EP.523 รีวิว The Address สยาม-ราชเทวี เพียง 150 ม.* จาก BTS ราชเทวี ใกล้ Airport Link พญาไท เพียง 700 ม.* เริ่ม 8.29 ล้านบาท*

โพสโดย : U | วันที่ : 22 April 2024
หมวดหมู่ : AP เอพี, EP, คอนโด, คอนโด AP เอพี, คอนโด กรุงเทพ, คอนโด ถนนเพชรบุรี, คอนโด เขตราชเทวี, คอนโดติดรถไฟฟ้า BTS, คอนโดใกล้ Airport Link, คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS, รีวิว คอนโด

EP.523 รีวิว ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี The Address Siam-Ratchathewi เพียง 150 ม.* จาก BTS ราชเทวี ใกล้ Airport Link พญาไท เพียง 700 ม.* เริ่ม 8.29 ล้านบาท*

Written by : Nin Yanin

สวัสดีค่า วันนี้ทีมงาน Condonayoo จะพามาชมคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ The Address สยาม-ราชเทวี จาก AP Thailand โครงการตั้งอยู่บน Prime Location บนถนนเพชรบุรี ห่างจาก BTS ราชเทวี เพียง 150 ม.* และ BTS พญาไท (Airport Link) เพียง 700 ม.* และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม MRT สถานีราชเทวี อีกด้วย

โดยรอบโครงการเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, สถานศึกษาชื่อดัง และโรงพยาบาลแนวหน้า เช่น Siam Paragon, Gaysorn Village, Central World, Central ชิดลม, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รร.มาแตร์เดอีวิทยาลัย, รร.เตรียมอุดมศึกษา, รพ.รามาธิบดี, รพ.จุฬาลงกรณ์, รพ.พญาไท 1 เป็นต้น

ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี เป็นคอนโด High-Rise ระดับ Super Luxury Class สูง 50 ชั้น บนที่ดินขนาด 3-1-55 ไร่ มีห้องพักอาศัยจำนวน 880 ยูนิต โครงการมีห้องพักให้เลือกทั้งหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ 1 Bedroom, 1 Bedroom Duplex, 2 Bedroom, 2 Bedroom Duplex และ 3 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 31-86 ตร.ม. ตกแต่งห้องให้แบบ Fully Fitted

โครงการออกแบบภายใต้แนวความคิด Stately Luxury Leisure สื่อออกมาผ่านสไตล์ Colonial Classic พิถีพิถันด้วยผังแบบ Symmetry จากรูปแบบการจัดผังของสถาปัตยกรรมยุโรป ที่ใช้ความสมดุลช่วยเพิ่มความโอ่อ่าหรูหราในทุก ๆ พื้นที่ของโครงการ

และมีการนำลวดลายไทยมาประยุกต์ให้ดูมีความร่วมสมัยมากขึ้น สร้างรูปแบบบรรยากาศ ที่คำนึงถึง สี วัสดุ ผิวสัมผัส และการใช้งาน ที่มีผลต่อการรับรู้ทางอารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย

ทางโครงการยังมีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 5 ชั้น ที่มีขนาดรวมกว่า 4 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการคอนโดมิเนียมที่มีส่วนกลางขนาดใหญ่ที่สุดในย่านราชเทวี โดยจะประกอบไปด้วย The Concierge Galerie, The Grande Chamber, The Blue Saloon, The Great Lawn, The River Sala, The High Garden, The Gym, The Sky Oasis, The Sky Library, The Sky Chamber, The Sky Bar, The Cloud Fitness และ The Sky Pool พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ในราคาเริ่มต้น 8.29 ล้านบาท* (มี.ค. 67)


ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงถึง 1,000,000 บาท* คลิก https://apth.ly/6aop

เราไปดูกันเลยค่ะว่าโครงการนี้มีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

ชื่อโครงการ ดิ แอดเดรส สยาม-ราชเทวี / The Address Siam-Ratchathewi
เจ้าของโครงการ เอพี ไทยแลนด์ / AP Thailand
เนื้อที่ทั้งหมด 3-1-55 ไร่
จำนวนตึก 1 อาคาร
จำนวนชั้น 50 ชั้น
จำนวนห้อง 880 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • 1 Bedroom : 31-35 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duplex : 50 ตร.ม.
  • 2 Bedroom : 51.5-69.5 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Duplex : 65 ตร.ม.
  • 3 Bedroom : 86 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด 449 คัน หรือ 51% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
จำนวนลิฟต์
  • ลิฟต์โดยสารแบบล็อกชั้น 6 ตัว
  • ลิฟต์บริการ 1 ตัว
โซน สยาม-ราชเทวี
เส้นทางคมนาคม
  • รถไฟฟ้า BTS ราชเทวี 150 ม.
  • รถไฟฟ้า BTS พญาไท 700 ม.
  • Airport Link พญาไท 700 ม.
  • รถไฟฟ้าสายสีส้ม MRT สถานีราชเทวี (โครงการในอนาคต)
  • ถนนเพชรบุรี : 0 ม.
  • ถนนพญาไท (แยกราชเทวี) : 150 ม.
  • ถนนบรรทัดทอง 500 ม.
  • ถนนพระราม 1 : 1.4 กม.
  • ถนนราชปรารภ : 2.7 กม.
  • ถนนราชดำริ : 2.8 กม.
  • ทางพิเศษศรีรัช : 1.3 กม.
ที่ตั้ง ถนนเพชรบุรี (ปากซอยเพชรบุรี 14) แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.
กำหนดการ n/a
ปีที่สร้างเสร็จ ส.ค. 66
ราคา เริ่มต้น 8.29 ล้านบาท* (มี.ค. 67)
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม 245,000 บาท/ตร.ม.* (มี.ค. 67)
ค่าส่วนกลางและกองทุน
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน
  • เงินกองทุน 600 บาท/ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง ศูนย์การค้า

  • Lotus’s พระราม 1 : 1.4 กม.
  • Stadium One : 1.6 กม.
  • Siam Paragon : 2.8 กม.
  • Siam Discovery : 2.4 กม.
  • Siam Center : 2.6 กม.
  • Siam Square One : 2.7 กม.
  • MBK : 2.8 กม.
  • Palladium : 2.8 กม.
  • Platinum : 2.9 กม.
  • Big C ราชดำริ : 3 กม.
  • อินทราสแควร์ : 3.1 กม.
  • Central World : 3.2 กม.
  • Gaysorn Village : 3.3 กม.
  • Central ชิดลม : 3.7 กม.
  • Central Embassy : 3.9 กม.
  • Gaysorn Amarin : 4.1 กม.
  • The Mercury Ville : 6.1 กม.

ตลาด ร้านสะดวกซื้อ และอื่น ๆ

  • ตลาดประตูน้ำ : 2.8 กม.
  • ตลาดสามย่าน : 3 กม.

สถานศึกษา

  • รร.เตรียมอุดมศึกษา : 2.9 กม.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : 3.3 กม.
  • รร.สาธิตปทุมวันฯ : 3.4 กม.
  • รร.มาแตร์เดอีวิทยาลัย : 3.8 กม.

ศูนย์การแพทย์

  • รพ.มิชชั่น : 1.4 กม.
  • รพ.พญาไท 1 : 2.4 กม.
  • รพ.รามาธิบดี : 2.7 กม.
  • รพ.ตำรวจ : 2.9 กม.
  • รพ.บุรฉัตรไชยกร : 3.5 กม.
  • รพ.จุฬาลงกรณ์ : 4.6 กม.
  • รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์แนชั่นแนล : 4.7 กม.

**ระยะทางวัดจากการเดินทางสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด**

สิ่งอำนวยความสะดวก Ground Floor

  • The Concierge Galerie
  • The Grande Chamber
  • The Blue Saloon
  • The Great Lawn
  • The River Sala

9th Floor

  • The High Garden
  • The Gym

50th Floor

  • The Sky Oasis
  • The Sky Library
  • The Sky Chamber
  • The Sky Bar
  • The Cloud Fitness
  • The Sky Pool (with hydrotherapy & Kid’s Pool)

Security

  • ระบบ KATSAN
  • ระบบ Face Scan
  • CCTV
  • รปภ. 24 ชม.
Tel 1623
Line n/a
Website https://apth.ly/6aop

ที่ตั้งโครงการ

ถนนเพชรบุรี (ปากซอยเพชรบุรี 14) แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม.

