
✨ เปิดชม “COBE รัชดา-พระราม 9” ไลฟ์สไตล์คอนโดพร้อมอยู่จาก SC ใจกลาง New CBD รัชดา-พระราม 9 ที่ออกแบบมาเพื่อ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด CO-BEING COMMUNITY ครบทั้งพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย ทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย ไปจนถึงพื้นที่สำหรับคนรักสัตว์ 🐶🐱
.
🌳 จัดเต็มพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวกว่า 4 ไร่ พร้อม Facilities ที่เปิดให้ใช้งานได้ทุกจุดตลอด 24 ชม. รองรับการใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน และมีห้องพักให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Studio ไปจนถึง 3 Bedroom ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.69 ล้านบาท*
.
📍 “COBE รัชดา-พระราม 9” ตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตร ใจกลางรัชดา-พระราม 9 เชื่อมต่อถนนสายหลักได้ทั้งถนนรัชดาภิเษก, ถนนพระราม 9 และถนนประชาอุทิศ ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และรถไฟฟ้าสายสีส้มในอนาคตประมาณ 1.3 กม.* จากโครงการเดินทางต่อไปยังพระราม 9, อโศก, สุขุมวิท, ลาดพร้าว และจตุจักรได้สะดวก
.
🌏 อีกหนึ่งจุดเด่นของย่านนี้คือความเป็น International Community ที่ค่อนข้างสูง มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานและพักอาศัย ทั้งยังอยู่ใกล้สถานทูตจีน, สถานทูตเกาหลี, International School และ Community ชาวจีนขนาดใหญ่ จึงรองรับทั้งคนรุ่นใหม่และ Expats ที่ต้องการอยู่อาศัยใกล้แหล่งงาน พร้อมเชื่อมต่อการใช้ชีวิตใจกลางเมืองได้ง่าย
.
🛍️ รอบโครงการรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบทั้งการกิน ช้อป และการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น Big C Extra รัชดาภิเษก, The Street รัชดาฯ, Esplanade รัชดา, Central พระราม 9 และ Fortune Town รวมถึงใกล้ รพ.ปิยะเวท, รพ.พระราม 9 และ รพ.กรุงเทพ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, กระทรวงวัฒนธรรม และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณ 1.8 กม.*
.
🧡 “โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9” เป็นไลฟ์สไตล์คอนโดพร้อมอยู่ที่พัฒนาขึ้นภายใต้ Concept “Live in a Community of Possibilities” ซึ่งไม่ได้ออกแบบให้คอนโดเป็นเพียงพื้นที่สำหรับกลับมาพักผ่อน แต่ต้องการสร้าง Community ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนที่มี Lifestyle แตกต่างกัน สามารถมาใช้ชีวิต ทำงาน พักผ่อน พบปะ และทำกิจกรรมร่วมกันได้ภายในโครงการ
.
🏙️ ตัวโครงการพัฒนาบนพื้นที่กว่า 12 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย High Rise จำนวน 9 อาคาร ได้แก่ อาคาร A-I แบ่งเป็นอาคารสูง 27 ชั้น จำนวน 8 อาคาร และอาคารสูง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งหมด 1,494 ยูนิต พร้อมอาคารส่วนกลางที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน และ Commercial Building บริเวณด้านหน้าโครงการอีก 8 ยูนิต ซึ่งปัจจุบันมี 7-Eleven เปิดให้บริการแล้ว 🛒
.
🤍 งานสถาปัตยกรรมเป็นอีกหนึ่งจุดที่สร้าง Character ให้ COBE แตกต่าง ด้วยการนำแนวคิด Hills และ Valleys มาผสมผสานกับปรัชญาการใช้ชีวิตแบบ Hygge และ Wabi-Sabi ก่อนถ่ายทอดออกมาเป็นเส้นสาย Organic Curves และรูปทรงเว้าโค้งของอาคาร ช่วยลดความแข็งของกลุ่มอาคาร High Rise ขนาดใหญ่ พร้อมคุม Mood & Tone ด้วยสีขาว ครีม และลายไม้ สร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่น เรียบง่าย และผ่อนคลาย
.
🛋️ ห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย รองรับตั้งแต่การอยู่อาศัยคนเดียว คู่รัก ไปจนถึงครอบครัว ได้แก่
🔸 Studio พื้นที่ใช้สอย 23-28 ตร.ม.
🔸 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 30-34 ตร.ม.
🔸 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอย 35-40 ตร.ม.
🔸 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 50-72 ตร.ม.
🔸 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 106 ตร.ม.
.
🏠 ห้องพักขายแบบ Fully Furnished ได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in และ Loose Furniture มาเป็นชุด ช่วยลดขั้นตอนการตกแต่งหลังรับห้อง เหลือเพียงนำของใช้ส่วนตัวและของตกแต่งเข้ามาจัดเพิ่มเติม ก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย โดยโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ในปี 2569 ✨
.
🐶🐱 สำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยง ที่นี่ยังมีอาคาร Pet-Friendly แยกไว้โดยเฉพาะ พร้อม Pet Park สำหรับพาน้อง ๆ ลงมาเดินเล่น ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมนอกห้อง รวมถึง Pet Shower สำหรับทำความสะอาดก่อนกลับขึ้นห้องพัก ช่วยให้การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดมีพื้นที่รองรับและสะดวกกับการใช้ชีวิตมากขึ้น
.
🌳 อีกหนึ่ง Highlight ใหญ่ของ COBE คือพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 4 ไร่ ออกแบบ Landscape ให้เชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างกลุ่มอาคารเข้าหากัน เกิดเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ที่สำคัญ Facilities ทุกจุดยังเปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. จึงรองรับคนที่มีตารางชีวิตแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานประจำ, Freelancer, Content Creator หรือคนที่ชอบออกกำลังกายในช่วงดึก
.
💻 สายทำงานมี COBE Main Lobby, Co-Working Space สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ, Meeting Room สำหรับประชุมแบบเป็นส่วนตัว และ Live Studio ที่เตรียมพื้นที่มาให้สำหรับถ่ายภาพ ทำ Content และ Live Streaming โดยเฉพาะ เรียกได้ว่าสามารถเปลี่ยนบรรยากาศออกมาทำงานนอกห้องพักได้ตลอดทั้งวัน
.
🏊♀️ ส่วนสายพักผ่อนและออกกำลังกาย มี Swimming Pool พร้อมพื้นที่พักผ่อนริมสระ, Pool Lounge สำหรับนั่งเล่นหรือพบปะเพื่อน ๆ, Fitness พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกาย และ Yoga Studio สำหรับการออกกำลังกายในบรรยากาศที่สงบขึ้น สามารถสลับการใช้งานระหว่างพื้นที่ Indoor และ Outdoor ได้ตาม Lifestyle
.
🌱 นอกจากนี้ โครงการยังนำแนวคิด Sustainability เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัย ทั้ง Solar Cell และพื้นที่แยกขยะเพื่อสนับสนุน Zero Waste พร้อม EV Charger จำนวน 20 ช่อง ⚡ มี Electric Scooter 🛴 สำหรับเดินทางภายในโครงการ และ Shuttle Van 🚐 รับ-ส่ง MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพิ่มความสะดวกให้กับคนที่ใช้รถไฟฟ้าในการเดินทางเป็นประจำ
.
💰 ปัจจุบัน COBE รัชดา-พระราม 9 ราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท* (ต.ค. 69) 👇✨
.
💵 ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://bit.ly/4z7Muyl
.
📍 สอบถามข้อมูลและโปรโมชันเพิ่มเติม
📲 Tel : 1749
💬 Line : https://bit.ly/4z7Muyl
.
👉 อ่านรีวิวทั้งหมดคลิก >> https://www.condonayoo.com/cobe-ratchada-rama-9/
.
#COBE #COBERatchadaRama9 #โค้บบ์รัชดาพระราม9 #คอนโดรัชดา #คอนโดพระราม9 #คอนโดห้วยขวาง #คอนโดพร้อมอยู่ #คอนโดใกล้MRT #MRTศูนย์วัฒนธรรม #PetFriendlyCondo #SCAsset #Condonayoo
EP.xxxx รีวิว โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 COBE Ratchada-Rama 9 คอนโดใหม่ แต่งครบ พร้อมอยู่ ส่วนกลางใหญ่กว่า 4 ไร่* ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ และทางด่วน เริ่ม 2.69 ล้าน*
Written by : Pure Thitapa
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน Condonayoo วันนี้เราจะพาไปชม “COBE รัชดา-พระราม 9” คอนโด High Rise พร้อมอยู่จาก SC Asset บนทำเลใจกลางรัชดา-พระราม 9 ตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. เชื่อมต่อถนนสายหลักได้ทั้งรัชดาภิเษก, พระราม 9 และประชาอุทิศ ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยประมาณ 1.3 กม.*
ทำเลนี้ถือเป็นหนึ่งใน New CBD สำคัญของกรุงเทพฯ ที่รวมทั้งแหล่งงาน อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า และ Lifestyle ไว้ด้วยกัน ขณะเดียวกันยังมีความเป็น International Community ค่อนข้างสูง จากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาพักอาศัย
โดยโครงการมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติประมาณ 45% ทั้งยังอยู่ใกล้สถานทูตจีน, สถานทูตเกาหลี, International School และ Community ชาวจีนขนาดใหญ่ จึงเป็นทำเลที่มีบรรยากาศและรูปแบบการใช้ชีวิตหลากหลาย เหมาะกับคนรุ่นใหม่ และ Expats ที่ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในเมือง
สิ่งอำนวยความสะดวกรอบ ๆ ก็มีให้เลือกครบ ทั้ง Big C Extra รัชดาภิเษก, The Street รัชดาฯ, Esplanade รัชดา, Golden Place พระราม 9, Central พระราม 9 และ Fortune Town
รวมถึงใกล้ รพ.ปิยะเวท, รพ.พระราม 9 และ รพ.กรุงเทพ ตลอดจนศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, กระทรวงวัฒนธรรม และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1.8 กม.*
“โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9” พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด CO-BEING COMMUNITY และ Concept “Live in a Community of Possibilities” ที่ไม่ได้มองคอนโดมิเนียมเป็นเพียงพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย แต่ต้องการสร้าง Community สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลาย ให้สามารถใช้ชีวิต พักผ่อน ทำงาน และทำกิจกรรมร่วมกันได้ ผ่านพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวที่จัดเต็มกว่า 4 ไร่
ด้านการออกแบบ COBE นำปรัชญาการใช้ชีวิตจาก 2 ซีกโลกมาผสมผสานเข้าด้วยกัน ได้แก่ Hygge (ฮุก-กะ) จากตะวันตก ที่เน้นความอบอุ่น ผ่อนคลาย สงบ และสบาย ถ่ายทอดผ่านแนวคิด Valleys และ Wabi-Sabi จากตะวันออก ที่ให้คุณค่ากับความงามตามธรรมชาติ ถ่ายทอดผ่านแนวคิด Hills ก่อนนำมาตีความเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ใช้เส้นสายและ Organic Curves คล้ายภูมิประเทศและแนวทิวเขา ผสานกับโทนสีขาว ครีม และลายไม้ ให้บรรยากาศดูเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และผ่อนคลาย
โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัย High Rise จำนวน 9 อาคาร ได้แก่ อาคาร A-I แบ่งเป็นอาคารสูง 27 ชั้น จำนวน 8 อาคาร และอาคารสูง 29 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งหมด 1,494 ยูนิต พร้อมอาคารส่วนกลางและ Commercial Building บริเวณด้านหน้าโครงการ จำนวน 8 ยูนิต โดยปัจจุบันมี 7-Eleven เปิดให้บริการแล้ว
ห้องพักมีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ Studio ขนาด 23-28 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาด 30-34 ตร.ม., 1 Bedroom Plus ขนาด 35-40 ตร.ม., 2 Bedroom ขนาด 50-72 ตร.ม., 3 Bedroom ขนาด 106 ตร.ม. ไปจนถึง High Ceiling Unit ขนาด 23-40 ตร.ม. รองรับทั้งการอยู่อาศัยคนเดียว คู่รัก ไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีอาคาร Pet-Friendly เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยง ส่วนห้องพักขายแบบ Fully Furnished ได้ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in และ Loose Furniture มาเป็นชุด ช่วยลดขั้นตอนในการตกแต่งเพิ่มเติม เพียงเตรียมของใช้ส่วนตัวก็สามารถเข้าอยู่อาศัยได้สะดวก โดยโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมอยู่ในปี 2569
อีกหนึ่ง Highlight คือพื้นที่ส่วนกลางและพื้นที่สีเขียวที่จัดมาให้รวมกว่า 4 ไร่ พร้อม Facilities ทุกจุดที่เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. รองรับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ได้ตั้งแต่การทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย ไปจนถึงการพบปะสังสรรค์
โดยมี COBE Main Lobby เป็นพื้นที่ต้อนรับหลักของโครงการ, Co-Working Space สำหรับนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ, Meeting Room สำหรับประชุมแบบเป็นส่วนตัว และ Live Studio พื้นที่สำหรับถ่ายภาพ ทำ Content หรือ Live Streaming
ด้าน Recreation มี Swimming Pool พร้อมพื้นที่พักผ่อนริมสระ, Pool Lounge สำหรับนั่งเล่นและพบปะเพื่อน ๆ รวมถึง Fitness ที่จัดอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายมาให้ครบ และ Yoga Studio สำหรับการออกกำลังกายที่เน้นความสงบและผ่อนคลาย ทั้งหมดเชื่อมโยงเข้ากับ Landscape และพื้นที่สีเขียวภายในโครงการ ทำให้สามารถสลับบรรยากาศการใช้งานระหว่าง Indoor และ Outdoor ได้ตลอดวัน
สำหรับอาคาร Pet-Friendly ยังมี Pet Park เป็นพื้นที่ให้น้อง ๆ ออกมาเดินเล่นและทำกิจกรรมนอกห้อง พร้อม Pet Shower สำหรับทำความสะอาดก่อนกลับขึ้นที่พัก จึงรองรับการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องออกไปหาพื้นที่ใช้งานนอกโครงการค่ะ ปัจจุบันมีราคาเริ่มต้น 2.69 ล้านบาท* (ต.ค. 69)
วันนี้ Condonayoo จะพาไปเจาะรายละเอียดและชมโครงการจริงแบบครบทุกมุม ตามไปดูกันต่อได้เลยค่ะ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://bit.ly/4z7Muyl
| ชื่อโครงการ | โค้บบ์ รัชดา-พระราม 9 COBE Ratchada-Rama 9 |
| เจ้าของโครงการ | บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด / SC Asset |
| เนื้อที่ทั้งหมด | 12-2-69.9 ไร่ |
| จำนวนตึก |
|
| จำนวนชั้น |
|
| จำนวนห้อง |
|
| ลักษณะห้องและขนาดห้อง |
|
| ที่จอดรถทั้งหมด | 740 คัน คิดเป็น 45.9% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) |
| จำนวนลิฟต์ |
|
| โซน | เขตห้วยขวาง |
| เส้นทางคมนาคม |
|
| ที่ตั้ง | ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. |
| กำหนดการ | เปิดขายปี 2566 |
| ปีที่สร้างเสร็จ | สร้างเสร็จพร้อมอยู่ปี 2569 |
| ราคา | เริ่ม 2.69 ล้านบาท* (ต.ค. 69) |
| ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม | ประมาณ 135,000 บาท/ ตร.ม.* (ต.ค. 69) |
| ค่าส่วนกลางและกองทุน |
|
| สถานที่สำคัญใกล้เคียง | ศูนย์การค้า
ตลาด ร้านสะดวกซื้อและอื่น ๆ
สถานศึกษา
โรงพยาบาล
อาคารสำนักงาน
หน่วยงานอื่น ๆ
**ระยะทางวัดจากการเดินทางสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด** |
| สิ่งอำนวยความสะดวก | ชั้น 1
ชั้น 2
ชั้น 7
ชั้น 27 (อาคาร F)
|
| Tel | 1749 |
| Line | http://line.me/R/ti/p/@scasset |
| Website | https://bit.ly/4z7Muyl |
ถนนเทียมร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม.
