หน้าหลัก » EP LPN ลุมพินี คอนโด คอนโด LPN ลุมพินี คอนโด กรุงเทพ รีวิว คอนโด » EP.368 รีวิว คอนโด ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ ใกล้ Central Plaza พระราม 3 ราคาเริ่ม 2.35 ล้านบาท*

EP.368 รีวิว คอนโด ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ ใกล้ Central Plaza พระราม 3 ราคาเริ่ม 2.35 ล้านบาท*

โพสโดย : pure | วันที่ : 23 January 2020 |
หมวดหมู่ : EP, LPN ลุมพินี, คอนโด, คอนโด LPN ลุมพินี, คอนโด กรุงเทพ, รีวิว คอนโด

EP.368 รีวิว คอนโด ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ Lumpini Place Ratchada-Sathu

Written by : Nan Kanyarat Thongpeng

สวัสดีผู้อ่านชาว Condonayoo ทุกท่านค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยหรือลงทุนปล่อยเช่ากันอยู่นั้น วันนี้เราขอพาไปชมโครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ คอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่จาก L.P.N. ตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านถนนสาธุประดิษฐ์ ในซอยสาธุประดิษฐ์ 27 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. ห่างจากถนนใหญ่รัชดาภิเษกเพียง 200 เมตร

เดินทางเข้า-ออกเมืองสะดวกสบาย ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานคร ใกล้ถนนใหญ่นราธิวาส ทำให้เข้าสู่ใจกลางเมืองย่านสาทรโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที อีกทั้งยังใกล้กับ BRT ถนนจันทน์ ที่ใช้เชื่อมไปยังสถานี BTS ช่องนนทรี และอยู่ไม่ไกลจากสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ เช่น ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, Central Plaza พระราม 3, Tesco Lotus พระราม 3, The Up พระราม 3, ตลาดรุ่งเจริญ และตลาดสะพาน 3 เป็นต้น

ลุมพินี เพลส รัชดา – สาธุ เป็นคอนโด High Rise สูง 35 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่โครงการขนาด 2-2-26.1 ไร่ จำนวนห้อง 543 ยูนิต มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ คือ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms และ 3 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย เริ่มต้น 23.50 – 65.50 ตร.ม. ขายแบบ Fully Fitted คือมีเคาน์เตอร์ครัว + ซิงค์ล้างจาน ชุดสุขภัณฑ์ และฉากกั้นภายในห้องน้ำมาให้ พร้อมเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2562 เป็นต้นไป

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน อาทิ พื้นที่สีเขียวสีเขียวรอบโครงการ, Lobby, Mailbox, Co-Living Zone, Co-Living Area, Meeting Room, Play Ground, Sky Lounge, Sky Lobby, สวนหย่อมสไตล์ Modern Chinese, สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool พร้อมพื้นที่พักผ่อนข้างสระ

Happiness Zone, Kid’s Fun Zone, Co-Dining Zone, Fittness Zone, Housework Zone, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, ห้องสตรีม และซาวน่า มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Access Card Control พร้อมเสริมความปลอดภัยด้วยกล้อง CCTV ราคาเริ่มต้น 2.35 ล้านบาท* (ธ.ค. 62)

ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร และตัวโครงการจะน่าสนใจแค่ไหน เชิญคุณผู้อ่านเลื่อนชมรีวิวโครงการได้เลยค่ะ

ชื่อโครงการ ลุมพินี เพลส รัชดา-สาธุ Lumpini Place Ratchada-Sathu
เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด มหาชน / LPN
เนื้อที่ทั้งหมด 2-2-26.1 ไร่
จำนวนตึก 1 อาคาร
จำนวนชั้น 35 ชั้น
จำนวนห้อง 543 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • Studio : 23.50 – 24.50 ตร.ม.
  • 1 Bedroom : 28.00 – 34.00 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms : 36.00 – 44.00 ตร.ม.
  • 3 Bedrooms : 60.00 – 65.50 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด ชั้น 1-6 ประมาณ 220 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) คิดเป็น 40% ของจำนวนยูนิตโครงการ
จำนวนลิฟท์
  • ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว
  • ลิฟต์บริการ 1 ตัว
โซน สาธุประดิษฐ์, รัชดาภิเษก
ขนส่งสาธารณะ
  • ทางด่วนเฉลิมมหานคร
  • ทางด่วนศรีรัช
  • BRT ถนนจันทน์
  • BTS ช่องนนทรี
รถโดยสารที่ผ่าน รถเมล์สาย 35, 62, รถสองแถวสาย 1279 วัดดอกไม้, สาย 1261 ท่าน้ำสาธุฯ
ที่ตั้ง สาธุประดิษฐ์ 27 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.
กำหนดการ พฤศจิกายน 2560
ปีที่สร้างเสร็จ ตุลาคม 2562
ราคา เริ่มต้น 2.35 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม 100,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลางและกองทุน
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม.
  • ค่ากองทุน 300 บาท/ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง ห้างสรรพสินค้า

  • ตลาดรุ่งเจริญ : 300 เมตร
  • Central Plaza พระราม 3 : 600 เมตร
  • The Up พระราม 3 : 1.2 กม.
  • ตลาดสะพาน 3 : 1.3 กม.
  • Tesco Lotus พระราม 3 : 1.8 กม.
  • Makro สาทร : 2.1 กม.
  • ตลาดนางลิ้นจี่ : 2.2 กม.
  • สีลม คอมเพล็กซ์ : 5.6 กม.
  • Central สีลม : 5.9 กม.
  • จามจุรีสแควร์ : 7.9 กม.

สถานศึกษา

  • ร.ร.สารสาสน์เอกตรา : 700 เมตร
  • ร.ร.นานาชาติ สาทรใหม่ : 800 เมตร
  • ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ : 3.4 กม.
  • ร.ร.เซนต์โยเซฟ : 4.8 กม.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7.9 กม.

สถานพยาบาล

  • ร.พ.เซ็นหลุยส์ : 3.4 กม.
  • ร.พ.BNH : 3.6 กม.
  • ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน : 3.9 กม.
  • ร.พ.เลิดสิน : 4.1 กม.
  • ร.พ.จุฬาลงกรณ์ : 7.6 กม.

วัดและอื่นๆ

  • วัดโพธิ์แมน : 1.3 กม.
  • วัดไผ่เงิน : 1.4 กม.
  • วัดไทร พระราม 3 : 2.6 กม.
  • วัดดอกไม้ : 2.8 กม.
  • วัดทองบน : 3.6 กม.
  • วัดด่าน : 4 กม.
  • สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สวนพลู : 3.7 กม.
  • สวนเบญจกิติ : 5.4 กม.
  • สวนลุมพินี : 6.5 กม.
  • BRT ถนนจันทน์ : 1.5 กม.
  • BTS ช่องนนทรี : 3.6 กม.
  • MRT สีลม : 6.4 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby
  • Mailbox
  • ลานกิจกรรม
  • สวนหย่อมสไตล์ Modern Chinese
  • Sauna and Steam Room (ห้องสตีมและซาวน่า)
  • Fit & Firm Area (ลานออกกำลังกายกลางแจ้ง)
  • Play Ground (สนามเด็กเล่น)
  • Meeting Room (ห้องประชุม)
  • Parcel Room (ห้องบริหารจัดการพัสดุ)
  • First Aid Area (พื้นที่ปฐมพยาบาล)
  • Co-Living Zone (ห้องอเนกประสงค์)
  • Co-Living Area (ลานพักผ่อน)
  • Fittness Zone (ห้องออกกำลังกาย)
  • Housework Zone (ห้องเฮาส์เวิร์ค)
  • Co-Dining Zone (ห้องอาหารส่วนกลาง)
  • Kid’s Fun Zone (ห้องคุณหนู)
  • Happiness Zone (ห้องเปี่ยมสุข)
  • Vending Machine Room (พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ)
  • สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนริมสระ
  • Sky Lounge (จุดชมวิว)
  • ลิฟต์โดยสาร
  • Access Card Control
  • ประตูคีย์การ์ด
  • กล้องวงจรปิด
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
จุดเด่นของโครงการ “ลุมพินี เพลส รัชดา – สาธุ” คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมสไตล์ Modern Chinese โดดเด่นด้วยพื้นที่สำหรับการพักผ่อนที่รังสรรค์ขึ้นอย่างใส่ใจ มีสวนสวยรอบอาคารในสไตล์สวนจีน ร่มรื่น เย็นตา และมีเอกลักษณ์ด้วยสะพานไม้ ธารน้ำ หินงาม และต้นหลิวเรียงราย

พร้อมลู่วิ่งกลางสวน สนามเด็กเล่น ลานออกกำลังกาย ฯลฯ ร่วมด้วยสวน และสระว่ายน้ำลอยฟ้า ที่จะตอบโจทย์สมาชิกทุกวัยในครอบครัว คอนเซ็ปต์ Family is Everything “ขยายความสุขของครอบครัว ในบ้านหลังใหญ่”

คอนโดใกล้เคียง


:::: ที่ตั้งโครงการ ::::

สาธุประดิษฐ์ซอย 27 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.

พิกัด Google Maps : 13.6966481,100.5319468

map-Lumpini Place Ratchada-Sathu

ทำเลที่ตั้ง โครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ ตั้งอยู่บนถนนซอยสาธุประดิษฐ์ 27 ห่างจากถนนใหญ่รัชดาภิเษกเพียง 200 เมตรเท่านั้น เป็นทำเลที่มีความสะดวกสบายและความอุดมสมบูรณ์สูง ใกล้ทั้งถนนใหญ่รัชดาภิเษก พระราม 3 และเส้นนราธิวาส ที่ใช้เชื่อมต่อไปยังโซน CBD ชั้นในโซนใจกลางกรุงเทพ อย่างเช่น สีลม, สาทร, พระราม 4 ที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานใหญ่ๆ สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ใกล้กับจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานคร และอยู่ใกล้กับขนส่งสาธารณะอย่าง BRT ถนนจันทน์ ที่ใช้เชื่อมไปยังสถานี BTS ช่องนนทรีอีกด้วย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์ครบครันเดินทางเข้าถึงได้ง่ายมากทั้งในระยะเดินเท้าและระยะใกล้เคียง ใกล้กับห้างสรรพสินค้า Central Plaza พระราม 3, Tesco Lotus พระราม 3, The Up พระราม 3, ร้านสะดวกซื้อ, ตลาดสด, โรงพยาบาล, โรงเรียน และสถานที่ราชการ

LPN rd-st waymap

การเดินทางด้วยรถยนต์ เส้นหลักของโซนนี้คือถนนสาธุประดิษฐ์ โดยออกจากตัวโครงการมาเลี้ยวซ้ายมุ่งไปทางฝั่งถนนจันทร์ใช้เชื่อมต่อไปยังฝั่งเส้นนราธิวาส, สีลม, สาทร, สวนพลู, เย็นอากาศ, งามดูพลี, นางลิ้นจี่ มีทางลัดไปซอยเซ็นหลุยส์แล้วออกไปยังโซนสาทรได้อีกทาง สามารถเชื่อมเข้าสู่โซน CBD ชั้นในอย่าง อโศก, เพลินจิต, สยาม, ชิดลม ได้ง่ายๆ

หรือออกจากโครงการมาเลี้ยวขวาก็มุ่งหน้าไปยังถนนรัชดาภิเษกเข้าเส้นพระราม 3 ไปออกพระราม 4 เชื่อมเข้าสาทร ไปอโศก หรือไปทางฝั่งถนนตกก็จะเชื่อมไปยังสุขสวัสดิ์ ท่าพระ วงเวียนใหญ่ จรัญสนิทวงศ์ได้ค่ะ

ส่วนคนที่ทำงานโซนวงแหวนอุตสาหกรรมจากถนนรัชดาภิเษกขับตรงไปทางถนนพระราม 3 วิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวงแหวนอุตสาหกรรมกับสมุทรปราการได้ และเนื่องจากเป็นโซนย่านใจกลางเมืองเชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นและมีแยกเยอะ ทำให้การจราจรในละแวกนี้ค่อนข้างคึกคัก หากใครเดินทางในช่วงเช้าและช่วงเย็นหลังเลิกงานต้องเผื่อเวลากันดีๆ

wayfromexp

ทางด่วน อีกจุดเด่นหนึ่งของโครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ คืออยู่ห่างจากจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครด่านสาธุประดิษฐ์ราว 1 กม. เท่านั้น ทำให้การเดินทางมาโครงการจากทางด่วนนั้นใช้เวลาโดยประมาณเพียง 3 นาทีเท่านั้น

LPN rd-st bts map

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ต้องบอกเลยว่าสะดวกสบายมากๆ ตัวโครงการอยู่ติดถนนสาธุประดิษฐ์ที่มีทั้งรถเมล์ รถสองแถว แท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการอย่างครบครัน โดยสายรถเมล์ที่ผ่านหน้าโครงการคือสาย 35 วิ่งระหว่างสายใต้ใหม่ตลิ่งชัน – สุขสวัสดิ์, สาย 62 วิ่งระหว่างท่าน้ำสาธุประดิษฐ์ – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, รถสองแถวสาย 1279 วิ่งระหว่างวัดดอกไม้ – ปากซอยเจริญกรุง 69 และสาย 1261 ท่าน้ำสาธุฯ วิ่งระหว่างสาธุตัดใหม่ ถนนยานนาวา – ศูนย์การค้าวรรัตน์ ซอยจันทน์ 16

หรือจะนั่งพี่วินไปขึ้น BRT ถนนจันทน์ แล้วเชื่อมต่อไปถึง BTS ช่องนนทรีได้สบายๆ เพียงสถานีเดียวก็ถึง BTS ศาลาแดง ที่มีจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีลม ทำให้สามารถเดินทางไปยังใจกลางเมืองจุดต่างๆ ได้อย่างสะดวกง่ายดาย ทั้งสยาม, ชิดลม, สาทร, สีลม, พร้อมพงษ์, ทองหล่อ, อโศก เป็นต้น เรียกได้ว่ามีทางเลือกในการเดินทางหลากหลายสำหรับคนไม่ใช้รถค่ะ

LPN rd-st waymap

สรุปแยก และถนนสำคัญรอบโครงการ

  • แยกจันทน์ – นราธิวาส : 1.7 กม.
  • แยกนางลิ้นจี่ : 2.2 กม.
  • แยกเย็นอากาศ : 2.5 กม.
  • แยกเทคนิคกรุงเทพฯ : 3.3 กม.
  • แยกสาทร – นราธิวาส : 3.5 กม.
  • แยกสาทร-สุรศักดิ์ : 4.0 กม.
  • แยกสวนพลู : 4.2 กม.
  • แยกวิทยุ : 5.6 กม.
  • แยกศาลาแดง : 6.2 กม.
  • ถนนสาธุประดิษฐ์ : 0 เมตร
  • ถนนรัชดาภิเษก : 200 เมตร
  • ถนนนราธิวาส : 1.3 กม.
  • ถนนสาทร : 3.5 กม.
  • ถนนพระราม 4 : 5.6 กม.
  • ถนนวิทยุ : 5.6 กม.

