือจะใช้เส้นเพชรบุรีวิ่งขนาดกับเส้นสุขขุมวิทแล้วไปเข้าซอยย่อยของสุขุมวิทอีกทีก็ทำได้ครับ หรือตรงไปออกพัฒนาการ บางนาก็ทำได้สะดวกและมีทางด่วนให้ขึ้นตรงเส้นนี้อีกด้วย ส่วนถ้ามาทางแยกประตูน้ำก็ไปได้ทั้งสยาม สีลม พระรามสี่ หรือไปราชเทวี พญาไท อนุสาวรีย์ชัยฯ หรือเข้าเส้นราชปรารภทะลุออกวิภาดีได้ แต่ถนนแถวนี้ต้องศึกษาดีๆครับเพราะบางเส้นจะเป็น One Way ต้องใช้เทคนิคนิดหน่อยเข้าซอยนั้นทะลุซอยนี้ อยู่ไปสักพักก็จะง่ายขึ้นเยอะครับ และยังอยู่ใกล้ทางด่วนเฉลิมมหานคร และทางด่วนศรีรัชอีกด้วย

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ – หน้าโครงการมีวินมอเตอร์ไซค์ โบก Taxi ได้สะดวกเพราะติดถนนเพชรบุรี มีป้ายรถเมล์รถวิ่งผ่านหลายสาย ห่างจากท่าเรือชิดลมประมาณ 200 ม. หรือจะใช้ BTS ห่างจากสถานีชิดลมประมาณ 700 ม. ใครชอบเดินก็เดินได้ครับตามทางก็มีร้านค้าเป็นระยะๆ ไม่ก็นั่งวินก็ได้ครับสะดวกดี นอกจากนี้ยังมี แอร์พอร์ตลิงค์ โดยสถานีที่ใกล้คือราชปรารภ ห่างจากโครงการประมาณ 900 ม. อนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มซึ่งสถานีที่ใกล้ห่างจากโครงการประมาณ 900 ม. เช่นกัน ตัวเลือกในการเดินทางค่อนข้างเยอะพอสมควรครับ ไม่มีรถส่วนตัวก็อยู่โครงการนี้ได้สบายๆเลย

การออกแบบโครงการและวัสดุ –ตัวอาคารออกแบบมาได้ล้ำสมัยตามสไตล์อนันดามีลูกเล่นที่เปลือกอาคาร และบนส่วนยอดตึกที่ถูกร่นระยะเข้าไปแต่ทำทรงแบบเฉียงขึ้นไปเหมือนมีมงกุฎครอบอยู่บนอาคาร ไม่ได้ทำแบบเป็นเหลี่ยมๆขั้นๆเหมือนตึกทั่วไป โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ดิน 1-2-80.9 ไร่ ซึ่งมีการจัดวางผังมาได้เต็มพื้นที่มีสวนด้านหน้า และด้านหลัง ทำถนนในโครงการวนรอบตัวตึก ชั้น 2-9 เป็นชั้นจอดรถ ชั้นพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 10-39 แบ่งห้องมาในแต่ละชั้นได้ไม่หนาแน่นทำให้แต่ละชั้นมีความเป็นส่วนตัว และจัดพื้นที่ส่วนกลางหลักๆไว้ที่ชั้น 1, 32, 33, 38, 40, 41, 42, 42M, ดาดฟ้า

ห้องพักอาศัยมีให้เลือก 4 แบบหลักๆคือตั้งแต่ 1 Bedroom ขนาด 35-47 ตร.ม. , 2 Bedroom ขนาด 63 ตร.ม. , ไปจนถึงห้อง Duplex 1 Bedroom ขนาด 62-81.5 ตร.ม. และ Duplex 2 Bedroom ขนาด 109.5 ตร.ม. แต่ละ Type ก็มีรูปแบบพื้นที่การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป โดยทางโครงการขายแบบ Fully Fitted พื้นส่วนครัวได้เป็นกระเบื้องแกรนิตโต้ และพื้นส่วนอื่นได้เป็น Engineer wood ฝ้าส่วนครัวสูง 2.4 ส่วนห้องพักสูง 2.6 ผนังได้เป็นฉาบเรียบทาสี ห้องครัวได้ชุดเคาน์เตอร์พร้อม Hob & Hood ของ Mex บานตู้ทุกบานมี Soft Close ให้ ส่วนห้องนั่งเล่นได้แอร์ Daikin 1 ตัว และผ้าม่านพร้อมซ่อนรางม่านให้ด้วย ห้องนอนได้ตู้เสื้อผ้าแบบ Built-in ห้องน้ำพื้นเป็นหินอ่อน สุขภัณฑ์ใช้ของ Kohler ทั้งหมด มีระบบน้ำร้อนมาตรงอ่างอาบน้ำ พร้อมฉากกั้นส่วนเปียก