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/2z65Cpz6d4BFsKXF8
โครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 ตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตร ซึ่งเป็นถนน One Way ที่สามารถเชื่อมต่อออกสู่ถนนสายหลักได้ 3 เส้นทาง ทั้งถนนรัชดาภิเษก, ถนนประชาอุทิศ และถนนศูนย์วัฒนธรรม อีกทั้งจากโครงการยังมีซอยและเส้นทางลัดให้เลือกใช้หลายทาง ช่วยกระจายการเดินทางออกสู่ถนนใหญ่ได้ตามจุดหมาย ส่วนระบบขนส่งสาธารณะ ใกล้รถไฟฟ้า MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยประมาณ 1.3 กม.*
บรรยากาศรอบโครงการมีความคึกคักและมีเอกลักษณ์จากการเป็นย่านที่มีชาวจีนเข้ามาพักอาศัยและทำธุรกิจกันค่อนข้างมาก บริเวณเยื้องกับโครงการเป็นกลุ่มอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ซึ่งรวมร้านอาหารสไตล์จีนไว้มากกว่า 10 ร้าน มีตัวเลือกตั้งแต่อาหารจานเดียวไปจนถึงร้านสำหรับมานั่งรับประทานร่วมกันหลายคน พร้อมซูเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายสินค้านำเข้าจากประเทศจีน และมี 7-Eleven อยู่ในละแวกใกล้เคียง ช่วยให้การหาอาหารและซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันทำได้สะดวก
ด้านหน้าโครงการยังวางพื้นที่ Commercial Building สำหรับรองรับร้านค้าและบริการที่ช่วยเติมความสะดวกให้กับการอยู่อาศัยภายใน COBE รัชดา-พระราม 9 ทำให้ลูกบ้านสามารถแวะซื้ออาหาร เครื่องดื่ม หรือของใช้จำเป็นก่อนออกไปทำงานและกลับเข้าบ้านได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางออกไปยังศูนย์การค้าขนาดใหญ่ทุกครั้ง ช่วยให้ทำเลนี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่ออกจากบ้านจนกลับถึงโครงการ
การเดินทางโดยรถส่วนตัว : ทำเลของ COBE รัชดา-พระราม 9 ค่อนข้างเหมาะกับคนใช้รถ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ช่วงต้นถนนเทียมร่วมมิตร ตรงข้าม Supalai Wellington 1 และ 2 โดยถนนเทียมร่วมมิตรเป็นถนน One Way โครงการจะอยู่ฝั่งขาเข้าที่มาจากถนนรัชดาภิเษก ก่อนวิ่งต่อไปทางถนนประชาอุทิศ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญได้
แม้ถนนหน้าโครงการจะเดินรถทางเดียว แต่การเดินทางในละแวกนี้มีถนนเชื่อมต่อกันค่อนข้างเป็นระบบ สามารถวนกลับมายังถนนรัชดาภิเษกได้ โดยโครงข่ายถนนรอบโครงการจะเชื่อมระหว่างถนนรัชดาภิเษก, ถนนพระราม 9 และถนนประชาอุทิศ ทำให้เลือกกระจายเส้นทางได้หลายทิศทางตามจุดหมาย
จากโครงการไปถนนรัชดาภิเษก เพียง 1 กม.* และไปถนนประชาอุทิศบริเวณแยกเหม่งจ๋าย เพียง 950 ม.* ส่วนถนนพระราม 9 บริเวณแยกผังเมืองอยู่ที่ประมาณ 2.2 กม.* รวมถึงเดินทางไปยังแยกสำคัญอย่างแยกห้วยขวางและแยกพระราม 9 ได้ในระยะประมาณ 1.9-3 กม.* จึงถือว่าอยู่ไม่ไกลจากถนนและแยกหลักของโซนรัชดา-พระราม 9
เมื่อออกสู่ถนนรัชดาภิเษก จะสามารถใช้เส้นทางฝั่งเข้าเมืองมุ่งหน้าไปพระราม 9, อโศก และสุขุมวิทได้ต่อเนื่อง ส่วนการเดินทางออกเมืองไปทางพหลโยธินก็สามารถใช้จุดกลับรถในละแวกใกล้เคียงได้ อย่างไรก็ตาม ทำเลรัชดา-พระราม 9 เป็นย่านที่มีการเดินทางหนาแน่น โดยเฉพาะช่วง Rush Hour จึงควรเผื่อเวลาในการเดินทางช่วงเช้าและเย็นไว้สักหน่อย
ข้อได้เปรียบของทำเลนี้คือมีถนนย่อยและทางลัดให้เลือกค่อนข้างเยอะ หากถนนรัชดาภิเษกหรือบริเวณแยกพระราม 9 มีการจราจรหนาแน่น สามารถเปลี่ยนมาใช้ถนนประชาอุทิศ แล้วเชื่อมต่อไปยังถนนประดิษฐ์มนูธรรม หรือเส้นเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ เพื่อเดินทางต่อไปยังโซนลาดพร้าวและพื้นที่ใกล้เคียงได้อีกทาง
นอกจากนี้ COBE รัชดา-พระราม 9 ยังอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัชทั้งด่านอโศกและด่านพระราม 9 ซึ่งสามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับเส้นทางได้ ทางด่วนสายนี้เชื่อมต่อกับทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์และทางด่วนเฉลิมมหานคร ช่วยเพิ่มความคล่องตัวสำหรับการเดินทางเข้า-ออกเมือง รวมถึงการเดินทางไปยังโซนอื่น ๆ ของกรุงเทพฯ ได้สะดวกมากขึ้น โดยเส้นทางไปยังจุดขึ้น-ลงทางด่วนที่ใกล้โครงการมีดังนี้ค่ะ
จากโครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 สามารถเลือกใช้ทางด่วนศรีรัชได้ 2 ด่านหลัก โดยมีระยะทางจากโครงการใกล้เคียงกัน ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางทั้งฝั่งเข้าเมืองและออกเมือง
จุดแรกคือ ทางด่วนศรีรัช ด่านอโศก ฝั่งมุ่งหน้าดินแดง-แจ้งวัฒนะ และเชื่อมต่อไปยังดอนเมืองโทลล์เวย์ได้ จากโครงการใช้ถนนเทียมร่วมมิตร เชื่อมเข้าสู่ถนนศูนย์วัฒนธรรม ก่อนลัดออกถนนพระราม 9 เพื่อเข้าสู่ด่านอโศก ระยะทางประมาณ 3.3 กม.* ใช้เวลาขับรถประมาณ 7 นาที*
อีกทางเลือกคือ ทางด่วนศรีรัช ด่านพระราม 9 เหมาะสำหรับการเดินทางมุ่งหน้าไปเชื่อมทางด่วนฉลองรัช รวมถึงมอเตอร์เวย์เพื่อเดินทางต่อไปยังโซนสุวรรณภูมิ จากโครงการใช้ถนนเทียมร่วมมิตร เชื่อมถนนศูนย์วัฒนธรรม แล้วตัดเข้าสู่ถนนพระราม 9 ระยะทางประมาณ 3.4 กม.* ใช้เวลาขับรถประมาณ 7 นาที* เช่นเดียวกัน
ด้วยตำแหน่งที่อยู่ระหว่างจุดขึ้นทางด่วนทั้ง 2 ฝั่ง จึงสามารถเลือกด่านให้เหมาะกับจุดหมายในแต่ละวันได้ หากเดินทางขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ สามารถเลือกใช้ด่านอโศก ส่วนการเดินทางไปฝั่งตะวันออกและโซนสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถเลือกใช้ด่านพระราม 9 ได้สะดวกค่ะ
การเดินทางโดยรถไฟฟ้า : ทำเลของ COBE รัชดา-พระราม 9 ถือว่าเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าได้หลายเส้นทาง โดยสถานีที่อยู่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทางออก 1 ระยะประมาณ 1.3 กม.* เหมาะกับคนที่ใช้รถไฟฟ้าเดินทางเป็นประจำ จากหน้าโครงการสามารถนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างต่อไปยังสถานีได้สะดวก ใช้เวลาไม่นาน และช่วยเลี่ยงการจราจรบนถนนรัชดาภิเษกในช่วง Rush Hour ได้ดี
MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ยังเป็นสถานีที่เชื่อมต่อไปยังย่านธุรกิจและแหล่งงานสำคัญได้ง่าย จากสถานีนั่งไปเพียง 2 สถานี ถึง MRT เพชรบุรี ซึ่งเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link มักกะสัน สำหรับเดินทางต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเดินทาง 3 สถานี ถึง MRT สุขุมวิท เพื่อเปลี่ยนไปใช้ BTS อโศก เชื่อมต่อแนวสุขุมวิทและพื้นที่ใจกลางเมืองได้อีกทอด
หากเดินทางขึ้นไปทางฝั่งลาดพร้าว จาก MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ นั่งต่อเพียง 4 สถานี ถึง MRT ลาดพร้าว ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่สถานีลาดพร้าว เพื่อเดินทางต่อไปตามแนวลาดพร้าว-บางกะปิ-ศรีนครินทร์ และสำโรงได้ ทำให้จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพียงสายเดียวสามารถกระจายการเดินทางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ได้หลายทิศทาง
ในอนาคต MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ยังเป็นจุดเชื่อมต่อกับร ถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ ที่ใกล้จะเปิดใช้งานเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางจากย่านรัชดาฯ ไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ตามแนวรามคำแหง, ลำสาลี และมีนบุรี ทำให้ทำเลรอบโครงการมีโครงข่ายระบบรางรองรับมากขึ้นอีกในอนาคต
การเดินทางโดยรถสาธารณะ : บริเวณถนนเทียมร่วมมิตรหน้าโครงการมีมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้บริการค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับใช้เดินทางระยะสั้น รวมถึงต่อไปยัง MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ หรือพื้นที่รอบรัชดาฯ ได้สะดวก
ส่วนคนที่ต้องการใช้รถเมล์ สามารถนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกมายังถนนรัชดาภิเษก บริเวณฝั่งตรงข้าม Big C Place รัชดา ซึ่งมีป้ายรถเมล์และรถโดยสารหลายสายให้เลือกใช้ เชื่อมต่อได้ทั้งฝั่งเข้าเมืองและออกเมือง พร้อมมีสะพานลอยสำหรับข้ามถนนไปใช้งานป้ายรถเมล์อีกฝั่งได้สะดวกเช่นกัน
โครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 จะอยู่ห่างจาก MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ประตู 1 และรถไฟฟ้าสายสีส้ม สถานีศูนย์วัฒนธรรม ประตู 2 ประมาณ 1.3 กม.* ค่ะ
สิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่สำคัญรอบโครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 ถือว่าครบและหลากหลายตามลักษณะของทำเลรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นทั้งย่านที่อยู่อาศัยและแหล่งงานขนาดใหญ่ รอบ ๆ มีตั้งแต่ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ตลาด ศูนย์การค้า ไปจนถึง Office Building รวมถึงสถานศึกษา โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการหลายแห่ง
ในกลุ่มศูนย์การค้าและแหล่ง Shopping ส่วนใหญ่จะกระจายตัวอยู่ตามแนวถนนรัชดาภิเษกและพระราม 9 ใกล้โครงการมี The Street รัชดา, Big C Place รัชดา และ Esplanade รัชดา ถัดออกไปมี Show DC, Central พระราม 9, Fortune Town, Lotus’s, Decathlon และ Singha Complex ส่วนฝั่งอโศกและลาดพร้าวก็เดินทางต่อไปยัง Terminal 21, Union Mall และ Central ลาดพร้าวได้ไม่ยาก หลายแห่งสามารถเดินทางเชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าได้ค่ะ
ด้านสถานศึกษามีตัวเลือกค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรสองภาษา เช่น Regent’s International School Bangkok, KIS International School, Thai-Japanese Association School, SISB Pracha Uthit, LFIB และ Shrewsbury International School Bangkok City Campus รวมถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัยอย่าง รร.เซนต์ดอมินิก, รร.สุรศักดิ์มนตรี, รร.วัฒนาวิทยาลัย, มศว. และ ม.หอการค้าไทย
โรงพยาบาลใกล้เคียงส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ มีทั้ง รพ.พระราม 9, รพ.ปิยะเวท และ รพ.กรุงเทพ รวมถึงคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ทำให้มีตัวเลือกสำหรับการรักษาทั้งโรคทั่วไปและการรักษาเฉพาะทางในระยะที่เดินทางไปได้สะดวก
อีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลรัชดา-พระราม 9 คือเป็นย่านธุรกิจที่มี Office Building และสำนักงานใหญ่ของบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมาก ใกล้โครงการมี CW Tower ห่างออกไปเพียง 850 ม. ถัดออกไปมีทั้ง True Tower, The Ninth Tower, G Tower, SET, AIA Capital Center, เมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ และสำนักงานใหญ่ไทยประกันชีวิต จึงเหมาะกับคนที่ทำงานอยู่ในโซนรัชดา-พระราม 9 และพื้นที่ใกล้เคียง
นอกจากนี้ รอบโครงการยังมีสถานทูตและหน่วยงานสำคัญหลายแห่ง เช่น สถานทูตเกาหลีใต้, สถานทูตกัมพูชา, สถานทูตลาว และสถานทูตจีน รวมถึงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม, กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานที่ดิน สาขาห้วยขวาง ที่สามารถเดินทางไปด้วย MRT ได้สะดวกเช่นกันค่ะ
**ระยะทางวัดจากการเดินทางสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด**
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/2z65Cpz6d4BFsKXF8
การเดินทางเริ่มจาก แยกพระราม 9 ⇒ ถนนรัชดาภิเษก ⇒ แยกเทียมร่วมมิตร ⇒ ถนนเทียมร่วมมิตร ⇒ COBE รัชดา-พระราม 9 *ใกล้สถานทูตเกาหลี
ภาพประกอบการเดินทาง เราเริ่มกันที่แยกพระราม 9 ที่มาจากอโศก มุ่งหน้าไปเทียมร่วมมิตร โดยโครงการจะอยู่ใกล้สถานทูตเกาหลีค่ะ
ข้ามแยกพระราม 9 มา จะผ่าน Fortune Town และ Central พระราม 9 ทางฝั่งขวามือไป
ผ่านห้าง ร้าน อาคารสำนักงาน ย่านรัชดา-พระราม 9
ผ่าน Esplanade รัชดาภิเษก
เจอ Big C Place รัชดาภิเษก แล้วให้ชิดขวาค่ะ
พอถึงแยกเทียมร่วมมิตร ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนเทียมร่วมมิตร แยกนี้จะติดกับ The Street และ CW Tower
ตรงเข้ามายังถนนเทียมร่วมมิตร ที่เป็นถนนแบบวันเวย์
ตรงมาจะเจอกับแยกศูนย์วัฒนธรรมฯ ให้เลี้ยวซ้ายตามทางไปค่ะ
ผ่านศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, กระทรวงวัฒนธรรม, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ถึงโครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 ทางฝั่งซ้ายมือค่ะ
ด้านหน้าโครงการ COBE รัชดา-พระราม 9
ด้านหน้าโครงการจะเป็น Commercial Building จำนวน 8 ยูนิต
ภายในจะมี 7-Eleven เปิดให้บริการแล้ว
หน้าโครงการเป็นถนนเทียมร่วมมิตร
หน้าโครงการมีทางเท้ากว้าง ๆ ใช้เดินไปร้านอาหารใกล้ ๆ คอนโดได้สะดวกค่ะ
เดินมาทางขวามือ ฝั่งตรงข้ามจะมีร้านอาหารเปิดขายอยู่ประมาณ 10 ร้าน และส่วนมากจะเป็นร้านอาหารจีน
ภาพมุมสูงที่ดินโครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 มีหน้าโครงการอยู่ติดถนนเทียมร่วมมิตร ช่วงต้น ๆ เข้ามาจากถนนรัชดาภิเษก เพียง 1 กม.* และถ้าจะวิ่งไปถนนประชาอุทิศ จะมีระยะทางอยู่ที่ 950 ม.* และถนนพระราม 9 จะมีระยะทางอยู่ที่ 2.2 กม.* ค่ะ
สำหรับที่ดินของโครงการคาดว่าจะมีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่กว่า เป็น Project ขนาดใหญ่ มีอาคารพักอาศัยแบบ High-Rise 9 อาคาร และมีอาคารส่วนกลาง รวมถึง Shop 8 ยูนิต ตั้งอยู่ที่ด้านหน้าสุดค่ะ รอบ ๆ โครงการ ทางฝั่งทิศเหนือนั้นจะเป็นด้านหลังโครงการ อยู่ใกล้กับกลุ่มที่อยู่อาศัยแนบราบ 1-2 ชั้น / ฝั่งหน้าโครงการทางทิศใต้ จะเป็นถนนเทียมร่วมมิตร และคอนโด Supalai Wellington 1-2
ข้างโครงการทางฝั่งทิศตะวันออก จะเป็นโรงพยาบาลเสริมความงาม ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง และด้านในจะเป็นกลุ่มที่อยู่อาศัยแนบราบ 1-2 ชั้น ส่วนฝั่งทิศตะวันออก จะติดกับคลองชวดบางจาก และที่ดินเปล่าส่วนบุคคลขนาดใหญ่ ก็เท่ากับว่ารอบ ๆ โครงการในระยะใกล้ จะไม่มีอาคารสูงเกิน 8 ชั้น อยู่เลยค่ะ
รอบโครงการ
จุดเด่นและคอนเซ็ปต์โครงการ “COBE รัชดา-พระราม 9” เป็นโครงการคอนโดมิเนียมภายใต้แนวคิด “CO-BEING COMMUNITY” ที่ต้องการสร้างพื้นที่อยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ ให้มากกว่าการเป็นเพียงห้องพัก แต่เป็น Community ที่เปิดโอกาสให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิต ทำกิจกรรม แลกเปลี่ยนไอเดีย และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน โดยยังคงสมดุลระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลาง
ตัวโครงการพัฒนาบนที่ดินขนาดใหญ่กว่า 12 ไร่ ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยทั้งหมด 9 อาคาร วางตำแหน่งอาคารรายล้อมพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ตรงกลาง เพื่อให้ Facilities กลายเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตของคนภายในโครงการ พร้อมพื้นที่ Commercial บริเวณด้านหน้า ช่วยเติมความสะดวกให้กับการใช้ชีวิตประจำวัน
แนวคิดหลักของ COBE ถูกพัฒนาผ่าน 3 หัวใจสำคัญ ได้แก่ Place, People และ Planet
Place ให้ความสำคัญกับทั้ง Location และ Space Design โดยนำแนวคิด Community มาใช้ในการออกแบบพื้นที่ ให้ลูกบ้านมีพื้นที่สำหรับพักผ่อน ทำงาน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมร่วมกัน มี Facilities หลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำ, Fitness, Co-Working Space, Yoga Studio, Workshop Space และ Live Studio รวมถึงมีอาคารที่รองรับการเลี้ยงสัตว์ พร้อม Pet Park สำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ
ในส่วนของห้องพักมีให้เลือกตั้งแต่ Studio ไปจนถึง 3 Bedrooms รวมถึง High Ceiling Unit ทุกยูนิตขายแบบ Fully Furnished พร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบให้เหมาะกับขนาดและรูปแบบของห้อง โดยมี Flexible Furniture เข้ามาช่วยให้พื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย รวมถึง Built-in Furniture และชุดครัวที่เน้นทั้งฟังก์ชันและพื้นที่จัดเก็บ เพื่อให้ใช้พื้นที่ภายในห้องได้อย่างคุ้มค่า
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Place คือแนวคิดการออกแบบ “Valleys & Hills” ที่นำปรัชญาการใช้ชีวิตจากโลกตะวันตกและตะวันออกมาผสมผสานกัน โดย Valleys ได้แรงบันดาลใจจาก “Hygge” แนวคิดการใช้ชีวิตของชาวเดนมาร์กที่ให้ความสำคัญกับความอบอุ่น สบาย และผ่อนคลาย ส่วน Hills ถ่ายทอดแนวคิด “Wabi-Sabi” ของญี่ปุ่น ที่มองเห็นความงามจากธรรมชาติ ความเรียบง่าย และความไม่สมบูรณ์แบบ
แนวคิดทั้งสองถูกนำมาตีความผ่านงานสถาปัตยกรรมและ Interior Design ภายในโครงการ ทั้งเส้นสายและเฟอร์นิเจอร์รูปทรงโค้งมน การเลือกใช้วัสดุและ Neutral Tone รวมถึงการสร้างบรรยากาศแบบ Cozy ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย เหมาะกับการเป็นพื้นที่พักอาศัย
People คือการสร้าง Community ให้ลูกบ้านสามารถเชื่อมต่อและมีปฏิสัมพันธ์กันได้ทั้งในพื้นที่จริงและบนโลกออนไลน์ ผ่าน “COBE COMMUNITY” บน Application RueJai ซึ่งรวบรวมฟังก์ชันสำหรับการอยู่อาศัยและกิจกรรมของลูกบ้านไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการจองพื้นที่ส่วนกลาง, E-Marketplace, Virtual Board, CO-Being Chat, Homecare และ Telemed รวมถึง Community และ Club ตามความสนใจ
สุดท้ายคือ Planet ที่นำแนวคิด Sustainability เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัย ตั้งแต่พื้นที่แยกขยะที่รองรับแนวคิด Zero Waste, การติดตั้ง Solar Cell เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานในพื้นที่ส่วนกลาง ไปจนถึง EV Shuttle Service เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง
COBE รัชดา-พระราม 9 จึงถูกออกแบบภายใต้แนวคิดที่เชื่อมโยง “พื้นที่-ผู้คน-สิ่งแวดล้อม” เข้าด้วยกัน ตั้งแต่ห้องพักที่มี Flexible Furniture, พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกัน, Community ทั้ง Offline และ Online ไปจนถึงแนวคิดด้าน Sustainability เพื่อสร้างรูปแบบการอยู่อาศัยที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้รอบด้านค่ะ
Master Plan ของโครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 พัฒนาบนพื้นที่ประมาณ 12 ไร่กว่า วางผังอาคารพักอาศัยทั้งหมด 9 อาคาร กระจายตัวอยู่รอบพื้นที่โครงการ โดยใช้พื้นที่ช่วงกลางเป็นตำแหน่งของอาคารจอดรถ และ Facilities หลัก ช่วยให้ลูกบ้านจากแต่ละอาคารเดินมาใช้งานส่วนกลางได้ในระยะที่ไม่ต่างกันมาก ขณะเดียวกันก็แยกกิจกรรมส่วนกลางออกจากโซนพักอาศัย ลดการสัญจรผ่านบริเวณหน้าอาคารโดยไม่จำเป็น
เริ่มจากด้านหน้าโครงการที่ติดกับถนนเทียมร่วมมิตร จะเจอกับ Common Ground หรือ Commercial Building สูง 2 ชั้น จำนวน 8 ยูนิต ปัจจุบันมี 7-Eleven ขนาดใหญ่เปิดให้บริการแล้ว สามารถแวะซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และของใช้ประจำวันได้ก่อนเข้าหรือออกจากโครงการ ถัดเข้ามาจึงเป็นทางเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยด้านใน โดยมีไม้กระดกอัตโนมัติควบคุมการเข้า-ออกของรถยนต์ ช่วยแบ่งพื้นที่ Commercial และ Residential ออกจากกันได้ชัดเจนมากขึ้น
ผ่านเข้ามาด้านใน พื้นที่ช่วงกลางของโครงการจะเป็นที่ตั้งของ Hill Building และ Valley Building ซึ่งรวมทั้งพื้นที่จอดรถและ Facilities หลักเอาไว้ในบริเวณเดียวกัน การวางอาคารจอดรถไว้ตรงกลางช่วยกระจายการเข้าถึงไปยังอาคารพักอาศัยทั้งสองฝั่งได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีที่จอดรถบริเวณ Ground Floor กระจายไปตามแนวถนนภายใน รองรับรถยนต์รวมประมาณ 740 คัน หรือคิดเป็น 45.9% โดยไม่รวมการจอดซ้อนคัน
อีกส่วนที่เห็นได้ชัดจาก Master Plan คือการให้พื้นที่กับ Landscape ค่อนข้างมาก โดยพื้นที่ว่างระหว่างอาคารถูกนำมาจัดเป็นสวน ทางเดิน และมุมนั่งพักผ่อนต่อเนื่องไปตามแนวโครงการ เส้นสายของ Landscape เน้นรูปทรงโค้งและมีพื้นที่สีเขียวแทรกระหว่างกลุ่มอาคาร ช่วยลดความแข็งของงานสถาปัตยกรรมและพื้นที่จอดรถ พร้อมทำให้การเดินระหว่างอาคารมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น
Facilities หลักจะรวมตัวอยู่บริเวณใจกลางโครงการ มีทั้ง COBE Main Lobby, Co-Working Space ที่เปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม., Meeting Room, Live Studio, Juristic Office, Swimming Pool, Fitness, Yoga Studio และ Pool Lounge ครอบคลุมกิจกรรมตั้งแต่การพักผ่อน ออกกำลังกาย นั่งทำงาน ประชุม ไปจนถึงพื้นที่สำหรับทำ Content จึงสามารถสลับการใช้งานได้ตาม Lifestyle ของลูกบ้านในแต่ละช่วงเวลา