LPN rd-st place map

ความอุดมสมบูรณ์ ที่ตั้งโครงการอยู่ติดซอยสาธุประดิษฐ์ซึ่งเป็นโซนที่พักอาศัยที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดซอยหนึ่งในย่านนี้ รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันทั้งในระยะกว้างและระยะการเดินเท้า รอบนอกโครงการใกล้สุดที่สามารถเข้าถึงได้ในระยะการเดินเท้าคือ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, ร้านทำผม, ร้านค้า, ร้านอาหาร สามารถหาซื้อของกินของใช้ได้ง่ายตลอดทั้งวัน

ถัดออกมาที่เส้นนราธิวาส, ถนนรัชดาภิเษก และถนนพระราม 3 ก็มีแหล่งอำนวยความสะดวกที่ครบมากยิ่งขึ้น อาทิ Makro สาทร, Central Plaza พระราม 3, Tesco Lotus พระราม 3, The Up พระราม 3, ตลาดรุ่งเจริญ, ตลาดสะพาน 3, ตลาดนางลิ้นจี่ เป็นต้น และเมื่อเดินทางไปยังโซนสาทรบริเวณนี้จะครบครันทั้งอาคารสำนักงานต่างๆ ขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล และโรงเรียน

สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ

ห้างสรรพสินค้า

  • ตลาดรุ่งเจริญ : 300 เมตร
  • Central Plaza พระราม 3 : 600 เมตร
  • The Up พระราม 3 : 1.2 กม.
  • ตลาดสะพาน 3 : 1.3 กม.
  • Tesco Lotus พระราม 3 : 1.8 กม.
  • Makro สาทร : 2.1 กม.
  • ตลาดนางลิ้นจี่ : 2.2 กม.
  • สีลม คอมเพล็กซ์ : 5.6 กม.
  • Central สีลม : 5.9 กม.
  • จามจุรีสแควร์ : 7.9 กม.

สถานศึกษา

  • ร.ร.สารสาสน์เอกตรา : 700 เมตร
  • ร.ร.นานาชาติ สาทรใหม่ : 800 เมตร
  • ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ : 3.4 กม.
  • ร.ร.เซนต์โยเซฟ : 4.8 กม.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 7.9 กม.

สถานพยาบาล

  • ร.พ.เซ็นหลุยส์ : 3.4 กม.
  • ร.พ.BNH : 3.6 กม.
  • ร.พ.กรุงเทพคริสเตียน : 3.9 กม.
  • ร.พ.เลิดสิน : 4.1 กม.
  • ร.พ.จุฬาลงกรณ์ : 7.6 กม.

วัดและอื่นๆ

  • วัดโพธิ์แมน : 1.3 กม.
  • วัดไผ่เงิน : 1.4 กม.
  • วัดไทร พระราม 3 : 2.6 กม.
  • วัดดอกไม้ : 2.8 กม.
  • วัดทองบน : 3.6 กม.
  • วัดด่าน : 4 กม.
  • สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สวนพลู : 3.7 กม.
  • สวนเบญจกิติ : 5.4 กม.
  • สวนลุมพินี : 6.5 กม.
  • BRT ถนนจันทน์ : 1.5 กม.
  • BTS ช่องนนทรี : 3.6 กม.
  • MRT สีลม : 6.4 กม.

:::: การเดินทางสู่โครงการ ::::

LPN rd-st bts waymap

สำหรับการเดินทางในวันนี้ เส้นการเดินทางตามลูกศรสีแดง โดยเราเริ่มต้นบนถนนสาทรฝั่งไปยังถนนพระราม 4 มุ่งหน้าไปทางแยกสาทร – นราธิวาส แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนนราธิวาส ตรงไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนรัชดาภิเษก จากนั้นขับตรงไปแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนสาธุประดิษฐ์ ตรงต่อไปอีกเพียง 200 เมตร จะเจอที่ตั้งโครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ อยู่ทางขวามือค่ะ

สรุปการเดินทาง ถนนสาทร (ฝั่งมุ่งหน้าไปพระราม 4) แยกสาทร – นราธิวาส (บริเวณ BTS ช่องนนทรี) เลี้ยวขวาเข้าถนนนราธิวาส เลี้ยวขวาเข้าถนนรัชดาภิเษก เลี้ยวขวาเข้าถนนสาธุประดิษฐ์ โครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ

condoonexDSCF1921 copy

เริ่มการเดินทางกันบนบนถนนสาทร ฝั่งมุ่งหน้าไปยังถนนพระราม 4 ขับไปจนถึงแยกสาทร – นราธิวาส โดยบริเวณนี้จะเจอกับทางเดินเชื่อมต่อระหว่าง BTS ช่องนนทรี และ BRT สาทร ที่ถือได้ว่าเป็นจุดสังเกตของแยกนี้เลยก็ว่าได้ สองฝั่งถนนสาทรก็จะเต็มไปด้วยอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียมระดับ Luxury และบรรดาโรงแรมเรียงกันเป็นแถว

condoonexDSCF1925 copy

ขับมาถึงทางแยกสาทร – นราธิวาส ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนนราธิวาสค่ะ

condoonexDSCF1927 copy

หลังจากที่เลี้ยวเข้าสู่ถนนนราธิวาสมาแล้วจะเจอ BRT สถานีสาทร อยู่ทางขวามือ

condoonexDSCF1932 copy

ตรงมาเรื่อยๆ ผ่าน BRT สถานีอาคารสงเคราะห์

condoonexDSCF1936 copy

ผ่าน BRT สถานีเทคนิคกรุงเทพ ฝั่งซ้ายมือที่เห็นนั้นจะเป็นรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพฯ ค่ะ

condoonexDSCF1937 copy

ตรงมาอีกหน่อยจะเจอ Makro สาทรอยู่ฝั่งขวามือ

condoonexDSCF1945 copy

ตรงต่อมาเรื่อยๆ จะเจอ BRT สถานีถนนจันทน์ ซึ่งเป็น BRT ที่อยู่ใกล้โครงการ Lumpini Place รัชดา-สาธุ มากที่สุด โดยอยู่ห่างจากที่ตั้งโครงการประมาณ 1.5 กม. เท่านั้น

condoonexDSCF1950 copy

ขับต่อไปโดยมุ่งหน้าไปยังทางด่วนเฉลิมมหานคร

condoonexDSCF1951 copy

เลี้ยวขวาใต้ทางด่วนเฉลิมมหานครเพื่อไปถนนรัชดาภิเษก บริเวณนี้เราจะเห็น Tesco Lotus พระราม 3 อยู่ข้างหน้า

wt_LPNrdstDSCF3710 copy

เมื่อเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนรัชดาภิเษกแล้ว ให้ขับตรงมาเรื่อยๆ พอถึงทางแยกให้เลี้ยวขวาเข้าถนนสาธุประดิษฐ์

wt_LPNrdstDSCF3716 copy

ขับตรงเข้ามาอีกประมาณ 200 เมตร จะเห็นที่ตั้งโครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ อยู่ฝั่งขวามือ

ถึงแล้วค่ะ คอนโด Lumpini Place รัชดา – สาธุ


:::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ ::::

zoommap

โครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ ที่ดินโครงการมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทิศตะวันตกอยู่ติดถนนสาธุประดิษฐ์ ห่างจากถนนใหญ่รัชดาภิเษกเพียง 200 เมตรเท่านั้น สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการจะอยู่ติดกับอาคารและที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 – 4 ชั้น ข้อดีคือยูนิตที่พักอาศัยของโครงการเริ่มที่ชั้น 7 ขึ้นไป สามารถมองเห็นวิวออกไปได้ไกล เนื่องจากใกล้เคียงไม่มีตึกสูงบังในระยะประชิดนั่นเอง

  • ทิศเหนือ ติดกับ บ้านพักอาศัยแนวราบ และที่ดินบุคคลอื่น
  • ทิศตะวันออก ติดกับ ซอยสาธุประดิษฐ์ 29
  • ทิศวันตก ติดกับ บ้านพักอาศัยแนวราบ และอาคารพาณิชย์
  • ทิศใต้ ติดกับ ถนนสาธุประดิษฐ์, ซอยสาธุประดิษฐ์ 30, อาคารพาณิชย์ และบ้านพักอาศัยแนวราบ

:::: บริเวณภายนอกโครงการ ::::

หลังจากที่เราเดินทางมาถึงโครงการกันแล้ว บริเวณด้านหน้าทางเข้าโครงการจะเจอกับป้ายโครงการขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยพุ่มไม้สีเขียวเป็นแนวยาว มีรั้วโครงการเหล็กสีดำ

จากมุมนี้เรามองเห็นตัวอาคารที่พักอาศัยแบบชัดเจนเลย ลำดับต่อมาเดี๋ยวเราไปชมบรรยากาศจริงบริเวณรอบนอกโครงการกันเลยค่ะ

บริเวณหน้าโครงการเป็นถนนสาธุประดิษฐ์ ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปทางขวาหน่อยเป็นทางเข้าซอยสาธุประดิษฐ์ 30

ฝั่งขวาเป็นทางที่มุ่งหน้าไปยังถนนจันทร์ เลี้ยวขวาเชื่อมออกไปยังถนนนราธิวาสได้ แต่หากเลี้ยวซ้ายจะไปทางถนนเจริญกรุงค่ะ บริเวณหน้าโครงการสะดวกต่อการเดินทางเป็นอย่างมาก มีทั้งรถเมล์ รถสองแถว แท็กซี่ และมีวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการเพียบ

ส่วนฝั่งซ้ายมุ่งหน้าออกไปยังถนนรัชดาภิเษก เลี้ยวซ้ายเชื่อมไปถนนนราธิวาส ผ่าน Central Plaza พระราม 3 และ The Up พระราม 3 แต่หากตรงไปก็จะออกไปยังถนนพระราม 3 ผ่านตลาดรุ่งเจริญ มีทางลัดไปยัง Tesco Lotus พระราม 3 หรือเลี้ยวขวาก็ไปออกพระราม 3 เช่นเดียวกัน และเชื่อมออกไปยังบางคอแหลมวิ่งเลยไปถนนตกได้ด้วยค่ะ

เดี๋ยวเราเดินไปดูบรรยากาศที่ฝั่งซ้ายติดๆ กับตัวโครงการกันก่อน โดยที่ตั้งโครงการนั้นอยู่บนซอยสาธุประดิษฐ์ 27 เลยค่ะ

เดินไปอีกหน่อยเป็นซอยสาธุประดิษฐ์ 29

บริเวณนี้มีร้านจำหน่ายเครื่องเสียงติดรถยนต์ ติดตั้งสัญญาณกันขโมย และฟิล์มกรองแสง ข้างๆ กันเป็นอู่ซ่อมรถ

เดินต่อไปมีร้านขายสีทาบ้านและอุปกรณ์การช่างต่างๆ

มีร้านอาหารไทย-อีสาน ร้านนี้จะเปิดช่วงเย็นๆ หน่อยนะคะ

ถัดไปเกือบถึงแยกไฟแดงเป็นซอยสาธุประดิษฐ์ 31 บริเวณหมู่บ้านนครไทย

หน้าปากซอยมีพี่วินคอยให้บริการด้วย

อัตราราคาค่าโดยสารพี่วินบริเวณปากซอยหมู่บ้านนครไทย สาธุประดิษฐ์ 31 ค่ะ (ธันวาคม 2562)

เดี๋ยวเราไปดูฝั่งขวาติดกับโครงการกันต่อเลย

เดินมาประมาณ 50 เมตร จะเป็นนครไทยโพลีคลินิค บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป โรคเด็ก ฉีดวัคซีน ฝังเข็ม และรับบัตรประกันสังคมด้วย โดยเปิดทำการเวลา 16.00 – 21.00 น.

ติดกันเป็นร้านขายอุปกรณ์การช่างต่างๆ

จากนั้นเป็นซอยสาธุประดิษฐ์ 25

โดยบริเวณปากซอยสาธุประดิษฐ์ 25 ตรงอาคารพาณิชย์ประตูสีน้ำเงินที่เห็นอยู่นี้ เป็นร้านข้าวมันไก่ชื่อดังย่านสาธุประดิษฐ์ค่ะ ร้านเปิดขายช่วงเช้าเวลา 07.00-10.30 น. และช่วงเย็น เวลา 17.00-19.30 น. ปิดทุกวันจันทร์ ใครอยู่แถวนี้ต้องแวะมาลองชิมดูนะคะ

ข้ามถนนมายังฝั่งตรงข้ามกันบ้าง จุดนี้เป็นบริเวณปากซอยสาธุประดิษฐ์ 28 มีร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และหน้าร้านมีร้านข้ายไส้กรอกอีสาน

บริเวณปากซอยสาธุประดิษฐ์ 28 มีวินมอเตอร์ไซค์คอยให้บริการอีกจุดหนึ่ง อัตราค่าโดยสารไม่แพง ไป BRT ถนนจันทร์ 25 บาท, ตลาดรุ่งเจริญ 20 บาท, Central Plaza พระราม 3 ราคา 20 บาท, Tesco Lotus พระราม 3 ราคา 30 บาท, ท่าน้ำสาธุ 40 บาท และสีลม 70 บาท เป็นต้น

ติดกับ 7-Eleven เป็นร้านขายอุปกรณ์รับเหมา-ก่อสร้าง ซ่อมแซมอาคาร

ข้างๆ กันเป็นร้านขายยา หน้าร้านขายยามีร้านขายไส้กรอกและลูกชิ้นทอดค่ะ

เดินถัดไปอีกเล็กน้อยมีคลินิกทันตกรรม

ร้านขายอุปกรณ์การช่าง

ร้านขายกีต้าร์ และอูคูเลเล่

มีร้านอาบน้ำ-ตัดขนสัตว์

ติดกันเป็นซอยสาธุประดิษฐ์ 30

หน้าปากซอยสาธุประดิษฐ์ 30 มีร้านชาบูราคาเริ่มต้น 129 บาท เปิดให้บริการ 17.00 – 01.00 น. เป็นร้านชาบูที่มีราคาเริ่มต้นถูกที่สุดในย่านนี้เลยก็ว่าได้ ช่วงเย็นๆ ลูกค้าจะแน่นเป็นพิเศษค่ะ

ซึ่งร้านชาบูจะอยู่ตรงข้ามกับที่ตั้งโครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ เลยนะคะ

ข้างๆ กันเป็นเมืองไทยแคปปิตอล

มีร้านกาแฟ และเค้ก

ห่างกันเพียงเล็กน้อยมีร้านขายอุปกรณ์การช่างต่างๆ อีกหนึ่งร้านค่ะ


:::: ตัวโครงการ ::::

Lumpini Place Ratchada-Sathu

โครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ เป็นโครงการคอนโด High Rise สูง 35 ชั้น จำนวน 1 อาคาร มีจำนวนยูนิตพักอาศัยรวมทั้งหมด 543 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 2 ไร่เศษ มีพื้นที่สีเขียวครอบคลุมทั่วโครงการ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

1wt_LPNrdstIMG_6231

มาดูโมเดลโครงการกันต่อเลย ที่ดินโครงการมีขนาด 2-2-26.1 ไร่ รอบๆ อาคารมีสวนหย่อม ลานพักผ่อน มีที่จอดรถบนอาคารชั้น 1 – 6 สามารถจอดรถราว 40% ของจำนวนยูนิตโครงการ หรือประมาณ 220 คัน ไม่รวมจอดซ้อนคัน

