
🐾🐶 ใครกำลังมองหา “คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่” ที่เลี้ยงสัตว์ได้จริง ใกล้ MRT แบบเดินไปได้สบาย ๆ และราคาเริ่มต้นยังไม่ถึง 2 ล้าน… โครงการนี้น่าสนใจมากกก! 🩵✨
.
วันนี้พามาชมโครงการ ‘The Muve Paw บางแค’ คอนโด Pet-Friendly พร้อมอยู่จาก Sansiri ที่ออกแบบมาเอาใจทั้งคนรุ่นใหม่ สาย First Jobber นักศึกษา หรือคนทำงานในเมือง ที่อยากมีพื้นที่ของตัวเองแบบครบ ๆ ในงบเริ่มต้นเพียง 1.85 ล้านบาท* 🐕🐈
.
🚆 ตัวโครงการตั้งอยู่ในซอยประสาน ถนนเพชรเกษม ใกล้ MRT บางแค เพียง 190 ม.* เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าได้สบายมาก หรือจะใช้ Shuttle Service ของโครงการก็สะดวกสุด ๆ เชื่อมต่อเข้าเมืองโซนสีลม-สาทรได้ง่าย และยัง Interchange ไป BTS สายสีลมที่สถานีบางหว้าได้อีกด้วย ใครทำงานในเมืองแต่ไม่อยากแบกงบคอนโดแรง ๆ ทำเลนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยค่ะ ✨
.
🛍️☕ รอบโครงการคือใช้ชีวิตง่ายมาก เพราะอยู่ใกล้ Lotus’s บางแค แบบเดินซื้อของได้ทุกวัน ใกล้ทั้ง The Mall Lifestore บางแค, Seacon บางแค, ตลาด ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงพยาบาล และสถานศึกษาหลายแห่ง ครบทั้งเรื่องกิน เที่ยว และใช้ชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องเดินทางไกล
.
🐾 The Muve Paw บางแค เป็นคอนโด Low-Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ดีไซน์โมเดิร์นโทนสีเทาตัดเหลือง-เขียว ดูสดใสและสะท้อนความเป็น Pet-Friendly ได้ชัดเจน ภายในมีทั้งหมด 261 ยูนิต มีห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ขนาดประมาณ 24.00-35.50 ตร.ม. เหมาะทั้งอยู่คนเดียว อยู่กับแฟน หรือคนที่อยากมีพื้นที่เพิ่มสำหรับ Work From Home และมุมของน้อง ๆ 🏡✨
.
🛋️ อีกจุดที่ชอบคือโครงการขายแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์ครบพร้อมอยู่ ช่วยลดภาระเรื่องแต่งห้องไปได้เยอะมาก ซื้ออยู่เองก็สะดวก หรือใครมองลงทุนปล่อยเช่าก็ต่อยอดได้ง่ายเช่นกัน 💸
.
🌿 Facilities ภายในโครงการถือว่าจัดมาให้ครบเกินราคา เริ่มตั้งแต่ Semi-Outdoor Lobby พื้นที่ต้อนรับแบบเปิดรับลมธรรมชาติ เหมาะกับการนั่งพัก เปลี่ยนบรรยากาศ หรือใช้เป็นมุมรอเพื่อนก่อนขึ้นห้อง
.
💪 สายเฮลตี้ก็มี Gym พร้อมเครื่องเล่นพื้นฐานครบทั้ง Cardio และ Weight Training รองรับการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันได้สบาย ไม่ต้องออกไปสมัคร Fitness ด้านนอกเพิ่ม
.
💻 สำหรับสายทำงานหรือเรียนออนไลน์ ภายในยังมีทั้ง Co-Working Garden, Co-Working Space และ Meeting Room ให้เลือกใช้งาน จะนั่งทำงานชิล ๆ ท่ามกลางสวนสีเขียว หรือประชุมจริงจังก็รองรับครบ
.
🎥✨ อีกฟังก์ชันที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มาก ๆ คือ Live Studio สำหรับสาย Creator, ไลฟ์สด หรือคนที่ต้องถ่าย Content บ่อย ๆ มีพื้นที่ใช้งานเฉพาะทางภายในโครงการ ช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้นเยอะเลยค่ะ
.
🐕🐈 ส่วนสาย Pet Parent น่าจะถูกใจมาก เพราะมี Pet Garden พร้อมพื้นที่วิ่งเล่น จุดวางน้ำ และจุดล้างเท้าสัตว์เลี้ยงแยกไว้โดยเฉพาะ ทำให้ใช้ชีวิตร่วมกับน้อง ๆ ได้สะดวกและเป็นระเบียบมากขึ้น
.
⚡ ด้านความปลอดภัยก็ให้มาครบ ทั้ง Face Scan, CCTV และ รปภ. ตลอด 24 ชม. รวมถึงมี EV Charger รองรับรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย ถือว่าเป็นคอนโดเริ่มต้นที่ให้ฟังก์ชันมาค่อนข้างครบเลยค่ะ
.
💰 ราคาเริ่มต้น 1.85 ล้านบาท* (พ.ค. 69)
.
ใครกำลังมองหาคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ใกล้ MRT พร้อมอยู่ และราคาเข้าถึงง่ายในโซนฝั่งธน โครงการนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าจับตามองมาก ๆ เลยค่ะ 🩵✨
.
💵 ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก : https://siri.ly/EK4kk45
.
📍 สอบถามข้อมูลและโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่
📲 Tel : 1685
💬 Line : https://siri.ly/nGTKmU5
.
👉 อ่านรีวิวทั้งหมดคลิก >> https://www.condonayoo.com/the-muve-paw-bangkhae/
.
____________________
📌 ติดตาม Condonayoo เพิ่มเติมได้ที่
💻 Website ▶ Condonayoo.com
💬 Facebook ▶ condonayoo.fc
🎬 YouTube ▶ Youtube.com/@condonayoo9616
🎶 Tiktok ▶ Tiktok.com/@condonayoo
EP.xxxx รีวิว เดอะ มูฟ พอว์ บางแค The Muve Paw Bangkhae คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เลี้ยงสัตว์ได้ ใกล้ MRT บางแค และ Lotus’s บางแค เริ่ม 1.85 ล้าน*
Written by : Pure Thitapa
สวัสดีค่ะ คุณผู้อ่าน Condonayoo ทุกคน วันนี้เราจะพาไปชมโครงการ ‘The Muve Paw บางแค‘ คอนโดใหม่เลี้ยงสัตว์ได้จาก Sansiri ที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ทั้งกลุ่ม First Jobber, นักศึกษา หรือคนทำงานในเมืองที่อยากมีคอนโดแรกของตัวเองในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมได้ฟังก์ชัน Pet-Friendly สำหรับคนเลี้ยงน้องหมา น้องแมวแบบจริงจัง บนทำเลบางแคที่ใช้ชีวิตสะดวกและเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายค่ะ
ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยประสาน ถนนเพชรเกษม ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีบางแค เพียง 190 ม.* เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่โซน CBD สีลม-สาทร ได้สะดวกผ่านรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
และสามารถ Interchange ไป BTS สายสีลมได้ที่สถานีบางหว้า ทำให้ไม่ว่าจะเดินทางไปเรียน ไปทำงาน หรือออกไปใช้ชีวิตตามโซนไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของเมือง ก็สามารถเดินทางได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวตลอดเวลา
อีกหนึ่งจุดเด่นของทำเลนี้คือรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบมาก ทั้ง Lotus’s บางแค ที่อยู่ติดกับโครงการ ตลาดบางแค, The Mall Lifestore บางแค และ Seacon บางแค รวมถึงยังใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล และร้านอาหารจำนวนมาก
เดอะ มูฟ พอว์ บางแค เป็นคอนโด Low-Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ออกแบบตัวอาคารในสไตล์โมเดิร์น ที่เน้นเส้นสายดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย ผ่านการเลือกใช้โทนสีเทา ตัดกับสีเหลืองและสีเขียว ช่วยเพิ่มความสดใสให้ภาพรวมของโครงการ และสะท้อนคอนเซ็ปต์ Pet Friendly ได้อย่างชัดเจนค่ะ
ภายในโครงการมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 261 ยูนิต โดยมีรูปแบบห้องให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 1 Bedroom Plus ขนาดประมาณ 24.00 – 35.50 ตร.ม. ตอบโจทย์ได้ทั้งคนที่อยู่คนเดียว คู่รัก รวมถึงคนที่ต้องการพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มเติมสำหรับทำงาน หรือเลี้ยงสัตว์ภายในห้องค่ะ
ตัวโครงการขายห้องพักในรูปแบบ Fully Furnished ได้เฟอร์นิเจอร์และฟังก์ชันใช้งานครบพร้อมเข้าอยู่ ช่วยลดภาระเรื่องการตกแต่งเพิ่มเติม เหมาะทั้งสำหรับคนที่ซื้ออยู่เอง และนักลงทุนที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่า เพราะสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ หรือปล่อยเช่าต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้งบเพิ่มมากนัก ปัจจุบันโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้วในปี 2569 ค่ะ
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการจัดมาให้ครบ รองรับทั้งการพักผ่อน การทำงาน และไลฟ์สไตล์ของคนเลี้ยงสัตว์ เริ่มจาก Semi-Outdoor Lobby พื้นที่นั่งเล่นรับลมที่ช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งสบายตั้งแต่ทางเข้าโครงการ
มี Gym พร้อมเครื่องออกกำลังกายทั้งสาย Cardio และ Weight Training รวมถึง Co-Working Garden ที่ออกแบบให้สามารถนั่งทำงานท่ามกลางบรรยากาศสีเขียวได้แบบผ่อนคลาย
ภายในโครงการยังมี Live Studio สำหรับถ่ายภาพ ไลฟ์สด หรือทำคอนเทนต์ รองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่และสาย Creator โดยเฉพาะ รวมถึง Co-Working Space และ Meeting Room ที่จัดฟังก์ชันมาให้ใช้งานได้จริง ทั้งนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือประชุมออนไลน์
สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ จะมี Pet Garden หรือพื้นที่สำหรับน้องหมาและน้องแมวโดยเฉพาะ พร้อมพื้นที่วิ่งเล่นและจุดล้างเท้าสัตว์เลี้ยง ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น
ในด้านระบบความปลอดภัย โครงการติดตั้งระบบ Face Scan สำหรับเข้า-ออกอาคาร พร้อม CCTV ดูแลภายในโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. รวมถึงมี EV Charger รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้านในอนาคต / ราคาเริ่มต้น 1.85 ล้านบาท* (พ.ค. 69)
รายละเอียดโครงการจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ไปติดตามกันต่อได้เลยค่ะ
| ชื่อโครงการ | เดอะ มูฟ พอว์ บางแค / The Muve Paw Bangkhae |
| เจ้าของโครงการ | แสนสิริ / Sansiri |
| เนื้อที่ทั้งหมด | ประมาณ 1 ไร่ |
| จำนวนตึก | 1 อาคาร |
| จำนวนชั้น | 8 ชั้น |
| จำนวนห้อง | 261 ยูนิต |
| ลักษณะห้องและขนาดห้อง |
|
| ที่จอดรถทั้งหมด | 77 คัน (คิดเป็น 29.5%) |
| จำนวนลิฟต์ | ลิฟต์โดยสารระบบล็อกชั้น 2 ตัว/อาคาร |
| โซน | บางแค-เพชรเกษม |
| เส้นทางคมนาคม |
|
| ที่ตั้ง | ซอยประสาน ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. 10160 |
| กำหนดการ | เปิดขายแล้ว |
| ปีที่สร้างเสร็จ | คอนโดพร้อมอยู่ ธ.ค. 68 |
| ราคา | เริ่ม 1.85 ล้าน* (พ.ค. 69) |
| ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม | รอข้อมูลจากทางโครงการ |
| ค่าส่วนกลางและกองทุน | ค่าส่วนกลาง
ค่ากองทุน
|
| สถานที่สำคัญใกล้เคียง | ศูนย์การค้า
ตลาดและร้านสะดวกซื้อ
สถานศึกษา
โรงพยาบาล
อื่น ๆ
**ระยะทางวัดจากการเดินทางสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด** |
| สิ่งอำนวยความสะดวก |
|
| Tel | 1685 |
| Line | https://siri.ly/nGTKmU5 |
| Website | https://siri.ly/EK4kk45 |
ซอยประสาน ถนนเพชรเกษม แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. 10160
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/3VsjHm72W8WenQs4A
The Muve Paw บางแค คอนโดใหม่พร้อมอยู่เลี้ยงสัตว์ได้จาก Sansiri ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ทั้งกลุ่ม First Jobber, นักศึกษา หรือคนที่กำลังมองหาคอนโดแรกในราคาที่เข้าถึงง่าย บนทำเลศักยภาพย่านบางแค ที่เดินทางสะดวกและใช้ชีวิตได้ครบในทุกวันค่ะ
ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยประสาน ห่างจากถนนเพชรเกษมเพียง 200 ม.* และใกล้ MRT บางแค ประมาณ 190 ม.* สามารถเดินไปใช้งานได้สบาย ๆ ช่วยให้เดินทางเข้าเมืองได้สะดวก ทั้งโซนสีลม-สาทร หรือย่านออฟฟิศสำคัญต่าง ๆ ใช้เวลาเพียงประมาณ 15-20 นาที* เท่านั้น เหมาะกับคนทำงานที่อยากได้คอนโดใกล้รถไฟฟ้า ในงบที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
รอบโครงการรายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้ง Lotus’s บางแค, ตลาดบางแค, The Mall Lifestore บางแค และ Seacon บางแค รวมถึงยังใกล้สถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัยเอง และการปล่อยเช่าในอนาคตได้ดีค่ะ
อีกหนึ่งจุดเด่นคือความเป็น Pet Friendly Condo ที่ออกแบบ Facilities รองรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ ทั้ง Pet Park และพื้นที่ส่วนกลางสำหรับคนรักสัตว์ ช่วยให้การใช้ชีวิตร่วมกับน้อง ๆ สะดวกและลงตัวมากขึ้นในทุกวันค่ะ
การเดินทางโดยรถส่วนตัว : The Muve Paw บางแค ตั้งอยู่ภายในซอยประสาน ใกล้ถนนใหญ่เพชรเกษมฝั่งขาเข้าเพียงแค่ 200 ม.* ถือเป็นทำเลที่คนใช้รถเดินทางได้สะดวกมาก เพราะสามารถขับเข้าเมืองได้ง่าย โดยแทบไม่ต้องเสียเวลากลับรถให้ยุ่งยาก
จุดเด่นของทำเลนี้คือการเชื่อมต่อเข้าโซน CBD ได้ค่อนข้างรวดเร็ว สามารถใช้ทางต่างระดับเพชรเกษม มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ และถนนกรุงธนบุรี เพื่อข้ามสะพานตากสินเข้าสู่ย่านสีลม-สาทรได้แบบต่อเนื่อง จากนั้นยังเชื่อมไปโซนสามย่าน, จุฬาฯ, พระราม 4 รวมถึงถนนวิทยุ, ราชดำริ และชิดลมได้สะดวก เหมาะกับคนทำงานในเมืองที่ต้องเดินทางเข้าออฟฟิศเป็นประจำ
ถ้าเดินทางไปฝั่งพระนคร ก็สามารถใช้ถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า วิ่งตรงยาวเข้าสู่วงเวียนใหญ่ ก่อนเชื่อมต่อไปยังโซนประชาธิปก, อรุณอมรินทร์, ปากคลองตลาด, สำเพ็ง, พาหุรัด, เยาวราช และเจริญกรุงได้ง่ายเช่นกัน ถือว่าเป็นทำเลที่เข้าเมืองชั้นในได้หลายเส้นทาง
ส่วนการเดินทางออกนอกเมืองหรือไปโซนปริมณฑล ก็ทำได้สะดวกไม่แพ้กัน เพียงกลับรถออกสู่ถนนเพชรเกษมฝั่งขาออก ก็จะเชื่อมต่อไปยังโซนหนองแขม และถนนพุทธมณฑลสาย 2, สาย 3, สาย 4 และสาย 5 ได้แบบต่อเนื่อง ใช้ออกไปกระทุ่มแบน, สมุทรสาคร และนครปฐมได้ง่าย หรือจะเลือกวิ่งขึ้นเหนือไปถนนบรมราชชนนี หรือเชื่อมลงใต้ไปถนนพระราม 2 ก็สะดวกทั้งหมด
ด้วยระยะห่างจากโซนสาทรประมาณ 15 กม.* ทำให้ The Muve Paw บางแค กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่อยากมีคอนโดแรกของตัวเอง เพราะเมื่อเทียบกับราคาคอนโดในโซนราชพฤกษ์-สีลม-สาทร ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
การขยับออกมาบนทำเลบางแคในระยะที่ยังเดินทางเข้าเมืองได้ง่ายแบบนี้ ก็ช่วยลดงบประมาณลงได้ค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันก็ยังคงได้ความสะดวกในการใช้ชีวิตไม่ต่างจากโซนชั้นในมากนักค่ะ
อีกหนึ่งจุดเด่นของทำเล The Muve Paw บางแค คืออยู่ใกล้ถนนกาญจนาภิเษก บริเวณทางแยกต่างระดับบางแค เพียงประมาณ 1.6 กม.* หรือใช้เวลาขับรถเพียงราว 5 นาที* เท่านั้น ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อไปยังโซนต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ และปริมณฑลทำได้สะดวกมากขึ้น
จากจุดนี้สามารถวิ่งลงสู่ถนนพระราม 2 เพื่อเชื่อมต่อทางด่วนกาญจนาภิเษก สายบางพลี-สุขสวัสดิ์ ได้ง่าย เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางไปฝั่งสมุทรปราการ หรือโซนอุตสาหกรรมรอบนอก
ขณะเดียวกันก็สามารถใช้เส้นกาญจนาภิเษกวิ่งขึ้นไปทางบางใหญ่-บางบัวทอง เพื่อเชื่อมต่อออกสู่จังหวัดใกล้เคียงอย่างสุพรรณบุรี และกาญจนบุรีได้สะดวก รวมถึงยังเชื่อมต่อไปยังมอเตอร์เวย์ M81 ได้อีกด้วย ช่วยเพิ่มความคล่องตัวทั้งสำหรับการเดินทางประจำวัน และการขับรถออกต่างจังหวัดในช่วงวันหยุดค่ะ
การเดินทางโดยรถไฟฟ้า : ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ The Muve Paw บางแค เลยค่ะ เพราะตัวโครงการอยู่ใกล้ รถไฟฟ้า MRT สถานีบางแค ในระยะประมาณ 190 ม.* (วัดจากหน้าปากซอยโครงการ) ซึ่งยังถือว่าเป็นระยะที่เดินไปใช้งานได้สะดวก หรือหากวันไหนไม่อยากเดิน ทางโครงการก็มี Shuttle Service คอยรับ-ส่ง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางเข้าเมืองได้มากขึ้น เหมาะทั้งกับคนทำงาน นักศึกษา หรือคนที่ใช้รถไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน
จาก MRT บางแค นั่งไปเพียง 1 สถานี ก็ถึง The Mall Lifestore บางแค แหล่งไลฟ์สไตล์และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ประจำย่าน หรือถ้านั่งต่อขึ้นไปอีกประมาณ 3 สถานี จะถึงสถานี Interchange บางหว้า ที่สามารถเปลี่ยนเส้นทางเชื่อมต่อกับ BTS สายสีลมได้ง่าย ทำให้การเดินทางเข้าสู่โซน CBD สีลม-สาทร ใช้เวลาเพียงประมาณ 15 นาที* เท่านั้น ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสะดวกสำหรับคนทำงานในเมือง
นอกจากตอบโจทย์เรื่องการเดินทางไปทำงานแล้ว เส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้ยังเชื่อมต่อไปยังโซนไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ ได้ง่ายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโซนเจริญนครสำหรับไปเดินเล่นที่ ICONSIAM หรือจะนั่งต่อไปย่านปทุมวันอย่าง Siam Paragon และ Siam Square ก็ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที* เท่านั้น ช่วยให้ทั้งวันทำงานและวันพักผ่อนสะดวกสบายขึ้น โดยแทบไม่จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวเลยค่ะ
ภาพมุมสูงสถานีรถไฟฟ้า จากโครงการ The Muve Paw บางแค จะอยู่ติดกับประตูทางออกที่ 1 ในระยะเดิน ประมาณ 400 ม.* และจากหน้าปากซอยจะลดระยะทางมาเหลือแค่เพียง 190 ม.* เท่านั้นค่ะ