นอกจากพื้นที่ส่วนกลางแล้ว โครงการยังใส่แนวคิดด้าน Sustainability เข้ามาในหลายส่วน ทั้งพื้นที่สำหรับคัดแยกขยะที่สนับสนุนแนวทาง Zero Waste, การติดตั้ง Solar Cell บนอาคาร รวมถึง EV Charger จำนวน 20 ช่อง เพื่อรองรับรถยนต์ไฟฟ้า
สำหรับการเดินทางภายในโครงการมี Electric Scooter ให้ลูกบ้านใช้งาน ช่วยลดระยะการเดินระหว่างอาคารพักอาศัยและ Facilities ต่าง ๆ ส่วนการเดินทางออกไปด้านนอกมี Shuttle Van รับ-ส่งไปยัง MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับวันที่ไม่ต้องการนำรถยนต์ส่วนตัวออกไปใช้งานค่ะ
ในส่วนของอาคารพักอาศัยทั้งหมด 9 อาคาร จะแบ่งตำแหน่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ โดยกลุ่มอาคาร A-F วางเรียงต่อเนื่องไปตามแนวเดียวกัน ส่วนอาคาร G-I จะขยับเข้ามาอยู่บริเวณด้านในของโครงการ สำหรับอาคาร I จะมีความพิเศษตรงที่เป็นอาคาร Pet Friendly รองรับการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยง พร้อมจัด Pet Park และ Pet Shower ไว้บริเวณชั้นล่างใกล้กับตัวอาคารโดยเฉพาะ ลูกบ้านสามารถพาน้อง ๆ ลงมาเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือใช้ Pet Shower ทำความสะอาดก่อนกลับขึ้นห้องพักได้ โดยไม่ต้องนำไปใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับโซนอื่น
แต่ละอาคารยังมี Lobby, Mailbox และ Laundry Room เป็นของตัวเอง ช่วยให้ฟังก์ชันที่ใช้งานเป็นประจำอยู่ใกล้กับห้องพัก ไม่ต้องเดินข้ามไปยังอาคารอื่น โดยเฉพาะ Laundry Room ที่เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการติดตั้งเครื่องซักผ้าภายในห้อง หรือมีเสื้อผ้าปริมาณมากและต้องการใช้เครื่องซัก-อบส่วนกลาง
ด้านการสัญจรแนวตั้ง อาคาร A-G มีลิฟต์โดยสารอาคารละ 2 ตัว ส่วนอาคาร H-I มีลิฟต์โดยสารอาคารละ 1 ตัว แยกให้บริการตามอาคารพักอาศัยแต่ละหลัง ทำให้การเข้า-ออกและการใช้งานพื้นที่ภายในอาคารเป็นสัดส่วนค่ะ
บรรยากาศบริเวณด้านหน้าโครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 ทางเข้า-ออกโครงการจะเชื่อมต่อกับถนนเทียมร่วมมิตร โดยมีทางเข้า-ออกหลักเพียงจุดเดียว ทำให้สามารถควบคุมการเข้า-ออกและดูแลความปลอดภัยได้อย่างเป็นสัดส่วน
เข้ามาด้านในโครงการ ฝั่งซ้ายมือจะเป็น Commercial Building ความสูง 2 ชั้น จำนวน 8 ยูนิต แยกพื้นที่ออกจากโซนอาคารพักอาศัยอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้าน สามารถเข้าถึงร้านค้าและบริการต่าง ๆ ได้ง่ายโดยไม่ต้องเดินทางออกไปด้านนอกโครงการ
ปัจจุบันมี 7-Eleven ขนาดใหญ่เปิดให้บริการแล้ว เหมาะสำหรับแวะซื้อกาแฟ อาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงของกิน-ของใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวก จะซื้อก่อนออกไปทำงานหรือแวะเข้ามาซื้อก่อนกลับขึ้นห้องพักก็ใช้งานได้ง่าย
ถัดจาก Commercial Building จัดพื้นที่จอดรถสำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านค้าภายในอาคารโดยเฉพาะ ช่วยแยกพื้นที่จอดรถของผู้มาติดต่อออกจากพื้นที่จอดรถของลูกบ้านภายในโครงการ
ฝั่งตรงข้ามบริเวณก่อนเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย จะมีจุดจอดรถจักรยานและรถจักรยานไฟฟ้าของโครงการให้ลูกบ้านใช้งานได้ฟรี สามารถใช้เดินทางเชื่อมต่อไปยังอาคารพักอาศัยและอาคารส่วนกลางภายในโครงการได้ ช่วยลดระยะการเดิน โดยเฉพาะโครงการที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และแยกอาคารออกเป็นหลายโซนแบบนี้
ส่วนจุดจอด Shuttle Bus ของโครงการจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ 7-Eleven จัดตำแหน่งไว้ใกล้กับทางเข้า-ออก ทำให้ลูกบ้านสามารถเดินมารอรถได้สะดวก และไม่ต้องนำรถส่วนตัวออกไปใช้งานทุกครั้ง
ถัดเข้าไปจะเป็นทางเข้า-ออกสู่พื้นที่พักอาศัยภายในโครงการ กั้นด้วยไม้กระดกอัตโนมัติ ลูกบ้านสามารถขับรถผ่านเข้า-ออกด้วยระบบ LPR หรือระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ ช่วยให้ผ่านเข้าโครงการได้สะดวกโดยไม่ต้องลดกระจกหรือแตะบัตร
บริเวณด้านหน้าติดตั้งกล้อง CCTV สำหรับตรวจสอบรถยนต์และผู้ที่เข้า-ออกโครงการ พร้อมป้อม รปภ. ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบการเข้า-ออกก่อนเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยด้านในตลอด 24 ชม.
ผ่าน Main Gate เข้ามาภายในโครงการ จะเจอกับอาคารพื้นที่ส่วนกลางตั้งอยู่ทางด้านหน้า แบ่งออกเป็น 2 อาคาร ได้แก่ Hill Building และ Valley Building ซึ่งแม้จะแยกเป็นคนละอาคาร แต่สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้
ภายในอาคารทั้ง 2 แห่ง ยังใช้เป็นพื้นที่จอดรถของโครงการตั้งแต่ชั้น B1-6 รองรับรถยนต์ได้รวมประมาณ 740 คัน พร้อมจัดเตรียมช่องจอดสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไว้รองรับการใช้งานของลูกบ้าน
ภาพมุมสูง Hill Building และ Valley Building
ด้านหน้าจะเป็นถนนภายในโครงการ สามารถเลือกเลี้ยวซ้ายหรือขวาเพื่อกระจายรถไปยังอาคารพักอาศัยแต่ละโซนได้ โดยฝั่งขวาจะเชื่อมต่อไปยังอาคาร A, B, C, D, E, F และ Valley Parking ส่วนฝั่งซ้ายจะเชื่อมต่อไปยังอาคาร G, H, I และ Hill Parking ค่ะ
ด้านหน้าของแต่ละอาคารพักอาศัยมี Walkway เชื่อมต่อเข้าสู่ Lobby พร้อมจัด Landscape ด้วยเส้นสายโค้งมนให้สอดรับกับคอนเซ็ปต์การออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจาก Valley และ Hill ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติและลดความแข็งของตัวอาคาร
จากบริเวณนี้เราจะพาไปชมพื้นที่ส่วนกลางภายใน Hill Building และ Valley Building กันก่อน โดยพื้นที่ส่วนกลางหลักจะอยู่บนชั้น 7 ของ Hill Building มีพื้นที่ให้ใช้งานครบทั้ง Indoor และ Outdoor ซึ่งเราจะเริ่มชมจากชั้น 7 ก่อน แล้วค่อยไล่ลงไปยังพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างค่ะ
จุดเด่นคือ Facilities ทุกจุดภายในโครงการเปิดให้บริการตลอด 24 ชม. ลูกบ้านจึงสามารถเลือกใช้งานได้ตามตารางชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าจะออกกำลังกายในช่วงเช้าตรู่ หลังเลิกงานช่วงดึก หรือต้องการเปลี่ยนบรรยากาศออกมานั่งพักผ่อนนอกห้องพัก ก็สามารถเข้ามาใช้งานได้ตลอดเวลา เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการใช้ชีวิตได้มากทีเดียว
ออกมาด้านนอกจะเจอกับสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาดใหญ่
ออกแบบเป็นสระ Freeform โอบล้อมไปตามแนวอาคาร พร้อมจัด Landscape และปลูกต้นไม้ไว้รอบพื้นที่ ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและสร้างบรรยากาศให้คล้ายกับสระว่ายน้ำในรีสอร์ต สามารถว่ายน้ำพร้อมชมวิวสวนและพื้นที่รอบโครงการได้อย่างเพลิดเพลิน
สำหรับสระเด็กจะแยกพื้นที่ออกมาเป็นสัดส่วน มีขนาด 2 x 5.6 ม. และระดับน้ำลึก 60 ซม. รองรับการใช้งานของครอบครัวที่มีเด็กเล็กได้อย่างเหมาะสม
ส่วนสระผู้ใหญ่เป็นสระ Freeform ที่โอบล้อมไปตามแนวอาคาร มีความยาวประมาณ 36 ม. และระดับน้ำลึก 1.2 ม. สามารถใช้ว่ายน้ำออกกำลังกายหรือพักผ่อนได้เต็มที่ พร้อมเปิดรับวิวออกไปทางฝั่งด้านหน้าโครงการ
บริเวณริมสระจัดวาง Sunbed ไว้ให้ทั้งหมด 6 ตัว สำหรับนั่งเล่น นอนพักผ่อน หรือใช้เป็นพื้นที่พักหลังว่ายน้ำ
อีกฝั่งของสระจะเป็นทางเข้าสู่ Pool Lounge และ Yoga Studio
โดยบริเวณด้านซ้ายมือก่อนเข้าห้องมี Smart Locker และห้องน้ำส่วนกลางจัดเตรียมไว้ให้ใช้งาน
Smart Locker สามารถใช้สำหรับฝากสัมภาระระหว่างมาใช้พื้นที่ส่วนกลาง ช่วยให้ไม่ต้องนำของติดตัวเข้าไปในบริเวณสระว่ายน้ำหรือห้องออกกำลังกาย
ถัดมามีห้องน้ำแบบ Unisex จำนวน 1 ห้อง ภายในแบ่งฟังก์ชันครบทั้งส่วนแห้งและพื้นที่อาบน้ำ สามารถใช้ล้างตัวหรืออาบน้ำหลังว่ายน้ำและออกกำลังกายได้สะดวกค่ะ
ใกล้กันมี Pantry พร้อม Sink และเครื่องกดน้ำดื่มจัดเตรียมไว้ให้ลูกบ้านใช้งานระหว่างพักผ่อนหรือมาใช้ Facilities
เข้ามาภายใน Pool Lounge จะได้พื้นที่พักผ่อนขนาดใหญ่พร้อมฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume ช่วยให้บรรยากาศภายในโปร่งโล่งมากขึ้น ภายในจัดวางโซฟา โต๊ะ และเก้าอี้ไว้รองรับหลายที่นั่ง สามารถใช้เป็นมุมนั่งเล่น พักผ่อน หรือนั่งพูดคุยกันได้
ตัวห้องออกแบบด้วยผนังกระจก Full Height รอบด้าน เปิดรับแสงธรรมชาติและมองเห็นวิวสระว่ายน้ำได้จากหลายมุม ทำให้บรรยากาศภายในเชื่อมต่อกับพื้นที่ Outdoor ได้ดี
มองกลับเข้ามาด้านในจะเห็นบันไดวนที่เชื่อมต่อขึ้นไปยัง Yoga Studio บนชั้น 2 ซึ่งออกแบบเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ออกกำลังกายที่แยกออกมาจาก Fitness หลัก
ภายใน Yoga Studio จัดเตรียม Smart TV พร้อมอุปกรณ์สำหรับ Yoga ไว้ให้ครบ สามารถใช้ฝึก Yoga, Stretching หรือออกกำลังกายในรูปแบบเบา ๆ ได้ตามต้องการ
กลับมายังพื้นที่ส่วนกลางอีกฝั่ง จะเป็นทางเข้าสู่ Fitness และห้องน้ำส่วนกลาง โดยแยกห้องน้ำ Disabled, ห้องน้ำชาย และห้องน้ำหญิงออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วน
ภายในห้องน้ำ Disabled จัดเตรียมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้ครบ ทั้งอ่างล้างมือ กระจกเงา โถสุขภัณฑ์ และราวจับช่วยพยุง รองรับการใช้งานของผู้สูงอายุและผู้ใช้ Wheelchair ได้สะดวกมากขึ้น
ถัดเข้าไปทางซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิง
ภายในห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิง จัดสุขภัณฑ์มาตรฐานมาให้ครบ พร้อมพื้นที่อาบน้ำสำหรับใช้งานหลังว่ายน้ำหรือออกกำลังกาย ช่วยให้ลูกบ้านสามารถทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนกลับขึ้นห้องพักได้ค่ะ
ด้านขวามือมี Smart Locker สำหรับเก็บสัมภาระ พร้อมเครื่องกดน้ำดื่มจัดเตรียมไว้ให้ใกล้กับ Fitness
ถัดออกมาจะเข้าสู่ Fitness ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ของโครงการ ตัวห้องออกแบบด้วยผนังกระจก Full Height รอบด้าน เปิดรับวิวได้กว้างประมาณ 180 องศา ประกอบกับฝ้าเพดานสูงแบบ Double Volume จึงช่วยให้พื้นที่ออกกำลังกายดูโปร่งโล่ง ไม่รู้สึกอึดอัด และสามารถชมวิวด้านนอกได้ตลอดการออกกำลังกาย
พื้นที่ชั้นล่างจัดเป็น Cardio Zone โดยวางเครื่องออกกำลังกายหันหน้าออกสู่แนวผนังกระจก ทำให้สามารถมองเห็นทั้งวิวสระว่ายน้ำ สวน และพื้นที่ด้านหน้าโครงการได้จากหลายมุม
ด้านหน้าจัดวาง Treadmill ไว้ทั้งหมด 5 เครื่อง หันออกไปทางฝั่งด้านหน้าโครงการ สามารถวิ่งออกกำลังกายพร้อมชมวิวด้านนอกได้ค่ะ