ชั้นล่างมีพื้นที่ส่วนกลาง Co-Living Zone, Meeting Room และสวนหย่อม ขณะที่ยูนิตห้องพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 7 ขึ้นไปจนถึงชั้น 34 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด ส่วนกลางของโครงการอยู่ที่ชั้น 7 ประกอบด้วย สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool, Happiness Zone, Kid’s Fun Zone, Co-Dining Zone, Fittness Zone, Housework Zone, ห้องสตรีม และซาวน่า ที่ชั้น 26 และชั้น 31 มี Co-Living Area นอกจากนี้ที่ชั้น 35 จะเป็น Sky Lounge มีสวนบนดาดฟ้า และพื้นที่ Sky Lobby อีกด้วย เราไปชมผังโครงการแต่ละชั้นกันต่อเลยค่ะ

1LP-RDS-GF

Master Plan ชั้น 1 ของโครงการ ซุ้มทางเข้า-ออกขนาดใหญ่อยู่ติดถนนสาธุประดิษฐ์ ผ่านเข้ามาทางซ้ายจะเห็นสวนสไตล์ Modern Chinese ตกแต่งด้วยสะพานไม้ ต้นหลิว ธารน้ำ สวนหิน และประติมากรรมประดับสะดุดตา มีทางเดินเชื่อมไปยังสวนหย่อมชั้นล่างของโครงการ หากตรงเข้าไปจะเป็น Security Gate แบ่งทางเข้า-ออกเป็นสองช่องทาง ทางรถเข้าอยู่ฝั่งซ้ายและทางรถออกอยู่ฝั่งขวา ตรงเข้าไปด้านในสุดเลี้ยวซ้ายเป็นอาคารจอดรถของโครงการตั้งแต่ชั้น 1 – 6

จากแปลนภาพโดยรวมจะเห็นได้ว่าถนนทางรถวิ่งถูกจัดให้อยู่ฝั่งเดียวทางขวาทั้งรถขาเข้า-ออก ส่วนที่ดินโครงการฝั่งซ้ายจัดเป็นสวนหย่อม, ลานกิจกรรม และลานพักผ่อน โดยพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างทั้งหมด ประกอบด้วย Lobby, ลานกิจกรรม, Play Ground, Fit & Firm Area, Co-Living Zone, Co-Living Area, ห้องบริการจัดการพัสดุ, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, สำนักงานนิติบุคคล, ห้องเครื่อง, ห้องไฟฟ้า, ที่จอดรถจักรยาน, ที่จอดรถจักรยานยนต์ และที่จอดรถยนต์

lp-rds-7f copy

แปลนอาคารชั้น 7 พื้นที่ส่วนกลางหลักๆ ของโครงการจะอยู่ที่ชั้นนี้นะคะ เป็นชั้นที่อยู่เหนือลานจอดรถ มียูนิตที่พักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้นนี้ 6 ยูนิต มีความหนาแน่นต่ำ และใกล้ส่วนกลางมากที่สุด โดยส่วนกลางทั้งหมดที่ชั้นนี้ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบ Infinity Edge Pool ระบบเกลือขนาด 7 x 27 m. พร้อมลานที่นั่งพักผ่อนข้างสระ, Happiness Zone, Kid’s Fun Zone, Co-Dining Zone, Fittness Zone, Housework Zone, ห้อง สตรีมและซาวน่า

lp-rds-8f copy

แปลนอาคารชั้น 8 ถัดจากพื้นที่ส่วนกลางชั้น 7 ขึ้นมาจะเป็นส่วนยูนิตที่พักอาศัยเต็มชั้น ความหนาแน่น 18 ยูนิตต่อชั้น โถงทางเดินเป็นแบบ Double Corridor หรือแจกเข้าประตูทั้ง 2 ฝั่ง ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว บันไดหนีไฟ 2 จุดกระจาย 2 ฝั่งของอาคาร

lp-rds-9-25f copy

แปลนอาคารชั้น 9 – 25 เป็น Typical Floor Plan หรือผังแบบเดียวกันหมดการจัดผังเป็นแบบเดียวกับชั้น 8 เลยค่ะ แต่จะมีความหนาแน่นมากกว่าเป็น 22 ยูนิตต่อชั้น โถงทางเดินเป็นแบบ Double Corridor หรือแจกเข้าประตูทั้ง 2 ฝั่งเช่นเดียวกัน มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว และบันไดหนีไฟ 2 จุดกระจาย 2 ฝั่งของอาคาร ระดับความสูงของชั้นมีผลกับวิวที่มองจากระเบียงได้ไกลมากขึ้น และห่างจากเสียงรบกวนจากถนนมากขึ้นนั่นเอง ห้องส่วนใหญ่จะเป็นยูนิตแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28.00 – 32.5 ตร.ม. (ผังสีชมพู) ส่วนยูนิตแบบสตูดิโอ และ 2 ห้องนอนมีจำนวนพอๆ กันคือ 3 ยูนิตต่อชั้นค่ะ

lp-rds-26f copy

แปลนอาคารชั้น 26 – 30 เป็นผังแบบเดียวกันหมด ด้านการจัดผังเป็นแบบเดียวกับชั้นล่างๆ มีความหนาแน่น 17 ยูนิตต่อชั้น โถงทางเดินเป็นแบบแจกเข้าประตูทั้ง 2 ฝั่ง มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว ลิฟต์บริการ 1 ตัว และบันไดหนีไฟ 2 จุดกระจาย 2 ฝั่งของอาคาร และที่ชั้น 26 จะแตกต่างจากชั้น 27 – 30 คือมี Co-Living Area เป็นสวนหย่อมขนาดย่อมๆ มาให้ด้วย เนื่องจากระยะถอยร่นของอาคารนั่นเอง ทำให้ชั้นสูงๆ ความหนาแน่นของยูนิตก็จะน้อยลงด้วย

lp-rds-31f copy

แปลนอาคารชั้น 31 – 34 เป็นผังแบบเดียวกันหมดการจัดผังเป็นแบบเดียวกับชั้นล่างๆ เลยค่ะ มีความหนาแน่น 15 ยูนิตต่อชั้น โถงทางเดินเป็นแบบ Double Corridor หรือแจกเข้าประตูทั้ง 2 ฝั่ง ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว มีบันไดหนีไฟ 2 จุดกระจาย 2 ฝั่งของอาคาร และที่ชั้น 31 จะมีความแตกต่างจากชั้น 32 – 34 คือมี Co-Living Area เช่นเดียวกับชั้น 26 เลยค่ะ

lp-rds-35f copy

แปลนอาคารชั้น 35 ชั้นนี้เป็นชั้นดาดฟ้าบนสุดของโครงการ มีสวนสำหรับนั่งพักผ่อนชิวๆ ชมวิวเมืองรอบๆ พร้อม Co-Living Area, Sky Lounge และ Sky Lobby


:::: บริเวณภายในโครงการ ::::

ลำดับถัดมาเดี๋ยวเราไปดูกันที่ภายในโครงการกันต่อเลยนะคะ โดยหน้าทางเข้ามีซุ้มขนาดใหญ่โทนสีขาวน้ำตาล

ซ้ายมือมีป้ายโครงการเด่นชัด พร้อมมี Skytube สีน้ำเงินตั้งไว้ด้วย

ผ่านซุ้มประตูเข้ามาจะเจอทางเดินรถแบ่งออกเป็น 2 ช่องค่ะ

ฝั่งซ้ายเป็นทางเดินรถฝั่งขาเข้า

โดยฝั่งนี้มีทางเดินเท้าสำหรับลูกบ้านมาให้ด้วย

ทำให้ลูกบ้านสามารถเดินเข้า-ออกโครงการได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องลงไปเดินที่พื้นถนนค่ะ

ส่วนฝั่งขวาเป็นทางเดินรถฝั่งขาออก

มุมมองย้อนกลับไปยังซุ้มทางเข้าโครงการ

ฝั่งซ้ายเป็นกำแพงพุ่มไม้ ตกแต่งด้วยพุ่มไม้เล็กๆ ที่พื้น ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ

ทางขวาเป็นวิวสวนหย่อมตกแต่งสไตล์สวนจีน พื้นที่สีเขียวให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายตั้งแต่หน้าทางเข้าเลยค่ะ

เข้าไปดูด้านในกันต่อเลย

บริเวณนี้เป็น Security Gate มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงเลยค่ะ

สำหรับการเข้า-ออกโครงการ จะต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงบริเวณ Security Gate นี้

เข้า-ออกโครงการผ่านระบบ Access Card Control มีรั้วไม้กระดกที่มีสัญญาณไฟแจ้งเตือน และเสริมความปลอดภัยด้วยกล้อง CCTV

มีจุดติดตั้งเครื่องสแกน Key Card Access สำหรับลูกบ้าน แต่หากเป็นบุคคลภายนอกจะต้องทำการแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง

มุมมองจาก Security Gate ออกไปยังซุ้มประตูทางเข้าโครงการ

ถัดจาก Security Gate เข้ามาด้านใน ซ้ายมือเป็นทางเข้าไปยัง Lobby, ตัวอาคารห้องพักอาศัย และพื้นที่ส่วนกลางในอาคาร

ตรงเข้าไปจะแบ่งเป็นถนน 2 เลน สำหรับทางเดินรถเข้า-ออก เชื่อมเข้าไปด้านในสุดเลี้ยวซ้ายคือทางเข้าอาคารจอดรถของโครงการค่ะ

ตลอดทางฝั่งขวาเป็นกำแพงพุ่มไม้มีความสูงพอสมควร

ส่วนฝั่งซ้ายเป็นทางเดินไปยังสวนหย่อมสไตล์จีน และพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างของโครงการ

มุมมองย้อนกลับไปยัง Security Gate ค่ะ

ลำดับถัดมาเดี๋ยวเราไปดูกันที่สวนสวย สไตล์ Modern Chinese กันก่อนเลย ซึ่งถือเป็นจุดที่โดดเด่นภายในโครงการอีกจุดหนึ่ง

หากเดินตรงเข้าไปด้านในสุดเลี้ยวขวาจะพาไปยังพื้นที่ส่วนกลางข้างตัวอาคารที่พักอาศัย

ส่วนบริเวณนี้เป็นทางเดินเข้าไปยัง Lobby และพื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารค่ะ

สำหรับสวนหย่อมนี้จะอยู่บริเวณด้านหน้าติดกับทางเข้าโครงการเลย

หน้าสวนจะเห็นทางเดินเข้าไปยังตัวอาคารที่พักอาศัย

สวนหย่อมฝั่งซ้ายติดกับ Security Gate

ส่วนฝั่งขวาติดกับรั้วกำแพงโครงการ

มีทางเดินพื้นไม้ปูยาวเข้าไปยังพื้นที่ด้านใน ตกแต่งด้วยซุ้มทางเข้าวงกลมสีแดงสดใส

ด้านในมีลานพักผ่อนวางม้านั่งขนาดใหญ่ไว้ให้ 2 ตัว สามารถนั่งพักผ่อนรับบรรยากาศธรรมชาติได้ตามสะดวก

จุดนี้มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ รอบข้างตกแต่งด้วยต้นไม้ พุ่มไม้สีเขียวสบายตา

มีสนามหญ้าเป็นเนินสโลปลงไปตามลำดับ

มุมนี้จะมองเห็นตัวอาคารที่พักอาศัยได้แบบชัดๆ ภายนอกอาคารของโครงการทาสีแดงเข้มและเหลืองทองเน้นความเฮงๆ ปังๆ สไตล์จีน สบายตาด้วยพื้นที่สีเขียวทั่วบริเวณ

มีทางเดินไม้รอบสวน โดยจุดนี้เป็นฝั่งขวามือของลานพักผ่อนเมื่อครู่นี้ และเดี๋ยวเราไปดูส่วนอื่นๆ กันต่อเลยนะคะ

ถัดมาบริเวณนี้จะเข้าสู่โซนสะพานไม้ตกแต่งสไตล์สวนจีน มีต้นหลิวเรียงราย

มุมมองย้อนกลับไปยังลานพักผ่อน

เดี๋ยวเราไปดูกันที่สวนสไตล์ Modern Chinese ต่อเลย

จุดนี้สวนสวยมีสไตล์ โดดเด่นด้วยกลิ่นอายแบบจีน มีต้นไม้ พุ่มไม้สีเขียวหนาแน่นทั่วบริเวณ ให้ความร่มรื่นสบายตา มีเอกลักษณ์ด้วยสะพานไม้ ธารน้ำ สวนหิน และประติมากรรมประดับสะดุดตา

โดยฝั่งขวาของสะพานไม้เป็นบ่อธารน้ำ ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติ มีพื้นที่สีเขียวปกคลุมรอบบริเวณ

ส่วนฝั่งซ้ายของสะพานเป็นสวนหินมีธารน้ำตกให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นตา

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเดินและลานพักผ่อน

สะพานไม้มีพื้นที่ให้เดินได้อย่างสะดวกสบาย สามารถเดินเล่นรับบรรยากาศผ่อนคลายได้ในบริเวณนี้ค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังสะพานไม้ในสวนสไตล์จีน

ฝั่งขวามือเป็นทางเดินเข้ามายังพื้นที่สวนหน้าอาคารที่พักอาศัย

ลำดับถัดมาเดี๋ยวเราเดินไปดูกันที่ส่วนกลางชั้นล่างอื่นๆ กันต่อเลย โดยเราจะแวะดูพื้นที่พักผ่อนทางขวามือ จากนั้นเดินตรงเข้าไปด้านในสุด และเลี้ยวซ้ายเข้าด้านหลังตัวอาคารค่ะ

ทางเดินมีทั้งพื้นคอนกรีต และสนามหญ้า ด้านข้างตกแต่งด้วยกำแพงต้นไม้ และพื้นที่สีเขียวสบายตาตลอดเส้นทาง

เดินเข้ามาอีกหน่อยจะพบม้านั่งทรงยาวสไตล์โมเดิร์นให้ใช้งานในจุดนี้ด้วย

โดยม้านั่งในมุมนี้จะมองเห็นวิวสวนสไตล์ Modern Chinese ค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังสวนหย่อมสไตล์ Modern Chinese

ด้านหน้าของม้านั่งในจุดนี้เป็น Co-Living Zone พื้นที่พักผ่อนที่อยู่ติดกับตัวอาคาร และภายในอาคารค่ะ

ขวามือเป็นทางเดินที่เราเข้ามาเมื่อสักครู่นี้

ส่วนฝั่งซ้ายเป็นทางเดินยาวเข้าไปยังพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ ค่ะ

มาดูกันที่ Co-Living Zone ที่อยู่ภายนอกติดกับตัวอาคารกันก่อนเลย

บริเวณนี้มีที่นั่งพักผ่อนมาให้ 2 จุด แต่ละจุดมีเก้าอี้ 2 ตัว พร้อมโต๊ะกลางอีก 1 ตัว

เยื้องๆ ไปทางหน้าสวนสไตล์จีนมีบ่อน้ำพุตกแต่งด้วย

ที่นั่งถูกวางติดกับกระจกบานใหญ่ของตัวอาคารเลย รอบข้างตกแต่งด้วยต้นไม้ พุ่มไม้สีเขียวปกคลุมทั่วบริเวณ

มุมมองภาพรวมทั้งหมดของ Co-Living Zone ภายนอกข้างตัวอาคาร

ถัดมาใกล้ๆ กันเป็นพื้นที่ Play Ground สนามเด็กเล่นสำหรับเด็กๆ

โดยสนามเด็กเล่นจะอยู่ทางฝั่งซ้ายของ Co-Living Zone ด้านนอกอาคาร

สนามเด็กมีเครื่องเล่นสนามกลางแจ้ง ได้แก่ ม้าหมุน 4 ที่นั่ง, ม้าหมุนที่นั่งเดี่ยว 2 ตัว และเครื่องเล่นสไลด์เดอร์ มีพื้นกันลื่นสีเหลือง

หากเดินตรงเข้าไปจะเป็นทางเชื่อมเข้าสู่ Co-Living Zone ในอาคาร และทางเดินเข้าไปยัง Lobby

มุมมองภาพรวมทั้งหมดของสนามเด็กเล่น

ถัดมาเราจะไปดูกันที่ส่วนกลางอื่นๆ ต่อเลยนะคะ

เดินตรงเข้ามาอีกหน่อยบริเวณนี้เป็นลานกิจกรรม Fit & Firm Area

มีเครื่องออกกำลังกายกลางแจ้งให้ 4 จุด เครื่องเล่นวางบนพื้นคอนกรีต ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียว พื้นที่การใช้งานกว้างขวาง

เดินตามทางเท้าเข้าไปด้านในจะพบกับศาลพระภูมิประจำโครงการ

โดยจะอยู่บริเวณด้านหลังอาคารที่พักอาศัย ด้านหน้าทางเข้าอาคารจอดรถค่ะ

รอบข้างตกแต่งด้วยสวนสวยขนาดเล็ก มีกำแพงต้นไม้สูง ต้นไม้ให้ความร่มรื่น รวมถึงมีพุ่มไม้ ดอกไม้ทั่วบริเวณ

บริเวณนี้เป็นมุมมองภาพรวมของด้านหลังตัวอาคารค่ะ

ตรงไปเลี้ยวขวาจะพาอ้อมไปยังด้านข้างตัวอาคารฝั่งขวานั่นเอง

เดี๋ยวเราขึ้นไปดูที่อาคารจอดรถของโครงการกันต่อเลยค่ะ

โดยทางขึ้น-ลงอาคารจอดรถจำกัดความสูงของรถที่ 2.1 เมตร และให้ใช้ความเร็วที่ 20 กม./ชม.

ทางเดินรถแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ซ้ายคือฝั่งขาเข้า และขวาคือฝั่งขาออก

ทางขึ้น-ลงอาคารจอดรถมีกระจกมองทางโค้งให้ด้วยทุกชั้น

มีเส้นแบ่งเลนชัดเจน มีจุดสังเกตให้ระวังเด่นชัด

สำหรับลานจอดรถยนต์ตั้งแต่ชั้น 2-6 มีขนาดกว้างขวาง พื้นคอนกรีตมีการตีเส้นแบ่งช่องจอด และช่องเดินรถให้เห็นอย่างชัดเจน มีลูกศรชี้ทางขนาดใหญ่ รวมถึงจุดสังเกตต่างๆ ด้วย

ลำดับถัดไปเราลงไปดูกันที่ส่วนอื่นๆ กันต่อเลยนะคะ

โดยจะไปดูที่ฝั่งขวาหลังออกมาจากอาคารจอดรถ

เมื่อออกมาจากอาคารจอดรถแล้วเลี้ยวขวา บริเวณนี้เป็นพื้นที่จอดรถจักรยานยนต์

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้าอาคารจอดรถ

ถัดมาเราจะเดินไปดูกันที่ฝั่งขวาของอาคารที่พักอาศัยต่อเลย

เมื่อเดินลงมาแล้วจะพบกับทางเดินรถที่แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง แยกขาเข้าและขาออกอย่างชัดเจน ด้านข้างตกแต่งด้วยกำแพงต้นไม้ และพุ่มไม้สวยงาม มองตรงไปสุดที่เห็นนั่นคือซุ้มทางเข้าหน้าโครงการค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังทางลงเมื่อสักครู่นี้

บริเวณนี้เป็นพื้นที่จอดรถจักรยาน

มีจุดจัดการขยะรีไซเคิล

และหากเดินตรงเข้าไปด้านในสุดเลี้ยวซ้ายจะเป็นทางเข้าไปยังพื้นที่ Lobby ได้อีกทาง

ถัดไปเราจะเดินย้อนกลับไปยังด้านหน้าโครงการอีกครั้ง ซึ่งเราจะพาเข้าไปชมพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ภายในอาคาร แต่จะเข้าประตูทางด้านหน้ากันค่ะ

บริเวณนี้เป็นจุด Drop off สำหรับรถสาธารณะที่เข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารภายในโครงการ โดยเป็นพื้นที่ภายใต้อาคาร มีฝ้าเพดานบังแดดบังฝนให้

มาถึงด้านหน้าทางเข้าตัวอาคารกันแล้วค่ะ

เดินตรงเข้ามาซ้ายมือที่เห็นอยู่นี้เป็นประตูทางเข้าไปยังพื้นที่ Co-Living Zone ภายในอาคาร ซึ่งเป็นห้องอเนกประสงค์

หากเดินตรงเข้าไปด้านในสุดเลยจะเป็นประตูทางเข้า Lobby และทางขึ้นไปยังห้องพักอาศัยชั้นบน

ขวามือหน้าประตูทางเข้า Lobby มองไปเป็นจุด Drop off สำหรับรถสาธารณะที่เข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารเมื่อครู่นี้

ส่วนทางซ้ายมือเป็นทางเข้าไปยังพื้นที่ Co-Living Zone ที่ประกอบไปด้วย ห้องอเนกประสงค์ และห้องประชุม

มาเริ่มกันที่ห้องอเนกประสงค์กันก่อนเลย โดยภายในมีห้องนั่งเล่นสำหรับทุกครอบครัว มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมเสริมสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างเพื่อนบ้านค่ะ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องอเนกประสงค์ โดยแบ่งพื้นที่การใช้งานทั้งหมดออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรกมีโต๊ะทรงกลมพร้อมทางเข้า และเก้าอี้รองรับการใช้งาน สามารถใช้เป็นที่ประชุมขนาดย่อมๆ ได้ค่ะ

ถัดมาด้านข้างมีที่นั่งวางชิดมุมกำแพงตกแต่งสไตล์ทันสมัย

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า

เข้ามาดูกันต่อในส่วนที่ 2 เลยค่ะ บริเวณนี้เป็นที่พักผ่อน นั่งทำงาน นั่งอ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามอัธยาศัย

ซ้ายมือจัดวางด้วยที่นั่ง 2 จุด เป็นโซฟาเบาะนุ่มขนาด 2 ที่นั่ง เก้าอี้ 2 ตัว พร้อมโต๊ะกลางอีก 1 ตัว

ด้านข้างเป็นกำแพงกระจกบานใหญ่มองออกไปเห็นวิวฝั่งทางเดินรถ ยังคงมองเห็นพื้นที่สีเขียวโดยรอบ บริเวณนี้ดูโปล่งโล่งสบาย ได้รับแสงจากภายนอกเข้ามาภายในเยอะ เพดานมีความสูง

มุมมองย้อนกลับไปยังพื้นที่พักผ่อนฝั่งตรงข้าม

มาต่อกันที่ฝั่งขวามือกันค่ะ

บริเวณนี้ทางโครงการจัดวางเป็นชุดโซฟาขนาดใหญ่

พร้อมวางโต๊ะกลาง 1 ตัว ด้านข้างมองลอดออกไปเห็นวิวสวนหย่อมฝั่งพื้นที่ Co-Living Zone ภายนอกข้างตัวอาคาร

ตรงข้ามกับโซฟามีเคาน์เตอร์พร้อมเก้าอี้ทรงสูงสำหรับนั่งทำงานชิวๆ และบริเวณนี้สะดวกสำหรับคนใช้โน้ตบุ๊คนั่งทำงานเพราะมีปลั๊กไฟให้ด้วยค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังพื้นที่พักผ่อนฝั่งตรงข้าม

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า

สุดท้ายเข้ามาดูกันในส่วนที่ 3 ต่อเลยนะคะ วิวห้องนี้มองออกไปเห็นครบทั้งด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหน้าของอาคารที่พักอาศัยเลยค่ะ

หลังเปิดประตูเข้ามาภายในห้องฝั่งซ้ายมือจะเจอมุมพักผ่อน 1 จุด ประกอบด้วย เก้าอี้ 4 ตัว พร้อมโต๊ะกลาง

ห้องนี้มีพื้นที่การใช้งานกว้างขวาง ดูโปล่งโล่งสบายเนื่องจากกำแพงเป็นกระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวได้โดยรอบ

ฝั่งขวามองลอดออกไปเห็นวิวสวนสวยพร้อมบ่อน้ำพุ

ทางโครงการจัดวางเป็นโต๊ะทรงยาวพร้อมเก้าอี้จำนวนหลายตัวไว้ให้ใช้งาน

มุมนี้มองออกไปเห็นบรรยากาศบริเวณหน้าโครงการด้วยค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังพื้นที่พักผ่อนฝั่งตรงข้าม

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า ลำดับถัดไปเราจะออกไปดูกันที่ห้องประชุมที่อยู่ติดๆ กันบ้างนะคะ

เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องประชุม เฟอร์นิเจอร์จัดวางเป็นระเบียบ

ภายในห้องได้รับแสงสว่างเข้ามาภายในห้องได้มาก จากกำแพงด้านข้างที่เป็นกระจกบานใหญ่

ภายในห้องประชุมจัดวางเป็นโต๊ะทรงยาวกลางห้อง พร้อมเก้าอี้โทนสีเหลืองและสีดำ ด้านหน้ามีกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ ด้านข้างมีเก้าอี้สำรองอีก 3 ตัว

มีโต๊ะวางของตกแต่ง และด้านบนมีโคมไฟห้อยเพดานดูเก๋ไก๋

วิวในห้องประชุมมองลอดออกไปเป็นพื้นที่ Co-Living Zone เห็นวิวสวนสีเขียว

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า

ถัดมาในส่วนนี้เป็น Lobby ของโครงการค่ะ มีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เป็นลายหินอ่อนสีเข้ม โถงต้อนรับโอ่อ่าเรียบง่ายดูภูมิฐานรับรองผู้มาเยือน

ฝั่งซ้ายของเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์มีทางเดินเข้าไปยังพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ

มีพื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ นอกจากนี้ยังมีห้องบริหารจัดการพัสดุ และพื้นที่ปฐมพยาบาลอีกด้วย

สำหรับบริเวณนี้เป็นทางเข้าหลังจากที่เราสแกนคีย์การ์ดผ่านประตูเข้ามาแล้ว มุมมองตรงไปคือห้องจดหมายส่วนตัว หรือ Mailbox ค่ะ

Mailbox จะแยกของแต่ละห้องเป็นสัดส่วน มีบริการจัดการพัสดุอย่างเป็นระเบียบ

ส่วนบริเวณนี้เป็นโถงลิฟท์ ลำดับถัดมาเดี๋ยวเราขึ้นไปดูที่ส่วนกลางด้านบนอาคารกันต่อเลย โดยจะขึ้นไปดูกันที่ส่วนกลางชั้นบนสุด คือชั้น 35 ค่ะ

สำหรับปุ่มกดลิฟท์มีทั้งหมด 35 ชั้น ลูกบ้านต้องสแกน Key Card ในการใช้งาน โดยชั้น G คือชั้นล่างสุดเป็นพื้นที่ Lobby ส่วนชั้น 7 เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ประกอบด้วย Happiness Zone, Fittness Zone, ห้องสตีม และซาวน่า, Co-Dining Zone, สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool พร้อมพื้นที่พักผ่อนข้างสระ, Kid’s Fun Zone และ Housework Zone ส่วนห้องชุดพักอาศัย เริ่มตั้งแต่ชั้น 7 – 34 นอกจากนี้ที่ชั้น 26, 31 มีลานพักผ่อน หรือ Co – Living Area และที่ชั้น 35 มีทั้งลานพักผ่อน จุดชมวิว และ Sky Lobby

เมื่อขึ้นบนชั้น 35 ออกจากลิฟท์มาเลี้ยวขวาจะเป็นประตูทางเข้า Sky Lobby ค่ะ

เมื่อเข้ามาด้านในบรรยากาศภายในห้องโปร่งโล่งสบาย มีกำแพงเป็นกระจกบานใหญ่รอบห้อง

เพดานมีความสูงพอสมควร ทำให้รู้สึกโอ่โถง ไม่มืดทึบ ใช้งานในช่วงกลางวันแทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลยก็ยังได้ค่ะ

เริ่มที่ฝั่งซ้ายของห้องนี้กันก่อนเลย

จุดนี้ทางโครงการจัดเป็นมุมพักผ่อนด้วยการวางชุดโซฟาขนาด 3-4 ที่นั่ง และแบบ 1 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางมาให้

ส่วนฝั่งขวามีที่นั่งให้เช่นเดียวกัน แต่จะเป็นที่นั่งแนวยาวติดกับหน้าต่างกระจกเลยค่ะ

ถัดมามีเก้าอี้สำหรับนั่งพักผ่อนให้อีก 2 จุด

มุมนี้เป็นจุดชมวิว สามารถมองเห็นวิวฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานพระราม 9 และมองเห็นไปถึงตึกธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่สาขาราษฎร์บูรณะกันเลยทีเดียวค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

แต่เมื่อออกจากลิฟท์แล้วเดินตรงไป จะมีประตูออกไปยังพื้นที่ Co-Living Area และจุดชมวิวค่ะ

เปิดประตูออกมายังพื้นที่ภายนอกแล้ว ซ้ายมือจะมีทางเดินไปยังลานพักผ่อนและจุดชมวิว

เดินเข้ามาได้สักระยะจะพบกับสวมหย่อมมีต้นไม้พุ่มไม้ทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งขวาโรยหินอ่อนและหินธรรมชาติที่พื้น

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้า

ผ่านทางเดินเมื่อครู่เข้ามาจะเจอลานโล่งกลางแจ้ง

มีมุมพักผ่อนเป็นม้านั่งทรงยาวเต็มพื้นที่ และมีประตูบันไดหนีไฟทางฝั่งซ้าย

ส่วนฝั่งขวาตกแต่งด้วยต้นไม้ทรงสูง

เดินตรงเข้าไปด้านในจะพบกับพื้นที่ Co-Living Area

มีโต๊ะเคาน์เตอร์และที่นั่ง เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำงานแบบ Outdoor ค่ะ

เข้าไปอีกหน่อยมีพื้นที่พักผ่อนจัดเป็นม้านั่ง ด้านบนมีหลังคาใช้บังแดดบังฝนได้ค่ะ

พื้นที่ใช้งานกว้างขวาง ม้านั่งเป็นรูปตัว L ด้านหลังได้บรรยากาศธรรมชาติ ตกแต่งด้วยพุ่มไม้ดอกไม้ทั่วบริเวณ

เดินเข้าไปดูทางฝั่งซ้ายกันเลยค่ะ

บริเวณนี้เป็นลานพักผ่อนพื้นที่โล่งแจ้งเช่นเดียวกัน มีม้านั่งให้ 1 จุด พื้นทางเดินมีทั้งพื้นคอนกรีต และสนามหญ้าสีเขียว