ความน่าสนใจของทำเล The Muve Paw บางแค คือเป็นคอนโดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกครบมาก ๆ สำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องของไลฟ์สไตล์และการจับจ่ายใช้สอย เพราะตัวโครงการอยู่ติดกับ Lotus’s บางแค แบบแทบจะเดินออกจากโครงการก็ถึงทันที ทำให้ซื้อของเข้าห้อง หาของกิน หรือใช้ชีวิตในวันเร่งรีบได้สะดวกมาก รวมถึงยังมี Cafe Amazon และปั๊มน้ำมัน Susco อยู่ใกล้ ๆ ในระยะเดินถึง เพิ่มความสะดวกได้อีกระดับ
สำหรับสายช้อปปิ้งหรือคนที่ชอบเดินห้าง บริเวณรอบโครงการถือว่ารายล้อมด้วยศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง โดยสามารถนั่ง MRT ไปเพียง 1 สถานี ก็ถึง The Mall Lifestore บางแค ห้างใหญ่ประจำย่านที่รวมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ซูเปอร์มาร์เก็ต และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ครบในที่เดียว นอกจากนี้ยังใกล้ Seacon บางแค, The Explace Mall, Home Pro กัลปพฤกษ์ รวมถึง Big C เพชรเกษม และ Victoria Gardens ที่ใช้เวลาขับรถไม่กี่นาที*
หากวันไหนอยากเปลี่ยนบรรยากาศเข้าเมือง ก็สามารถนั่งรถไฟฟ้าหรือขับรถไปโซนฝั่งธนและเจริญนครได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น The Mall Lifestore ท่าพระ หรือ ICONSIAM ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 12.2 กม.* ถือว่าใช้ชีวิตได้ครบทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน
ด้านอาหารการกินก็สะดวกไม่แพ้กัน เพราะอยู่ใกล้ตลาดบางแค ตลาดเก่าแก่ชื่อดังของฝั่งธน ที่รวมทั้งร้านอาหารสตรีทฟู้ด ของสด และของกินท้องถิ่นไว้จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีเสนีย์ฟู้ดมาร์เก็ต และตลาดกัลปพฤกษ์ ให้เลือกใช้งานเพิ่มเติมในระยะขับรถได้สบาย ๆ
ในแง่ของสถานศึกษา ทำเลนี้ถือว่าตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและนักศึกษา เพราะรายล้อมด้วยโรงเรียนชื่อดังหลายแห่ง ทั้ง รร.ราชวินิตประถมบางแค, รร.เซนต์ปีเตอร์ธนบุรี, รร.ฐานปัญญา รวมถึงโรงเรียนนานาชาติอย่าง British Columbia และ SISB Thonburi อีกทั้งยังอยู่ใกล้ ม.สยาม ที่สามารถนั่งรถไฟฟ้าไปเรียนได้สะดวก เหมาะกับทั้งนักเรียน นักศึกษา และครอบครัวที่มีบุตรหลาน
ด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลก็อุ่นใจได้ เพราะใกล้โรงพยาบาลหลายแห่ง ทั้ง รพ.มิตรประชา, รพ.เกษมราษฎร์ บางแค, รพ.พญาไท 3, รพ.บางปะกอก 8 รวมถึง รพ.นครธน และ รพ.นครธน 2 ที่รองรับการรักษาได้ครบทั้งกรณีทั่วไปและฉุกเฉิน
ภาพรวมจึงถือว่าเป็นทำเลที่ใช้ชีวิตง่ายมากแห่งหนึ่งของโซนบางแค เพราะมีทั้งห้าง ตลาด ร้านอาหาร โรงเรียน โรงพยาบาล และรถไฟฟ้ารายล้อมอยู่ในระยะใกล้ ช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นมีคอนโดแรก สามารถใช้ชีวิตในเมืองได้สะดวกครบจบโดยแทบไม่ต้องเดินทางไกลเลยค่ะ
ศูนย์การค้า
ตลาดและร้านสะดวกซื้อ
สถานศึกษา
โรงพยาบาล
อื่น ๆ
**ระยะทางวัดจากการเดินทางสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด**
พิกัดโครงการ : https://maps.app.goo.gl/3VsjHm72W8WenQs4A
ถนนเพชรเกษม ขาเข้า ⇒ ซอยประสาน ⇒ 200 ม.* ถึงโครงการ The Muve Paw บางแค ทางฝั่งซ้ายมือ
การเดินทางไปโครงการวันนี้ เราเดินทางมาจากถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้า ตรงทางแยกต่างระดับบางแค
ขับตรงไปผ่าน MRT หลักสอง และ The Mall Lifestore บางแค ทางฝั่งซ้ายมือ
ผ่านอาคารจอดแล้วจร MRT หลักสองไปค่ะ
ขับตรงไปบนถนนเพชรเกษม ขาเข้า
ตรงมาเรื่อย ๆ จนเจอกับ Lotus’s บางแค ให้ชิดซ้าย
จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยประสาน
ตรงเข้าไปประมาณ 200 ม.*
ขับเข้าไปในซอยประสาน ที่เป็นซอยส่วนบุคคล ที่มีแต่คอนโดของ แสนสิริ เท่านั้น
จากหน้าปากซอยตรงเข้ามาประมาณ 200 ม.* ถึงโครงการ The Muve Paw บางแค ทางด้านซ้ายมือค่ะ
ด้านหน้าโครงการ The Muve Paw บางแค ค่ะ
บรรยากาศภายในซอยประสาน ที่ปัจจุบันจะมีคอนโด The Muve อยู่ 2 โครงการ
โครงการแรกจะเป็น The Muve บางแค (ไม่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้) ถัดเข้าไปจะเป็น The Muve Paw บางแค ที่เรารีวิวในวันนี้ และเป็นคอนโดใหม่พร้อมอยู่ ที่สามารถเลี้ยงน้องหมา น้องแมวได้ทุกยูนิตค่ะ
ตรงข้ามกันจะเป็นที่ตั้งของสำนักงานขาย
เดินออกมาดูบรรยากาศริมถนนเพชรเกษมกันต่อค่ะ
ออกมาด้านหน้าปากซอยประสาน จะเจอกับถนนเพชรเกษม ขาเข้า มองขึ้นไปจะเป็นแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
จากหน้าปากซอย เลี้ยวขวามา จะเจอกับคิวมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ป้ายรถเมล์ สะพานลอยข้ามไปฝั่งตรงข้าม และห้าง Lotus’s บางแค ที่ลูกบ้านสามารถเดินไปจับจ่ายใช้สอย ซื้อของกินของใช้ได้สะดวกสุด ๆ ค่ะ
จากหน้าปากซอยเดินไปทางซ้ายมือ จะเป็นทางที่ใช้เดินไปสถานีรถไฟฟ้า และตลาดบางแค
ด้านในเวิ้งซ้ายมือ มีร้านกาแฟ Cae Amazon เปิดอยู่ค่ะ
ถัดมาเป็นปั๊ม Susco ที่ภายในจะมีจุดเติมน้ำมันร้านกาแฟอินทนิล, Tops และ B-Quik เปิดอยู่
ติดกับปั๊ม จะมีร้านอาหารเปิดอยู่หลายร้าน ทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านอาหารตามสั่ง และร้านขายน้ำชง
ถัดมาเป็นซอยเพชรเกษม 66/1 หน้าปากซอยมีร้านแว่นตาเปิดอยู่
มองไปทางขวามือ จะเป็นแยกบางแค มีทางม้าลายให้เดินข้ามไปฝั่งตลาดบางแคได้ และตรงแยกนั้นจะเป็นถนนบางแค (ซอยท่าเกษตร) ถนนรองที่ใช้เชื่อมกับเทอดไท ลัดไปออกราชพฤกษ์ เชื่อมสาทรได้ด้วยค่ะ
ถัดมาเป็นซอยเพชรเกษม 66 หน้าปากซอยมีร้านขายยาจีนเปิดอยู่ 1 ร้าน
มองไปด้านหน้าเห็นสถานีรถไฟฟ้า และฝั่งตรงข้ามจะเป็นโซนตลาดบางแคทั้งหมด
ถัดมาจะมีร้านค้า ร้านอาหารเปิดอยู่ที่ตึกแถวริมถนน
ถึงรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางแค
ติดกับสถานีรถไฟฟ้า จะเป็นซอยเพชรเกษม 62/4 ซอยที่ตั้ง รร.ราชวินิตประถมบางแค ที่อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 850 ม.* ค่ะ
ภาพมุมสูงของโครงการ The Muve Paw บางแค จะเห็นตำแหน่งที่ตั้งของโครงการอยู่ภายในซอยประสาน ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมเข้ามาจากถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า โดยจากหน้าโครงการสามารถเดินออกไปยัง MRT บางแค ได้ในระยะประมาณ 190 ม.* ถือว่าเป็นระยะที่เดินใช้งานได้จริงค่อนข้างสะดวกค่ะ
จุดเด่นของทำเลนี้คืออยู่ติดกับ Lotus’s บางแค แบบแทบจะเป็นเพื่อนบ้านกันเลย ทำให้สามารถเดินไปซื้อของ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงบริเวณหน้าโครงการยังมีทั้งปั๊มน้ำมัน ร้านค้า และอาคารพาณิชย์กระจายอยู่ตลอดแนวถนนเพชรเกษม ทำให้บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างคึกคักค่ะ
จากภาพจะเห็นว่าโครงการตั้งอยู่ลึกเข้ามาจากถนนใหญ่เล็กน้อย ช่วยลดเสียงรบกวนจากการจราจรบนถนนเพชรเกษมลงได้พอสมควร ขณะเดียวกันก็ยังเดินทางเข้า-ออกได้สะดวก เพราะอยู่ใกล้ทั้งถนนหลักและรถไฟฟ้า
ส่วนพื้นที่ด้านหลังโครงการจะติดกับคลองบางจาก และมีที่ดินบุคคลอื่นรวมถึงบ้านพักอาศัยโดยรอบ ทำให้ภาพรวมบรรยากาศยังคงมีความเป็นชุมชนดั้งเดิมของย่านบางแคผสมกับความสะดวกของโซนเมืองค่ะ
รอบโครงการ
โครงการ The Muve Paw บางแค เป็นคอนโดพร้อมอยู่โครงการที่ 2 ภายใต้แบรนด์ The Muve จาก Sansiri ที่พัฒนาต่อเนื่องจาก The Muve โครงการแรก โดยทั้งสองโครงการตั้งอยู่ติดกันภายในซอยประสาน ทำให้บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างคึกคักและมีความเป็น Community ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ The Muve Paw บางแค คือเป็นคอนโด Pet-Friendly ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ทั้งโครงการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่นิยมเลี้ยงน้องหมาและน้องแมวมากขึ้น แต่ยังอยากได้คอนโดที่เดินทางสะดวกและมีราคาจับต้องง่ายในเมือง
ตัวโครงการตั้งอยู่บนที่ดินประมาณ 1 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโด Low-Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวมทั้งหมด 261 ยูนิต ขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยดูเป็นส่วนตัวและดูแลง่าย