พิกัดโครงการ : 13.752575363290903, 100.53027021258036

ทำเลที่ตั้ง แบรนด์ The Address ถือเป็นโครงการ Brand High End จาก AP Thailand ซึ่งตัวแบรนด์นี้เองจะมีจุดเด่นในแง่ของการใส่ใจในทุกรายละเอียด เริ่มตั้งแต่การเลือกแปลงที่ดินที่อยู่บน Prime Location ใจกลางเมือง

อย่างโครงการ The Address สยาม-ราชเทวี นั้นจะตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรี ซึ่งแทบจะติดกับแยกราชเทวีเลยค่ะ จุดเด่นหลัก ๆ ของทำเลนี้ก็คืออยู่ใกล้ BTS ราชเทวี เพียง 150 ม.* และ BTS พญาไท (Airport Link) เพียง 700 ม.* เท่านั้น เป็นทำเลที่ไม่ต้องพูดเยอะ เพราะเป็นทำเลใจกลางเมืองที่รู้จักกันดีอยู่แล้วว่ามีความสะดวกสบายสูงมาก โดยมีความเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกด้าน

เพราะถือว่าอยู่ถัดจากโซนสยาม, ประตูน้ำ และโซนพญาไท ซึ่งโซนพญาไทจะมีทั้งวังสวนผักกาดและพระราชวังพญาไท ซึ่งทางโครงการได้นำมาใช้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโครงการด้วย เดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟังในส่วนถัดไปนะคะ

การเดินทางโดยรถส่วนตัว เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรีซึ่งเป็นถนนหลัก จึงเดินทางได้สะดวกสบายมาก ใช้วิ่งไปทางประตูน้ำ เชื่อมต่อได้ทั้งถนนราชปรารภ, ถนนราชดำริ, ถนนวิทยุ, ถนนพระราม 4 เชื่อมต่อเข้าโซนสีลม-สาทรได้ง่าย หรือจะเข้าถนนพระราม 1 เชื่อมต่อเข้าโซนสุขุมวิท ไปอโศก, พร้อมพงษ์, ทองหล่อ, เอกมัย ก็ทำได้สะดวกมาก หรือจะวิ่งออกไปฝั่งหลานหลวงเลยก็ง่ายทีเดียวค่ะ

นอกจากนี้ใกล้เคียงกับโครงการบนเส้นเพชรบุรียังมีซอยต่าง ๆ ให้สามารถลัดเลาะในเวลารถติดได้ ไม่ว่าจะเป็นซอยเพชรบุรี 12 เป็นทาง One Way ทะลุซอยพญานาคออกถนนพญาไทตรง BTS ราชเทวี (ไม่ต้องเสียเวลากลับรถ) และออกถนนบรรทัดทองได้ และยังใช้ซอยเพชรบุรี 12 ทะลุออกซอยเพชรบุรี 10 ซึ่งเป็นทาง One Way ได้อีกเช่นกันค่ะ

ทางด่วน แถมโครงการยังมีตัวช่วยในการเดินทางเป็นทางด่วนศรีรัช ด่านยมราช ซึ่งอยู่ใกล้กับโครงการเพียง 1.3 กม.* เท่านั้น ด่านนี้เราใช้เดินทางขึ้นไปโซนบางซื่อ-จตุจักร หรือลงไปโซนสีลม-สาทรได้สบาย ๆ เลย

อีกจุดที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการมากประมาณ 3.7 กม.* ก็คือทางด่วนเฉลิมมหานคร ใช้ขึ้นไปโซนรังสิตหรือลงไปโซนสมุทรปราการ-บางนาได้ค่ะ

ถนนและแยกสำคัญใกล้เคียง

  • ถนนเพชรบุรี : 0 ม.
  • ถนนพญาไท (แยกราชเทวี) : 150 ม.
  • ถนนบรรทัดทอง 500 ม.
  • ถนนพระราม 1 : 1.4 กม.
  • ถนนราชปรารภ : 2.7 กม.
  • ถนนราชดำริ : 2.8 กม.
  • ทางพิเศษศรีรัช : 1.3 กม.

**ระยะทางวัดจากการเดินทางสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด**

การเดินทางโดยรถไฟฟ้าและรถสาธารณะ Highlight ของทำเลโครงการนี้ก็คือ การที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี เพียง 150 ม.* เท่านั้นค่ะ เป็นระยะที่สะดวกที่สุด เดินได้แบบสบาย ๆ ถัดไปอีกนิดเดียวประมาณ 700 ม.* ก็ถึง BTS สถานีพญาไท ซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมต่อกับ Airport Link สถานีพญาไท อีกด้วย ความสะดวกสบายยังไม่หมดลงเท่านี้ เพราะในอนาคตจะยังมี รถไฟฟ้า MRT สายสีส้ม สถานีราชเทวี (เชื่อมต่อจากสถานีศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน) ตัดผ่านหน้าโครงการอีก 1 สายค่ะ

และด้วยทำเลใจกลางเมืองแบบนี้ การเรียกรถแท็กซี่ หรือการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ อย่างพวกรถประจำทาง-รถเมล์ก็สะดวกมากเช่นกัน โดยบนถนนเพชรบุรีและถนนพญาไทเองจะมีป้ายรถเมล์อยู่ค่ะ แม้ว่าอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกการเดินทางของลูกบ้านโครงการนี้ แต่ก็อาจจะเป็นตัวเลือกของพนักงานที่ทำงานในโครงการ และยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทำเลมากเลยทีเดียว โดยสายที่ผ่านก็จะมี 1-8, 1-38, 2, 2-2, 2-40, 3-1, 3-2, 4-68, 16, 23, 50, 60, 79, 505, 511 และ 556 ค่ะ

จากหน้าโครงการถ้าเราเดินไปยัง BTS สถานีราชเทวี จะมีระยะเดินที่สั้นมาก ๆ ประมาณ 150 ม.* หรือไม่เกิน 3 นาที* จะถึงทางออกที่ 3 พอดีค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์ เป็นทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นนำระดับประเทศครบทุกด้านเลยค่ะ ด้วยความที่ทำเลราชเทวีนั้นอยู่ถัดจากโซนสยาม ซึ่งถือเป็น Destination ของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพราะมีทุกอย่างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคนี้ได้ ถ้ามองเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เด่น ๆ เลยก็คือ Siam Paragon ใน Area เดียวกันเองยังมี Siam Discovery, Siam Center, Siam Square One และ MBK

ถ้าเลยไปทางฝั่งชิดลมจะมีห้างขนาดใหญ่อยู่เรียงกันเลย ทั้ง Central World, Gaysorn Village, Central ชิดลม, Central Embassy, Gaysorn Amarin, The Mercury Ville ถ้าออกไปทางสนามกีฬาจะยังมี Lotus’s พระราม 1 และ Stadium One ซึ่งตรงนั้นเองเราจะเจอกับถนนบรรทัดทอง เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านอาหารเด็ด ๆ เป็นร้อย ๆ ร้านรวมถึงตลาดสามย่านค่ะ

หรือถ้าเราขึ้นไปทางประตูน้ำ ก็จะมีตัวเลือกของห้างและตลาดชื่อดังให้เลือก Shopping ได้อีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดประตูน้ำ, Palladium, Platinum, Big C ราชดำริ, อินทราสแควร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้โครงการยังอยู่ใกล้กับสถานศึกษาแนวหน้าและโรงพยาบาลชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น รร.เตรียมอุดมศึกษา, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รร.สาธิตปทุมวันฯ, รร.มาแตร์เดอีวิทยาลัย, รพ.มิชชั่น, รพ.พญาไท 1, รพ.รามาธิบดี, รพ.ตำรวจ, รพ.บุรฉัตรไชยกร, รพ.จุฬาลงกรณ์ และ รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์แนชั่นแนล  เป็นต้น

ศูนย์การค้า

  • Lotus’s พระราม 1 : 1.4 กม.
  • Stadium One : 1.6 กม.
  • Siam Paragon : 2.8 กม.
  • Siam Discovery : 2.4 กม.
  • Siam Center : 2.6 กม.
  • Siam Square One : 2.7 กม.
  • MBK : 2.8 กม.
  • Palladium : 2.8 กม.
  • Platinum : 2.9 กม.
  • Big C ราชดำริ : 3 กม.
  • อินทราสแควร์ : 3.1 กม.
  • Central World : 3.2 กม.
  • Gaysorn Village : 3.3 กม.
  • Central ชิดลม : 3.7 กม.
  • Central Embassy : 3.9 กม.
  • Gaysorn Amarin : 4.1 กม.
  • The Mercury Ville : 6.1 กม.