ฝั่งซ้ายที่หันออกไปทางสระว่ายน้ำ จัดวาง Elliptical และ Exercise Bike ไว้อย่างละ 2 เครื่อง
ส่วนฝั่งขวามี Elliptical และ Recumbent Bike จัดเตรียมไว้อีกอย่างละ 2 เครื่อง กระจายอุปกรณ์ออกกำลังกายไว้รอบพื้นที่ ทำให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย
จากชั้นล่างมองขึ้นไปจะเห็น Weight Training Zone ซึ่งจัดพื้นที่แยกไว้บนชั้น 2 ของ Fitness โดยเฉพาะ
พื้นที่ชั้นบนทั้งหมดเป็น Weight Training Zone
ทางโครงการจัดเตรียม Strength Training Machine สำหรับบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ไว้เกือบ 10 เครื่อง รองรับการออกกำลังกายได้หลายรูปแบบและครอบคลุมกล้ามเนื้อหลายส่วนของร่างกาย
อีกฝั่งจัดเตรียม Sit-up Bench และ Dumbbell คละน้ำหนักไว้ให้เลือกใช้งาน พร้อมติดตั้งกระจกเงาตลอดแนวผนัง สามารถเช็กท่าทางและจัด Position ระหว่างออกกำลังกายได้สะดวกค่ะ
จาก Fitness เดินออกมาด้านนอก จะเชื่อมต่อกับทางเดินท่ามกลางพื้นที่สีเขียว มีการจัด Landscape และปลูกต้นไม้ไว้ตลอดแนว สามารถออกมาเดินเล่น รับลม หรือชมวิวรอบ ๆ โครงการได้ ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายต่อเนื่องจากพื้นที่ออกกำลังกายด้านใน
เดินวนมาทางฝั่งด้านหน้าโครงการแล้วมองกลับเข้าไป จะเห็นพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 7 ที่วางตัวอยู่ท่ามกลางกลุ่มอาคารพักอาศัย โดยมีพื้นที่สีเขียวแทรกอยู่ตามจุดต่าง ๆ ช่วยให้พื้นที่ส่วนกลางดูเป็นส่วนหนึ่งกับ Landscape ของโครงการมากขึ้น
ทางเดินด้านนอกจะเชื่อมต่อกับมุมนั่งเล่นพักผ่อนแบบ Outdoor และสามารถเดินต่อไปยังฝั่ง Valley Building ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Co-Working Space, Meeting Room และ Live Studio ได้ โดยมีลิฟต์ส่วนกลางสำหรับเชื่อมต่อไปยัง Facilities ในแต่ละชั้นค่ะ
บริเวณ Outdoor จัดวางชุดโต๊ะและเก้าอี้สนามไว้หลายจุด เหมาะกับการออกมานั่งพักผ่อน รับลม หรือชมบรรยากาศในช่วงเย็น เป็นอีกมุมที่ช่วยให้ลูกบ้านได้เปลี่ยนบรรยากาศจากพื้นที่ Indoor
จากมุมนี้มองกลับไปจะเห็นพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 7 และ Landscape ที่เชื่อมต่อพื้นที่แต่ละส่วนเข้าหากันได้อย่างต่อเนื่อง
ติดกันมีบันไดเชื่อมลงไปยังมุมนั่งเล่นพักผ่อนอีกจุด
มุมนี้ออกแบบเป็น Pavilion ทรงจั่ว ให้บรรยากาศคล้ายศาลาพักผ่อนท่ามกลางสวน ภายในจัดชุดโต๊ะและเก้าอี้สนามไว้ให้อีก 2 ที่นั่ง สามารถเลือกมานั่งพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวมากขึ้น
อีกฝั่งของชั้นนี้จะเชื่อมต่อไปยัง Valley Building โดยมีลิฟต์ส่วนกลางสำหรับขึ้น-ลงไปใช้งาน Facilities อีก 3 ชั้นของอาคาร ทำให้พื้นที่ส่วนกลางของ Hill uilding และ Valley Building เชื่อมถึงกันและสามารถสลับใช้งานได้สะดวกค่ะ
ลงลิฟต์มาที่ชั้น 3 จะเป็น Co-Working Space ขนาดใหญ่ ภายในได้บรรยากาศโปร่งโล่ง และเชื่อมต่อทางสายตากับพื้นที่ Double Volume บริเวณชั้น 2 ช่วยให้พื้นที่ดูกว้างมากขึ้น
ภายในจัดเฟอร์นิเจอร์ไว้หลากหลายรูปแบบ ทั้งโซฟาสำหรับนั่งพักผ่อน ชุดโต๊ะและเก้าอี้ รวมถึงโต๊ะทำงานแบบกลุ่มขนาด 6 ที่นั่ง รองรับได้ทั้งการนั่งทำงาน อ่านหนังสือ ประชุมงานแบบไม่เป็นทางการ หรือนำ Laptop มานั่งทำงานนอกห้องพักได้ตามสะดวก
บรรยากาศภายใน Co-Working Space ใช้เส้นสายแบบ Organic Curve ให้ความรู้สึกสงบ ผ่อนคลายเหมือนอยู่ ท่ามกลางธรรมชาติเน้นความโปร่งสบาย มีพื้นที่ให้เลือกใช้งานหลายมุม จึงสามารถเลือกที่นั่งให้เหมาะกับกิจกรรมและจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละครั้งได้
ลงมาที่ชั้น 2 จะมีฟังก์ชันเพิ่มเติมทั้ง Live Studio และ Meeting Room อย่างละ 1 ห้อง
พร้อมจัดมุมนั่งเล่นพักผ่อนไว้บริเวณด้านหน้าอีก 1 จุด สำหรับนั่งรอหรือใช้งานระหว่างวันได้ค่ะ
Meeting Room ภายในจัดวางโต๊ะประชุมขนาด 6 ที่นั่ง พร้อม Smart TV ที่สามารถเชื่อมต่อหน้าจอสำหรับ Present งาน รองรับการประชุม พูดคุยงาน หรือทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มได้อย่างสะดวก
อีกห้องจะเป็น Live Studio ซึ่งโครงการจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับถ่ายงานและ Live Streaming ไว้ให้ เหมาะกับลูกบ้านที่ทำงานด้าน Content Creator, Online Business หรือ Work From Home และต้องการพื้นที่แยกจากห้องพักเพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยสามารถ Booking วันและเวลาก่อนเข้าใช้งานได้ค่ะ
ออกจาก Live Studio จะมีมุมนั่งเล่นบริเวณด้านหน้าอีกจุด ส่วนทางขวามือมีบันไดเชื่อมต่อไปยัง Pet Park และ Pet Shower ทำให้ลูกบ้านที่พักอยู่ในอาคาร Pet Friendly สามารถเข้าถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงได้สะดวก
อีกฝั่งจัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนในบรรยากาศแบบ Camping วางพื้นที่อยู่ท่ามกลางสวนขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเป็นกันเอง เหมาะกับการออกมานั่งเล่น อ่านหนังสือ หรือพักผ่อนในช่วงเย็น
เดินต่อมาทางฝั่งด้านหน้าจะเป็น Main Lobby ส่วนกลางของโครงการ
ภายในจัดพื้นที่รับรองสำหรับลูกบ้านและแขกที่มาติดต่อ พร้อมเป็นที่ตั้งของสำนักงานนิติบุคคล สามารถเข้ามาติดต่อเรื่องการพักอาศัยและบริการต่าง ๆ ของโครงการได้ในจุดเดียว
จาก Main Lobby จะเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของ Valley Building และชั้นจอดรถได้สะดวกค่ะ
ภาพมุมสูง Valley Building ที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่เล่นระดับตรงตามแนวคิดการออกแบบโครงการค่ะ
ลงมาดูพื้นที่ชั้นล่างของกลุ่มอาคารพักอาศัยกันต่อ โดยทุกอาคารจะมี Lobby, Mailbox และ Laundry Room จัดเตรียมไว้ให้ครบ ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานได้ภายในอาคารของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเดินไปใช้งานร่วมกับอาคารอื่น
และการเข้าสู่พื้นที่ภายในอาคารพักอาศัยใช้ระบบ Face Scan ช่วยควบคุมการเข้า-ออกเฉพาะลูกบ้านและเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับโซนพักอาศัย
Lobby ของแต่ละอาคารตกแต่งมาในทิศทางเดียวกัน เน้นเฟอร์นิเจอร์โทนสีอ่อนในสไตล์ Minimal พร้อมนำเส้นสาย Organic Curve ที่ประกอบกับพาเลทสีหลัก ขาว ครีม และลายไม้มนมาใช้กับองค์ประกอบต่าง ๆ ช่วยลดความแข็งของพื้นที่และทำให้บรรยากาศดูนุ่มนวล อบอุ่น เหมาะกับการเป็นพื้นที่ต้อนรับก่อนเข้าสู่ส่วนพักอาศัย
นอกจากนี้ ทุกอาคารยังมี Laundry Room จัดเตรียมไว้ให้ ลูกบ้านสามารถลงมาใช้บริการซักและอบผ้าได้ภายในอาคารของตัวเอง เพิ่มความสะดวกสำหรับห้องพักที่ต้องการประหยัดพื้นที่ภายในห้อง หรือวันที่มีเสื้อผ้าปริมาณมากค่ะ
อีกหนึ่งพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการคือ Sky Lounge ตั้งอยู่บนชั้น 27 ของอาคาร F โดยเปิดให้ลูกบ้านจากทุกอาคารขึ้นมาใช้งานร่วมกันได้

เข้ามาภายใน Sky Lounge จะได้พื้นที่ขนาดใหญ่พร้อมฝ้าเพดานสูง ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง ตัวห้องใช้ผนังกระจก Full Height เปิดรับวิวเมืองได้กว้างเต็มสายตา พร้อมจัดมุมนั่งเล่นพักผ่อนไว้หลายรูปแบบ สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบส่วนตัวและนั่งเป็นกลุ่ม
จาก Sky Lounge บนอาคาร F สามารถมองออกไปเห็นวิวเมืองจากมุมสูงได้กว้าง โดยเฉพาะช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืนจะได้บรรยากาศที่แตกต่างจากพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้นล่าง เหมาะกับการขึ้นมานั่งพักผ่อนและเปลี่ยนบรรยากาศจากห้องพัก
ถัดมาอีกโซนของชั้นเดียวกันจัดพื้นที่ให้รองรับการนั่งทำงานมากขึ้น มีโต๊ะทำงานตัวยาวสำหรับนำ Laptop ขึ้นมาใช้งาน พร้อมมุมนั่งเล่นพักผ่อนขนาดใหญ่ ทำให้ Sky Lounge รองรับได้ทั้งการพักผ่อนและ Work From Home
พื้นที่ฝั่งนี้ยังคงใช้ผนังกระจกขนาดใหญ่ เปิดรับวิวเมืองได้กว้างเช่นเดียวกัน จึงสามารถเลือกเปลี่ยนมุมนั่งได้ตามบรรยากาศที่ต้องการค่ะ
สำหรับพื้นที่ Outdoor บริเวณรอบอาคารพักอาศัย โครงการจัด Landscape เชื่อมต่อไปตามแนวทางเดิน ทำให้การเดินระหว่างอาคารมีบรรยากาศที่ร่มรื่นขึ้น พร้อมแทรกพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมไว้ตามจุดต่าง ๆ ทั้งมุมนั่งเล่น เครื่องเล่นสำหรับเด็ก และลานน้ำพุบริเวณด้านหน้า ช่วยให้พื้นที่ระหว่างอาคารไม่ได้เป็นเพียงทางสัญจร แต่ยังสามารถออกมาใช้งานและพักผ่อนได้จริง
สำหรับ Pet Park จะตั้งอยู่บริเวณชั้น 1 ด้านหน้าอาคาร I ซึ่งเป็นอาคารที่รองรับการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ จึงแยกพื้นที่ใช้งานสำหรับสัตว์เลี้ยงออกมาเป็นสัดส่วน
ภายใน Pet Park มีสนามหญ้าสำหรับให้น้อง ๆ ออกมาเดินเล่นและทำกิจกรรม พร้อมจัดเตรียมเครื่องเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้หลายจุด ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงได้ออกกำลังกายและใช้เวลานอกห้องพัก
ด้านท้ายของ Pet Park ยังมี Pet Shower จัดเตรียมไว้ให้ ลูกบ้านสามารถพาน้อง ๆ มาอาบน้ำหรือล้างตัวหลังจากวิ่งเล่นเสร็จได้ก่อนพากลับขึ้นห้องพัก ถือเป็นฟังก์ชันที่ช่วยให้การเลี้ยงสัตว์ในคอนโดสะดวกและเป็นสัดส่วนมากขึ้นค่ะ
ชั้น 1
ชั้น 2
ชั้น 7
ชั้น 27 (อาคาร F)
โครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 5 ประเภทหลัก ครอบคลุมตั้งแต่ห้องขนาดกะทัดรัดสำหรับการอยู่อาศัยคนเดียวหรือเป็นคู่ ไปจนถึงห้องขนาดใหญ่สำหรับครอบครัว ได้แก่
ห้องพักทุกแบบขายในรูปแบบ Fully Furnished มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in และเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวครบชุด จัดวางมาให้เหมาะกับขนาดและฟังก์ชันของห้องแต่ละ Type ช่วยลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์เพิ่มเติม เตรียมเพียงของใช้ส่วนตัวก็สามารถเข้าอยู่อาศัยได้เลยค่ะ
ตัวเลือกห้องมีตั้งแต่ Studio และ 1 Bedroom ที่เหมาะกับการอยู่อาศัย 1-2 คน, 1 Bedroom Plus ที่ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นสำหรับปรับเป็นมุมทำงานหรือห้องอเนกประสงค์ ไปจนถึง 2 Bedroom และ 3 Bedroom ที่รองรับสมาชิกในครอบครัวได้มากขึ้น จึงเลือกได้ตาม Lifestyle และงบประมาณ ทั้งสำหรับซื้ออยู่อาศัยเอง หรือซื้อไว้ปล่อยเช่าก็เตรียมห้องต่อได้ไม่ยุ่งยาก
TYPW A2 Studio ขนาด 24.50 ตร.ม.