มุมนี้สามารถมองเห็นวิวได้ในระยะไกลสุดสายตา ไม่มีตึกสูงๆ มาบดบังสายตา

เดี๋ยวเราลงไปดูส่วนกลางชั้นถัดไปกันเลยค่ะ

สำหรับบริเวณนี้เป็นส่วนกลางพื้นที่ Co-Living Area ชั้น 31 เป็นสวนลอยฟ้าที่ใช้เป็นมุมพักผ่อนหรือออกกำลังกายเบาๆ บรรยากาศเงียบสงบห่างไกลจากเสียงที่ถนนและความวุ่นวายเบื้องล่าง

ฝั่งซ้ายมีมุมพักผ่อนเป็นซุ้มม้านั่งมีหลังคาช่วยบังแดดบังฝน ม้านั่งเป็นโครงเหล็กผสมไม้รูปตัว U

รอบข้างตกแต่งด้วยต้นไม้พุ่มไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตา พื้นเป็นกระเบื้องหินแบบ 3 มิติ และกระเบื้องลายไม้

ส่วนฝั่งขวามีผนังก่อขึ้นมาในระดับหนึ่งใช้เป็นที่นั่งสำหรับพักผ่อนได้ค่ะ รอบข้างมีพุ่มไม้น้อยใหญ่เป็นธรรมชาติ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า

ลงมาดูกันที่ Co-Living Area ชั้น 26 ต่อเลยค่ะ พื้นที่เป็นลานโล่งแจ้ง เหมาะสำหรับขึ้นมารับลม หรือชมวิวในช่วงเย็นๆ ที่ไม่ค่อยมีแสงแดดมาก มองตรงไปจะเห็นที่นั่งเป็นคอนกรีตยกสูง มีซุ้มเป็นระแนงโครงเหล็ก

ฝั่งซ้ายมีเก้าอี้ไม้สำหรับนั่งพักผ่อนมาให้

ส่วนฝั่งขวาก็มีที่นั่งพักผ่อนให้เช่นเดียวกันค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า

สุดท้ายมาถึงส่วนกลางชั้น 7 กันบ้างนะคะ โดยชั้นนี้ส่วนกลางจะครบครันขึ้นมาหน่อย เราไปดูกันเลยค่ะ

มาเริ่มกันที่จุดแรก เดินออกจากลิฟต์มาเลี้ยวขวาจะเจอกับห้อง Housework Zone ประตูทางเข้าห้องพักอาศัยในชั้นนี้

ภายในห้องมีขนาดกว้างขวาง มีแสงสว่างเข้ามาเยอะจากหน้าต่างด้านข้าง

มีเครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญวางเป็นระเบียบ

โดยมีตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติให้บริการ 1 ตู้

พร้อมรองรับบริการ Trendy Wash ซักอบผ้าผ่านแอปฯ ที่ช่วยให้ลูกบ้านสะดวกสบาย ไม่ต้องยุ่งยากหาเหรียญซักผ้าอีกต่อไป โดยเป็นการใช้บริการผ่านแอปฯ ทั้งการสั่งงาน, การนับเวลาถอยหลัง และมีการแจ้งเตือนเมื่อทำงานเสร็จผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟด้วย

ออกมาดูกันที่ส่วนกลางอื่นๆ กันต่อเลยค่ะ บริเวณนี้เป็นมุมมองเมื่อออกมาจากลิฟต์แล้วเลี้ยวซ้ายค่ะ

ห้องแรกที่เห็นเป็น Happiness Zone หรือห้องเปี่ยมสุข

ภายในห้องกว้างขวางจัดมุมพักผ่อนให้อย่างเป็นระเบียบรองรับการใช้งาน

ได้รับแสงสว่างเข้ามาได้เยอะจากหน้าต่างบานใหญ่ที่เห็นค่ะ

ตัวห้องใช้โทนสีฟ้าอ่อน เฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ากัน ที่ผนังตกแต่งด้วยกรอบรูป

กลางห้องทางโครงการได้จัดวางเป็นโซฟาขนาด 1-2 ที่นั่ง โทนสีครีม และเก้าอี้สีฟ้าอีก 2 ตัว พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางของ 1 ตัว

จุดพักผ่อนจะอยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่เลยค่ะ มองออกไปเห็นวิวสวนสีเขียวข้างนอก

ภายในห้องติดตั้งทีวีไว้ที่ผนัง โดยบริเวณดังกล่าวมีการกรุผนังเป็นลวดลายไม้สีเข้มคาดทอง ใกล้ๆ เป็นชั้นวางหนังสือโทนสีเดียวกัน

ส่วนด้านหลังชุดโซฟาจะมีโต๊ะพร้อมเก้าอี้ให้ 2 จุด สามารถนั่งทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือได้แบบสะดวกสบายเลยค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

ออกมาดูกันที่ Kid’s Fun Zone หรือห้องคุณหนู ที่อยู่ติดกันทางซ้ายเลยค่ะ

ภายใน Kid’s Fun Zone มีขนาดกว้างขวาง เด็กๆ สามารถวิ่งเล่น หรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้อย่างพอเหมาะ

ขวามือมีโซฟาทรงกลมสำหรับนั่งเล่นบิวท์อินเป็นโครงไม้รูปบ้านดีไซน์สวยงามและเป็นฝั่งของทีวี

โดยทางโครงการได้ติดตั้งทีวีไว้ที่ผนัง พร้อมบิวท์อินเป็นชั้นวางของ สีของผนังตรงบริเวณทีวีเป็นสีขาว ส่วนฝั่งซ้ายขวาเป็นสีเขียวมิ้นท์ดูสดใส

และบริเวณหน้าทีวีมีเก้าอี้สำหรับเด็กๆ เพิ่มเติมให้ด้วย โดยชั้นวางของที่เห็นนั้นสามารถใช้เป็นโต๊ะได้

เดี๋ยวเราไปดูฝั่งซ้ายซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโซนชั้นวางทีวีกันเลยค่ะ

สำหรับซ้ายมือนี้เป็นโซนนั่งเล่นนั่งพักผ่อน

มีเบาะนั่งสีเหลืองให้ 2 ตัว ติดกันเป็นเบาะนั่งยกสูงแนวยาวโทนสีเขียว มีน้องๆ ตุ๊กตาวางไว้ดูน่ารักๆ ที่ผนังตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ และนาฬิกาติดผนัง

มีโต๊ะและเก้าอี้สำหรับเด็กๆ จะมานั่งทำการบ้าน นั่งวาดรูประบายสี หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันได้ค่ะ

โดยภายในห้องใช้โทนสีเขียวแซมสีเหลือง มีหน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะ พื้นห้องเป็นพื้นกันลื่นป้องกันแรงกระแทกหากเด็กๆ วิ่งเล่นหกล้ม

มุมมองบริเวณโซฟานั่งพักผ่อน จะเห็นได้ว่ามีพื้นที่สำหรับเด็กๆ กว้างขวางทีเดียว และยังได้รับแสงสว่างทั้งจากหน้าต่างบานใหญ่ รวมถึงจากประตูอีกด้วย

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

ออกมาดูกันที่ Co-Dining Zone หรือห้องอาหารส่วนกลางกันต่อ สำหรับรองรับครอบครัวใหญ่และญาติมิตรในวันพิเศษ โดยห้องนี้ลูกบ้านสามารถใช้จัดเลี้ยงงานวันเกิด หรือจัดงานช่วงเวลาสำคัญๆ ได้ค่ะ แต่จะมีค่าบริการชั่วโมงละ 500 บาท

เมื่อเข้ามาภายในห้องบรรยากาศค่อนข้างโปร่งสบาย ห้องใช้โทนสีเหลืองทองน้ำตาล ฝั่งขวาที่เห็นมีการกรุผนังขึ้นมา และมีเคาน์เตอร์ชั้นวางของ

ส่วนฝั่งขวามีโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนั่งรับประทานอาหาร เพดานติดตั้งไฟดาวน์ไลท์โทนสีเหลืองอุ่น และโคมไฟห้อยเพดานดีไซน์เก๋ พื้นห้องแบ่งเป็นสัดส่วนด้วยลายกระเบื้อง 2 สี

ภายในห้องมีหน้าต่างบานใหญ่มองออกไปเห็นวิวสวนสีเขียวชัดเต็มตาทางฝั่งขวา และมองเห็นวิวสระว่ายน้ำทางฝั่งซ้าย กลางห้องมีการกรุฝ้าผนังลายฉลุสีทองและชั้นวางของกั้นส่วนอย่างชัดเจน

มุมมองจากบริเวณกลางห้องย้อนกลับไปยังฝั่งขวาเมื่อเดินเข้ามาจากประตูค่ะ

บริเวณนี้ทางโครงการจัดวางเป็นโต๊ะอาหารทรงยาว พร้อมเก้าอี้นั่งรับประทานอาหารอีกฝั่งละ 4 ตัว บนโต๊ะวางแจกันตกแต่งสวยงาม

โดยโต๊ะรับประทานอาหารทรงยาวอยู่ตรงข้ามกับประตูทางเข้าเลย

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

ส่วนฝั่งซ้ายติดกับประตูทางเข้านี้เป็นโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ 2 ท่าน ใช้เป็นเก้าอี้สีแดงพร้อมโต๊ะกลางสีดำ เหมาะสำหรับคู่รัก หรือเพื่อนสนิทค่ะ

เดินตรงเข้าไปด้านในอีกหน่อยจะเจอเคาน์เตอร์ครัวสำหรับจัดเตรียมอาหารต่างๆ

พื้นที่การใช้งานกว้างขวาง

โดยมีทั้งเคาน์เตอร์วางของลายหินอ่อนสีขาว เคาน์เตอร์ครัวลายไม้สีเข้มมีซิงค์ล้างจาน ด้านบนตกแต่งด้วยชั้นวางของลายไม้สีเข้มดีไซน์เก๋

มีตู้เย็น และเตาไมโครเวฟสำหรับอุ่นร้อน

มุมมองบริเวณเคาน์เตอร์ครัวค่ะ มองตรงไปกลางห้องจะเห็นกรุฝ้าผนังลายฉลุสีทองและชั้นวางของกั้นส่วน

บริเวณนี้มีโต๊ะสำหรับนั่งรับประทานอาหารจำนวน 4 ที่นั่ง เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กค่ะ

มุมมองฝั่งซ้ายมองออกไปเห็นวิวสระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อนข้างสระ

ออกมาที่หน้าห้อง Co-Dining Zone บริเวณนี้เป็นมุมมองย้อนกลับไปยังทางเดินฝั่งออกมาจากลิฟต์ค่ะ มองตรงไปจะเห็นประตูทางเข้าห้องพักอาศัย

ขวามือเป็นโซนของสระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อนข้างสระแบบ Semi-Outdoor

พื้นที่พักผ่อนข้างสระมี Sunbed หวายเทียมเบาะผ้าสีขาวแบบคู่ สำหรับเอนตัวนอนพักผ่อน ชมวิวด้านนอก และรับลมเย็นๆ วางไว้ให้ 4 จุด ในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว ที่ผนังแขวนห่วงยางช่วยชีวิตไว้ให้ด้วยเพื่อความปลอดภัย

วิวตรงข้ามกับพื้นที่พักผ่อนข้างสระค่อนข้างโล่งแจ้งไม่มีอาคารสูงๆ มาบดบังวิวเลยค่ะ

สระว่ายน้ำลอยฟ้าแบบ Infinity Edge Pool มองเห็นวิวได้แบบกว้างเต็มตา กระเบื้องสระใช้โทนสีฟ้าและน้ำเงิน

บริเวณนี้เป็นทางลงสระค่ะ

ติดกันมีสระเด็กความลึกไม่มาก มีกำแพงกั้นส่วนไม่ให้เด็กๆ ข้ามไปยังฝั่งลึก

มุมมองภาพรวมของสระว่ายน้ำจากบริเวณฝั่งสระเด็ก ขวามือเป็นพื้นที่พักผ่อนข้างสระ มองตรงไปเป็นพื้นที่พักผ่อนอีกจุด

เดินตรงต่อเข้าไปด้านในกันต่อ

ฝั่งซ้ายเป็นจุดชำระล้างตัวด้วยระบบน้ำจืด มีฝักบัวเรนชาวเวอร์ไว้ให้ใช้งาน พื้นด้านล่างเป็นไม้รอบข้างตกแต่งด้วยหินอ่อนและพุ่มไม้สีเขียว ด้านข้างมีตะขอช่วยชีวิตติดตั้งไว้ให้

ส่วนฝั่งขวาเป็นทางเข้าห้องน้ำแยกชายหญิง กับห้องสตีม และซาวน่า

โดยขวามือเป็นห้องน้ำหญิง และภายในมีห้องอบไอน้ำ หรือ Steam Room

เข้ามาส่วนแรกจะเจอกับเคาน์เตอร์อ่างล่างมือ มีกระจกเหลว และกระจกเงาบานใหญ่ มองตรงไปเห็นตู้เก็บของลายไม้สีเข้มขนาดใหญ่

สำหรับตู้เก็บของมีให้ใช้งานหลายช่อง แต่จะไม่มีกุญแจล็อคปิดนะคะ ใช้วางเสื้อผ้า ผ้าขนหนู หรือเครื่องใช้ต่างๆ ได้ค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

เดินตรงเข้ามาฝั่งซ้ายมือเป็นห้องสุขา ภายในมีโถสุขภัณฑ์นั่งสบาย สายฉีดชำระ และถังขยะ

เดินเข้าไปดูกันที่ฝั่งซ้ายด้านในต่อเลย

บริเวณนี้เป็นโซนห้องสตรีมค่ะ

ซ้ายมือเป็นห้องชำระตัวด้วยระบบน้ำจืด

ส่วนฝั่งขวาเป็นห้องสตรีม

ภายในมีที่นั่งกว้างพอสมควร

บริเวณหน้าห้องสตรีมมีเคาน์เตอร์วางของใช้ต่างๆ หน้าต่างบานใหญ่กระจกขุ่นรับแสงเข้ามาได้ดี

มาดูกันที่ฝั่งซ้ายมือกันบ้าง ซึ่งเป็นห้องน้ำชาย และภายในมีห้องซาวน่า หรือ Sauna Room ค่ะ

มุมมองแรกเมื่อเข้ามาภายในห้องซ้ายมือเป็นเคาน์เตอร์อ่างล่างมือ มีกระจกเหลว และกระจกเงาบานใหญ่ ส่วนขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์ มองตรงไปที่เห็นนั้นคือกล่องทิชชู่และถังขยะใบใหญ่

เราเดินเข้าไปดูด้านในกันต่อเลย บริเวณนี้ซ้ายมือเป็นโถสุขภัณฑ์ 2 จุด ตรงไปเป็นห้องสุขาค่ะ

บริเวณนี้เป็นโซนห้องซาวน่าค่ะ

ขวามือเป็นห้องชำระตัวด้วยระบบน้ำจืด

ตรงข้ามมีตู้เก็บของให้หลายช่อง

ส่วนฝั่งซ้ายเป็นห้องซาวน่า

ภายในห้องซาวน่ามีพื้นที่พอเหมาะไม่เล็กไม่ใหญ่

ออกมาดูกันที่ส่วนกลางอื่นๆ กันต่อเลยนะคะ บริเวณนี้มีประตูหนีไฟให้ด้วยทางซ้ายมือ

ตรงเข้าไปด้านในเป็นห้องออกกำลังกาย หรือ Fittness Zone

ภายในฟิตเนสมีพื้นที่กว้างขวาง เพดานสูงทำให้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย พื้นห้องเป็นลายไม้สีเข้ม และที่เครื่องเล่นทุกเครื่องจะมีพื้นยางกันลื่นรองรับ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง บริเวณนี้มีจุดวัดส่วนสูง และเครื่องชั่งน้ำหนักแบบ Digital ให้ด้วย ส่วนขวามือที่เห็นนั้นผนังเป็นกระจกเงาบานใหญ่ค่ะ