งานออกแบบมาในสไตล์ Modern ที่เน้นความสนุกและมีเอกลักษณ์ตามแนวคิดของแบรนด์ The Muve โดยเลือกใช้คู่สีเขียวและสีเหลืองเข้ามาตัดกัน ช่วยให้ตัวอาคารดูโดดเด่นและมีความสดใสมากขึ้น
พร้อมแทรกเส้นสายโค้งบริเวณ Facade และองค์ประกอบต่าง ๆ ของอาคาร เพื่อสร้างความรู้สึกเคลื่อนไหว หรือ Movement ทำให้ภาพรวมของโครงการดูมีความทันสมัย และเข้ากับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีค่ะ
แปลนอาคารชั้น 1 ของโครงการ จะมีทางเข้า-ออกหลักเพียงจุดเดียว ผ่านซอยประสาน ซึ่งเป็นซอยส่วนบุคคลของ Sansiri โดยจากปากซอยเข้ามาถึงตัวโครงการมีระยะทางประมาณ 200 ม. เมื่อเข้ามาภายในจะเจอกับถนนเมนหลัก และพื้นที่จอดรถใต้อาคารค่ะ
ช่วงต้นของถนนภายในโครงการจะเป็นการเดินรถแบบ Two Way เพื่อให้รถสวนกันได้สะดวก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นระบบ One Way หลังจากเลี้ยวซ้ายบริเวณ Drop-Off ด้านหน้า Semi-Outdoor Lobby ช่วยให้การไหลเวียนของรถภายในโครงการดูเป็นระเบียบและลดจุดตัดของการสัญจรมากขึ้น
บริเวณด้านหน้าอาคารจะมีทั้งพื้นที่จอดรถกลางแจ้ง และพื้นที่สีเขียวที่ออกแบบให้เป็นส่วนพักผ่อนของลูกบ้าน โดยจัดฟังก์ชันอย่าง Co-Working Area และ Sansiri Backyard มาให้ใช้งานร่วมกันในบรรยากาศสบาย ๆ
ส่วนทางฝั่งทิศเหนือของโครงการ จะเป็นพื้นที่ Pet Park แบบแนวยาวขนานไปกับแนวที่ดิน มีการล้อมรั้วแยกพื้นที่ไว้อย่างชัดเจน ภายในจัดโซนสำหรับวิ่งเล่น รวมถึงจุดล้างเท้าสัตว์เลี้ยงไว้ให้ครบ ช่วยให้คนเลี้ยงน้องหมา น้องแมว ใช้งานได้สะดวกและเป็นสัดส่วนมากขึ้นค่ะ
บรรยากาศด้านหน้าโครงการและป้ายชื่อโครงการ
ด้านหน้าโครงการแบ่งช่องรถเข้า-ออก และทางเดินเท้าไว้แยกกันชัดเจน ขวามือเป็นป้อม รปภ. ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยประจำการอยู่ตลอด 24 ชม. ค่ะ
ลูกบ้านเข้า-ออกผ่านระบบ Easy Pass ติด CCTV ให้ฝั่งละ1 ตัว ส่วน Visitor จะต้องแลกบัตรผ่านก่อนเข้าโครงการ
ขับเข้ามาด้านในจะเจอกับจุดกลับรถ และที่จอดรถ Shuttle Service ของโครงการ
ขวามือเป็นทางเข้าสู่ที่จอดรถใต้อาคาร และที่จอดรถกลางแจ้งด้านในโครงการค่ะ
ที่จอดรถของโครงการนี้ คิดเป็น 29% ไม่รวมการจอดซ้อนคัน
ตรงเข้ามาซ้ายมือ จะมีจุดจอดชาร์จรถไฟฟ้าให้ใช้งาน 2 ช่องจอด
การเดินรถใต้อาคารแบบ Two Way
ซ้ายมือจะเชื่อมกับที่จอดรถกลางแจ้ง Drop-Off และทางเข้าอาคารพักอาศัย
วนออกมาจะเจอกับที่จอดรถกลางแจ้งแบบนี้ค่ะ
ด้านนอกจะมีที่จอดรถ Disabled ให้ 3 ช่องจอด
ติดกับที่จอดรถกลางแจ้ง จะเป็น Co-Working Garden
ถัดเข้าไปด้านในจะได้บรรยกาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น
พื้นที่ส่วนกลางโซนนี้ออกแบบมาให้เป็นมุมสำหรับนั่งทำงานและพักผ่อนได้ในบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ภายในมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับนั่งทำงาน พร้อมจัดวาง Seating Area ที่รองรับทั้งการนั่งแบบกลุ่มและการใช้งานส่วนตัว โดยมีปลั๊กไฟเตรียมไว้ให้ใช้งานอย่างสะดวก เหมาะกับการนั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือเปลี่ยนบรรยากาศจากในห้องมาสูดอากาศสบาย ๆ ท่ามกลางความเงียบสงบและความร่มรื่นของพื้นที่สีเขียวรอบโครงการค่ะ
ภายในโซนนี้ยังมี Sansiri Backyard หรือพื้นที่แปลงผักออร์แกนิกที่ทางโครงการจัดไว้เพิ่มความร่มรื่นและสร้างบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติให้กับลูกบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งมุมเล็ก ๆ ที่ช่วยเติมความผ่อนคลาย และสะท้อนไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยแบบใส่ใจสุขภาพได้อย่างลงตัว
บริเวณโดยรอบยังจัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้สนามไว้รองรับการใช้งานเพิ่มเติม ทั้งแบบ 3 ที่นั่ง และ 4 ที่นั่ง รวมประมาณ 4 ชุด ช่วยเพิ่มมุมสำหรับนั่งพักผ่อน นั่งทำงาน หรือใช้เป็นพื้นที่พูดคุยกับเพื่อนบ้านได้ในบรรยากาศสบาย ๆ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวของโครงการค่ะ
สำหรับพื้นที่ของน้องหมาและน้องแมว จะถูกจัดไว้บริเวณด้านหลังโครงการ ภายใต้ชื่อ Pet Park ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของลูกบ้านที่เลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ ภายในมีการทำรั้วกั้นแยกโซนอย่างเป็นสัดส่วน ช่วยเพิ่มความปลอดภัย ป้องกันสัตว์เลี้ยงวิ่งหลุดออกนอกพื้นที่ รวมถึงช่วยให้เจ้าของสามารถพาน้อง ๆ ลงมาเดินเล่นหรือทำกิจกรรมได้อย่างสบายใจมากขึ้นค่ะ
ภายในจัดพื้นที่วิ่งเล่นไว้ค่อนข้างกว้าง ให้น้อง ๆ ได้ปลดปล่อยพลังงานกันแบบเต็มที่ พร้อมเพิ่มความน่ารักด้วยของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงที่จัดเตรียมไว้ภายในโซน
นอกจากนี้ยังมีจุดวางน้ำดื่มและจุดล้างเท้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นหลังพาน้อง ๆ ลงมาเดินเล่น
บรรยากาศโดยรวมถูกออกแบบให้เป็น Pet Playground สำหรับคนรักสัตว์ เหมาะกับการใช้เวลาร่วมกันระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในทุกวัน โดยไม่ต้องออกไปหาพื้นที่ข้างนอกให้เสียเวลา เพราะสามารถพาน้อง ๆ ลงมาวิ่งเล่นและทำกิจกรรมได้ง่าย ๆ ภายในคอนโดของตัวเองเลยค่ะ
ดูพื้นที่รอบ ๆ อาคารไปแล้ว เข้าไปดูรายละเอียดภายในอาคารกันต่อค่ะ
ด้านหน้า Drop-Off และ Semi-Outdoor Lobby มีรถเข็นของให้ยืม 2 คัน 2 แบบ
ด้านหน้าทางเข้า Semi-Outdoor Lobby ฝั่งที่ติดกับ Drop-Off
ตรงเข้ามาจะเป็น Semi-Outdoor Lobby เชื่อมกับนิติบุคคล ห้องน้ำส่วนกลาง และประตูทางเข้าโถงลิฟต์ด้านในอาคาร
ภายในจะเป็นที่ตั้งของ Mailbox, Grab & Go สำหรับวางพัสดุชิ้นใหญ่ และอาหาร Delivery
ด้านหน้าห้องน้ำส่วนกลาง และห้องนิติบุคคล
ห้องน้ำส่วนกลางออกแบบมาในรูปแบบ Unisex รองรับการใช้งานได้สะดวกสำหรับทุกเพศทุกวัย ภายในเลือกใช้สุขภัณฑ์ระบบอัตโนมัติ ช่วยลดการสัมผัสและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้นค่ะ
ส่วนทางฝั่งขวามือจะเป็นพื้นที่นั่งเล่นและมุมนั่งพักคอยแบบ Semi-Outdoor ที่เปิดรับบรรยากาศภายนอกได้อย่างโปร่งสบาย รับลงธรรมชาติได้ตลอดทั้งวัน
จากมุมนี้สามารถมองเห็นวิวสวนสีเขียวที่ช่วยเพิ่มความร่มรื่นและความผ่อนคลายให้กับพื้นที่ส่วนกลางได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้บริเวณดังกล่าวยังเป็นทางเดินเชื่อมต่อไปยังด้านหน้าโครงการ ทำให้ลูกบ้านสามารถเดินเข้า-ออกได้สะดวกมากขึ้นค่ะ
บรรยากาศภาพรวมบริเวณ Semi-Outdoor Lobby
สำหรับทางเข้าอาคารพักอาศัย จะใช้ระบบ Face Scan ในการเข้า-ออก ช่วยเพิ่มทั้งความสะดวกและความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน ไม่ต้องคอยหยิบบัตรหรือกดรหัสให้ยุ่งยาก สามารถเดินเข้าอาคารได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้นค่ะ
บรรยากาศภายในโถงลิฟต์ออกแบบมาในสไตล์เดียวกับตัวโครงการ โดยมีลิฟต์โดยสารระบบล็อกชั้นให้ใช้งานทั้งหมด 2 ตัว และสามารถเข้าใช้งานผ่านระบบ Face Scan ได้ทั้งหมด ช่วยเพิ่มทั้งความสะดวกและความปลอดภัยในการอยู่อาศัย
ภายในโถงลิฟต์มีม้านั่งสำหรับนั่งพักคอยจัดวางไว้ให้ 1 จุด และมี Laundry Room แยกไว้ให้ใช้งานภายในอาคาร
ภายใน Laundry Room จะมีทั้งตู้กดน้ำดื่มหยอดเหรียญ เครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้าหยอดเหรียญ เปิดให้บริการตลอด 24 ชม. ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและนักศึกษาที่มีไลฟ์สไตล์ค่อนข้างยืดหยุ่น
ส่วนบรรยากาศภายในโถงลิฟต์ของชั้นพักอาศัย จะมีการตกแต่งผนังด้วยเส้นสายและโทนสีเขียว-เหลืองแบบเดียวกับ Facade ของอาคาร ช่วยสร้างเอกลักษณ์และความสนุกให้กับพื้นที่ส่วนกลางได้อย่างต่อเนื่อง
ทุกชั้นจะมีหน้าต่างกระจกบานผสมติดตั้งไว้ เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติในช่วงเวลากลางวัน รวมถึงช่วยระบายอากาศ ทำให้บรรยากาศภายในดูโปร่งและไม่อึดอัดจนเกินไป
สำหรับโถงทางเดินชั้นพักอาศัย ออกแบบให้มีความกว้างประมาณ 1.5 ม. เดินสวนกันได้สะดวก พร้อมติดตั้งโคมไฟแสงสว่างและระบบป้องกันอัคคีภัยตลอดแนวทางเดิน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้
แปลนอาคารชั้น 2-7 จะเป็น Typical Floor ที่วางผังเหมือนกันทุกชั้นค่ะ ตัวอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L โดยมีโถงลิฟต์และ Core กลางตั้งอยู่บริเวณจุดเชื่อมของอาคาร ทำให้ลูกบ้านจากทั้ง 2 ฝั่งสามารถเดินมาใช้งานลิฟต์ได้สะดวก และช่วยกระจายการสัญจรภายในชั้นได้ค่อนข้างดี