ตลาด ร้านสะดวกซื้อ และอื่น ๆ

  • ตลาดประตูน้ำ : 2.8 กม.
  • ตลาดสามย่าน : 3 กม.

สถานศึกษา

  • รร.เตรียมอุดมศึกษา : 2.9 กม.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย : 3.3 กม.
  • รร.สาธิตปทุมวันฯ : 3.4 กม.
  • รร.มาแตร์เดอีวิทยาลัย : 3.8 กม.

ศูนย์การแพทย์

  • รพ.มิชชั่น : 1.4 กม.
  • รพ.พญาไท 1 : 2.4 กม.
  • รพ.รามาธิบดี : 2.7 กม.
  • รพ.ตำรวจ : 2.9 กม.
  • รพ.บุรฉัตรไชยกร : 3.5 กม.
  • รพ.จุฬาลงกรณ์ : 4.6 กม.
  • รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์แนชั่นแนล : 4.7 กม.

**ระยะทางวัดจากการเดินทางสู่จุดหมาย โดยถนนที่ใกล้ที่สุด**


ภาพประกอบการเดินทาง

เรามีภาพการเดินทางไปโครงการโดยใช้รถส่วนตัวมาฝากกันค่ะ โดยเราจะเริ่มการเดินทางจาก

 ถนนพญาไท (BTS ราชเทวี) > ถนนเพชรบุรี >The Address สยาม-ราชเทวี

เราเริ่มต้นการเดินทางจากบนถนนพญาไท ตรง BTS ราชเทวี มุ่งหน้าไปทางแยกราชเทวีค่ะ จากจุดนี้ถึงโครงการ มีระยะแค่ 150 ม.* เท่านั้น

ให้เราตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงแยกราชเทวี ชิดซ้ายเอาไว้นะคะ

จากนั้นให้เราเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรบุรีได้เลย

เราตรงไปข้างหน้าอีกนิดเดียวค่ะ

โครงการ The Address สยาม-ราชเทวี จะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือของเราแล้ว

ภาพบรรยากาศบริเวณทางเข้าโครงการ The Address สยาม-ราชเทวี


ภาพมุมสูงที่ดินโครงการ

ทำเลโดยรอบโครงการส่วนใหญ่จะเป็นที่พักอาศัยแนวราบ, โรงแรม และคอนโด Low Rise พวกคอนโด High Rise และอาคารสูงที่เป็นอาคารสำนักงานจะมีระยะห่างออกไป ทำให้ภาพรวมยังไม่มีอะไรมาบังวิวของโครงการ นอกจากนี้ตัวอาคาร The Address สยาม-ราชเทวี จะมีการทิ้งระยะจากถนนใหญ่เข้ามาประมาณ 80 ม.* (เป็นถนนภาระจำยอม) ทำให้เราได้ในเรื่องของการลดเรื่องเสียงรบกวน รวมไปถึงปัญหาฝุ่นควันจากถนนใหญ่อีกด้วยค่ะ

รอบโครงการ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ถนนเพชรบุรี
  • ทิศใต้ ติดกับ โรงแรม
  • ทิศตะวันออก ติดกับ โรงแรม และที่พักอาศัยในแนวราบ
  • ทิศตะวันตก ติดกับ ซอยเพชรบุรี 12

มุมจากด้านหน้าทางเข้าโครงการมองย้อนออกไปจะเป็นถนนภาระจำยอมยาวประมาณ 80 ม.* ก่อนออกสู่ถนนเพชรบุรี

ถือว่าบรรยากาศภาพรวมค่อนข้างดีเลยนะคะ เพราะว่าตลอดทางจะเป็นโรงแรม Low Rise เล็ก ๆ ดีไซน์ออกมาน่ารัก ช่วยให้บรรยากาศด้านหน้าโครงการดูเรียบร้อยด้วย

เราเดินออกมาที่ถนนเพชรบุรีหันไปทางฝั่งซ้ายมือมุ่งหน้าไปทางแยกอุรุพงษ์ สังเกตทางเท้าส่วนนี้จะกว้างมาก ๆ เดินได้สะดวก

บริเวณที่อยู่ติดกับด้านหน้าโครงการส่วนใหญ่จะเป็นร้านอาหารทั้งนั้น เลือกทานกันได้หลายร้านเลยค่ะ

ถัดมาจะเป็นมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย

ด้านหน้ามีคาเฟ่เล็ก ๆ หาเครื่องดื่มเย็น ๆ กันได้

จากโครงการตรงไปแค่ 1.3 กม.* ก็จะถึงจุดขึ้นทางด่วนด่านยมราชแล้ว

คราวนี้เราจะเดินไปทางฝั่งแยกราชเทวีกันบ้างค่ะ

เดินไปเราจะเห็นว่ามีโรงแรมอยู่ในย่านนี้กันเยอะมาก เพราะถัดไปก็คือโซนสยาม ทำให้ย่านนี้ได้รับคะแนนนิยมสูง บรรยากาศการอยู่อาศัยก็ดีอีกด้วย

ติดกันนี้เองจะมี 7-11 สะดวกมาก ๆ

นอกจากนี้ก็จะมีทั้งอาคารที่พักอาศัยและอาคารพาณิชย์เปิดเป็นธุรกิจร้านค้ามากมาย

พอถึงแยกราชเทวีให้เราเลี้ยวขวาตามทางเท้าไป

เดินทางเพียง 150 ม.* เราก็จะถึง BTS สถานีราชเทวี ซึ่งจุดนี้คือทางออกที่ 3 นะ


ตัวโครงการ

โครงการ The Address สยาม-ราชเทวี เป็นคอนโด High-Rise สูง 50 ชั้น หรือ 215 ม.* ซึ่งสูงที่สุดในย่านราชเทวี บนที่ดินขนาด 3-1-55 ไร่ มีห้องพักอาศัยจำนวน 880 ยูนิต จัดอยู่ใน Segment Super Luxury ถือเป็น Brand High-End สูงสุดของ AP โครงการออกแบบภายใต้แนวความคิด Stately Luxury Leisure สื่อออกมาผ่านสไตล์ Colonial Classic พิถีพิถันด้วยผังแบบ Symmetry จากรูปแบบการจัดผังของสถาปัตยกรรมยุโรป ที่ใช้ความสมดุลช่วยเพิ่มความโอ่อ่าหรูหราในทุก ๆ พื้นที่ของโครงการ

และมีการนำลวดลายไทยมาประยุกต์ให้ดูมีความร่วมสมัยมากขึ้น ด้วยการทำเป็นตะแกรงเหล็กฉลุ ดึงเอาเอกลักษณ์ความเป็นย่านราชเทวีที่อยู่ใกล้กับพระราชวังมาใส่ไว้ในโครงการ อีกทั้งยังคำนึงถึง สี วัสดุ ผิวสัมผัส และการใช้งาน ที่มีผลต่อการรับรู้ทางอารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยอีกด้วย

ภาพมุมสูงตัวอาคารมีการออกแบบตัวอาคารด้วยรูปทรงที่เรียบง่าย สีหลัก ๆ ที่เห็นได้ชัดคือสีเทาเข้มตัดกับสีขาว โดยภาพรวมของโครงการจะมี Facilities อยู่ที่ชั้น 1, 9, 50, 50M และชั้นดาดฟ้า ชั้นพักอาศัยเริ่มต้นที่ชั้น 9-49 ส่วนอาคารจอดรถจะเริ่มต้นที่ชั้น 2-8 ค่ะ

แปลนอาคารชั้น 1 จากทางเข้า-ออกโครงการจะผ่าน Security House พอเข้ามาภายในโครงการจะเจอ Drop-Off ขนาดใหญ่ ถ้าขับรถวนเข้าไปด้านหลังอาคารจะมีทางขึ้นสู่อาคารจอดรถที่ชั้น 2-8 รวมแล้วจอดรถได้ทั้งหมด 449 คัน หรือคิดเป็น 51% ไม่รวมจอดแบบซ้อนคัน โดยเป็นการจอดแบบ Conventional Parking ทั้งหมด

เข้ามาภายในตัวอาคารจะเจอโถงต้อนรับ The Concierge Galerie เชื่อมต่อไปยัง The Blue Saloon มีพื้นที่ออกสู่พื้นที่สวนพักผ่อนและ The River Sala ได้ อีกฝั่งจะเชื่อมต่อกับ Mail Room, The Grande Chamber และ Lift Lobby เพื่อขึ้นสู่ชั้นพักอาศัยค่ะ