TYPE B2 1 Bedroom 32.02 ตร.ม.
TYPE B4 1 Bedroom 33.10 ตร.ม.
TYPE D1 2 Bedroom ขนาด 50.20 ตร.ม.
วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
โครงการขายห้องในรูปแบบ Fully Furnished พร้อม Flexible Furniture ครบทั้งแบบลอยตัวและ Built-in สามารถย้ายเข้าอยู่ได้ทันที หรือซื้อไว้ปล่อยเช่าต่อก็สะดวกค่ะ
วัสดุภายในห้องและสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ
แปลนห้อง Studio ขนาดประมาณ 26.00 ตร.ม. เป็นห้องพักแบบเริ่มต้นของโครงการ ภายในจัดพื้นที่แบบ Open Space พร้อม Flexible Furniture ที่ Custom Made ให้ลงตัวกับขนาดห้อง รองรับการอยู่อาศัย 1-2 คนได้กำลังพอดี
เปิดประตูเข้ามาภายในห้อง จะเจอกับ Foyer เชื่อมต่อกับครัวเปิด Walk-in Closet และห้องน้ำ ถัดเข้าไปเป็นพื้นที่พักผ่อน จัดวางมุมนั่งเล่น มุมทานอาหาร และเตียงนอนไว้ริมหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ ช่วยให้พื้นที่ภายในดูโปร่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี
ด้านซ้ายมือเป็นระเบียงขนาดพอเหมาะ พร้อมเดินระบบน้ำและระบบไฟไว้เรียบร้อย สามารถติดตั้งเครื่องซักผ้าได้เลย โดยไม่ต้องเดินงานระบบเพิ่มเติมค่ะ
ประตูห้องพักเป็นลายไม้สีอ่อน มีตาแมวติดมาให้ที่หน้าบาน พร้อม Digital Door Lock จาก Colt รองรับการใช้งานได้ 5 ระบบ เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกห้องพัก
เปิดประตูเข้ามาภายในห้องพัก จะเจอกับครัวเปิดและห้องน้ำเป็นส่วนแรก ถัดเข้าไปด้านในเป็น Living Area โดยห้องพักได้ความสูงฝ้าเพดาน 2.7 ม. ช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่ง โล่ง และอากาศหมุนเวียนได้ดี
ผนังห้องจริงเป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาว พื้นห้อง Type นี้ปู SPC ลายไม้สีอ่อน หนา 4 มม. ช่วยให้บรรยากาศภายในดูอบอุ่น และดูแลทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมติดตั้งโคมไฟ LED ทรงสี่เหลี่ยม ช่วยประหยัดพลังงาน
จากภายในห้องพัก มองกลับออกมาทางครัวเปิดและทางเข้าห้องน้ำ โดยฝ้าเพดานบริเวณครัวจะติดตั้ง Heat Detector และ Sprinkler มาให้เพื่อความปลอดภัย
บริเวณห้องครัวได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in ลายไม้มาให้ครบเซ็ต ออกแบบต่อเนื่องไปกับพื้นที่ทางเข้าห้อง ทำให้สามารถใช้พื้นที่บริเวณนี้สำหรับจัดเก็บของและทำอาหารได้อย่างคุ้มค่า
ติดกับประตูทางเข้าห้องเป็นตู้เก็บของและตู้เก็บรองเท้าแบบบานเปิด ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของโดยไม่ต้องซื้อตู้มาตั้งเพิ่มเติม
ตรงกลางทำเป็นชั้นวางของ 2 ชั้น พร้อมหมุดแขวนกุญแจ เหมาะสำหรับวางของที่หยิบใช้งานบ่อย ๆ อย่างกุญแจ กระเป๋า หรือของชิ้นเล็ก ๆ ก่อนออกจากห้อง
ด้านล่างเป็นตู้เก็บรองเท้า พร้อมชั้นวาง 2 ชั้น สามารถเก็บรองเท้าได้ประมาณ 4 คู่ ช่วยให้บริเวณทางเข้าห้องดูเป็นระเบียบมากขึ้น
ติดกันเป็นเคาน์เตอร์ครัว Built-in ที่ให้ฟังก์ชันมาค่อนข้างครบ ทั้งพื้นที่ทำอาหารและพื้นที่จัดเก็บของด้านบน-ล่าง หน้าบานกรุผิวเมลามีนลายไม้สีอ่อน พร้อมบานพับและรางเลื่อนแบบ Soft Close ช่วยให้เปิด-ปิดได้นุ่มนวล
หน้าท็อปครัวเป็นหินสังเคราะห์ ทำความสะอาดง่าย ผนัง Backsplash กรุด้วยกระเบื้องลายตารางสีเทาอ่อน พร้อมปลั๊กไฟ 1 จุด รองรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายในครัว
มุมทำอาหารอยู่ทางซ้ายมือ ติดตั้ง Hob แบบ 2 หัว ระบบสัมผัส พร้อม Hood จาก Hafele มาให้ครบชุด ข้างเตายังเหลือพื้นที่สำหรับวางขวดเครื่องปรุงหรืออุปกรณ์ทำครัวได้
ด้านขวามือเป็น Sink สแตนเลสหลุมเดี่ยว พร้อมก๊อกน้ำทรงสูงแบบก้านโยก รอบอ่างมีพื้นที่สำหรับวางน้ำยาล้างจาน ฟองน้ำ และของใช้ต่าง ๆ ได้อีกพอสมควร
จุดที่น่าสนใจคือด้านหน้า Sink มีแผ่นฝาปิดมาให้ เมื่อไม่ได้ใช้งานสามารถปิดทับเพื่อเปลี่ยนพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นพื้นที่เตรียมอาหารหรือวางของเพิ่มเติมได้ ทำให้เคาน์เตอร์ขนาดกะทัดรัดมีพื้นที่ใช้งานมากขึ้น
ด้านบนมีตู้เก็บของบานเปิด 2 ตู้ พร้อมชั้นวางของด้านในหลายชั้น ใช้เก็บถ้วย ชาม อาหารแห้ง และอุปกรณ์ทำครัวต่าง ๆ ได้เป็นสัดส่วน
ส่วนด้านล่างมีทั้งตู้เก็บของใต้ Sink, ลิ้นชักเก็บของ, ลิ้นชักพร้อมถาดใส่ช้อนส้อม และช่องสำหรับวางไมโครเวฟ โดยเตรียมปลั๊กไฟด้านหลังไว้ให้เรียบร้อย ทำให้สามารถจัดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าที่ได้เลย
ติดกับเคาน์เตอร์ครัวเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น รองรับขนาดประมาณ 7-10 คิว ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะกับการใช้งานภายในห้อง Studio
ตรงข้ามกันเป็นทางเข้าห้องน้ำและ Walk-in Closet ที่เป็นจุดเด่นของห้อง Studio นี้ค่ะ โดยโครงการติดตั้งประตูลายไม้แบบบานเลื่อนมาให้ จุดนี้เหมาะกับห้องขนาดกะทัดรัด เพราะไม่เสียพื้นที่วงสวิงในการเปิด-ปิดประตู และยังช่วยแบ่งพื้นที่ใช้งานออกจากส่วนพักผ่อนได้เป็นสัดส่วน
ข้างประตูมีชั้นวางของ Built-in แนวสูง พร้อมชั้นวางแยกมาให้ถึง 5 ชั้น เพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บของใช้ต่าง ๆ ได้อีกพอสมควร
เข้ามาด้านในจะเจอกับ Walk-in Closet และห้องน้ำที่จัดไว้ติดกัน ทำให้สามารถอาบน้ำและออกมาแต่งตัวได้สะดวก
บริเวณ Walk-in Closet ได้ตู้เสื้อผ้า Built-in แบบเข้ามุม ความสูงจรดฝ้าเพดาน ใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างคุ้มค่า ภายในแบ่งฟังก์ชันมาให้ครบทั้งราวแขวนเสื้อผ้า ราวแขวนกางเกง ชั้นวางของ และลิ้นชัก จึงสามารถแยกเก็บเสื้อผ้าและของใช้ได้เป็นหมวดหมู่
ด้านล่างยังมีลิ้นชักเก็บของขนาดใหญ่อีก 2 ช่อง เพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บเสื้อผ้าหรือของใช้ที่ไม่ต้องการวางไว้ด้านนอก
ห้องน้ำอยู่ติดกับ Walk-in Closet ทำให้เดินเข้า-ออกใช้งานและต่อเนื่องมายังพื้นที่แต่งตัวได้สะดวก โดยทางเข้าติดตั้งประตูบานทึบพร้อมมือจับก้านโยกมาให้
ภายในห้องน้ำวาง Layout แบบหน้ากว้าง ทำให้ได้ระยะใช้งานสบาย ๆ พื้นและผนังปูกระเบื้องแกรนิตโต้สีเทา ขนาด 60 x 60 ซม. แบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกัน พร้อมสุขภัณฑ์มาตรฐานจาก Mogen และพัดลมระบายอากาศ 1 เครื่อง
ภาพรวมส่วนแห้งมีระยะใช้งานสบาย ๆ
ส่วนแห้งได้อ่างล้างหน้าทรงเหลี่ยมแบบแขวนผนัง พร้อมก๊อกน้ำแบบก้านโยก ผนังด้านบนติดกระจกเงาทรงโค้งที่ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับห้องน้ำ
หน้าอ่างยังมีพื้นที่สำหรับวางของใช้ประจำวันได้เล็กน้อย
ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมสายฉีดชำระด้านข้าง
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ ได้พื้นที่ค่อนข้างกว้าง ยืนอาบน้ำได้สบาย ๆ พร้อมก่อธรณีแยกพื้นที่มาให้ หากต้องการความเป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถติดฉากกั้นกระจกหรือม่านกันน้ำเพิ่มเติมได้ภายหลัง
ภายในติดตั้ง Hand Shower พร้อมก๊อกน้ำแบบก้านโยก และมี Junction Box ที่ผนังด้านข้าง รองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นได้เลย
พื้นที่อาบน้ำด้านในยังเหลือพอสำหรับวางชั้นเก็บอุปกรณ์อาบน้ำเพิ่มเติมได้
ถัดเข้าไปด้านหลังห้องเป็น Living Area ที่รวมมุมนั่งเล่น มุมทานอาหาร และพื้นที่นอนไว้ด้วยกัน โดยโครงการเลือกใช้ Flexible Furniture เข้ามาช่วยให้พื้นที่เดียวสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามช่วงเวลาการใช้งาน
เริ่มจากมุมนั่งเล่น จะได้ฐานโซฟาพร้อมโต๊ะอเนกประสงค์ที่ออกแบบให้ใช้งานได้ทั้งเป็นโต๊ะทานอาหารและโต๊ะทำงาน


ภาพรวมพื้นที่ใช้งานบริเวณนี้
หน้าโต๊ะมีขนาดค่อนข้างกว้าง รองรับการนั่งใช้งาน 1-2 คนได้สบาย ๆ
ใต้โต๊ะยังซ่อนชั้นวางของมาให้อีก 2 ชั้น สามารถใช้เก็บของใช้ หนังสือ หรือของชิ้นเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องวางตู้เพิ่มเติมภายในห้อง
ความ Flexible ของโต๊ะอยู่ที่สามารถพับขึ้นไปเก็บชิดกับผนังได้ เมื่อไม่ได้ใช้งานหรือต้องการพื้นที่บริเวณหน้าโซฟามากขึ้น ก็สามารถเปลี่ยนจากมุมทานอาหารหรือมุมทำงานให้กลายเป็นพื้นที่นั่งเล่นที่กว้างขึ้นได้ทันที เหมาะกับห้อง Studio ที่ต้องการให้พื้นที่เดียวรองรับการใช้งานได้หลายแบบ
ด้านหน้าก็จะเหลือพื้นที่ใช้งานที่กว้างมากขึ้น
ตัวโต๊ะใช้บานพับแบบ Soft Close ทำให้พับเก็บได้สะดวก ไม่ต้องออกแรงมาก และเมื่อยกหน้าโต๊ะขึ้นไปแล้ว ด้านหลังยังออกแบบเป็นชั้นวางของตรงกลาง พร้อมตู้เก็บของแบบบานเปิดทั้งด้านบนและด้านล่าง เท่ากับว่าถึงจะพับโต๊ะเก็บไปแล้ว พื้นที่ตรงนี้ก็ยังใช้งานเป็น Storage ได้ต่อ
ส่วนโซฟาเป็นฐานไม้ที่ออกแบบเชื่อมต่อกับฐานเตียง ทำให้เฟอร์นิเจอร์ทั้งชุดดูกลมกลืนและไม่กินพื้นที่ห้องมากเกินไป พร้อมเบาะรองนั่งและเบาะพิงหลังมาให้ครบ
ใต้ฐานโซฟายังซ่อนลิ้นชักเก็บของมาให้อีก 3 ช่อง เหมาะสำหรับเก็บของใช้จุกจิกหรือของที่ไม่ได้หยิบใช้ตลอดเวลา ช่วยลดการใช้ตู้ลอยตัวเพิ่มเติมและทำให้ห้องดูเป็นระเบียบมากขึ้น
เชื่อมต่อเข้าไปด้านในเป็นฐานสำหรับวางที่นอนขนาด 5 ฟุต ซึ่งเป็นขนาดที่รองรับการนอน 1-2 คนได้กำลังดี โดยห้องจริงจะไม่ได้รวมที่นอนมาให้
ใต้ฐานเตียงมีลิ้นชักเก็บของขนาดใหญ่อีก 2 ช่อง สามารถใช้เก็บชุดเครื่องนอน เสื้อผ้า หรือของชิ้นใหญ่ได้ เป็นอีกจุดที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ Storage ให้กับห้องโดยไม่เสียพื้นที่ใช้งานเพิ่มเติม
ด้านข้างเตียงออกแบบเป็นโต๊ะหัวเตียงขนาดกะทัดรัด ใช้วางโคมไฟ โทรศัพท์มือถือ หรือของใช้ที่ต้องการหยิบใช้งานก่อนนอนได้ พร้อมปลั๊กไฟและช่องเสียบ USB ที่ผนัง รองรับการชาร์จอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้จากข้างเตียงโดยตรง
ส่วนหัวเตียงอีกฝั่งทำเป็นชั้นวางของติดผนังมาให้อีก 1 จุด ใช้วางของตกแต่งหรือของใช้ชิ้นเล็ก ๆ ได้
ข้างเตียงได้หน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ มีทั้งบาน Fixed ที่ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาภายในห้อง และบานเปิดขนาดเล็กสำหรับเปิดรับลมหรือช่วยระบายอากาศ ทำให้พื้นที่นอนที่อยู่ด้านในสุดยังดูโปร่งและไม่อึดอัด