จากแปลนจะเห็นว่าโถงลิฟต์ถูกวางไว้บริเวณกึ่งกลางอาคาร ทำให้ระยะเดินไปยังห้องพักแต่ละฝั่งไม่ไกลจนเกินไป โดยทางเดินภายในเป็นแบบ Double Corridor ช่วยให้ทุกยูนิตเข้าถึงได้สะดวก และมีบันไดหนีไฟกระจายอยู่ตามมุมอาคาร เพื่อรองรับการใช้งานด้านความปลอดภัยค่ะ
ในส่วนของห้องพักจะมีการจัดวางครบทุก Type ตามแบบห้องของโครงการ โดยห้องพักส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 24.00-24.25 ตร.ม. สลับกับห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาดประมาณ 35.25-35.50 ตร.ม. ซึ่งจะอยู่บริเวณห้องมุมของอาคาร ทำให้ได้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น รวมถึงมีช่องแสงและมุมมองที่เปิดโล่งกว่าห้องตำแหน่งทั่วไป เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มสำหรับทำงาน หรือจัดเป็นห้องเล็กเพิ่มเติมค่ะ
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ห้องพักทุกยูนิตจะหันออกไปด้านนอกอาคารทั้งหมด ช่วยให้แต่ละห้องได้รับแสงธรรมชาติและลมระบายอากาศได้ค่อนข้างดี ลดความอึดอัดของการอยู่อาศัยภายในคอนโด Low-Rise ลงได้พอสมควร
ส่วนความหนาแน่นของห้องพักอาศัย จะอยู่ที่ประมาณ 38 ยูนิต/ชั้น ถือว่าเป็นจำนวนที่กำลังพอดีสำหรับคอนโด Low-Rise ทำให้บรรยากาศโดยรวมยังคงมีความเป็นส่วนตัว และไม่หนาแน่นจนเกินไปค่ะ
แปลนอาคารชั้น 8 ของโครงการ The Muve Paw บางแค จะเป็นชั้นพักอาศัยที่รวม Facilities หลักบางส่วนไว้ภายในชั้นเดียวกัน ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้งานพื้นที่ส่วนกลางได้สะดวก โดยตัวอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L มีโถงทางเดินอยู่ตรงกลาง เชื่อมต่อไปยังห้องพักแต่ละยูนิตอย่างเป็นระเบียบ และห้องพักชั้นนี้จะมีทั้งหมด 33 ยูนิต/ ชั้น
บริเวณแกนกลางของอาคารจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางหลัก เริ่มตั้งแต่ Lift Lobby ที่เชื่อมต่อกับโถงลิฟต์และบันไดหนีไฟ จากจุดนี้จะสามารถเดินไปยัง Co-Working Space, Live Studio และ Meeting Room ได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่ทำงานแบบ Hybrid หรือ Work From Home เพราะมีทั้งพื้นที่นั่งทำงาน ประชุม และมุมสำหรับถ่ายคอนเทนต์หรือ Live Streaming แยกไว้ให้ใช้งานโดยเฉพาะ
ติดกันจะเป็นห้อง Gym ที่จัดวางอยู่ใกล้กับ Core กลางของอาคาร ทำให้ลูกบ้านจากทุกฝั่งสามารถเดินมาใช้งานได้สะดวก โดยตำแหน่งนี้ยังช่วยลดผลกระทบเรื่องเสียงรบกวนไปยังห้องพักอาศัยโดยรอบด้วยค่ะ
ส่วนห้องพักอาศัยจะกระจายตัวอยู่ตามแนวอาคารทั้ง 2 ฝั่ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นห้องขนาดประมาณ 24.00-24.25 ตร.ม. และมีห้องขนาดใหญ่ประมาณ 35.25-35.50 ตร.ม. อยู่บริเวณมุมอาคาร ซึ่งจะได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า รวมถึงมีช่องเปิดรับแสงและวิวได้หลากหลายทิศทางมากขึ้นค่ะ
ขึ้นมาที่ชั้น 8 จะเป็นชั้นของห้องพักอาศัย และพื้นที่ส่วนกลางหลักของโครงการค่ะ ชั้นนี้จะประกอบไปด้วย Gym, Co-Working Area, Live Studio และ Meeting Room
ออกจากลิฟต์เลี้ยวซ้ายมา จะเจอกับห้องน้ำส่วนกลาง และ Gym
ห้องน้ำส่วนกลางแบบ Unisex พร้อมสุขภัณฑ์มาตรฐานระบบอัตโนมัติ
ภายใน Gym จัดเครื่องเล่นมาให้ค่อนข้างครบ รองรับได้ทั้งสาย Cardio และ Weight Training เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ หลังเลิกงาน หรือสายฟิตเนสที่ใช้งานจริงจังในชีวิตประจำวัน
จุดเด่นอีกอย่างคือบรรยากาศภายในที่เปิดรับวิวได้กว้าง ช่วยให้การออกกำลังกายดูผ่อนคลายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่สามารถมองเห็นแสงพระอาทิตย์ตกได้จากภายในห้อง เพิ่มบรรยากาศสบาย ๆ ให้กับการออกกำลังกายหลังเลิกงานได้เป็นอย่างดีค่ะ
ภายในโซน Cardio จะจัดเครื่องออกกำลังกายพื้นฐานมาให้ครบ มี Treadmill ให้ใช้งานจำนวน 2 เครื่อง และ Spin Bike แบบนั่งปั่นอีก 2 เครื่อง รองรับทั้งการเดิน วิ่ง และ Cardio เบา ๆ สำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกายในชีวิตประจำวันค่ะ
ส่วนฝั่ง Weight Training Zone จะมีอุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับสายเวตจัดเตรียมไว้ให้ ทั้งชุด Dumbbell คละน้ำหนัก, Sit-up Bench และเครื่อง Multi-Machine ที่รองรับการเล่นได้หลายท่า ช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้ครบทั้งกล้ามเนื้อส่วนบนและส่วนล่างภายในพื้นที่เดียวค่ะ
ถัดออกมาจะเป็นพื้นที่ Co-Working Space ที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบเส้นสายโค้งที่ช่วยสร้างความรู้สึกเคลื่อนไหวและเชื่อมต่อพื้นที่ใช้งานต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศภายในดูสนุก ทันสมัย และมีความเป็น Creative Space มากขึ้น
ภายในเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลวดลายและโทนสีสดใส ช่วยเพิ่มความสดชื่นและสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นไอเดียระหว่างนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่เปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งทำงานอยู่ในห้องพัก
บริเวณด้านข้างยังมีการแยก Working Pod แบบส่วนตัวไว้ให้อีก 2 ห้อง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเงียบในการนั่งทำงาน ประชุมออนไลน์ หรือใช้เป็นมุมอ่านหนังสือแบบไม่ถูกรบกวนค่ะ
ตู้ขนมและเครื่องดื่มไว้ให้ใช้งาน ช่วยเพิ่มความสะดวกสำหรับคนที่ต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางนั่งทำงานหรือประชุมในระหว่างวัน
ถัดเข้าไปด้านในจะเป็น Live Studio
อีกหนึ่งพื้นที่ที่ออกแบบมาได้น่าสนใจคือ Live Studio ที่เน้นบรรยากาศโปร่งสบาย เปิดรับแสงธรรมชาติได้ดี ช่วยให้ภายในห้องดูสว่างและเหมาะกับการถ่ายภาพหรือไลฟ์สดโดยไม่ต้องจัดไฟเพิ่มมากนัก
ภายในจัดวางเคาน์เตอร์และเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เป็นมุมถ่ายคอนเทนต์ ไลฟ์ขายของ หรือเปลี่ยนบรรยากาศให้กลายเป็นสตูดิโอขนาดย่อมสำหรับถ่ายภาพก็ทำได้ง่าย
งานออกแบบเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีสดใสและเส้นสายที่ดูสนุก ช่วยเพิ่มความทันสมัยและสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ทำงานสาย Content Creator หรือขายของออนไลน์ได้เป็นอย่างดีค่ะ
ข้าง ๆ Live Studio จะเป็น Meeting Room
ภายใน Meeting Room ทางโครงการจัดอุปกรณ์สำหรับการประชุมและการทำงานมาให้ค่อนข้างครบ ทั้งโต๊ะประชุมขนาด 6 ที่นั่ง, Board สำหรับจดงาน รวมถึง Smart TV ที่สามารถเชื่อมต่อกับ Laptop เพื่อใช้พรีเซนต์งานหรือประชุมออนไลน์ได้สะดวก เหมาะกับทั้งการนั่งทำงานเป็นทีม ประชุมกลุ่มเล็ก หรือใช้เป็นพื้นที่อ่านหนังสือแบบจริงจังได้ค่ะ
บรรยากาศภาพรวมภายใน Co-Working Space บนชั้น 8 จะเน้นความโปร่งสบายและดูมีสีสันตามสไตล์ของโครงการ ช่วยสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการนั่งทำงาน พักผ่อน หรือเปลี่ยนบรรยากาศจากภายในห้องพักได้ดี
อีกฝั่งหนึ่งของชั้นจะเป็นโซนห้องพักอาศัย ซึ่งมีการแยกประตูเข้า-ออกไว้อีกชั้น พร้อมระบบ Face Scan เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยให้กับลูกบ้านมากยิ่งขึ้นค่ะ
โครงการ The Muve Paw บางแค มีห้องพักให้เลือก 2 รูปแบบ รวมทั้งหมด 6 Types เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้อยู่อาศัย ทั้งคนที่มองหาห้องขนาดกะทัดรัด ดูแลง่าย อยู่คนเดียวได้สบาย
ไปจนถึงห้องที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นสำหรับการอยู่อาศัยแบบเป็นสัดส่วนมากขึ้น โดยแต่ละแบบถูกออกแบบให้ใช้งานพื้นที่ได้คุ้มค่า พร้อมฟังก์ชันพื้นฐานครบสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันค่ะ
ห้องพักทั้ง 6 แบบ ได้แก่
แปลนห้องพัก 1 Bedroom : Type 1A ขนาด 24.00-24.25 ตร.ม.
แปลนห้องพัก 1 Bedroom : Type 1AM ขนาด 24.00-24.25 ตร.ม.
แปลนห้องพัก 1 Bedroom Plus : Type 1B ขนาด 35.25 ตร.ม.
แปลนห้องพัก 1 Bedroom Plus : Type 1B-1 ขนาด 35.50 ตร.ม.
แปลนห้องพัก 1 Bedroom Plus : Type 1B-1M ขนาด 35.50 ตร.ม.
แปลนห้องพัก 1 Bedroom Plus : Type 1BM ขนาด 35.25 ตร.ม.