เรามาดูบรรยากาศจริงภายในโครงการกันเลยค่ะ โดย Exterior ของโครงการนั้นจะได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Bulgari Hotel & Residences ที่ Knightsbridge, London มีการใช้ Finishing เป็นหิน Limestone โทนสีเบจดูสวยงาม และมีการตกแต่งด้วยตะแกรงเหล็กฉลุที่ออกแบบเป็นลวดลายไทย

บริเวณทางเข้า-ออกหลักส่วนนี้จะมีป้อม รปภ. อยู่ด้านข้าง ออกแบบให้กลืนไปกับตัวกำแพงของโครงการที่ใช้ Finishing เป็นหินอ่อนสีขาว ทำให้ดูเนี้ยบและสวยทีเดียว

ตรงเข้ามาภายในโครงการจะเป็นจุด Drop-off ขนาดใหญ่ ส่วนลวดลายที่ออกแบบมาบนพื้นนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวังแวร์ซายค่ะ

ทางฝั่งซ้ายมือนี้จะเป็นทางเข้าสู่อาคารจอดรถด้านหลังตัวอาคาร ซึ่งตรงนี้จะมีรั้วไม้กระดกติดตั้งมาให้ ใช้เป็นระบบ KATSAN ซึ่งช่วยอำอวยความสะดวกให้ลูกบ้านได้หลายอย่าง ตั้งแต่ในด้านการรักษาความปลอดภัย, การ Pre-Register สำหรับแขกที่เข้ามาเยี่ยม, ติดต่อเรียกแท็กซี่, ติดต่อเหตุฉุกเฉิน รวมไปถึงช่วยประสานงานระหว่างลูกบ้าน นิติบุคคล และเจ้าหน้า รปภ. อีกด้วยค่ะ

ส่วนทางฝั่งขวามือจะเป็น The Great Lawn ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนในพระราชวัง ซึ่งสวนนี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่สวนพักผ่อนด้านข้างตัวอาคารอีกด้วย

เราเข้าไปภายในอาคารกันก่อนค่ะ ประตูทางเข้าหลักนี้จะใช้เป็นประตูบานเลื่อนอัตโนมัติเพื่อความสะดวกสบาย พื้นบันไดใช้เป็นหินอ่อนสีขาว

ทางโครงการยังออกแบบตัวอาคารด้วยหลักการ Universal Design มีทางลาดออกแบบไว้ให้ด้านข้างด้วย การจัดวางทางลาดจะไม่ไปรบกวนความสวยงามของ Space เลย แต่ก็ยังอยู่ในมุมที่สามารถใช้งานได้สะดวกไม่ต่างไปจากทางเข้าหลักค่ะ

เข้ามาภายในอาคารแล้วส่วนแรกจะเป็น The Concierge Galerie เป็นโถงต้อนรับที่ดูหรูหราด้วยการออกแบบ Space แบบ Symmetry และการตกแต่งด้วย Finishing ที่ดูสวยงามด้วยพื้นหินอ่อนสีขาว มีลวดลายที่สวยงามแบบผู้ดีไม่ตะโกน ตกแต่งเพดานด้วยโคม Chandelier ขนาดใหญ่ และการซ่อนไฟสร้างบรรยากาศได้ดีดูหรู

จาก The Concierge Galerie เชื่อมไปยังโถงฝั่งขวามือไปยัง The Blue Saloon การเข้า-ออกพื้นที่ส่วนกลางในทุก ๆ ส่วนตั้งแต่จุดนี้เป็นต้นไปจะใช้ระบบ Face Scan ทั้งหมดเพื่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

The Blue Saloon เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ จะมีความเป็น Public Space ที่สามารถใช้รองรับการพักผ่อนของลูกบ้าน และใช้สำหรับรองรับแขกได้ ภายในมีการออกแบบมุมสำหรับนั่งพักผ่อนเอาไว้หลายมุมเลย นอกจากนี้ก็จะยังมี Co-Working Space รวมไปถึง Shop (ในอนาคต) อีก 1 ร้านด้วย

มุมสำหรับนั่งพักผ่อนและรับรองแขก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำเงินและพรมโทนสีม่วงดูผู้ดี ตัดกับหมอนอิงโทนสีขาวและส้ม

มุมโต๊ะบาร์ขนาดใหญ่สามารถใช้ในการนั่งทำงานได้

มุมนั่งเล่นจัดมาเป็น Day Bed ริมหน้าต่างชมวิวจาก The Great Lawn ด้านหน้าโครงการ

ภายในยังมี Working Lounge อีก 2 ห้อง

การเข้าใช้งานพื้นที่ส่วนกลางแต่ละส่วนนี้เราสามารถจองผ่าน Application ได้ด้วยนะคะ อย่าง Working Lounge ก็เช่นกัน โดยที่ด้านหน้าห้องจะมีหน้าจอแสดงการเข้าใช้งานพื้นที่ติดตั้งเอาไว้ให้

Working Lounge ถูกกั้นส่วนออกมาด้วยประตูบานเลื่อนกระจกเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว โต๊ะแต่ละตัวถูกจัดให้อยู่ห่างกัน ได้ Space และบรรยากาศการทำงานหรือคุยงานแบบสบาย ๆ

นอกจากนี้ภายใน The Blue Saloon ยังมีห้องน้ำรองรับให้อย่างดี การออกแบบตกแต่งทำได้หรูมาก ส่วนแรกเป็นโซนอ่างล้างมือ ออกแบบมาเป็น Island ทรงกลมตรงกลางห้อง ผนังบางส่วนตกแต่งด้วยหินอ่อนแบบต่อลาย Bookmatched

เข้าไปด้านในจะมีการแยกฝั่งห้องชาย-หญิง สุขภัณฑ์ที่ใช้จะเป็นรุ่นอัตโนมัติด้วย

จาก The Blue Saloon จะมีประตูเปิดเชื่อมกับพื้นที่สวนพักผ่อนขนาดใหญ่ด้านข้างตัวอาคาร จุดนี้ใช้ระบบ Face Scan ด้วยเช่นกันค่ะ

ทางโครงการมีการออกแบบสวนให้ Symmetry เหมือนสวนในพระราชวังสไตล์ยุโรป ตรงเข้าไปด้านในสวนตรงกลางจะเป็นสระน้ำพุสีขาวตัดกับสวนสีเขียว

ด้านขวาจะมีทางเดินเชื่อมต่อไปยัง The River Sala เป็นมุมพักผ่อนที่ถูกออกแบบให้มีสระน้ำล้อมรอบ ทำให้รู้สึกเย็นสบาย

การออกแบบพื้นที่จะถูกกดลงไปแบบ Sunken Seat ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

อีกฝั่งออกแบบเป็นมุมนั่งเล่นที่ล้อมรอบด้วยสวนสีเขียว เป็น Day Bed ขนาดใหญ่ ซึ่งมีการออกแบบแต่ละจุดให้อยู่ห่างกันเพื่อให้ได้ความเป็นส่วนตัวจริง ๆ

เรากลับเข้ามาภายในตัวอาคารบริเวณ The Concierge Galerie

ทางฝั่งซ้ายมือนี้จะเชื่อมต่อกับ Mail Room, The Grande Chamber และ Lift Lobby ค่ะ

พื้นที่ Mail Room มีขนาดค่อนข้างใหญ่เพราะรวม Mailbox ทั้งหมดเอาไว้ในห้องเดียว โดยการออกแบบชั้นของ Mailbox จะทำไม่สูงมากเพื่อให้ยังคงใช้งานได้ง่ายนั่นเอง

เข้ามาด้านใน Mail Room จะมีประตูทางเข้า The Grande Chamber เหมือนเป็นห้องลับแต่จริง ๆ ไม่ลับเพราะการออกแบบห้องนี้เป็นอีกจุดเด่นของโครงการเลยค่ะ

The Grande Chamber การออกแบบดูโอ่โถงและหรูมากด้วยฝ้าเพดานที่สูงแบบ Double Volume ผนังของห้องนี้ตกแต่งด้วยหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี Statuario ที่มีลวดลายที่สวยงามชัดเจนกว่าหินอ่อนทั่ว ๆ ไป ทำให้ได้รับความนิยมสูง