สิ่งอำนวยความสะดวก – Facility ถือเป็นจุดเด่นของโครงการนี้เลย ทำออกมาได้สวยน่าใช้งาน และจัดมาให้เยอะพอสมควรซึ่งก็ส่งผลให้ค่าส่วนกลางสูงตามไปด้วยหลักๆของโครงการอยู่ที่ชั้น 1, 32, 33, 38, 40, 41, 42, 42M และดาดฟ้า เริ่มตั้งแต่สวนหย่อมหน้าโครงการ Lobby ที่ชั้น 1 ตกแต่งมาในสไตล์เรียบหรู มีสวนที่ชั้น 32-33 และในส่วนที่มีการร่นระยะของตึกส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่สีเขียวครับ ที่ชั้น 40 มี Libary & Co-Working Space, Social Club 2 ชั้น ที่ชั้น 41 มี Turkish hot tub หรือออนเซ็นที่ตกแต่งมาในสไตล์ตรุกี ทำออกมาได้สวยน่าใช้งาน มีห้องสำหรับอาบน้ำแยกชาย-หญิง พร้อมห้อง Sauna – Steam ที่ชั้น 42 มีสระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ 360 องศา ตรงกลางมี Deck วางเตียงนอน มี Shallow Pool และ Jacuzzi และที่สำคัญคือวิวที่นี่ดีมากจริงครับอยากให้ลองเข้าไปชม ที่ชั้น 42M เป็นห้องฟิตเนส และที่ชั้นดาดฟ้าจะมีจุดชมวิว สำหรับลิฟท์โดทยสารมีให้ 3 ตัวและลิฟท์ขนของอีก 1 ตัว ที่จอดรถ 224 คันหรือประมาณ 60% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) ระบบรักษาความปลอดภัยมีรปภ. CCTV และผ่านเข้าออกด้วยระบบ Key Card Access


คะแนน

ทำเลที่ตั้งโครงการ 8.0 ทำเลย่าน CBD ใกล้ห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่ง
การเดินทาง ใช้รถ 8.0 ติดถนนเพชรบุรีซึ่งเป็นเส้นที่เชื่อมไปยังเส้นทางอื่นหลายเส้นทาง และใกล้ทางด่วน
การเดินทาง ไม่ใช้รถ 8.0 ตัวเลือกการเดินทางมีหลากหลาย ทั้งรถเมล์, โดยสารทางเรือ, BTS, แอร์พอร์ตลิงค์, วินมอเตอร์ไซค์, Taxi
ห้องและวัสดุ 7.5 วัสดุที่ใช้อยู่ในระดับมาตรฐาน ขายแบบ Fully Fitted มี ชุดเคาน์เตอร์ครัว, ตู้เสื้อผ้า, แอร์ Daikin, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ
สิ่งอำนวยความสะดวก 9.0 สิ่งอำนวยความสะดวกจัดมาให้เยอะและมีความหลากหลายทำออกมาสวยและน่าใช้งาน แต่ก็มาพร้อมกับค่าส่วนกลางที่สูงตามไปด้วย
ความคุ้มค่ากับราคา 7.5 ตัวโครงการมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำเลใจกลางเมือง แต่ก็มีตัวเลือกอีกหลายที่ในทำเลที่ใกล้เคียงกัน และราคาที่ไม่ต่างกัน
คะแนนรวมเฉลี่ย 8.0 ดี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 02-316-2222

Website : www.ananda.co.th/th/condominium/q-chidlom-petchaburi

หากเพื่อนๆเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณครับ

และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวครับ

แสดงความคิดเห็น