วันนี้เรามีห้องตัวอย่างมาให้ชมทั้งหมด 2 ห้อง ซึ่งเป็นห้องรูปแบบเดียวกัน คือ แบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 24.00 ตร.ม. โดยความแตกต่างจะอยู่ที่สไตล์การตกแต่งภายใน ที่ช่วยสะท้อนบรรยากาศและมุมมองการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
ตัวโครงการขายห้องพักในรูปแบบ Fully Furnished พร้อมเฟอร์นิเจอร์แบบ Functionable ที่ออกแบบมาให้ใช้งานพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า รองรับการอยู่อาศัยจริงได้ครบทุกฟังก์ชัน แม้จะเป็นห้องขนาดกะทัดรัดก็ตาม
ทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่ซื้ออยู่เอง และนักลงทุนที่ต้องการซื้อเพื่อปล่อยเช่า เพราะสามารถหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ หรือนำไปปล่อยเช่าต่อได้เลยค่ะ
แปลนห้องตัวอย่าง แบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 24.00-24.25 ตร.ม. จุดเด่นคือได้เป็นห้องหน้ากว้างแบบตอนลึก ที่แบ่งฟังก์ชันการใช้งานออกเป็นสัดส่วนค่อนข้างชัดเจน ภายในจัดพื้นที่หลักไว้ 3 ส่วน ได้แก่ โซนครัวปิดบริเวณด้านหน้า, พื้นที่ Living Area ตรงกลางห้อง และระเบียงซักล้างด้านนอกค่ะ
ประตูห้องพักปิดผิวลายไม้สีอ่อน ใช้วงกบไม้เนื้อแข็งสีเดียวกันกับบานประตู ที่พื้นติดธรณีหินสังเคราะห์สีขาว ช่วยกันฝุ่น กันแมลงมาให้ และได้กลอน Digital Door Lock ที่ใช้งานได้ถึง 4 ระบบ ได้แก่ Pin Code, Finger Scan, Key Card และไขกุญแจในกรณีถ่านหมด
เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับโซนครัวปิดก่อนเลย จุดนี้ถือว่าออกแบบมาใช้งานได้จริง เพราะมีพื้นที่ยืนทำอาหารค่อนข้างสะดวก ไม่อึดอัด และสามารถกั้นกลิ่นหรือควันได้ด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ช่วยแยกพื้นที่ออกจากส่วนพักผ่อนได้ดี
ตัวห้องได้ฝ้าเพดานสูงมาตรฐานประมาณ 2.55 ม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีขาวทั้งหมด พร้อมติดตั้งโคมไฟ LED Panel มาให้ครบทั้งห้อง ทำให้บรรยากาศภายในดูสว่างและสะอาดตา
พื้นบริเวณครัวปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีเบจ ขนาด 60 x 60 ซม. ซึ่งเหมาะกับการใช้งานหนักและดูแลทำความสะอาดได้ง่าย
โดยด้านหลังประตูจะได้ชุดครัว Built-in ครบเซ็ต ทั้งตู้เก็บของ ช่องวางไมโครเวฟ และพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า พร้อมเหลือพื้นที่ด้านข้างให้วางตู้เย็นขนาดประมาณ 6-8 คิว ได้สบาย
หน้าท็อปครัวเลือกใช้หินสังเคราะห์สีขาวที่ดูแลรักษาง่าย
ติดตั้งซิงค์ล้างจานสแตนเลสแบบหลุมเดี่ยว พร้อมก๊อกน้ำของแบรนด์ Teka มาให้เรียบร้อย ด้านข้างยังเหลือพื้นที่สำหรับวางฟองน้ำ น้ำยาล้างจาน หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ได้
อีกฝั่งจะได้เตาไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควัน Slimline ของ Teka เช่นกัน รอบเตายังพอมีพื้นที่สำหรับวางเครื่องปรุงหรืออุปกรณ์ครัวเพิ่มเติมได้เล็กน้อย

ด้านบนมีทั้งตู้เก็บของ ชั้นวางของ และช่องวางไมโครเวฟ พร้อมติดปลั๊กไฟมาให้เรียบร้อย
ส่วนด้านล่างจะเป็นตู้เก็บของบานเปิด และช่องวางเครื่องซักผ้าขนาดประมาณ 7 กก. ที่เตรียมระบบน้ำและไฟไว้พร้อมต่อใช้งานได้ทันที
ด้านข้างเคาน์เตอร์ครัวมีพื้นที่เหลือประมาณ 70 x 60 ซม. สามารถวางตู้เย็น 2 ประตู ขนาด 8 คิว ได้ค่ะ
บริเวณมุมห้องฝั่งซ้ายมือ จะได้ตู้เก็บรองเท้าและตู้เก็บของ Built-in เพิ่มเติม ข้าง ๆ กันเป็นผนังเปล่า สามารถติดกระจกเงาบานสูงไว้เช็กการแต่งตัวก่อนออกจากบ้านได้ด้วย
โดยตู้บานสูงถูกออกแบบให้สามารถเก็บของชิ้นสูงอย่างร่ม เครื่องดูดฝุ่น หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ได้สะดวก พร้อมติดหมุดแขวนของเล็ก ๆ สำหรับแขวนกุญแจ กระเป๋า หรือหมวกมาให้ใช้งานด้วย
ติดกันได้เป็นตู้รองเท้าด้านล่างเป็นแบบบานเปิด ภายในสามารถเก็บรองเท้าได้สูงสุดประมาณ 8 คู่ และยังเหลือพื้นที่ด้านบนหน้าตู้ไว้สำหรับวางของใช้จุกจิกเพิ่มเติมได้อีก
โซนครัวจะถูกกั้นแยกจากพื้นที่พักผ่อนด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน กรอบอะลูมิเนียมสีดำ ช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้นและยังรับแสงธรรมชาติจากด้านในได้ดี
ถัดเข้ามาจะเป็น Living Area ซึ่งปูพื้นลามิเนตลายไม้ หนา 8 มม. มาให้ทั้งหมด โดยพื้นที่ส่วนนี้จะรวมทั้งมุมนั่งเล่น ห้องนอน และมุมทำงานเข้าไว้ด้วยกันในสไตล์ Compact Living ที่ออกแบบให้ใช้งานได้ครบภายในพื้นที่จำกัด
ทางฝั่งซ้ายมือจะเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in รูปตัว L ที่วางเข้ามุมติดกับห้องน้ำ การจัด Layout ลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เพราะสามารถใช้พื้นที่ด้านในสำหรับแต่งตัวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายตาจากหน้าห้อง
ตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นตู้ลายไม้สีอ่อน ภายในตู้เสื้อผ้าจัดฟังก์ชันมาให้ครบ ทั้งราวแขวนเสื้อผ้าบน-ล่าง ชั้นวางของ และลิ้นชักเก็บของ โดยบางส่วนจะเป็นตู้แบบเปิดโล่ง และบางส่วนมีหน้าบานปิดมาให้เพื่อความเรียบร้อย
ติดกันจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ ที่ใช้ประตูไม้บานทึบพร้อมมือจับก้านโยก ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำแยกกันชัดเจน ตกแต่งด้วยกระเบื้องลวดลายหลากสี ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับห้องน้ำได้ดี
ซ้ายมือติดตั้งอ่างล้างหน้าทรงเหลี่ยม พร้อมตู้เก็บของใต้อ่าง และตู้กระจกด้านบนที่มีชั้นเก็บของให้ครบ เหมาะสำหรับเก็บสกินแคร์หรือของใช้ประจำวันต่าง ๆ
หน้าอ่างและตู้เก็บของบานเปิดใต้อ่าง
ตู้เก็บของด้านบนเป็นตู้หน้าบานกระจกเงา ที่มีชั้นลอยไว้เก็บของได้ที่ด้านใน
โถสุขภัณฑ์แบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมระยะใช้งานที่นั่งสบาย ไม่อึดอัด มีอุปกรณ์ประกอบติดตั้งให้ครบชุดพร้อมใช้งาน และมีราวแขวนผ้าติดตั้งไว้ด้านข้าง
ด้านในสุดเป็นส่วนอาบน้ำ กั้นด้วยฉากกระจกบานเลื่อน 3 ตอน
ติดตั้ง Hand Shower ก๊อกน้ำก้านโยก และเจาะช่องวางของไว้ในผนัง เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ส่วนด้านบนติดพัดลมระบายอากาศมาให้เรียบร้อย ช่วยลดความชื้นและกลิ่นอับได้ดี
พื้นที่อาบน้ำขนาดกว้างกำลังดี
กลับออกมาที่ส่วนพักผ่อน ภายในห้องจะได้เฟอร์นิเจอร์มาตรฐานแบบ Functionable รวมทั้งหมด 7 ชิ้น ทั้งแบบ Built-in และลอยตัว ได้แก่ ตู้เก็บรองเท้า, โซฟา 2 ที่นั่ง, โต๊ะกาแฟ, ตู้เสื้อผ้า Built-in รูปตัว L, เคาน์เตอร์อเนกประสงค์, ฐานเตียง 5 ฟุต พร้อมพื้นที่เก็บของ และเก้าอี้ 1 ตัว
พื้นที่พักผ่อนจะได้โซฟาผ้าขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางด้านหน้า 1 ตัว
ข้างโซฟามีพื้นที่เหลือไว้สำหรับวางของตกแต่งบ้าน หรือจะวางเป็นที่นอนน้องหมา น้องแมวก็ได้ค่ะ
เตียงนอนจะได้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต แบบชิดผนัง หัวเตียงมีแผ่นไม้ตกแต่ง พร้อมติดตั้งปลั๊กไฟไว้ให้สำหรับเสียบชาร์จมือถือ โคมไฟ หรือ Gadget ต่าง ๆ ได้สะดวก
มีช่องเก็บของใต้เตียง แบบที่มีล้อเลื่อนใช้งานง่าย
ส่วนปลายเตียงนอนจะมีตู้เก็บของแบบบานเปิดให้อีก 2 ตู้ ช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บของได้ดีสำหรับห้องขนาด Compact

บริเวณปลายเตียงออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ตัวยาว ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ไม่ว่าจะใช้เป็นชั้นวางทีวี โต๊ะทำงาน หรือจัดเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งก็ทำได้อย่างลงตัวค่ะ
ภายในห้องตัวอย่างจะติดตั้ง Smart TV แบบแขวนผนังมาให้ดูเป็นไอเดีย ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวมีงานระบบไฟฟ้ารองรับไว้พร้อม สามารถต่อใช้งานได้ทันที ส่วนพื้นที่หน้าเคาน์เตอร์ก็จัดวางเป็นทั้งชั้นเก็บของ มุมทำงาน และโต๊ะเครื่องแป้งในจุดเดียว ช่วยให้ใช้งานพื้นที่ได้คุ้มค่ามากขึ้น
ด้านล่างโต๊ะยังเว้นพื้นที่ไว้พอสมควร สามารถใช้วางกล่องเก็บของ กระเป๋า หรือจะดัดแปลงเป็นมุมสำหรับน้องหมา น้องแมว เช่น มุมวางกระบะทราย หรือที่นอนสัตว์เลี้ยง ก็ใช้งานได้เช่นกันค่ะ
ด้านหลังตู้เสื้อผ้ายังมีชั้นวางของเพิ่มเติมอีก 4 ชั้น พร้อมหมุดแขวนของสำหรับใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ภายในห้องอีกด้วย