ตรงกลางห้องตกแต่งด้วยกรงสีทอง และฝ้าเพดาน Skylight เหมือน Glasshouse ขนาดใหญ่ นอกจากจะเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่นสำหรับลูกบ้านแล้ว ยังสามารถทำการจองเพื่อใช้จัดงานเลี้ยงได้อีกด้วย

สังเกตการจัดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง ดูไปแล้วคือมีความ Symmetry ดูหรู แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีความสนุกสนาน มีการทำออกมาหลายรูปแบบ รองรับงานสังคมได้

เข้ามาภายในโถงลิฟต์กันต่อ เราจะพาขึ้นไปดู Facilities ในชั้นอื่น ๆ กันแล้วนะคะ ภายในโถงลิฟต์ก็ยังคงคอนเซ็ปต์การตกแต่งที่ดูหรูด้วยพื้นและผนังลายหินอ่อน และมีลิฟต์โดยสารรองรับให้ทั้งหมด 6 ตัว ซึ่งจะเป็นลิฟต์ล็อกชั้นใช้ระบบ Face Scan ในการกดชั้นเช่นกันค่ะ

แปลนชั้น 9 จะเริ่มเข้าสู่ชั้นพักอาศัยแล้วค่ะ โดยชั้นนี้มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 15 ห้อง วางผังแบบ Double Corridor ส่วนพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งจะเป็น Facilities แยกทางเข้าจากโซนที่พักอาศัย จะเป็นส่วนของ The High Garden และ The Gym ค่ะ

ออกมาจากโถงลิฟต์ชั้น 9 จะมีมุมนั่งพักผ่อนในร่มอยู่ด้านหน้า The Gym การเข้า-ออกใช้ระบบ Face Scan พร้อมหน้าจอแสดงการเข้าใช้งานผ่าน Application

ภายใน The Gym เป็นห้องออกกำลังกายที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีการแบ่งโซนการออกกำลังกายทั้ง Cardio และ Weight Training ให้ครบครัน

โดยโซนด้านหน้าห้องฝั่งทางขวามือจะเป็น Private Studio ที่สามารถจองการใช้งานส่วนตัวได้ รองรับได้หลายคลาสเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ, ยิมบอล หรือแอโรบิค โดยจะมีผนังกระจกและหน้าจอทีวีติดตั้งมาให้สำหรับเปิดวีดีโอหรือเปิดเพลงสำหรับออกกำลังกายได้

อีกฝั่งเป็นโซน Free Weight มี Bench และ Dumbbell Rack จัดมาให้ พร้อมผนังกระจกเงาบานใหญ่ มุมนี้จะได้วิวสวน The High Garden ด้วย

เข้ามาด้านในจะเป็นพื้นที่กว้าง ๆ วางเครื่องออกกำลังกายให้ครบเลยค่ะ ผนังโดยรอบเป็นผนังกระจกทั้งหมด ทำให้เวลาเราออกกำลังกายไปก็สามารถชมวิวเมืองได้ด้วยในตัว

โซนนี้จะเป็นโซน Weight Training มีทั้งเครื่องออกกำลังกาย อก, หลัง, ไหล่, ขา รวมไปถึง Smith Machine ที่ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์

ส่วนอีกฝั่งจะเป็นโซน Cardio มีลู่วิ่งไฟฟ้าและจักรยานไฟฟ้าจัดเอาไว้ให้หลายตัวเลย โดยเครื่องออกกำลังกายทั้งหมดของที่นี่จะใช้เป็นของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง TechnoGYM ค่ะ

ส่วนฝั่งตรงข้ามกับ The Gym จะมีทางเดินเข้ามาเป็นห้องน้ำรองรับการใช้งานของชั้นนี้ ส่วนประตูกระจกด้านข้างจะเป็นทางเข้าโซนห้องพักอาศัยพร้อมระบบ Face Scan

ภายในห้องน้ำตกแต่งมาดูเรียบหรูด้วยกระเบื้องโทนสีเทาลายหินธรรมชาติแบบเรียบ ๆ

โดยมีเคาน์เตอร์อ่างล้างมือเป็นลายหินที่ชัดเจนโดดเด่นขึ้นมา ด้านข้างมีตู้ล็อกเกอร์พร้อม Digital Door Lock ให้ใช้งาน

มีห้องซาวน่ารองรับให้

ภายในห้องน้ำมีห้องน้ำและห้องอาบน้ำรองรับให้พร้อม ใครออกกำลังกายหรือใช้ห้องซาวน่าเสร็จแล้ว อยากอาบน้ำที่ส่วนกลางเลยก็ทำได้

The High Garden เป็นสวนลอยฟ้าที่ได้วิวเมืองโดยรอบจากชั้นสูง การออกแบบพื้นที่จะถูกลดระดับลงมาจาก The Gym เพื่อให้ได้บรรยากาศการพักผ่อนที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ภายในสวนมีการออกแบบผสานแลนด์สเคปและฮาร์ดสเคปอย่างลงตัว มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนใต้ร่มเงาไม้ขนาดใหญ่ รวมไปถึงศาลาสำหรับนั่งพักผ่อนในร่ม ตกแต่งพื้นที่ด้วยสระน้ำพุสวย ๆ เหมือนสระบัว บรรยากาศดีและดูสงบมากเลยค่ะ

 

แปลนชั้น 10-31 เข้าสู่ชั้นพักอาศัยอย่างเต็มรูปแบบ ตัวอาคารส่วน Tower เป็นรูป L Shape โดยวางผังแบบ Double Corridor แต่จะมีการวางห้องพักอาศัยให้ประตูห้องเปิดมาไม่เจอกันเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยชั้นนี้จะมีห้องพักอาศัยทั้งหมด 22 ห้องค่ะ

แปลนชั้น 32-46 การวางผังของชั้นนี้จะใกล้เคียงกับชั้น 10-31 เลยค่ะ แต่รูปแบบของห้องจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยห้องตรงมุมซ้าย 2 ห้องจะถูกยุบรวมกันเป็น 1 ห้องใหญ่ ทำให้เหลือห้องพักอาศัยทั้งหมด 21 ห้อง

ชั้น 47-49 จะเป็นชั้นที่มีห้องพักแบบ 1 Bedroom Duplex และ 2 Bedroom Duplex ทั้งชั้น โดยจะมีห้องพักอาศัย 22 ห้องเช่นกัน

เราพามาชมโถงลิฟต์และโถงทางเดินในชั้นพักอาศัยกันหน่อยค่ะ การตกแต่งจะไม่หวือหวาเท่าพื้นที่ส่วนกลาง แต่ก็ยังคงดูหรูอยู่

ภาพบรรยากาศบริเวณโถงทางเดิน มีความกว้างของโถงประมาณ 1.5 ม. ตกแต่งดูหรูและสะอาดตาเหมาะสำหรับการพักผ่อน

 

แปลนชั้น 50 และ 50M เป็น Sky Facilities ขนาดใหญ่บนชั้นสูงสุดของโครงการ ประกอบด้วย The Sky Pool, The Cloud Fitness, The Sky Oasis, The Sky Library และ The Sky Chamber

ภาพรวมมุมสูงของพื้นที่ส่วนกลางบนชั้น 50

เรามาดูฝั่ง The Cloud Fitness กันก่อนค่ะ

ตรงเข้าไปด้านในจะมีห้องน้ำแยกชาย-หญิงและห้องฟิตเนส

ภาพบรรยากาศภายในห้องน้ำ มีล็อกเกอร์, ห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ และห้องซาวน่าให้แบบนี้

 

สำหรับ The Cloud Fitness จะเป็นห้องออกกำลังกายที่เน้นการ Cardio และชมวิวเมืองเป็นหลัก บรรยากาศภายในห้องได้ความโปร่งโล่งด้วยฝ้าเพดานสูงพิเศษและผนังกระจกโดยรอบ รวมไปถึงมีการจัดพื้นที่สำหรับการนั่งพักผ่อนเอาไว้ให้ตรงกลางห้องอีกด้วย

เครื่องออกกำลังกายมีให้เยอะมากเลยค่ะ โดยจะเน้นเป็นลู่วิ่งไฟฟ้าและเครื่องเดินวงรี

โซน Free Weight ก็ยังมีจัดเอาไว้ให้ด้วย

ที่พิเศษกว่าเครื่องอื่น ๆ ก็คือเจ้าเครื่อง Kinesis เป็นเครื่องออกกำลังกายแบบแรงต้านที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ สามารถสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้ รวมไปถึงบาลานซ์ความยืดหยุ่นและการทรงตัวของร่างกายอีกด้วย