ขวามือเป็นโซน Weight Training มีเครื่องเล่นบริหารกล้ามเนื้อหลายอย่าง

มีชุดดัมเบลให้เลือกใช้งานหลายขนาด พร้อมที่นั่งซิทอัพบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง

มีเครื่องปั่นจักรยานสำหรับการทำ Cardio เบาๆ

มีเครื่องบริหารกล้ามเนื้อหน้าอก

มีที่นั่งพักผ่อน และเสื่อโยคะ

มุมมองย้อนกลับไปยังฝั่งตรงข้ามค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังฝั่งตรงข้าม

เดี๋ยวเราออกไปดูด้านนอกกันต่อเลย

ออกมาจากห้องฟิตเนสเลี้ยวขวา เราจะไปดูพื้นที่พักผ่อนส่วนอื่นกันค่ะ

จุดนี้ทางโครงการจัดให้เป็นพื้นที่พักผ่อน

วางที่นั่งเป็นเก้าอี้และโต๊ะหวายเทียมอารมณ์เหมือนได้มานั่งพักผ่อนริมทะเลรับลมเย็นๆ ค่ะ

ซ้ายมือตกแต่งด้วยโครงเหล็กด้านบนติดตั้งโคมไฟให้แสงสว่างยามค่ำคืน รอบข้างได้บรรยากาศธรรมชาติด้วยพุ่มไม้และต้นไม้สีเขียว

มีการวางที่นั่งไว้ 2 จุด โดยแต่ละจุดวางเป็นเก้าอี้ขนาด 1-2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางสำหรับวางของต่างๆ

มุมมองย้อนกลับไปยังฝั่งตรงข้าม ส่วนนี้จะติดกับทางเข้า และติดกับห้องฟิตเนส

โดยวางเป็นที่นั่งพักผ่อน 2 จุดเช่นเดียวกัน

แต่ละจุดวางเป็นเก้าอี้ขนาด 1-2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง

มุมมองย้อนกลับไปยังฝั่งตรงข้าม

ติดๆ กันมีทางเดินเชื่อมเข้าไปยังพื้นที่พักผ่อนอื่นๆ

โดยมีที่นั่งสำหรับพักผ่อนเป็นหินอ่อนสีเข้ม รอบข้างเป็นพุ่มไม้ต้นไม้สีเขียว มองออกไปเห็นวิวข้างตึก ไม่มีตึกสูงๆ มาบังวิวค่ะ

สำหรับพื้นที่พักผ่อนในส่วนนี้จะอยู่ติดกับสระว่ายน้ำเช่นเดียวกัน

มุมมองเห็นวิวข้างตึก พื้นที่ข้างสระ และห้องพักอาศัยบางส่วน

มีทางเดินลงสระ และสระสำหรับเด็กความลึกไม่มาก และด้วยการที่อยู่ติดกับพื้นที่พักผ่อนทำให้ผู้ปกครองสามารถดูแลเด็กๆ ได้อย่างใกล้ชิด

มุมมองไปยังพื้นที่พักผ่อนข้างสระใต้อาคาร จุดนี้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย Stand by อยู่ด้วยค่ะ

มุมมองภาพรวมทั้งหมดของสระว่ายน้ำ

มองขึ้นไปจากมุมนี้จะเห็นวิวห้องพักอาศัยแบบเต็มๆ ค่ะ


::: แบบห้อง :::

โครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ มีแบบห้องทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่

  • แบบห้อง Studio : พื้นที่ใช้สอยขนาด 23.50 – 24.50 ตร.ม.
  • แบบห้อง 1 Bedroom : พื้นที่ใช้สอยขนาด 28.00 – 34.00 ตร.ม.
  • แบบห้อง 2 Bedrooms : พื้นที่ใช้สอยขนาด 36.00 – 44.00 ตร.ม.
  • แบบห้อง 3 Bedrooms : พื้นที่ใช้สอยขนาด 60.00 – 65.50 ตร.ม.

1aLP-RDS_23-5sqm_Floor9-25_Unit06

แบบห้อง Studio

  • พื้นที่ใช้สอย 23.50 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

1aLP-RDS_24-5sqm_Floor8-34_Unit03

แบบห้อง Studio

  • พื้นที่ใช้สอย 24.50 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

แบบห้อง 1 Bedroom

  • พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

แบบห้อง 1 Bedroom

  • พื้นที่ใช้สอย 34.00 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

แบบห้อง 2 Bedrooms

  • พื้นที่ใช้สอย 36.00 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอนหลัก, ห้องนอนรอง, ห้องน้ำ

1aLP-RDS_39sqm_Floor7-25_Unit18

แบบห้อง 2 Bedrooms

  • พื้นที่ใช้สอย 39.00 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอนหลัก, ห้องนอนรอง, ห้องน้ำ

แบบห้อง 2 Bedrooms

  • พื้นที่ใช้สอย 44.00 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอนหลัก, ห้องนอนรอง, ห้องน้ำ

1aLP-RDS_60sqm_Floor27-34_Unit04

แบบห้อง 3 Bedrooms

  • พื้นที่ใช้สอย 60.00 ตร.ม.
  • 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอนหลัก, ห้องนอน 2, ห้องนอน 3, ห้องน้ำ

1aLP-RDS_65-5sqm_Floor26_Unit04

แบบห้อง 3 Bedrooms

  • พื้นที่ใช้สอย 65.50 ตร.ม.
  • 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอนหลัก, ห้องนอน 2, ห้องนอน 3, ห้องน้ำ

:::: ห้องตัวอย่าง ::::

วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านไปชมห้องตัวอย่าง 2 แบบ คือ

  • แบบห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม.
  • แบบห้อง 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอย 36.00 ตร.ม.

โดยทางโครงการขายห้องพักแบบ Fully Fitted สิ่งที่ลูกค้าจะได้รับคือ เคาน์เตอร์ครัว + ซิงค์ล้างจาน สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำจาก American Standard และ Charmer รวมถึงฉากกั้นห้องน้ำมาให้ ผนังห้องและฝ้าเพดานฉาบเรียบทาสีพื้น พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์บนเพดาน ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปติดตามกันเลยค่ะ

แบบห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. พื้นที่การใช้งานภายในห้องแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน เมื่อเปิดประตูเข้าไปส่วนแรกเลยจะพบกับมุมเตรียมอาหารเป็นห้องครัวแบบเปิด หากต้องการประกอบอาหารแนะนำให้ติดตั้งเตาไฟฟ้าและฮูดดูดควันเพิ่มเติมค่ะ ถัดมาซ้ายมือเป็นมุมประทานอาหาร ต่อเนื่องเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นห้องรับแขก และมีประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่เปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียงสำหรับชมวิวด้านนอก รวมถึงบริเวณนี้ยังเป็นพื้นที่ซักล้าง ด้านข้างมีที่เหลือพอสมควรให้วางเครื่องซักผ้าได้อย่างพอดี

ถัดมาอีกฝั่งเป็นห้องนอนมีประตูบานปิดและผนังทึบเป็นสัดส่วน พื้นที่การใช้งานภายในค่อนข้างกว้างเหมาะสำหรับวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุต มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงพร้อมวางตู้เสื้อผ้าแบบเข้ามุม โดยภายในห้องนอนมีหน้าต่างบานใหญ่ช่วยทำให้ห้องไม่มืดทึบ ติดกันเป็นห้องน้ำที่เข้า-ออกผ่านห้องนอน ขนาดห้องน้ำมีขนาดพอเหมาะสำหรับการใช้งาน แบ่งแยกส่วนแห้งและส่วนเปียกอย่างชัดเจนด้วยฉากกั้นอาบน้ำแบบกระจกนิรภัยค่ะ

หลังจากที่เราได้ชมแปลนแบบห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 ตร.ม. กันไปแล้ว ลำดับต่อไปเราจะเข้ามาดูกันที่ห้องตัวอย่างกันต่อเลยนะคะ เริ่มที่บริเวณทางเข้าห้องมีป้ายหมายเลขห้องระบุไว้ที่ด้านข้างประตู ประตูห้องเป็นบานสำเร็จรูป HDF กรุลามิเนตสีครีมขาว ที่ประตูมีตาแมวสำหรับดูความปลอดภัยบริเวณหน้าห้อง และเหนือประตูมีตัวจับสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัย

มือจับประตูเป็นแบบก้านโยกสแตนเลสมีที่ล็อคในตัว

หลังจากที่เปิดประตูเข้ามาด้านในห้อง พื้นห้องเป็นพื้นลามิเนตลายไม้สีน้ำตาลเข้มหนา 8 มม. เพดานห้องสูง 2.6 เมตร ผนังปูนฉาบเรียบทาสีพื้น ส่วนแรกฝั่งขวาคือมุมเตรียมอาหารเป็นห้องครัวแบบเปิด และทางเข้าไปยังห้องนอนกับห้องน้ำ ซ้ายมือเป็นมุมรับประทานอาหาร ต่อเนื่องเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่น และพื้นที่ระเบียง

ด้านบนเพดานติดตั้งไฟดาวน์ไลท์ มีสัญญาณแจ้งเตือนควันไฟพร้อมสปริงเกอร์ดับเพลิง

มาดูกันที่มุมเตรียมอาหารก่อนเลยค่ะ บริเวณนี้มีเคาน์เตอร์ครัวขนาดพอเหมาะและชุดครัวมาให้

พื้นที่มีขนาดกระทัดรัดเหมาะสำหรับจัดเตรียมอาหาร หรือซื้อของมาทานในห้องมากกว่า แต่หากชอบประกอบอาหารแนะนำให้ติดตั้งเตาไฟฟ้าและฮูดดูดควันเพิ่มเติมเพื่อป้องกันกลิ่นคลุ้งไปทั่วห้อง

ชุดครัวด้านบนแบบลอยตัวมีชั้นลอยพร้อมหน้าบานสีขาว มีตู้และชั้นเก็บของมาให้พอสมควร ชั้นวางของมีช่องใหญ่สามารถวางตู้ไมโครเวฟได้อย่างพอดี ส่วนช่องอื่นๆ สามารถใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องครัว รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ได้ค่ะ

บนเคาน์เตอร์ท็อปครัวเป็นลายไม้สีน้ำตาลเข้ม ติดตั้งซิงค์ล้างจานแบบหลุมเดียวพร้อมก็อกน้ำโครเมียมมาให้เรียบร้อย มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารข้างซิงค์ล้างจาน ด้านหลังเคาน์เตอร์มี Backsplash กรุกระเบื้องเซรามิกกันเปื้อนมาให้ หากน้ำมันกระเด็นขณะประกอบอาหารก็สามารถเช็ดออกได้ง่าย

เคาน์เตอร์ด้านล่างมีตู้เก็บของมาให้เช่นเดียวกัน ช่องนี้อาจใช้เก็บพวกน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรืออุปกรณ์เครื่องใช้อื่นๆ

ติดกับเคาน์เตอร์ครัวมีทางเดินเชื่อมเข้าไปยังห้องนอนและห้องน้ำ

มาดูกันที่ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัว หรือฝั่งซ้ายเมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องกันต่อเลยค่ะ

ฝั่งนี้วางตู้เย็น พร้อมบิวท์อินเป็นตู้เก็บของด้านบน ถัดมาด้านข้างมีตู้เก็บของและชั้นวางสำหรับวางของตกแต่งหรือของใช้อื่นๆ มาให้ดู ระยะการใช้งานกำลังเหมาะ

มาต่อกันที่มุมรับประทานอาหารต่อเลยนะคะ

สำหรับมุมรับประทานอาหาร ใช้โต๊ะแบบพับเก็บได้เป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง สามารถใช้งานและเก็บได้อย่างสะดวก ไอเดียดีช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้เยอะมากขึ้นหากเก็บเมื่อไม่ใช้งานแล้ว

ภาพรวมผนังฝั่งตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว จะเห็นได้ว่าถูกบิวท์อินโต๊ะเชื่อมต่อกับชั้นวางทีวีเกือบเต็มความกว้างผนังมาให้ดูเป็นไอเดีย ทีวีถูกติดตั้งที่ผนังรวมๆ แล้วช่วยให้ห้องดูไม่แน่นเกินไป เฟอร์นิเจอร์ถูกจัดวางเป็นระเบียบมีสัดส่วนในการใช้งานชัดเจน

เข้าไปดูที่ห้องนั่งเล่นกันต่อเลย และจากห้องนั่งเล่นจะมีประตูเปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียงได้ มือจับประตูเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน และมีบานกระจกกรอบอลูมิเนียมแบบ 2 ตอน

มุมนี้ทางโครงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้ดูในสไตล์แบบเรียบง่าย

ติดกับผนังจัดวางเป็นโซฟาขนาด 2 ที่นั่งไม่มีที่วางแขน หุ้มผ้าสีเทา พร้อมหมอนอิง

ด้านข้างมีตู้วางของขนาดเล็กในตัว สามารถวางของตกแต่งหรือของใช้อื่นๆ ได้ค่ะ

มีพื้นที่สำหรับเดินเข้าออกได้อย่างสะดวกสบาย

ระยะห่างของการนั่งดูทีวีมีขนาดกำลังดีประมาณ 1.8 เมตร ที่ผนังแขวนทีวีขนาดใหญ่ได้แบบสบายๆ มีการบิวท์อินชั้นวางของพร้อมบานปิดมาให้ดูเป็นไอเดีย ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยแนวตั้งได้ดีทีเดียว

ผนังด้านหลังโซฟาบิวท์อินเป็นกระจกสีโทนทึบขึ้นมาหน่อยให้ดูเป็นไอเดีย ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นหากพักอยู่ในห้องนอนค่ะ

โดยห้องนั่งเล่นก็อยู่ติดกับทางเข้าห้องนอนและห้องน้ำเช่นเดียวกัน สามารถเข้าไปใช้งานได้อย่างสะดวกสบายเลย

ภาพรวมทั้งหมดของห้องนั่งเล่น มุมรับประทานอาหาร และห้องครัวแบบเปิด

สำหรับพื้นที่ระเบียงมีขนาดกว้างพอเหมาะ ธรณีประตูยกพื้นขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นเข้ามาภายในห้อง พร้อมวางรางประตูด้านบนอีกทีเพื่อกันฝุ่นและความชื้นจากระเบียง พื้นปูด้วยระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. ผิวด้านสีเทาอ่อน ราวกันตกเป็นระแนงเหล็กโปร่งทาสีดำเข้ม ส่วนคอมเพลสเซอร์แอร์สามารถแขวนไว้ที่ด้านบนได้เลยค่ะ

พื้นที่กว้างเพียงพอให้วางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า พร้อมติดไฟผนังมาให้ และที่ระเบียงเดินท่อระบายน้ำพร้อมก๊อกน้ำมาให้เรียบร้อยแล้ว