ภายในห้องจะได้ความโปร่งสว่างมาจากหน้าต่างกระจกบานผสมขนาดใหญ่ด้านข้างเตียงนอน และจากประตูบานเลื่อนตรงระเบียงแบบนี้
ด้านนอกจะเป็นระเบียงซักล้าง ที่กั้นแยกด้วยประตูกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีดำ แบบบานเลื่อน 3 ตอน พร้อมยกธรณีกันน้ำและกันฝุ่นมาให้เรียบร้อย
พื้นระเบียงปูกระเบื้องเซรามิกกันลื่น สามารถวางราวตากผ้าขนาดเล็กหรือจัดสวนกระถางเพิ่มความสดชื่นได้
จากห้องตัวอย่างที่อยู่ชั้น 2 มองออกมาจะเจอกับซอยประสาน และโครงการเฟสใหม่ในอนาคตค่ะ
บรรยากาศภาพรวมภายในห้องตัวอย่าง
แปลนห้องตัวอย่างห้องนี้ จะเป็นแบบ 1 Bedroom ขนาดประมาณ 24.00-24.50 ตร.ม. เช่นเดียวกัน โดย Layout ภายในยังคงจัดฟังก์ชันมาเหมือนห้องแรก แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ โซนครัวปิดบริเวณด้านหน้า Living Area ตรงกลางห้อง และระเบียงซักล้างด้านนอก แต่สิ่งที่แตกต่างกันจะเป็นบรรยากาศและสไตล์การตกแต่งภายใน ที่ห้องนี้จะเลือกใช้โทนสีอบอุ่น ดูละมุนและ Cozy มากขึ้นค่ะ
เมื่อเปิดประตูเข้ามา จะเจอกับโซนครัวปิดก่อนเหมือนเดิม พื้นที่ส่วนนี้ยังใช้งานได้สะดวก สามารถทำอาหารจริงได้สบาย และกั้นแยกกลิ่นหรือควันด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน ช่วยแยกพื้นที่ครัวออกจากส่วนพักผ่อนได้เป็นสัดส่วนมากขึ้น
ภายในห้องยังคงได้ฝ้าเพดานสูงประมาณ 2.55 ม. ผนังและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีอ่อน พร้อมติดตั้งโคมไฟ LED Panel มาให้ครบ ทำให้ภาพรวมของห้องดูสว่าง โปร่ง และสบายตา
พื้นบริเวณครัวยังคงปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีอ่อน ขนาด 60 x 60 ซม. ที่เหมาะกับการใช้งานหนักและดูแลทำความสะอาดง่าย ส่วนชุดครัว Built-in จะได้มาครบทั้งตู้เก็บของ ช่องวางไมโครเวฟ และพื้นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า พร้อมเหลือพื้นที่ด้านข้างให้วางตู้เย็นขนาดประมาณ 6-8 คิว ได้เหมือนเดิม
หน้าท็อปเลือกใช้หินสังเคราะห์สีขาว พร้อมติดตั้งซิงค์ล้างจานสแตนเลสและก๊อกน้ำของ Teka มาให้ ส่วนอีกฝั่งจะเป็นเตาไฟฟ้า 2 หัว และเครื่องดูดควัน Slimline ของ Teka เช่นกัน โดยภาพรวมฟังก์ชันการใช้งานครัวยังคงครบและตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ดีค่ะ
ด้านบนได้ตู้เก็บของบานเปิด ชั้นวางของ และช่องวางไมโครเวฟ พร้อมปลั๊กไฟที่ด้านหลัง
ด้านล่างได้ตู้เก็บของบานเปิดใต้ซิงค์ พร้อมช่องวางเครื่องซักผ้าฝาหน้า ขนาดไม่เกิน 7 กก. ด้านหลังมีการเดินงานระบบมาให้พร้อมต่อใช้งานได้ทันที
อีกฝั่งของห้องจะได้ชุดตู้ Built-in เหมือนกับห้องก่อนหน้า ทั้งตู้เก็บของและตู้เก็บรองเท้า ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้ใช้งานได้เป็นสัดส่วนมากขึ้นค่ะ
เริ่มจากตู้เก็บของบานเปิดทรงสูงจำนวน 2 ตู้ ภายในแบ่งพื้นที่เก็บของได้ค่อนข้างหลากหลาย ด้านบนเหมาะสำหรับเก็บของจุกจิก หรือของที่ไม่ได้หยิบใช้งานบ่อย ส่วนพื้นที่ด้านล่างออกแบบให้รองรับของที่มีความสูงเป็นพิเศษได้ เช่น ร่ม ไม้กวาด หรือเครื่องดูดฝุ่น ทำให้จัดเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดต่าง ๆ ได้เรียบร้อยมากขึ้น
ถัดกันจะเป็นตู้เก็บรองเท้าแบบบานเปิด ภายในแบ่งชั้นลอยมาให้ทั้งหมด 4 ชั้น สามารถเก็บรองเท้าได้สูงสุดประมาณ 8 คู่ และด้านบนตู้ยังเหลือพื้นที่สำหรับวางของใช้ที่หยิบใช้งานบ่อย ๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นกุญแจ กระเป๋า หรือของตกแต่งเล็ก ๆ ก็จัดวางได้สะดวกค่ะ
พื้นที่ครัวและส่วนพักผ่อนถูกกั้นแยกออกจากกันด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 3 ตอน แบบ Full Height ช่วยให้ห้องดูโปร่งและได้รับแสงธรรมชาติได้ทั่วถึงมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดกลิ่นและควันจากการทำอาหารไม่ให้รบกวนพื้นที่ด้านใน เหมาะกับการอยู่อาศัยจริงในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก
บรรยากาศของห้องนี้จะให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นจากการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลายไม้สีอ่อน ตัดกับผนังโทนครีมและสีพาสเทล รวมถึงเพิ่มลูกเล่นเส้นสายโค้งบริเวณผนังด้านหัวเตียง ช่วยให้ห้องดูนุ่มนวลและมีความ Relax มากขึ้น
ทางฝั่งขวามือจะเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in รูปตัว L ที่วางเข้ามุมติดกับห้องน้ำเหมือนเดิม การจัด Layout ลักษณะนี้ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับพื้นที่พักผ่อนได้ดี เพราะสามารถใช้พื้นที่ด้านในสำหรับแต่งตัวได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสายตาจากหน้าห้องค่ะ
ตัวตู้เลือกใช้ลายไม้สีอ่อน เข้ากับโทนอบอุ่นของห้อง ภายในจัดฟังก์ชันมาให้ครบทั้งราวแขวนเสื้อผ้าบน-ล่าง ชั้นวางของ และลิ้นชักเก็บของ โดยบางส่วนจะเป็นตู้แบบเปิดโล่ง ช่วยให้หยิบใช้งานได้สะดวก ส่วนบางบานจะมีหน้าบานปิดมาให้ เพื่อช่วยให้ภาพรวมดูเรียบร้อยมากขึ้น
ติดกันจะเป็นทางเข้าห้องน้ำ ที่ใช้ประตูไม้บานทึบพร้อมมือจับก้านโยก ภายในยังคงแบ่งพื้นที่ส่วนแห้งและส่วนอาบน้ำแยกกันชัดเจน พร้อมตกแต่งด้วยกระเบื้องลวดลายสีสันสดใส ช่วยเพิ่มความน่ารักและทำให้บรรยากาศดูไม่น่าเบื่อค่ะ
ฝั่งอ่างล้างหน้าจะได้อ่างทรงเหลี่ยม พร้อมตู้เก็บของใต้อ่าง และตู้กระจกด้านบนที่มีชั้นเก็บของด้านใน เหมาะสำหรับเก็บสกินแคร์หรือของใช้ประจำวันต่าง ๆ ได้ครบ
โถสุขภัณฑ์เป็นแบบ 2 Piece ระบบ Dual Flush พร้อมอุปกรณ์ประกอบครบชุด และมีระยะใช้งานกำลังสบาย ไม่อึดอัด พร้อมติดตั้งราวแขวนผ้ามาให้ด้านข้างเรียบร้อย
ส่วนด้านในสุดจะเป็นพื้นที่อาบน้ำ ที่กั้นแยกด้วยฉากกระจกบานเลื่อน 3 ตอน
ภายในติดตั้ง Hand Shower ก๊อกน้ำก้านโยก และมีช่องเจาะผนังสำหรับวางของใช้มาให้ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน พร้อมติดตั้งพัดลมระบายอากาศด้านบน ช่วยลดความชื้นและกลิ่นอับภายในห้องน้ำได้ดีค่ะ
เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะเป็น Living Area ที่รวมทั้งมุมนั่งเล่น พื้นที่นอน และมุมทำงานไว้ในพื้นที่เดียวกัน โดยยังคงปูพื้นลามิเนตลายไม้ หนา 8 มม. มาให้ทั้งหมด ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านมากขึ้นค่ะ
มุมนั่งเล่นภายในห้องตัวอย่างจะจัดวางโซฟาผ้าขนาด 2 ที่นั่งไว้บริเวณด้านข้างเตียง พร้อมโต๊ะข้างขนาดเล็กสำหรับวางของตกแต่งหรือใช้งานระหว่างวัน ซึ่งโทนสีเทาและน้ำเงินของเฟอร์นิเจอร์ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับห้องได้ดี
ส่วนเตียงนอนจะได้ฐานเตียงขนาด 5 ฟุต แบบชิดผนัง พร้อมพื้นที่เก็บของใต้เตียงและตู้เก็บของบริเวณปลายเตียงเช่นเดิม โดยห้องนี้เลือกตกแต่งด้วยชุดเครื่องนอนโทนสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน ช่วยให้บรรยากาศดูโมเดิร์นและมีมิติมากขึ้น
บริเวณปลายเตียงจะได้เคาน์เตอร์อเนกประสงค์ตัวยาว ที่สามารถใช้งานได้ทั้งเป็นชั้นวางทีวี โต๊ะทำงาน หรือมุมโต๊ะเครื่องแป้งในตัว ภายในห้องตัวอย่างตกแต่งให้ดูเป็น Work from Home Space ขนาดกะทัดรัด พร้อมติดตั้ง Smart TV แบบแขวนผนังมาให้ดูเป็นไอเดียค่ะ
ใต้ฐานเคาน์เตอร์มีพื้นที่เหลือให้วางกล่องเก็บของ ตู้เก็บของ-ชั้นวางของแบบเตี้ย หรือจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับวางเบาะนอน รวมถึงห้องน้ำน้องหมา น้องแมวก็ได้
ด้านข้างยังมีชั้นวางของ Built-in และกระจกเงาทรงสูง ช่วยเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานและทำให้มุมนี้ดูครบมากขึ้น โดยรวมถือว่าเป็นห้องที่ใช้พื้นที่ได้ค่อนข้างคุ้ม แม้จะเป็นห้องขนาด Compact ก็ตาม
จุดเด่นอีกอย่างคือห้องนี้ได้ช่องแสงค่อนข้างใหญ่ ทั้งจากหน้าต่างข้างเตียงและประตูกระจกบานเลื่อนตรงระเบียง ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้เต็มที่ ช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งและไม่อึดอัด
ส่วนระเบียงซักล้างด้านนอก ยังคงกั้นแยกด้วยประตูกระจกบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียมสีดำ พร้อมปูกระเบื้องกันลื่นมาให้เรียบร้อย สามารถวางราวตากผ้าขนาดเล็ก หรือจัดสวนกระถางเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้เช่นเดิมค่ะ