เราออกมาดูสระว่ายน้ำกันต่อค่ะ เป็นระบบเกลือที่มีความยาวรวมถึง 50 ม. กว้าง 5.6 ม. ได้วิวแบบอลังการมาก ๆ เดี๋ยวเราจะพาเดินชมกันทีละฝั่ง

มุมติดกับ The Cloud Fitness จะเป็นสระว่ายน้ำในร่มสำหรับการพักผ่อนแช่น้ำแบบ Hydrotherapy มีทั้งมุม Swim Jet สำหรับว่ายทวนน้ำ, มุม Canon Jet สำหรับนวดคอบ่าไหล่, มุม Spa Bed & Spa Seat สำหรับนวดหลัง รวมไปถึงมุม Leg Massage สำหรับนวดขาอีกด้วยค่ะ

มุมนี้เองจะมีโซน Shower สำหรับล้างตัวก่อนลงสระด้วย

เราเดินเชื่อมมาอีกฝั่งจะเป็นพื้นที่สระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบ Lap Pool ว่ายออกกำลังกายได้แบบเต็มที่เลยค่ะ และที่สำคัญคือวิวดีมาก ๆ ชมวิวเมืองฝั่งสยามและสามย่านได้แบบเต็มสายตา ซึ่งบริเวณรอบ ๆ สระก็จะมี Sunbed ในร่มจัดเอาไว้ให้นอนพักผ่อนรับลมชมวิวได้ โดยพื้นสระเองก็ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว ดูสวยหรู ช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมาะสำหรับการพักผ่อน

ภาพสระว่ายน้ำแบบเห็นวิวเมืองเต็มสายตา

พื้นที่ด้านข้างสระยังแบ่งเป็นโซนสระเด็กให้เพื่อความปลอดภัยขนาด 3.2 x 5 ม. ลึก 0.6 ม. โดยมีการออกแบบเกาะกลางเป็นต้นไม้กั้นส่วนให้ ได้ความร่มรื่นด้วยในตัว

สำหรับพื้นที่ในร่มโซนด้านหลังสระจะเป็นมุมพักผ่อนแบบ Semi-Outdoor หรือโซน The Sky Bar ชมวิวและรับลมธรรมชาติได้ทั้ง 2 ฝั่ง

จัดเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้และ Daybed นอนเล่นพักผ่อนกันได้แบบสบาย ๆ

และยังมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับการเตรียมเครื่องดื่มหรือของว่างง่าย ๆ รองรับให้

ถัดไปจะมีห้องกระจกเพดานสูง ก็คือ The Sky Library ถ้ามองจากข้างนอกเข้ามาจะไม่เห็นพื้นที่ด้านในนะคะ ทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามเลยค่ะ มีโต๊ะที่ทำจากแผ่นหินขนาดใหญ่ ตัดกับเก้าอี้โทนสีส้ม และชั้นวางของตกแต่ง ซึ่งนี่เป็นงานตกแต่งจากทีม Hermes Furnishing Fabrics and Wallpapers เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกบ้านของโครงการ

ติดกับ The Sky Library เดินออกไปยังโซน Outdoor จะเป็น The Sky Oasis เป็นมุมสวนที่ได้วิวเมืองมุมสูงแบบเต็มสายตาอีกมุม

มองวิวจากมุมบน ตรงนี้จะมีชุดโซฟาตัวใหญ่จัดเอาไว้ให้ด้วย แถมยังได้ความร่มรื่นของร่มไม้

มีทางเดินให้เดินเล่นชมวิวได้รอบ ๆ ชอบมุมไหนก็มีโซฟาจัดเอาไว้ให้นั่งชมวิวได้ สวยมาก

บริเวณด้านหลัง The Sky Bar จะมีลิฟต์และโถงบันไดให้เราใช้ขึ้นไปบนชั้นลอยและชั้นดาดฟ้าได้ค่ะ

บนชั้นลอยเป็นส่วนของ The Sky Chamber หรือก็คือ Lounge สำหรับนั่งพักผ่อนนั่นเองค่ะ การออกแบบตกแต่งห้องดูหรูหรามีระดับ ได้บรรยากาศที่มีความเป็นส่วนตัวและอบอุ่นด้วยการปูพื้นลายไม้เป็น Pattern ก้างปลา ซึ่งทีมที่ตกแต่งห้องนี้ก็คือทีม Hermes Furnishing Fabrics and Wallpapers อีกเช่นกัน

มุมนี้มองลงไปจะได้วิวของสระว่ายน้ำและวิวเมืองฝั่งสยามกับสามย่าน

ส่วนชั้นดาดฟ้าของโครงการออกแบบมาเป็นพื้นที่สนามหญ้าขนาดใหญ่ จัดเป็นมุมสวนนั่งพักผ่อนสบาย ๆ ได้ความเป็นส่วนตัวเช่นกัน


แบบห้องพัก

สำหรับห้องพักอาศัยของโครงการสามารถแบ่งออกเป็น 5 แบบหลัก ๆ ได้ดังนี้ค่ะ

  • 1 Bedroom : 31-35 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duplex : 50 ตร.ม.
  • 2 Bedroom : 51.5-69.5 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Duplex : 65 ตร.ม.
  • 3 Bedroom : 86 ตร.ม.

ภาพแปลนห้องพัก

แปลนห้องพัก 1 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 31.5 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 1 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 1 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 1 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 1 Bedroom Duplex พื้นที่ใช้สอย 50 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 2 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 51.5 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 2 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 59.5 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 2 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 65.5 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 2 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 66.5 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 2 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 68.5 ตร.ม.

แปลนห้องพัก 2 Bedroom Simplex พื้นที่ใช้สอย 69.5 ตร.ม.


ห้องตัวอย่าง

วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างด้วยกันทั้งหมด 2 ห้อง ดังนี้ค่ะ

  • 1 Bedroom : 35 ตร.ม.
  • 2 Bedroom : 69.5 ตร.ม.

ห้องของโครงการขายแบบ Fully Fitted ได้ห้องพร้อมชุดครัว สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำแบรนด์ชั้นนำ รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศแบบ Wall Type และ Conceal Type ตามรูปแบบของห้อง รวมไปถึงระบบ Home Automation ควบคุมไฟและเครื่องปรับอากาศค่ะ


ห้องตัวอย่าง แบบ 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม.

ห้อง 1 Bedroom ขนาด 35 ตร.ม. เป็นห้องขนาดต้น ๆ ของโครงการ แต่ได้พื้นที่มากว้างพอสมควร รองรับครอบครัวขยายอยู่อาศัยได้ 1-2 คน ภายในห้องสามารถแบ่งได้เป็น 5 ส่วน เข้ามาภายในห้องจะเจอครัวปิดก่อน และจากห้องครัวจะเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่น ที่ได้วิวแบบ Window Corner, ห้องน้ำแบบ Dual Access และห้องนอนที่เชื่อมต่อกับระเบียงส่วนตัว 

เริ่มจากประตูทางเข้าห้อง ใช้บานขนาด Oversized ปิดผิวด้วยลามิเนต เซาะร่องเป็นสีดำ และติดตั้ง Digital Door Lock ของ Yale สามารถใช้งานได้ 4 ระบบ คือการใช้ Passcode, Key Card, Finger Scan และ Key

สำหรับห้อง Simplex ของที่นี่จะได้ฝ้าเพดานสูงถึง 3 ม. ตามสไตล์โครงการระดับ Super Luxury ที่จะได้ฝ้าสูงพิเศษ พื้นห้องปูด้วย Hybrid Engineer ซึ่งดีกว่าตัว Engineering Wood ในแง่ของความทนทาน การกันน้ำกันเชื้อรา รวมไปถึงกันกันรอยขีดข่วน แถมยังได้สัมผัสที่เหมือนกับพื้นไม้จริงด้วย ส่วนผนังเป็นผนังฉาบเรียบทาสีค่ะ

เข้ามาในห้องส่วนแรกเราจะเจอกับห้องครัวก่อน ซึ่งจะเป็นครัวแบบปิดกั้นส่วนจาก Living Area ด้วยประตูบานเลื่อนกระจก ทำให้พื้นที่ยังคงดูเชื่อมต่อกันอยู่ แต่ได้ประโยชน์ในแง่ของการป้องกันกลิ่นจากการปรุงอาหาร