มีราวตากผ้าติดผนังที่เป็นแบบพับได้ และก็อกน้ำเย็น

เทควิวมองออกมาจากระเบียงห้องชั้น 12A ค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

ลำดับถัดมาเราจะเข้าไปดูกันที่ห้องนอนและห้องน้ำกันบ้างนะคะ มีประตูบานปิดและฉากกั้นห้องนอนเป็นผนังปูนฉาบเรียบทาสีขาวมีสัดส่วน

ภายในห้องนอนจัดเฟอร์นิเจอร์มาให้ดูเป็นตัวอย่างครบครัน มีโต๊ะข้างหัวเตียง และตู้เสื้อผ้า

ภายในห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุตได้แบบกำลังดี

หัวเตียงมีการกรุผนังเป็นกระจกเงาขนาดใหญ่ ด้านข้างมีที่เหลือให้วางโต๊ะข้างหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง และตู้เสื้อผ้าวางได้ทางฝั่งขวา พื้นที่กว้างขวางไม่แออัดระยะใช้งานแบบสบายๆ เลยค่ะ

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือสามารถเดินผ่านเข้า-ออกได้สะดวก สามารถขึ้น-ลง หรือเปลี่ยนผ้าปูได้รอบเตียงเลยค่ะ

ผนังฝั่งปลายเตียงบิวท์อินเป็นกระจกสีโทนทึบมองออกไปเห็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น หากต้องการติดตั้งทีวีในห้องนอน แนะนำให้แขวนไว้ที่ผนังจะสะดวกกว่า

ข้างเตียงฝั่งซ้ายได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาภายในห้องเยอะจากผนังหน้าต่างขนาดใหญ่ โดยมีทั้งแบบบานฟิกซ์และบานกระทุ้ง สามารถเปิดรับลมเย็นๆ เข้ามาได้ แถมช่วยระบายอากาศภายในห้องอีกด้วย

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

มองไปอีกฝั่งของเตียงนอนจะมีประตูทางเข้าห้องน้ำ และพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าที่บิวท์อินขึ้นให้ดูเป็นไอเดีย

มุมมองภาพรวมทั้งหมดของห้องนอน

มาต่อกันที่ฝั่งขวาข้างเตียงกันบ้างนะคะ บริเวณนี้บิวท์อินเป็นตู้เสื้อผ้าทรงสูงขนาดเหมาะสมกับพื้นที่พอดีเลยค่ะ

มีพื้นที่ข้างเตียงให้ยืนแต่งตัวได้แบบเหลือเฟือ ขนาดกำลังดีไม่อึดอัด มีกระจกเงาบานใหญ่ไว้ให้เช็คความเรียบร้อย

มาต่อที่ห้องน้ำกันต่อค่ะ

ธรณีประตูห้องน้ำยกสูงขึ้นมาจากพื้นห้องเล็กน้อย ช่วยป้องกันน้ำกระเซ็นออกด้านนอก

ภายในห้องน้ำมีฟังก์ชั่นครบครัน ฝาผนังใช้กระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องมาให้จนจรดเพดาน ด้านบนติดไฟดาวน์ไลท์ พร้อมพัดลมดูดอากาศ พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้แบบผิวด้านสีเทา แบ่งแยกเป็นส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจนด้วยฉากกั้นอาบน้ำ

ติดตั้งกระจกเงาขนาดใหญ่พร้อมอ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมแบบลอยมาให้ ไม่มีเคาน์เตอร์ใต้อ่างหากต้องการวางของใช้เพิ่มเติมอาจต้องหาชั้นวางมาเพิ่มในจุดนี้ค่ะ

หน้าอ่างมีพื้นที่เหลือให้วางข้าวของเครื่องใช้หรือของตกแต่งอื่นๆ ได้อีก

ใช้คู่กับก็อกน้ำแบบปัดขึ้นจาก American Standard

ขยับมาที่ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ของโถสุขภัณฑ์ ด้านหลังที่ผนังมีราวแขวนผ้าขนหนูติดตั้งให้ 1 จุด

โถสุขภัณฑ์ใช้ของ American Standard หรือแบรนด์เทียบเท่านะคะ เป็นแบบแยกชิ้นระบบ Dual Flush ติดตั้งสายฉีดชำระสแตนเลส และที่แขวนทิชชู่ให้ทางฝั่งซ้าย ระยะการใช้งานสะดวกไม่แออัด ส่วนด้านขวามีพื้นที่เหลืออาจหาถังขยะใบเล็กๆ มาวางเพิ่มเติมได้

ถัดมาเป็นพื้นที่อาบน้ำติดตั้งฉากกั้นมาให้เรียบร้อย เป็นกระจกนิรภัยแบบบานเลื่อนสไลด์ใช้วัสดุอลูมิเนียมสีเงิน 3 ตอน ทำให้มีช่องเปิดที่กว้างกว่าแบบ 2 ตอน พื้นที่ส่วนอาบน้ำหรือส่วนเปียกมีขอบธรณียกสูงขึ้นมาแบ่งระหว่างส่วนเปียกส่วนแห้ง ป้องกันน้ำไหลออกไปเลอะส่วนอื่นๆ ในห้องน้ำ และมีท่อระบายน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ด้วย

ในพื้นที่อาบน้ำติดตั้งฝักบัวของ American Standard ใช้ชั้นวางสบู่จาก Bathero แต่ต้องติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มเติมเองนะคะ

เราออกไปดูห้องตัวอย่างขนาดอื่นกันต่อเลยค่ะ

มาถึงแบบห้องสุดท้ายที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้แล้วค่ะ คือ แบบห้อง 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ใช้สอย 36.00 ตร.ม. พื้นที่การใช้งานแยกเป็นสัดส่วน เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องส่วนแรกที่เห็นตรงเข้าไปเป็นห้องนอนรอง ฝั่งซ้ายเป็นมุมรับประทานอาหาร หรือจะใช้เป็นที่นั่งทำงานก็เหมาะ

ส่วนทางขวาคือมุมเตรียมอาหารเป็นห้องครัวแบบเปิด และห้องน้ำ ตรงข้ามกันเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนมีประตูสไลด์บานเลื่อนเปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียงด้านนอก จากนั้นเป็นทางเข้าห้องนอนหลัก เป็นการจัดผังห้องนอนไว้คนละฝั่งโดยมีห้องนั่งเล่นคั่นตรงกลาง เพื่อให้มีความเป็นสัดส่วนมากขึ้น

หลังจากที่เราได้ชมแปลนแบบห้อง 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ใช้สอย 36.00 ตร.ม. กันไปแล้ว ลำดับต่อไปเราจะเข้ามาดูกันที่ห้องตัวอย่างกันต่อเลยนะคะ เริ่มกันที่บริเวณทางเข้าห้องมีป้ายหมายเลขห้องระบุไว้ที่ด้านข้างประตู ประตูห้องเป็นบานสำเร็จรูป HDF กรุลามิเนตสีครีมขาว ที่ประตูมีตาแมวสำหรับดูความปลอดภัยบริเวณหน้าห้อง และเหนือประตูมีตัวจับสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัยเช่นเดียวกันทุกห้อง

มือจับประตูเป็นแบบก้านโยกสแตนเลสมีที่ล็อคในตัวมาตรฐาน

เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในห้อง พื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้สีน้ำตาลเข้มหนา 8 มม. ผนังฉาบปูนเรียบทาสีขาว เพดานสูง 2.6 เมตร ด้านบนติดตั้งไฟดาวน์ไลท์

ทางซ้ายคือมุมรับประทานอาหาร และห้องนอนรอง

ส่วนทางขวาคือฝั่งของห้องนั่งเล่น ห้องครัวแบบเปิด ห้องน้ำ และห้องนอนหลัก

มาเริ่มกันที่ฝั่งซ้ายกันก่อนเลยค่ะ

บริเวณนี้คือมุมเตรียมอาหารเป็นห้องครัวแบบเปิด วางเป็นเคาน์เตอร์ครัวขนาดพอเหมาะ สำหรับจัดเตรียมอาหาร หรือซื้อของมาทานในห้อง แต่หากต้องการประกอบอาหารแนะนำให้ติดตั้งเตาไฟฟ้าและฮูดดูดควันเพิ่มเติมเพื่อป้องกันกลิ่นคลุ้งไปทั่วห้องนั่นเอง ด้านข้างมีที่เหลือให้วางตู้เย็นเพิ่มเติม

ชุดครัวด้านบนมีชั้นลอยพร้อมหน้าบานสีขาวเข้ากันของจริงได้ตามที่เห็นเลยค่ะ มีตู้และชั้นเก็บของมาให้พอสมควร ชั้นวางของมีช่องใหญ่สามารถวางตู้ไมโครเวฟได้อย่างพอดี

บนเคาน์เตอร์ท็อปครัวเป็นลายไม้สีน้ำตาลเข้ม มีซิงค์ล้างจานแบบหลุมเดียวพร้อมก็อกน้ำโครเมียม ด้านข้างมีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารข้าง ด้านหลังเคาน์เตอร์มี Backsplash กรุกระเบื้องเซรามิกกันเปื้อนมาให้ หากน้ำมันกระเด็นขณะประกอบอาหารก็สามารถเช็ดออกได้ง่าย

ส่วนเคาน์เตอร์ด้านล่างมีตู้เก็บของมาให้เช่นเดียวกัน ช่องนี้อาจใช้เก็บพวกน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรืออุปกรณ์เครื่องใช้อื่นๆ ได้ค่ะ

ติดกับเคาน์เตอร์ครัวทางซ้ายเป็นประตูทางเข้าห้องน้ำ

มุมมองจากบริเวณห้องครัวไปยังมุมรับประทานอาหารทางฝั่งขวา

เดี๋ยวเราเข้าไปดูกันที่ห้องน้ำบ้างค่ะ

ภายในห้องน้ำมีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน ฝาผนังใช้กระเบื้องแกรนิตโต้สีขาว ผนังห้องน้ำปูกระเบื้องมาให้จนจรดเพดาน ด้านบนติดไฟดาวน์ไลท์ พร้อมพัดลมดูดอากาศ พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้องแกรนิตโต้แบบผิวด้านสีเทา แบ่งแยกเป็นส่วนแห้งและส่วนเปียกชัดเจนด้วยฉากกั้นอาบน้ำ

อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมแบบลอย พร้อมกระจกเงาด้านบน

หน้าอ่างมีพื้นที่เหลือให้วางข้าวของเครื่องใช้หรือของตกแต่งอื่นๆ ได้อีกพอสมควร

ใช้คู่กับก็อกน้ำแบบปัดขึ้นจาก American Standard

ถัดมาทางฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่ของโถสุขภัณฑ์ ด้านหลังที่ผนังมีราวแขวนผ้าขนหนูติดตั้งให้ 1 จุด

โถสุขภัณฑ์ใช้ของ American Standard หรือแบรนด์เทียบ เป็นแบบแยกชิ้นระบบ Dual Flush ติดตั้งสายฉีดชำระสแตนเลส และที่แขวนทิชชู่ให้ทางฝั่งซ้าย ระยะการใช้งานสะดวกไม่แออัด

ติดกันเป็นพื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นมาให้เรียบร้อย เป็นกระจกนิรภัยแบบบานเลื่อนสไลด์ใช้วัสดุอลูมิเนียมสีเงิน 3 ตอน ทำให้มีช่องเปิดที่กว้างกว่าแบบ 2 ตอน พื้นที่ส่วนอาบน้ำหรือส่วนเปียกมีขอบธรณียกสูงขึ้นมาแบ่งระหว่างส่วนเปียกส่วนแห้ง ป้องกันน้ำไหลออกไปเลอะส่วนอื่นๆ ในห้องน้ำ และมีท่อระบายน้ำแยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ด้วยเช่นกัน

พื้นที่อาบน้ำติดตั้งฝักบัวของ American Standard และใช้ชั้นวางสบู่จาก Bathero แต่ต้องติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มเติมเองนะคะ

มุมมองเมื่อออกมาจากห้องน้ำค่ะ

มาดูที่ฝั่งของห้องนั่งเล่นกันบ้าง

โดยห้องนั่งเล่นใช้พักผ่อนหรือต้อนรับแขกจะอยู่ติดกับพื้นที่ระเบียงเลยค่ะ บริเวณนี้ได้รับแสงสว่างเข้ามาได้เยอะจากประตูบานเลื่อน

พื้นที่การใช้งานกว้างกำลังดี จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้แบบลงตัว พื้นปูด้วยพรมขนนุ่มดูเป็นสัดส่วนชัดเจนยิ่งขึ้น

บริเวณนี้ทางโครงการวางโซฟามาให้ดูระยะใช้งาน โดยเป็นโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง ไม่มีที่วางแขน พร้อมหมอนอิง

ฝั่งตรงข้ามกับโซฟาถูกบิวท์อินเป็นชั้นวางทีวีพร้อมบานปิดมาให้ดูเป็นไอเดีย สามารถวางของตกแต่งอื่นๆ ได้ ส่วนทีวีแขวนไว้ที่ผนังช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในแนวตั้งได้ดี

ระยะห่างของการนั่งดูทีวีมีขนาดกำลังดี

ติดกันมีประตูเปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียงเป็นบานเลื่อนสไลด์ มือจับประตูเป็นแบบเซาะร่องมาตรฐาน และมีบานกระจกกรอบอลูมิเนียมแบบ 2 ตอน

พื้นที่ระเบียงมีขนาดกว้างพอเหมาะ ธรณีประตูยกพื้นขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นเข้ามาภายในห้อง พร้อมวางรางประตูด้านบนอีกทีเพื่อกันฝุ่นและความชื้นจากระเบียง พื้นปูด้วยระเบื้องเซรามิกขนาด 30 x 30 ซม. ผิวด้านสีเทาอ่อน ราวกันตกเป็นระแนงเหล็กโปร่งทาสีดำเข้ม ส่วนคอมเพลสเซอร์แอร์สามารถแขวนไว้ที่ด้านบนได้เลยค่ะ

พื้นที่กว้างเพียงพอให้วางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า ที่ผนังติดไฟมาให้ และที่ระเบียงเดินท่อระบายน้ำพร้อมก๊อกน้ำให้เรียบร้อยแล้วค่ะ

ที่ผนังฝั่งตรงข้ามกันมีราวตากผ้าติดผนังที่เป็นแบบพับได้ และก็อกน้ำเย็น

กลับเข้ามาดูด้านในห้องกันต่อค่ะ

ถัดมาเราจะเข้าไปดูกันที่ห้องนอนหลัก หรือ Master Bedroom ต่อค่ะ

ภายในห้องนอนเหมาะสำหรับวางเตียงขนาด 5 ฟุตกำลังดี

ข้างเตียงได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาภายในห้องเยอะจากผนังหน้าต่างขนาดใหญ่ โดยมีทั้งแบบบานฟิกซ์และบานกระทุ้ง

หัวเตียงมีที่เหลือให้วางโต๊ะขนาดกระทัดรัด ด้านบนกรุเป็นผนังดีไซน์สวยงาม

ผนังฝั่งปลายเตียงหากต้องการติดตั้งทีวีในห้องนอนแนะนำให้แขวนไว้ที่ผนังจะสะดวกกว่า

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือสามารถเดินผ่านเข้า-ออกได้สะดวก สามารถเดินขึ้น-ลง หรือเปลี่ยนผ้าปูได้รอบเตียง