ภาพรวมของห้องตัวอย่างห้องนี้ จะให้อารมณ์ที่ดู Cozy อบอุ่น และมีความเป็น Lifestyle มากขึ้น เหมาะกับทั้งคนทำงานรุ่นใหม่ นักศึกษา หรือคนที่ชอบห้องโทนละมุน ๆ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและอยู่สบายในทุกวันค่ะ
ค่าส่วนกลาง
ค่ากองทุน
⇒ ทำเลที่ตั้งโครงการ : The Muve Paw บางแค คอนโด Low-Rise พร้อมอยู่จาก Sansiri ที่พัฒนาต่อยอดจากแบรนด์ The Muve โดยจุดเด่นสำคัญของโครงการนี้คือการเป็น Pet-Friendly Condo ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ทั้งโครงการ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีน้องหมา น้องแมวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ยังต้องการคอนโดที่เดินทางสะดวก ใช้ชีวิตง่าย และมีราคาจับต้องได้ไม่ไกลเกินเอื้อม
ตัวโครงการเป็นคอนโด Low-Rise ขนาดกำลังพอดี ยูนิตไม่เยอะจนเกินไป ทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยดูมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เหมาะทั้งกับ First Jobber, นักศึกษา, คนทำงานในเมือง รวมถึงคนที่กำลังมองหาคอนโดแรกเพื่อเปลี่ยนจากการเช่ามาเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นในงบที่ยังควบคุมได้ค่ะ
ในด้านทำเล ตัวโครงการตั้งอยู่ภายในซอยประสาน ย่านบางแค ห่างจากถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้าเพียงประมาณ 200 ม.* ถือเป็นทำเลที่ใช้ชีวิตได้สะดวกมาก เพราะรายล้อมด้วยทั้งรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า ตลาด ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบในระยะใกล้
หนึ่งในจุดเด่นที่เห็นภาพได้ชัดที่สุดคือการอยู่ติดกับ Lotus’s บางแค แบบเดินออกจากโครงการก็ถึงทันที ทำให้เรื่องการซื้อของเข้าห้อง หาอาหาร หรือแวะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายมาก รวมถึงยังใกล้ตลาดบางแค ตลาดเก่าแก่ชื่อดังของฝั่งธน ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและสตรีทฟู้ดตลอดทั้งวัน
ภาพรวมของย่านนี้ถือว่าเป็นโซนที่มีความคึกคัก ใช้ชีวิตสะดวก และยังเดินทางเข้าเมืองได้ง่าย เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้รถไฟฟ้า แต่ยังต้องการคอนโดในระดับราคาที่เข้าถึงได้ค่ะ
⇒ การเดินทางโดยรถส่วนตัว : สำหรับคนใช้รถยนต์ส่วนตัว ทำเลของ The Muve Paw บางแค ถือว่าเดินทางเข้า-ออกเมืองได้สะดวก เพราะตัวโครงการอยู่ใกล้ถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า ช่วยให้ขับรถเข้าเมืองได้ง่ายโดยไม่ต้องเสียเวลากลับรถ และยังเชื่อมต่อไปยังถนนสายสำคัญได้หลายเส้นทาง ทั้งราชพฤกษ์, กรุงธนบุรี และพระราม 4
จากโครงการสามารถขับเข้าสู่โซนสาทร สีลม และปทุมวันได้ค่อนข้างสะดวก เหมาะกับคนที่ทำงานในเมือง แต่ต้องการขยับออกมาอยู่ในทำเลที่ราคาคอนโดยังจับต้องง่ายกว่าโซนชั้นใน
นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้ถนนกาญจนาภิเษก บริเวณทางแยกต่างระดับบางแค เพียงประมาณ 1.6 กม.* ช่วยให้เดินทางออกไปยังพระราม 2, บางใหญ่, บางบัวทอง รวมถึงออกต่างจังหวัดผ่านมอเตอร์เวย์ M81 ได้ง่ายเช่นกัน ถือเป็นทำเลที่รองรับทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางออกนอกเมืองได้ดีค่ะ
⇒ การเดินทางโดยรถไฟฟ้าและรถสาธารณะ : อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ The Muve Paw บางแค คือการอยู่ใกล้ MRT สถานีบางแค ในระยะประมาณ 400 ม.* ที่ยังถือว่าเดินไปใช้งานได้สะดวก หรือหากวันไหนไม่อยากเดิน ทางโครงการก็มี Shuttle Service คอยรับ-ส่งเพิ่มความสะดวกให้ลูกบ้านอีกด้วย
จาก MRT บางแค สามารถนั่งไปเพียง 1 สถานี ก็ถึง The Mall Lifestore บางแค หรือหากนั่งต่อไปอีกประมาณ 3 สถานี จะเชื่อมต่อกับ BTS สายสีลม ที่สถานีบางหว้า ทำให้เดินทางเข้าสู่โซน CBD สีลม-สาทร ได้ในเวลาประมาณ 15 นาที* เท่านั้น ถือว่าตอบโจทย์คนทำงานในเมืองได้ดีมากค่ะ
นอกจากนี้ยังสามารถใช้รถไฟฟ้าเดินทางไปยังโซนไลฟ์สไตล์สำคัญของกรุงเทพฯ ได้สะดวก ทั้ง ICONSIAM, Siam Paragon และ Siam Square โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-40 นาที* เท่านั้น
ส่วนคนที่ใช้งานรถเมล์หรือรถสาธารณะอื่น ๆ ก็ถือว่าสะดวกเช่นกัน เพราะบริเวณหน้า Lotus’s บางแค และใต้สถานีรถไฟฟ้า จะมีป้ายรถเมล์หลายสายให้เลือกใช้งาน รวมถึงมีสะพานลอยสำหรับข้ามไปยังฝั่งถนนเพชรเกษมขาออก ที่มีป้ายรถเมล์รองรับเพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ
⇒ การออกแบบโครงการ แบบห้องพัก และวัสดุ : ตัวอาคารออกเป็นคอนโด Low-Rise 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 261 ยูนิต ออกแบบมาในสไตล์ Modern ตามแนวคิดของแบรนด์ The Muve ที่เน้นความสนุก สดใส และเหมาะกับคนรุ่นใหม่ โดยเลือกใช้คู่สีเขียวและสีเหลืองมาตัดกันบน Facade ช่วยให้ตัวอาคารดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากขึ้น
อีกหนึ่งลูกเล่นที่เห็นได้ชัดคือการใช้เส้นสายโค้งในองค์ประกอบต่าง ๆ ของโครงการ เพื่อสร้างความรู้สึก Movement และเพิ่มความต่อเนื่องให้กับงานออกแบบ ทั้งในพื้นที่ส่วนกลาง ผนังตกแต่ง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในอาคาร ทำให้ Mood & Tone โดยรวมดูสนุก ทันสมัย และแตกต่างจากคอนโดทั่วไปในระดับราคาใกล้เคียงกัน
ในส่วนของห้องพักอาศัย จะเน้นแนวคิด Compact Living ที่ออกแบบให้ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า แม้จะเป็นห้องขนาดประมาณ 24.00-24.50 ตร.ม. แต่สามารถจัดฟังก์ชันหลักได้ครบ ทั้งครัวปิด พื้นที่พักผ่อน ห้องน้ำ และระเบียงซักล้าง
จุดเด่นคือการได้ครัวปิดที่สามารถทำอาหารจริงได้ พร้อมประตูกระจกบานเลื่อนกั้นกลิ่นและควันออกจากส่วนพักผ่อน รวมถึงได้เฟอร์นิเจอร์ Built-in และลอยตัวแบบ Functionable ครบทั้งตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์อเนกประสงค์ ฐานเตียงพร้อมพื้นที่เก็บของ และโซฟา
บรรยากาศภายในห้องเลือกใช้โทนสีอบอุ่น ผสมงานไม้สีอ่อน ช่วยให้ภาพรวมดู Cozy และอยู่สบาย ขณะที่ฟังก์ชันต่าง ๆ ยังสามารถปรับเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์ได้ ทั้งมุมทำงาน โต๊ะเครื่องแป้ง หรือพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงค่ะ
⇒ สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย : จัดมาให้ค่อนข้างครบสำหรับคอนโดขนาด Compact โดยเน้นตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนรุ่นใหม่ ทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง
ภายในมี Co-Working Space, Working Pod แบบส่วนตัว, Meeting Room และ Live Studio ที่รองรับทั้งการนั่งทำงาน ประชุมออนไลน์ หรือทำคอนเทนต์สำหรับสาย Creator ได้จริง พร้อมออกแบบพื้นที่ให้เปิดรับแสงธรรมชาติ และตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใส ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดูสนุกและไม่น่าเบื่อ
ส่วนห้อง Gym จะอยู่บนชั้น 8 พร้อมวิวเมืองและบรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น ภายในมีเครื่องออกกำลังกายครบทั้ง Cardio และ Weight Training รองรับการใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ในด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการติดตั้งระบบ Easy Pass สำหรับรถยนต์เข้า-ออก และใช้ระบบ Face Scan สำหรับเข้า-ออกอาคาร รวมถึงชั้นพักอาศัย เพิ่มทั้งความสะดวกและความปลอดภัยในการอยู่อาศัย พร้อมติดตั้ง CCTV ตามจุดสำคัญทั่วทั้งโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลตลอด 24 ชม.
อีกหนึ่งจุดเด่นที่แตกต่างจากคอนโดทั่วไปคือ Pet Park ที่จัดพื้นที่สำหรับน้องหมาและน้องแมวไว้โดยเฉพาะ พร้อมรั้วกั้นแยกโซนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย รวมถึงมีจุดล้างเท้า จุดวางน้ำ และของเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงครบ ถือเป็น Pet-Friendly Condo ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักสัตว์อย่างแท้จริงค่ะ
Tel : 1685
Line : https://siri.ly/nGTKmU5
Website : https://siri.ly/EK4kk45
หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ












แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ " EP.xxxx รีวิว The Muve Paw บางแค คอนโดแต่งครบพร้อมอยู่ เลี้ยงสัตว์ได้ ใกล้ MRT บางแค และ Lotus’s บางแค เริ่ม 1.85 ล้าน* "