และนี่ก็คือหน้าตาของเคาน์เตอร์ครัวที่เราได้มาพร้อมกับห้องเลยนะคะ ดีไซน์ดูสวยน่าใช้งาน ซึ่งทางโครงการเลือกใช้วัสดุเกรดพรีเมียมและอุปกรณ์เครื่องครัวแบรนด์ชั้นนำทั้งหมด และยังเว้นพื้นที่ให้เราวางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าขนาดประมาณ 8 กก. รวมไปถึงตู้เย็นไซซ์มาตรฐานได้

Top เคาน์เตอร์ครัวใช้เป็นหินควอตซ์สีขาวระดับ Food Grade ด้านหลังทำชั้นสำหรับวางของพร้อมบานเลื่อนเปิด-ปิดได้

พวกอ่างล้างจาน, เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน และไมโครเวฟ ทางโครงการเลือกใช้จะเป็นของแบรนด์ Kuppersbusch จากเยอรมัน ซึ่งมักจะเลือกใช้ในโครงการระดับ High End เท่านั้น

ใต้เคาน์เตอร์และบนตู้ลอยมีพื้นที่สำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องครัวได้เยอะพอสมควร หน้าบานเปิดต่าง ๆ เลือกใช้วัสดุที่ดูสวยมีระดับดี แถมยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

จากห้องครัวจะเชื่อมต่อกับห้องน้ำ ห้องนอน และ Living Area โดยห้องน้ำกับห้องนอนถูกกั้นส่วนด้วยผนังทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว

ส่วน Living Area กั้นส่วนด้วยประตูบานเลื่อนกระจกกรอบอะลูมิเนียมแบบ 3 ตอน ทำให้เลื่อนเปิดประตูเชื่อมต่อพื้นที่ได้กว้างมากขึ้น

สำหรับ Living Area จะแบ่งพื้นที่ได้เป็น 2 ส่วน คือส่วนรับประทานอาหารและส่วนนั่งเล่น

จุดที่อยู่ใกล้กับห้องครัวจัดเป็นส่วนรับประทานอาหารเพื่อความ Flow ของฟังก์ชันการใช้งาน โดยพื้นที่เราสามารถวางชุดโต๊ะขนาด 4 ที่นั่งได้ลงตัวพอดีเลยนะคะ รองรับเวลามีเพื่อนหรือครอบครัวมาทานข้าวด้วยได้เลย

มุมที่อยู่ติดฝั่งหน้าต่างจัดเป็นมุมนั่งเล่นพักผ่อนได้ลงตัวพอดี

มุมนี้เราวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะรับแขกขนาดย่อม ๆ ได้

อีกฝั่งวางชั้นวางทีวีได้พอดี มุมนี้เราจะเห็นว่าทางโครงการออกแบบมาเป็นผนังกระจกเข้ามุมเพื่อให้มุมในการชมวิวภายในห้องได้ความกว้างและความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

ภาพรวมบรรยากาศภายใน Living Area อีก 1 มุม

เราเข้ามาดูภายในห้องน้ำกันต่อค่ะ ห้องน้ำของโครงการจะเป็นห้องน้ำแบบสำเร็จรูป และมีการออกแบบให้เป็น Dual Access Bathroom เข้าได้ทั้งจากฝั่งห้องครัวและห้องนอน ทำให้ได้ความสะดวกสบายในการใช้งาน และยังได้ความเป็นส่วนตัวเมื่อมีเพื่อนมาเยี่ยมที่ห้อง ไม่จำเป็นต้องเดินผ่านห้องนอนเพื่อไปเข้าห้องน้ำค่ะ

ภายในห้องแบ่งโซนเปียก-โซนแห้ง ตกแต่งพื้นและผนังด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนลายหินสีเทาดูเรียบแต่มีคลาส ฝ้าเพดานติดพัดลมดูดอากาศให้ 1 ตัว

ส่วนสุขภัณฑ์ใช้เป็นของแบรนด์ชั้นนำ ใช้อ่างล้างมือแบบฝังบนเคาน์เตอร์สำเร็จรูปของแบรนด์ Toto ส่วนพวกก๊อกน้ำใช้ของแบรนด์ Grohe มีบานกระจกขนาดใหญ่ซ่อนไฟติดมาให้เต็มผนัง และก่อ Low Wall สำหรับวางของเพิ่มให้

โถสุขภัณฑ์ใช้เป็นรุ่นอัตโนมัติของแบรนด์ Toto เช่นกัน

สำหรับโซน Shower จะมี Shower Screen ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้ว ภายในมี Rain Shower, Hand Shower และราวปรับระดับของ Grohe ทั้งเซ็ต ที่นี่ใช้เป็นระบบท่อน้ำร้อน-น้ำเย็นนะคะ โดยใช้เครื่องทำน้ำร้อนของแบรนด์ Stiebel ค่ะ

พื้นที่ยืนอาบน้ำภายใน

เราเข้ามาดูภายในห้องนอนกันต่อ จริง ๆ แล้วในห้องนี้จะเป็นห้องเปล่าเลย ให้ลูกบ้านเลือกตกแต่งโต๊ะ-ตู้-เตียงได้เองทั้งหมด

โดยพื้นที่ของห้องสามารถรองรับเตียงนอนไซซ์ 5 ฟุตได้

อีกฝั่งหนึ่งของห้องทำตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งด้านหน้าประตูห้องน้ำได้พอดี

ในห้องนอนก็ได้ช่องแสงขนาดใหญ่เป็นประตูบานเลื่อนเปิดเชื่อมกับพื้นที่ระเบียงของห้องได้

สังเกตว่าเราจะได้พื้นที่ใช้สอยของระเบียงแบบเต็ม ๆ เลยค่ะ เพราะทางโครงการจะเก็บ Condensing Unit เอาไว้ด้านบน ที่พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องขนาด 30 x 60 ซม. และติดราวกันตกเป็นกระจก Tempered Glass เก็บขอบด้วยงานสแตนเลส


ห้องตัวอย่าง แบบ 2 Bedroom ขนาด 68.5 ตร.ม.

ห้อง 2 Bedroom ขนาด 68.5 ตร.ม. เป็นห้องที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก หรือมีสมาชิกในครอบครัวประมาณ 3 คน ได้พื้นที่ในการอยู่อาศัยที่สบายมากขึ้น พอเข้ามาภายในห้องจะเจอกับ Living Area ขนาดใหญ่พร้อมระเบียงส่วนตัวก่อน จากนั้นจะเชื่อมเข้าสู่ห้องครัว, ห้องน้ำ และห้องนอนอีก 2 ห้อง ซึ่งห้องน้ำภายนอกจะเป็นห้องน้ำแบบ Dual Access ส่วนห้องนอนใหญ่จะมีห้องน้ำให้ส่วนตัวพร้อมอ่างอาบน้ำค่ะ

สำหรับห้อง 2 Bedroom จะได้พื้นที่การอยู่อาศัยที่เหมือนกับเป็นบ้านมากขึ้น ด้วยพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่กลางห้อง

โซน Living Area จะประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือส่วนรับประทานอาหารและส่วนนั่งเล่นเช่นกัน พอจัดวางเฟอร์นิเจอร์แล้วก็ยังได้พื้นที่ที่ค่อนข้างโปร่งเหมือนบ้านขนาดย่อม ๆ ค่ะ

สำหรับส่วนรับประทานอาหารนี่รองรับโต๊ะขนาด 6 ที่นั่งได้เลย ยังเหลือพื้นที่เป็นทางเดินเดินผ่านได้โดยรอบสบาย ๆ

ด้านหลังนี้เองจะมีบานประตูไม้ ส่วนนี้ทางโครงการออกแบบให้เป็น Laundry ของห้อง วางเครื่องซักผ้าได้พอดี และสามารถปิดประตูเพื่อเก็บความไม่เรียบร้อยได้

สำหรับมุมนั่งเล่นถูกจัดอยู่ด้านข้างมุมระเบียง โดยพื้นที่แล้วรองรับโซฟาขนาด 3 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางและชั้นวางทีวีได้สบาย

ผนังด้านข้างห้องยังเพิ่ม Built-in ในการวางของตกแต่งประดับห้องหรือจะทำเป็นตู้เก็บของเพื่อ Manage พื้นที่ของห้องก็ได้นะคะ

เปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียง ห้องนี้จะเก็บตัว Condensing Unit เอาไว้ให้ด้านข้าง พร้อมติด Grill บังสายตาให้ดูเรียบร้อยเลย

วิวจากมุมระเบียงของห้อง จะเห็นว่าในระยะใกล้ ๆ นี้ยังไม่มีตึกสูงขึ้นมาบังวิวของโครงการเลย