ภาพรวมทั้งหมดของห้องนอน

มองไปอีกฝั่งของเตียงนอนจะเป็นพื้นที่วางตู้เสื้อผ้าที่บิวท์อินขึ้นให้ดูเป็นไอเดียค่ะ

ไปดูกันที่ฝั่งขวาข้างเตียงนอนกันบ้าง

บริเวณนี้บิวท์อินเป็นตู้เสื้อผ้าทรงสูงขนาดเหมาะสมกับพื้นที่

ส่วนพื้นที่ยืนแต่งตัวต้องเขยิบมาหน่อย และหากต้องการวางโต๊ะข้างหัวเตียงที่ฝั่งนี้ควรใช้ตู้เสื้อผ้าแบบบานเลื่อนเท่านั้น

จุดนี้เป็นกระจกเงาบานใหญ่เต็มพื้นที่

ลำดับถัดมาเราออกไปดูส่วนอื่นๆ กันต่อเลยค่ะ

เดี๋ยวเราเดินไปดูกันที่ฝั่งขวาเมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในห้องบ้างนะคะ

สำหรับบริเวณนี้เป็นมุมรับประทานอาหาร และขวามือมีทางเดินเข้าไปยังห้องนอนรอง

มุมรับประทานอาหารทางโครงการจัดเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาด 4 ที่นั่งมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ระยะการใช้งานกำลังสบายๆ โดยวางเป็นเก้าอี้ 2 ตัว และโซฟามีพนักพิงทรงยาว 1 ตัว หรือจะใช้มุมนี้นั่งทำงานก็เหมาะเลย

ตรงข้ามกับมุมรับประทานอาหารเป็นทางเข้าห้องนอนรอง

ภายในห้องนอนรองเหมาะสำหรับวางเตียงขนาด 3 ฟุตกำลังดี ข้างเตียงมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะเครื่องแป้งได้อีก

ข้างเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่มาให้ 1 ชุด โดยมีทั้งแบบบานฟิกซ์และบานกระทุ้ง ช่วยเพิ่มช่องแสงธรรมชาติให้กับห้องนอนเป็นอย่างดี

พื้นที่ปลายเตียงค่อนข้างจะเต็มพอดีพื้นที่

ฝั่งปลายเตียงเป็นผนังโล่ง หากต้องการติดตั้งทีวีภายในห้องนอนแนะนำให้แขวนไว้ที่ผนังจะสะดวกกว่าค่ะ

มองไปทางฝั่งหัวเตียงมีการกรุผนังขึ้นมาให้ดูสวยงามมีมิติมากยิ่งขึ้น

ข้างเตียงมีระยะการใช้งานกว้างพอสำหรับวางโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้า

มุมโต๊ะเครื่องแป้งทางโครงการได้บิวท์อินเป็นเคาน์เตอร์ลายหินอ่อนขนาดพอเหมาะ พร้อมกระจกเงาทรงกลมบานใหญ่

ติดๆ กันกับทางเข้าห้องบิวท์อินเป็นตู้เสื้อผ้าทรงสูงแบบบานเลื่อนสไลด์ เวลาเปิด-ปิดจะได้ไม่ชนเก้าอี้ค่ะ

มีพื้นที่ข้างเตียงมีให้ยืนแต่งตัวได้แบบเหลือเฟือ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง


:::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (ธันวาคม 2562) ::::

วัสดุโดยรวม

  • พื้นห้อง : พื้นลามิเนตลายไม้สีเข้ม
  • พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องแกรนิตโต้
  • ผนังภายใน : ผนังฉาบเรียบทาสีพื้น
  • ผนังห้องน้ำ : กระเบื้องแกรนิตโต้
  • ประตูระเบียง (บานเลื่อน) : ประตูบานอลูมิเนียม กระจกเขียวตัดแสง
  • ประตูภายนอก (บานเปิด) : ประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบก้านโยก
  • ประตูภายใน : ประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบก้านโยก
  • หน้าต่างภายนอก : บานฟิกซ์ และบานกระทุ้งอลูมิเนียม กระจกเขียวตัดแสง
  • ท็อปครัว : ลายไม้สีเข้ม ผนังขาว

ห้องน้ำและสุขภัณฑ์

  • สุขภัณฑ์และ Accessories : American Standard, Charmer และ Bathero

งานไฟฟ้า

  • ดวงโคมทั่วไป : ดวงโคมดาวน์ไลท์
  • ดวงโคมในห้องน้ำ : ดวงโคมดาวน์ไลท์
  • ไฟภายนอก : ดวงโคมดาวน์ไลท์

***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ


:::: ราคา (ธันวาคม 2562) ::::

แบบห้อง Studio :

– ขนาดเริ่มต้น 23.50 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
– ราคา 2.35 ล้านบาท

แบบห้อง 1 Bedroom :

– ขนาดเริ่มต้น 28.00 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
– ราคา 2.79 ล้านบาท

แบบห้อง 2 Bedrooms :

– ขนาดเริ่มต้น 36.00 ตร.ม. 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
– ราคา 4.1 ล้านบาท

แบบห้อง 3 Bedrooms :

– ขนาดเริ่มต้น 60.00 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
– ราคา 7.99 ล้านบาท

  • ค่าส่วนกลาง ตร.วาละ 65 บาท/เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)
  • เงินกองทุน 300 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียววันโอน)
  • ค่าน้ำประปา ยูนิตละ 18 บาท
  • ค่ารักษามาตรวัดน้ำประปา 30 บาท/เดือน ชำระล่วงหน้า 1 ปี
  • เงินประกันการใช้น้ำประปา 500 บาท ชำระครั้งเดียว
  • เงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้าขนาด 15-30 แอมแปร์ จำนวน 2,000 – 4,000 บาท
  • ค่าชดเชยที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาด 400 ซีซีขึ้นไป (Bigbike) 500 บาท/คัน/เดือน และรถจักรยานยนต์ 150 บาท/คัน/เดือน

:::: สรุป ::::

ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ ตั้งอยู่บนถนนซอยสาธุประดิษฐ์ 27 ห่างจากถนนใหญ่รัชดาภิเษก 200 เมตร เป็นทำเลที่มีความสะดวกสบายและความอุดมสมบูรณ์สูง ใกล้ถนนใหญ่รัชดาภิเษก พระราม 3 และเส้นนราธิวาส ที่ใช้เชื่อมต่อไปยังโซน CBD ชั้นในโซนใจกลางกรุงเทพ อย่างเช่น สีลม, สาทร, พระราม 4 ที่เต็มไปด้วยอาคารสำนักงานใหญ่ๆ ได้

สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย ตัวโครงการอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครเข้าออกเมืองได้ง่าย อยู่ห่างจากจุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครด่านสาธุประดิษฐ์ราว 1 กม. เท่านั้น และอยู่ใกล้กับขนส่งสาธารณะอย่าง BRT ถนนจันทน์ ที่ใช้เชื่อมไปยังสถานี BTS ช่องนนทรีอีกด้วย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์ครบครันเดินทางเข้าถึงได้ง่ายมากทั้งในระยะเดินเท้าและระยะใกล้เคียงที่ต้องเดินทาง ใกล้กับห้างสรรพสินค้า Central Plaza พระราม 3, Tesco Lotus พระราม 3, The Up พระราม 3, ร้านสะดวกซื้อ, ตลาดสด, โรงพยาบาล, โรงเรียน และสถานที่ราชการ

ด้านความอุดมสมบูรณ์ที่ตั้งโครงการอยู่ติดซอยสาธุประดิษฐ์ซึ่งเป็นโซนที่พักอาศัยที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดซอยหนึ่งในย่านนี้ รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันทั้งในระยะกว้างและระยะการเดินเท้า รอบนอกโครงการใกล้สุดที่สามารถเข้าถึงได้ในระยะการเดินเท้าคือ ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven, ร้านทำผม, ร้านค้า, ร้านอาหาร สามารถหาซื้อของกินของใช้ได้ง่ายตลอดทั้งวัน

ถัดออกมาที่เส้นนราธิวาส, ถนนรัชดาภิเษก และถนนพระราม 3 ก็มีแหล่งอำนวยความสะดวกที่ครบมากยิ่งขึ้น อาทิ Makro สาทร, Central Plaza พระราม 3, Tesco Lotus พระราม 3, The Up พระราม 3, ตลาดรุ่งเจริญ, ตลาดสะพาน 3, ตลาดนางลิ้นจี่ เป็นต้น และเมื่อเดินทางไปยังโซนสาทรบริเวณนี้จะครบครันทั้งอาคารสำนักงานต่างๆ ขนส่งสาธารณะ โรงพยาบาล และโรงเรียน

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว เส้นหลักของโซนนี้คือถนนสาธุประดิษฐ์ โดยออกจากตัวโครงการมาเลี้ยวซ้ายมุ่งไปทางฝั่งถนนจันทร์ใช้เชื่อมต่อไปยังฝั่งเส้นนราธิวาส, สีลม, สาทร, สวนพลู, เย็นอากาศ, งามดูพลี, นางลิ้นจี่ สามารถเชื่อมเข้าสู่โซน CBD ชั้นในอย่าง อโศก, เพลินจิต, สยาม, ชิดลม ได้ง่ายๆ หรือออกจากโครงการมาเลี้ยวขวาก็มุ่งหน้าไปยังถนนรัชดาภิเษกเชื่อมเข้าเส้นพระราม 3 ไปออกพระราม 4 ได้ค่ะ

ส่วนคนที่ทำงานโซนวงแหวนอุตสาหกรรมจากถนนรัชดาภิเษกขับตรงไปทางถนนพระราม 3 วิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังวงแหวนอุตสาหกรรมกับสมุทรปราการได้ และเนื่องจากเป็นโซนย่านใจกลางเมืองเชื่อมต่อถนนได้หลายเส้นและมีแยกเยอะ ทำให้การจราจรในละแวกนี้ค่อนข้างคึกคัก หากใครเดินทางในช่วงเช้าและเย็นต้องเผื่อเวลากันดีๆ

การเดินทางโดยรถสาธารณะ ต้องบอกเลยว่าสะดวกสบายมากๆ ตัวโครงการอยู่ติดถนนสาธุประดิษฐ์ที่มีทั้งรถเมล์ รถสองแถว แท็กซี่ และวินมอเตอร์ไซค์ให้บริการอย่างครบครัน โดยสายรถเมล์ที่ผ่านหน้าโครงการคือสาย 35, 62, รถสองแถวสาย 1279 วัดดอกไม้ และสาย 1261 ท่าน้ำสาธุฯ

หรือจะนั่งพี่วินไปขึ้น BRT ถนนจันทน์ แล้วเชื่อมต่อไปถึง BTS ช่องนนทรีได้สบายๆ เพียงสถานีเดียวก็ถึง BTS ศาลาแดง ที่มีจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีลม ทำให้สามารถเดินทางไปยังใจกลางเมืองจุดต่างๆ ได้อย่างสะดวกง่ายดาย ทั้งสยาม, ชิดลม, สาทร, สีลม, พร้อมพงษ์, ทองหล่อ, อโศก เป็นต้น เรียกได้ว่ามีทางเลือกในการเดินทางหลากหลายสำหรับคนไม่ใช้รถค่ะ

การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการ Lumpini Place รัชดา – สาธุ เป็นคอนโด High Rise สูง 35 ชั้น 1 อาคารพักอาศัย จำนวนห้องพักอาศัยรวม 543 ยูนิต บนที่ดิน ขนาด 2-2-26.1 ไร่ ตัวอาคารทาสีแดงเข้มแซมด้วยสีเหลืองทองเน้นความเฮงๆ ปังๆ สไตล์จีน มีพื้นที่สีเขียวทั่วทั้งโครงการ สำหรับส่วนกลางของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 1, 7, 26, 31 และ 35 จอดรถได้ตั้งแต่ชั้น 1 – 6 ประมาณ 220 คัน (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) คิดเป็น 40% ของจำนวนยูนิตโครงการ

สำหรับแบบห้องมีให้เลือกทั้งหมด 4 แบบ คือ Studio ขนาดพื้นที่ใช้สอย 23.50 – 24.50 ตร.ม., 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28.00 – 34.00 ตร.ม. และ 2 Bedrooms ขนาดพื้นที่ใช้สอย 36.00 – 44.00 ตร.ม. และ 3 Bedrooms ขนาดพื้นที่ใช้สอย 60.00 – 65.50 ตร.ม.

สำหรับฟังก์ชั่นภายในห้องพักสะดวกตามลักษณะของแต่ละ Type ตัวห้องขายแบบ Fully Fitted คือมีเคาน์เตอร์ครัว + ซิงค์ล้างจาน ชุดสุขภัณฑ์ American Standard และฉากกั้นภายในห้องน้ำมาให้ ฝ้าเพดานสูง 2.6 เมตร พื้นเป็นลามิเนตลายไม้สีเข้มหนา 8 มม. มีพื้นที่การใช้งานครบทั้งมุมรับประทานอาหาร, ครัวแบบเปิดพร้อมเคาน์เตอร์ครัว, ห้องนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียงมีที่เหลือให้วางเครื่องซักผ้า, ห้องนอนขนาดเหมาะมีหน้าต่างบานใหญ่ และห้องน้ำแยกส่วนแห้งส่วนเปียกอย่างชัดเจน โดยภาพรวมถือว่าวัสดุมาตรฐานสมราคาและทำเลที่ได้

สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย ตัวโครงการมีที่ดินขนาดประมาณ 2 ไร่ รอบตัวอาคารที่พักอาศัยมีส่วนกลางทั้ง สวนหย่อมสไตล์ Modern Chinese, ลานพักผ่อน, ลานกิจกรรม, สนามเด็กเล่น, ห้องบริหารจัดการพัสดุ, พื้นที่ปฐมพยาบาล, ห้องบริการรวมตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ, Co-Living Zone, Fit & Firm Area และพื้นที่สีเขียวทั่วโครงการ มีที่จอดรถบนอาคารตั้งแต่ชั้น 1 – 6 ส่วนยูนิตที่พักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 7 จนถึงชั้น 34

และส่วนกลางหลักๆ ของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 7 มีทั้ง ห้องสตีมและซาวน่า, Fittness Zone, สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนริมสระ, Kid’s Fun Zone, Happiness Zone, Housework Zone ส่วนกลางที่ชั้น 35 มีพื้นที่ Co-Living Area และ Sky Lounge นอกจากนี้ที่ชั้น 26 และ 31 ก็ยังมีพื้นที่ Co-Living Area สำหรับนั่งพักผ่อนชมวิวเมืองรอบๆ จากชั้นสูงของโครงการ

ด้านที่จอดรถทั้งหมดจอดได้ประมาณ 40% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน) อาจจะน้อยไปหน่อยสำหรับทำเลที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวที่ค่อนข้างสะดวกแบบนี้ อาคารห้องพักมีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยเข้าออกโครงการ และตัวอาคารพักอาศัยด้วยระบบ Access Card Control ติดตั้งกล้อง CCTV, รั้วไม้กระดก, และมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.


:::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ::::

LPN Call Center : 02-689-6888 ทุกวัน 8.30 – 19.00 น.

Website : https://www.lpn.co.th/lumpini-place/ratchada-sathu

Facebook : https://www.facebook.com/condolumpiniofficial

หากเพื่อนๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ

และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