ฝั่งตรงข้ามเตียงเป็นมุมวางทีวี
ได้ชั้นวางทีวีแบบลอยตัวพร้อมตู้เก็บของด้านล่างมาให้ ผนังด้านหลังเตรียมงานระบบไฟฟ้าสำหรับต่อใช้งานทีวีไว้เรียบร้อย
สำหรับห้อง Studio จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type เหนือชั้นวางทีวีมาให้ 1 เครื่อง ตำแหน่งอยู่ตรงข้ามกับพื้นที่พักผ่อน สามารถกระจายความเย็นเข้าสู่ Living Area ได้
ทางออกสู่ระเบียงกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน จุดเด่นคือสามารถเลื่อนเปิดได้กว้างกว่าบานเลื่อนทั่วไป ช่วยเชื่อมพื้นที่ภายในกับระเบียง และยังเปิดรับแสงธรรมชาติเข้าสู่ห้องได้มากขึ้น
ระเบียงมีขนาดพอเหมาะ ปูพื้นด้วยกระเบื้องเซรามิกกันลื่น พร้อมติดตั้งราวกันตก และเดินระบบน้ำ-ไฟรองรับการต่อใช้งานเครื่องซักผ้ามาให้เรียบร้อย สามารถซื้อเครื่องมาติดตั้งและใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องเดินระบบเพิ่มเติม
จากระเบียงมองออกไปจะได้วิวคอนโดและอาคารใกล้เคียง
มองกลับเข้ามาภายใน จะเห็นภาพรวมของห้อง Studio ที่จัดพื้นที่แต่ละฟังก์ชันต่อเนื่องกัน โดยมี Flexible Furniture เข้ามาช่วยเพิ่มทั้งพื้นที่ใช้งานและพื้นที่จัดเก็บ ทำให้ห้องขนาดประมาณ 26 ตร.ม. สามารถปรับการใช้งานให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละช่วงเวลาได้ดีค่ะ
แปลนห้อง 1 Bedroom ขนาด 31.00 ตร.ม. ห้อง Type นี้แบ่งฟังก์ชันการใช้งานได้ชัดเจนและเป็นสัดส่วนมากขึ้น รองรับการอยู่อาศัย 2 คนได้สบาย ๆ โดยพื้นที่ด้านหน้าจัดเป็น Common Area รวมครัวเปิด มุมทานอาหาร และมุมนั่งเล่นไว้ในโซนเดียวกัน พร้อมระเบียงซักล้างที่อยู่ด้านนอก
ถัดเข้าไปด้านในเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ แยกพื้นที่พักผ่อนออกจาก Common Area ภายในได้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต พร้อม Walk-in Closet และห้องน้ำในตัว ทำให้การใช้งานในชีวิตประจำวันสะดวกและต่อเนื่อง แต่เนื่องจากทางเข้าห้องน้ำอยู่ภายในห้องนอน หากมีเพื่อนหรือแขกมาเยี่ยม อาจต้องเดินผ่านห้องนอนเพื่อเข้าใช้ห้องน้ำ จึงมีรบกวนความเป็นส่วนตัวอยู่เล็กน้อยค่ะ
ห้องตัวอย่างห้องนี้เป็นห้องมุมค่ะ เมื่อเปิดเข้ามาภายในจะได้บรรยากาศที่โปร่งและสว่างมากขึ้น จากช่องแสงที่มีมากกว่าห้องทั่วไป ส่วนวัสดุมาตรฐานต่าง ๆ จะได้เหมือนกับห้อง Studio ที่พาไปชมก่อนหน้า ทั้งฝ้าเพดาน วัสดุปูพื้น และชุดครัว แต่รูปแบบและการจัดวางเฟอร์นิเจอร์จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่และฟังก์ชันของห้อง 1 Bedroom
โซนแรกของห้องเป็น Common Area ที่รวมครัวเปิด มุมนั่งเล่น และมุมทานอาหารไว้ในพื้นที่เดียวกัน การจัด Layout แบบนี้ทำให้แต่ละฟังก์ชันเชื่อมต่อกัน ใช้งานสะดวก และยังได้พื้นที่ตรงกลางห้องที่ค่อนข้างเปิดโล่ง
เริ่มจากมุมครัวเปิด จะได้เคาน์เตอร์ครัว Built-in แบบเข้ามุม พร้อมตู้เก็บของด้านบนและด้านล่างครบเซ็ต โดยรูปแบบเคาน์เตอร์ที่โอบไปตามมุมห้องช่วยเพิ่มทั้งพื้นที่เตรียมอาหารและพื้นที่จัดเก็บของได้มากขึ้น
หน้าท็อปครัวเป็นหินสังเคราะห์ ผนังด้านหลังทำ Backsplash กันเปื้อน กรุด้วยกระเบื้องลายตารางสีเทา พร้อมปลั๊กไฟ 1 จุด รองรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายในครัว
ฝั่งซ้ายมือติดตั้ง Sink ล้างจานสแตนเลสหลุมเดี่ยว พร้อมก๊อกน้ำทรงสูง และมีฝาปิดหน้า Sink มาให้เหมือนกันทุกยูนิต เมื่อไม่ได้ใช้งานสามารถปิดเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารหรือวางของบนเคาน์เตอร์ได้
มุมทำอาหารติดตั้ง Hob แบบ 2 หัว พร้อม Hood จาก Hafele มาให้ครบชุด รอบ ๆ เตายังเหลือพื้นที่สำหรับวางขวดเครื่องปรุงและอุปกรณ์ทำครัว ช่วยให้หยิบใช้งานได้สะดวก
ด้านบนมุมทำอาหารได้ตู้เก็บของแบบบานเปิด 2 ตู้ พร้อมชั้นวางของด้านในหลายชั้น สามารถแยกเก็บอาหารแห้ง ถ้วย ชาม และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้เป็นหมวดหมู่
ฝั่งเหนือ Sink ได้ตู้เก็บของแบบบานเปิดมาให้อีก 2 ตู้ เพิ่มพื้นที่ Storage ภายในครัวได้อีกพอสมควร
ส่วนตู้ด้านล่างมีให้ทั้งตู้เก็บของบานเปิด ลิ้นชักเก็บของ ลิ้นชักพร้อมถาดใส่ช้อน-ส้อม และช่องสำหรับวางไมโครเวฟ โดยเตรียมปลั๊กไฟไว้ด้านหลังให้พร้อมต่อใช้งาน สามารถจัดเครื่องใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้าที่ได้เลย
ข้างเคาน์เตอร์ครัวได้ตู้เก็บรองเท้า Built-in แนวสูง ภายในแบ่งชั้นวางรองเท้าแบบลาดเอียงมาให้ถึง 6 ชั้น สามารถเก็บรองเท้าได้ประมาณ 12-15 คู่ ถือว่าให้พื้นที่จัดเก็บมาค่อนข้างเยอะสำหรับห้องขนาด 31 ตร.ม. และยังช่วยให้บริเวณทางเข้าห้องดูเป็นระเบียบมากขึ้น
ตรงข้ามกับครัวเป็นมุมนั่งเล่นดูทีวีและมุมทานอาหาร โดยจัดพื้นที่ทั้ง 2 ฟังก์ชันให้อยู่ต่อเนื่องกัน ทำให้ Common Area ใช้งานได้หลากหลายทั้งพักผ่อน ทานอาหาร และนั่งทำงาน
มุมนั่งเล่นได้โซฟาลอยตัวขนาด 2 ที่นั่ง พร้อม Coffee Table 1 ตัวที่ด้านหน้า ระยะใช้งานกำลังดีสำหรับการพักผ่อน 1-2 คน
ตรงข้ามโซฟาได้ชั้นวางทีวีแบบลอยตัว พร้อมตู้เก็บของด้านล่าง ใช้เก็บของใช้และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ ส่วนผนังด้านหลังเตรียมงานระบบไฟฟ้ามาให้พร้อมต่อใช้งานทีวีได้เลย
ด้านหลังโซฟาจัดเป็นมุมทานอาหาร ได้โต๊ะพร้อมเก้าอี้ 2 ที่นั่งมาให้ โดยโต๊ะชุดนี้สามารถปรับการใช้งานเป็นมุมทำงานในช่วงกลางวันได้ ทำให้พื้นที่เดียวรองรับได้ทั้งการทานอาหารและ Work From Home โดยไม่ต้องเพิ่มโต๊ะอีกตัวให้เปลืองพื้นที่ภายในห้อง
บริเวณนี้เป็นอีกจุดที่ช่วยเพิ่มความโปร่งให้กับห้องมุม เพราะได้ทั้งหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่และช่องแสงบาน Fixed แนวสูง ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้าสู่ Common Area ได้มากขึ้น ส่วนทางออกไประเบียงใช้เป็นประตูกระจกบานเปิด พร้อมมือจับก้านโยก
เปิดออกมาจะเจอกับระเบียงที่ปูพื้นกระเบื้องมาให้เรียบร้อย พร้อมเดินระบบน้ำและระบบไฟฟ้ารองรับการติดตั้งเครื่องซักผ้า สามารถซื้อเครื่องมาต่อใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องเดินระบบเพิ่มเติม
จากระเบียงมองออกไปจะได้มุมมองภายนอกอาคาร
มองกลับเข้ามาภายใน จะเห็นภาพรวมของ Common Area ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่ครัว มุมทานอาหาร ไปจนถึงมุมนั่งเล่น โดยพื้นที่โซนนี้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type มาให้ 1 เครื่อง
ถัดเข้าไปด้านหลังของห้องจะเป็นพื้นที่ส่วนตัว ประกอบด้วยห้องนอน Walk-in Closet และห้องน้ำ โดยมีประตูบานทึบพร้อมมือจับก้านโยกกั้นแยกออกจาก Common Area ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่พักผ่อน
เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องนอนหน้ากว้าง ฝั่งซ้ายวางฐานเตียงนอนไว้ชิดกับหน้าต่าง ส่วนฝั่งขวาเป็น Walk-in Closet ที่เชื่อมต่อกับห้องน้ำในตัว ทำให้ฟังก์ชันพักผ่อน อาบน้ำ และแต่งตัวอยู่ใกล้กัน ใช้งานได้ต่อเนื่อง
ห้องจริงจะได้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุตมาให้ โดยไม่รวมที่นอน เมื่อวางเตียงขนาดนี้เข้าไปแล้วยังเหลือพื้นที่รอบเตียงให้เดินเข้า-ออกและใช้งานได้สะดวก รองรับการพักผ่อน 2 คนได้สบาย ๆ
บริเวณหัวเตียงออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับวางของ สามารถใช้วางโทรศัพท์มือถือ หนังสือ หรือของใช้ที่ต้องการหยิบใช้งานก่อนนอนได้สะดวก
ปลายเตียงเป็นผนังเปล่าพร้อมเตรียมงานระบบไฟฟ้ามาให้ สามารถติด Smart TV เพิ่มได้ตามต้องการ ทำให้มีมุมดูหนังส่วนตัวภายในห้องนอนได้อีกจุด ส่วนด้านบนติดตั้งเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type มาให้ 1 เครื่อง
ข้างเตียงได้หน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติและเปิดมุมมองออกไปด้านนอกได้กว้าง พร้อมบานเปิดขนาดเล็กสำหรับเปิดรับลมหรือระบายอากาศ ทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนไม่ดูทึบจนเกินไป
อีกฝั่งของห้องจัดเป็น Walk-in Closet เชื่อมต่อกับห้องน้ำ ทำให้หลังอาบน้ำสามารถออกมาแต่งตัวได้ทันที โดยไม่ต้องเดินออกไปใช้งานพื้นที่ด้านนอกห้องนอน
ตรงกลางได้โต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมกระจกเงาและเก้าอี้สตูล 1 ที่นั่ง หน้าโต๊ะมีขนาด Compact แต่ยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับวางเครื่องสำอาง น้ำหอม และของใช้ประจำวันได้
ด้านล่างโต๊ะมีลิ้นชักเก็บของมาให้อีก 2 ช่อง ช่วยเก็บของชิ้นเล็ก ๆ ไม่ให้วางกระจายอยู่บนหน้าโต๊ะ
ส่วนผนังด้านหลังมีปลั๊กไฟ 1 จุด รองรับการเสียบใช้ไดร์เป่าผม เครื่องม้วนผม หรือ Gadget ต่าง ๆ ได้สะดวก
ติดกันเป็นตู้เสื้อผ้าแบบบานเปิด ภายในแบ่งฟังก์ชันมาให้ครบทั้งราวแขวนเสื้อผ้า ราวแขวนกางเกง ลิ้นชักเก็บของ และชั้นวางของ สามารถแยกจัดเก็บเสื้อผ้าและของใช้ได้เป็นหมวดหมู่
ถัดจาก Walk-in Closet เป็นทางเข้าห้องน้ำ ทำให้ทั้ง 2 ฟังก์ชันอยู่ต่อเนื่องกันและใช้งานได้สะดวก
ห้องน้ำวาง Layout แบบหน้ากว้าง แบ่งส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำออกจากกันชัดเจน พื้นและผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้โทนสีเทา ขนาด 60 x 60 ซม. ให้บรรยากาศเรียบง่ายและสบายตา พร้อมสุขภัณฑ์จาก Mogen และพัดลมระบายอากาศที่ฝ้าเพดาน 1 เครื่อง
ภาพรวมส่วนแห้งจัดวางสุขภัณฑ์มาในระยะใช้งานสบาย ๆ ไม่ชิดกันจนเกินไป
เริ่มจากอ่างล้างมือทรงเหลี่ยม พร้อมก๊อกน้ำแบบก้านโยก ผนังด้านบนติดกระจกเงาทรงโค้งมาให้ 1 บาน ส่วนใต้อ่างติดที่แขวนกระดาษทิชชูไว้ให้เรียบร้อย
บริเวณหน้าอ่างมีพื้นที่สำหรับวางของใช้ประจำวัน อย่างขวดสบู่ล้างมือ ถ้วยใส่แปรงสีฟัน หรือของใช้ชิ้นเล็ก ๆ ได้
ติดกันเป็นโถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด ด้านข้างยังเหลือพื้นที่สำหรับวางถังขยะใบเล็กได้โดยไม่กีดขวางการใช้งาน
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ มีการก่อธรณีแยกพื้นที่เพื่อช่วยป้องกันน้ำไหลออกมายังส่วนแห้ง หากต้องการแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น สามารถติดตั้งม่านกันน้ำหรือฉากกั้นกระจกเพิ่มเติมได้ภายหลัง