ภาพบรรยากาศภายในส่วน Living Area อีก 1 มุม

สำหรับห้องครัวจะถูกกั้นส่วนออกไปด้วยประตูบานเลื่อนกระจกแบบนี้

ภายในห้องครัวมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่จะได้พื้นที่ในการวางตู้เย็นขนาดใหญ่มากขึ้น และได้เคาน์เตอร์ครัวเป็นรูป L Shape ส่วนพื้นห้องครัวปูด้วยกระเบื้องพอร์ซเลนค่ะ

พวกวัสดุและอุปกรณ์เครื่องครัวเราจะได้ตามสแตนดาร์ดของโครงการเหมือนห้อง 1 Bedroom เลยค่ะ

จาก Living Area จะเชื่อมต่อกับโถงทางเดินไปยังห้องน้ำ, ห้องนอนรอง และห้องนอนใหญ่

สำหรับห้องน้ำห้องนี้จะเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปใช้การวางแปลนและวัสดุแบบเดียวกัน ดูเรียบหรู น่าใช้งาน และเป็นห้องน้ำแบบ Dual Access เข้าได้ทั้งจากฝั่งโถงทางเดินและห้องนอนรอง ทำให้ห้องนอนรองเหมือนได้ห้องน้ำส่วนตัวอีกห้อง

เข้ามาดูภายในห้องนอนรองกันต่อค่ะ แม้จะเป็นห้องนอนรอง แต่ก็ได้พื้นที่ห้องมาพอสมควร และยังได้ช่องแสงขนาดใหญ่รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่

ในห้องเราสามารถวางเตียงนอนไซซ์ 5 ฟุตพร้อมตู้เสื้อผ้าได้ลงตัวเลย

เราเข้ามาดูภายในห้องนอนใหญ่กันต่อค่ะ ทางโครงการให้น้ำหนักกับห้องนี้มากพอสมควร

ในห้องจะมีหน้าต่างบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ

พื้นที่ห้องนอนวางเตียงไซซ์ 6 ฟุตได้เลยนะ หรือถ้าอยากให้ห้องโปร่งหน่อยเลือกเป็นไซซ์ 5 ฟุตก็ได้ค่ะ

อีกฝั่งวางตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่และโต๊ะเครื่องแป้งได้ลงตัวพอดี

นอกจากนี้ในห้องนี้ยังมีห้องน้ำในตัว เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปแบบ Full Function เลย

นอกจากจะได้อ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์รุ่นอัตโนมัติแล้ว

ยังได้พื้นที่โซน Shower ขนาดใหญ่พร้อมหน้าต่างรับแสงธรรมชาติแบบเข้ามุมบานใหญ่

และได้อ่างอาบน้ำแบบฝังนอนแช่ได้สบาย ๆ วันไหนอยากชมวิวเมืองก็เปิดมูลี่ขึ้นได้นะคะ


ราคา (มี.ค. 67)

  •  1 Bedroom 35 ตร.ม. เริ่ม 8.29 ล้านบาท*
  •  2 Bedroom เริ่ม 15.9 ล้านบาท*
  • ค่าส่วนกลาง 65 บาท/ตร.ม./เดือน
  • เงินกองทุน 600 บาท/ตร.ม.

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงถึง 1,000,000 บาท* คลิก https://apth.ly/6aop

*หมายเหตุ : ข้อมูลราคา และโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสำนักงานขายเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม*

สรุป

ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ The Address สยาม-ราชเทวี เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรีจากแยกราชเทวีเพียง 150 ม.* เป็นทำเลที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาความสะดวกสบายในเมือง อยากได้ความสะดวกสบายของโซนสยาม-ราชเทวี รวมไปถึงการเดินทางด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อย่านยอดนิยมอื่น ๆ ได้ในหลัก 1-3 สถานี เหมาะสำหรับคนที่ทำงานในเมืองโซน CBD รวมไปถึงครอบครัวที่มีลูกเรียนอยู่ในสถานศึกษาชื่อดังใกล้เคียงค่ะ


การเดินทางโดยรถส่วนตัว สะดวกมากเพราะถนนเพชรบุรีเป็นถนนสายหลัก และจุดที่โครงการตั้งอยู่ก็เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญอื่น ๆ ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นถนนราชปรารภ, ถนนราชดำริ, ถนนวิทยุ, ถนนพระราม 4 เชื่อมต่อเข้าโซนสีลม-สาทรได้ง่าย หรือจะเข้าถนนพระราม 1 เชื่อมต่อเข้าโซนสุขุมวิทก็สะดวก วิ่งออกไปฝั่งหลานหลวงเลยก็ได้ แล้วยังมีทางด่วนศรีรัชให้ใช้ในระยะที่ใกล้กับโครงการเพียงกิโลเศษ ๆ เท่านั้น


การเดินทางโดยรถสาธารณะหรือรถไฟฟ้า เป็นจุดขายของโครงการที่อยู่ใกล้กับ BTS สถานีราชเทวี 150 ม.* พูดง่าย ๆ ก็เหมือนมีรถไฟฟ้าอยู่หน้าบ้านแล้วค่ะ ถ้าเป็นคนที่มีไลฟ์สไตล์ทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในเมืองอยู่แล้ว จริง ๆ ไม่ได้จำเป็นต้องขับรถเลย เพราะใช้รถไฟฟ้าก็สะดวกมาก และน่าจะเร็วกว่าด้วยในแง่ของการจราจร ส่วนระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ก็มีเป็นตัวเลือกให้ใช้ได้สบายค่ะ


การออกแบบโครงการ, แบบบ้าน และวัสดุ เป็นโครงการระดับ High End ของทาง AP การออกแบบโครงการเน้นความเป็นผู้ดี ดูหรูแบบมีคลาส ด้วยวัสดุต่าง ๆ ในพื้นที่ของโครงการนั้นจะเป็นหินอ่อนจากอิตาลี บางส่วนมีการต่อลายแบบ Bookmatched เพิ่มมูลค่าของโครงการได้เป็นอย่างดี เน้น Space การพักผ่อนที่กว้างขวาง ได้ความเป็นส่วนตัว บรรยากาศจะมีความเป็นยุโรป แต่ยังคงเก็บดีเทลความเป็นวังเอาไว้ใส่ในจุดต่าง ๆ สร้างความ Unique ได้เป็นอย่างดี

ส่วนห้องพักอาศัยของโครงการก็มีให้เลือกหลายรูปแบบ แม้จะเป็นโครงการระดับ High End ที่มีราคา แต่ห้องขนาดใหญ่กลับได้รับความนิยมสูง เพราะเหมาะสำหรับการอยู่อาศัยแบบเป็นครอบครัว หรือแม้กระทั้งห้องขนาดเริ่มต้นของโครงการก็มีขนาด 31 ตร.ม. ไปแล้ว ทำให้ได้พื้นที่การอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ส่วนวัสดุและของที่ได้มาภายในห้องก็ได้เป็นของระดับพรีเมียม นอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามแล้วก็ยังมีความทนทาน ใช้งานได้ดีอีกด้วยค่ะ


สิ่งอำนวยความสะดวกและระบบรักษาความปลอดภัย ได้พื้นที่ในการพักผ่อนที่กว้างขวาง เป็นส่วนตัว การตกแต่งดูหรูมีระดับด้วยวัสดุระดับโครงการ High End ตั้งแต่โซน Lobby ชั้นล่างที่ออกแบบให้ดูแกรนด์เป็นพิเศษ เพื่อเป็นหน้าเป็นตาเวลารับแขก เชื่อมต่อกับพื้นที่สวนขนาดใหญ่และมุมพักผ่อนภายนอก มีห้องออกกำลังกายขนาดใหญ่ถึง 2 ส่วน มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาวกว่า 50 ม. รวมไปถึงห้องสมุดและ Lounge ที่ตกแต่งโดยทีมจาก Hermes และสวนลอยบนชั้น 9 และชั้น 50 พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ถือว่าดีมาก ๆ เลยค่ะ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 1623

Line : n/a

Website : https://apth.ly/6aop


หากเพื่อน ๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ

และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ


สนใจลงโฆษณากับทาง CONDONAYOO ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
คุณวัน 086-1290293 
LINE ID : 123456786205 Email : wanchalearm.t@gmail.com
ทางเราเป็นเว็บไซต์ให้ข้อมูล ไม่ใช่เจ้าของโครงการนะครับ

แสดงความคิดเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.