ภายในติดตั้ง Hand Shower พร้อมก๊อกน้ำแบบก้านโยกมาให้ และมี Junction Box ที่ผนังสำหรับรองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น สามารถต่อใช้งานเพิ่มเติมได้สะดวก
พื้นที่อาบน้ำมีขนาดกำลังดี ยืนอาบน้ำหรือขยับตัวใช้งานได้โดยไม่ติดผนังรอบ ๆ และยังพอมีพื้นที่สำหรับเพิ่มชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำได้อีก
จากห้องน้ำและ Walk-in Closet มองกลับออกมาจะเชื่อมต่อกับห้องนอนได้โดยตรง ทำให้ฟังก์ชันส่วนตัวทั้งหมดอยู่รวมกันในโซนเดียว
ากห้องนอนมองกลับออกไปด้านหน้าห้อง จะเห็นการแบ่งพื้นที่ระหว่าง Private Area และ Common Area อย่างชัดเจน เหมาะกับคนที่ต้องการห้อง 1 Bedroom ที่ได้ความเป็นสัดส่วนมากขึ้น พร้อมเฟอร์นิเจอร์และพื้นที่จัดเก็บที่ให้มาค่อนข้างครบ รองรับการอยู่อาศัย 1-2 คนได้สบายค่ะ
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://bit.ly/4z7Muyl
COBE รัชดา-พระราม 9 เป็นคอนโด High Rise พร้อมอยู่จาก SC บนทำเลใจกลางรัชดา-พระราม 9 ซึ่งเป็นย่านที่มีความหลากหลายสูง ทั้งในด้านแหล่งงาน ที่อยู่อาศัย แหล่ง Shopping และ Lifestyle ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของคนในย่านนี้ค่อนข้างคึกคักตลอดทั้งวัน และมีความเป็น International จากกลุ่มชาวต่างชาติและ Expats ที่เข้ามาทำงาน ทำธุรกิจ และพักอาศัย โดยเฉพาะ Community ชาวจีนที่เห็นได้ชัดจากร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และธุรกิจรอบ ๆ โครงการ
ด้วย Character ของทำเลจึงค่อนข้างเข้ากับแนวคิดของ COBE ที่พัฒนามาจากคำว่า CO-BEING COMMUNITY เพราะกลุ่มผู้อยู่อาศัยไม่ได้จำกัดเฉพาะคนทำงานแบบเดิม ๆ แต่ครอบคลุมตั้งแต่ First Jobber, คนรุ่นใหม่, Freelancer, Creative, เจ้าของธุรกิจ ไปจนถึงชาวต่างชาติที่ต้องการอยู่ใกล้ใจกลางเมือง แต่ยังอยากได้พื้นที่พักอาศัยที่มี Community และพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมนอกห้องมากกว่าคอนโดทั่วไป
รอบโครงการยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ ทั้งร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน สถานศึกษา และโรงพยาบาลรวมถึงแหล่ง Lifestyle ของรัชดา-พระราม 9 จึงเป็นทำเลที่รองรับทั้งการอยู่อาศัยเองและตลาดเช่าได้หลากหลายกลุ่ม
สำหรับคนใช้รถ จุดแข็งของทำเลนี้คือมีโครงข่ายถนนให้เลือกมากกว่าการพึ่งถนนรัชดาภิเษกเพียงเส้นเดียว ตัวโครงการตั้งอยู่บนถนนเทียมร่วมมิตร ซึ่งสามารถกระจายออกสู่ถนนรัชดาภิเษก, ถนนประชาอุทิศ และถนนพระราม 9 รวมถึงใช้เส้นทางย่อยในย่านห้วยขวาง-เหม่งจ๋ายเพื่อปรับเส้นทางตามสภาพการจราจรได้
จากโครงการไปถนนประชาอุทิศบริเวณแยกเหม่งจ๋ายเพียง 950 ม.* และถนนรัชดาภิเษกเพียง 1 กม.* จากนั้นสามารถเดินทางเข้าเมืองต่อไปยังพระราม 9, อโศก และสุขุมวิท หรือเชื่อมออกไปทางลาดพร้าว, ประดิษฐ์มนูธรรม และพหลโยธินได้ ส่วนถนนพระราม 9 บริเวณแยกผังเมืองอยู่ที่ประมาณ 2.2 กม.* จึงเลือกเส้นทางได้ค่อนข้างยืดหยุ่นตามจุดหมาย
อีกข้อได้เปรียบคืออยู่ใกล้ทางด่วนศรีรัชถึง 2 จุด ทั้งด่านอโศกและด่านพระราม 9 ในระยะประมาณ 3.3-3.4 กม.* ช่วยให้การเดินทางระยะไกลทำได้คล่องตัวขึ้น ทั้งฝั่งดินแดง-แจ้งวัฒนะ, ดอนเมือง ตลอดจนฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ และสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นทำเลเมืองและมีแหล่งงานขนาดใหญ่รายล้อม ช่วง Rush Hour ควรเผื่อเวลาในการเดินทางไว้บ้าง
ระบบขนส่งสาธารณะหลักของโครงการคือ MRT สายสีน้ำเงิน โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ระยะประมาณ 1.3 กม.* แม้จะไม่ได้อยู่ในระยะเดินสบาย ๆ แต่สามารถต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากหน้าโครงการไปยังสถานีได้ง่าย และโครงการยังมี Shuttle Van รับ-ส่ง MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ เพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกบ้าน
ข้อดีของการใช้ MRT จากสถานีนี้คือเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายหลายครั้ง ทั้งพระราม 9, อโศก และสุขุมวิท รวมถึงเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าอื่นได้หลายจุด เช่น MRT เพชรบุรี เชื่อม Airport Rail Link มักกะสัน และ MRT สุขุมวิท เชื่อม BTS อโศก ส่วนฝั่งลาดพร้าวสามารถเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองได้
ในอนาคตศักยภาพของระบบรางในย่านนี้จะเพิ่มขึ้นจากรถไฟฟ้าสายสีส้ม ซึ่งมีจุดเชื่อมต่อกับ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ช่วยเปิดเส้นทางจากรัชดาฯ ไปยังรามคำแหง ลำสาลี และมีนบุรีได้สะดวกขึ้น จึงเป็นทำเลที่มีทางเลือกทั้งรถยนต์และระบบขนส่งสาธารณะรองรับในระยะยาว
หนึ่งในจุดที่ทำให้ COBE รัชดา-พระราม 9 แตกต่างจากคอนโด High Rise ทั่วไป คือการพัฒนาโครงการภายใต้แนวคิด Live in a Community of Possibilities ที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่นอกห้องพักพอ ๆ กับพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อสร้าง Community สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มี Lifestyle และรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน
งานออกแบบนำแนวคิดจาก 2 วัฒนธรรมมาผสมกัน ได้แก่ Hygge จากฝั่งตะวันตกที่เน้นความอบอุ่น สบาย และผ่อนคลาย ถ่ายทอดผ่านแนวคิด Valleys และ Wabi-Sabi จากฝั่งตะวันออกที่มองเห็นคุณค่าของความงามตามธรรมชาติ ถ่ายทอดผ่านแนวคิด Hills ก่อนนำมาพัฒนาเป็นภาษาสถาปัตยกรรมที่ใช้เส้น Organic Curves รูปทรงอ่อนโยน และโทนสีขาว ครีม ผสมลายไม้ ทำให้อาคารและ Landscape ดูเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดเดียวกัน
การวางอาคารพักอาศัยทั้ง 9 อาคาร แบ่งออกเป็นกลุ่ม A-F และ G-I โดยมีอาคารจอดรถและ Facilities ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง พร้อมสอดแทรกพื้นที่สวนและพื้นที่สีเขียวทั่วโครงการรวมกว่า 4 ไร่ จึงไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนคอนโดที่มีเพียงอาคารสูงเรียงต่อกัน แต่มีพื้นที่เปิดโล่งและพื้นที่สำหรับออกมาใช้ชีวิตร่วมกับ Community อยู่ระหว่างกลุ่มอาคาร
ในส่วนห้องพัก การออกแบบเน้นฟังก์ชันที่ใช้งานจริงและเข้ากับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ มีพื้นที่พักผ่อน ครัว ห้องนอน และพื้นที่เก็บของจัดเป็นสัดส่วนตามขนาดของแต่ละ Type รวมถึงเลือกใช้โทนสีและวัสดุที่ให้บรรยากาศอบอุ่น เรียบง่าย สามารถนำเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งหลายสไตล์เข้ามาจัดต่อได้ง่าย เหมาะทั้งการอยู่คนเดียว อยู่เป็นคู่ หรือเลือกห้องขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ทำงานและพื้นที่ส่วนตัวเพิ่มขึ้น
ห้องพักที่ขายเป็นแบบ Fully Furnished โดยโครงการจัดเตรียมงาน Built-in และอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นมาให้ตามมาตรฐานของห้องแต่ละ Type ช่วยลดขั้นตอนและงานตกแต่งที่ต้องทำเพิ่มเติมหลังรับห้องได้พอสมควร เจ้าของห้องจึงเหลือเพียงการเลือก Loose Furniture และของตกแต่งเพิ่มเติมให้เข้ากับ Lifestyle และการใช้งานของตัวเองเป็นหลักค่ะ
Facilities ถือเป็นอีกหนึ่ง Highlight ของ COBE รัชดา-พระราม 9 ที่สะท้อนแนวคิด CO-BEING COMMUNITY ได้ชัดเจน เพราะโครงการไม่ได้จัดพื้นที่ส่วนกลางไว้สำหรับการพักผ่อนเพียงอย่างเดียว แต่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่รองรับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ได้ตลอดทั้งวัน และที่สำคัญคือ พื้นที่ส่วนกลางทุกจุดเปิดให้ใช้งานตลอด 24 ชม. ลูกบ้านจึงสามารถเลือกเวลาใช้งานให้เข้ากับตารางชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นคนทำงานเป็นเวลา, Freelancer, คนทำงานแบบ Hybrid หรือกลุ่มที่มี Lifestyle ช่วงกลางคืน
ส่วนกลางหลักจะรวมอยู่บริเวณ Hill Building และ Valley Building ใจกลางโครงการ ประกอบด้วย COBE Main Lobby, Co-Working Space, Meeting Room, Live Studio, Swimming Pool, Fitness, Yoga Studio และ Pool Lounge พร้อมพื้นที่สวนและ Landscape ที่กระจายเชื่อมต่อระหว่างกลุ่มอาคาร รวมพื้นที่สีเขียวและส่วนกลางกว่า 4 ไร่ รองรับทั้งการทำงาน ประชุม ออกกำลังกาย พักผ่อน หรือออกมาพบปะและทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ ได้โดยไม่จำกัดเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
นอกจาก Facilities ส่วนกลางขนาดใหญ่แล้ว แต่ละอาคารยังมี Lobby, Mailbox และ Laundry Room แยกไว้ให้ใช้งาน ลดการกระจุกตัวของลูกบ้านจากทั้ง 9 อาคาร ส่วนอาคาร I เป็นอาคาร Pet-Friendly พร้อม Pet Park และ Pet Shower ด้านล่าง รองรับลูกบ้านที่เลี้ยงสัตว์ให้สามารถพาน้อง ๆ ลงมาใช้งานพื้นที่ได้สะดวก
โครงการยังใส่ฟังก์ชันที่ตอบรับการใช้ชีวิตยุคใหม่ ทั้ง EV Charger 20 ช่อง, Electric Scooter สำหรับเดินทางภายในโครงการ และ Shuttle Van รับ-ส่ง MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พร้อมแนวคิดด้าน Sustainability อย่างพื้นที่แยกขยะเพื่อสนับสนุน Zero Waste และ Solar Cell บนอาคาร ส่วนที่จอดรถรองรับได้ 740 คัน หรือประมาณ 45.9% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มีการแบ่งพื้นที่ Commercial ด้านหน้าออกจาก Residential Zone ด้านในอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมควบคุมการเข้า-ออกก่อนเข้าสู่พื้นที่พักอาศัย จึงยังคงความเป็นส่วนตัวของลูกบ้านไว้ ขณะที่พื้นที่ด้านในเปิดโอกาสให้คนในโครงการออกมาใช้ชีวิตและสร้าง Community ร่วมกันได้เต็มที่ตลอด 24 ชม.
Tel : 1749
Line : http://line.me/R/ti/p/@scasset
Website : https://www.scasset.com/th/condominium/cobe-ratchada-rama9/
หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " EP.xxxx รีวิว COBE รัชดา-พระราม 9 คอนโดใหม่ แต่งครบ พร้อมอยู่ ส่วนกลางใหญ่กว่า 4 ไร่* ใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ และทางด่วน เริ่ม 2.69 ล้าน* "