EP.363 รีวิว คอนโด ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร Lumpini Park Vibhavadi-Chatuchak

โพสโดย : pure | วันที่ : 2 January 2020 |
หมวดหมู่ : EP, LPN ลุมพินี, คอนโด LPN ลุมพินี, คอนโด กรุงเทพ, คอนโด ถนนวิภาวดีรังสิต, คอนโด เขตจตุจักร, คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS, รีวิว คอนโด

EP.363 รีวิว คอนโด ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร Lumpini Park Vibhavadi-Chatuchak

Written by : Gift Pannida Chayasit // Nan Kanyarat Thongpeng

สวัสดีผู้อ่านชาว CONDONAYOO ที่รักทุกท่านค่ะ 🙂 วันนี้เราขอพาไปชมโครงการคอนโดมิเนียมคุณภาพ Lumpini Park วิภาวดี-จตุจักร ซึ่งเป็นโครงการจาก แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในโครงการของ Lumpini Mixx วิภาวดี-จตุจักร โดยตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านวิภาวดีรังสิต เดินทางเข้าออกได้อย่างสะดวกสบายในซอยวิภาวดี 3 ที่มีระยะห่างจากถนนวิภาวดีราว 250 เมตร อีกทั้งยังใกล้กับ BTS หมอชิต, MRT จตุจักร และอยู่ไม่ไกลจากความอุดมสมบูรณ์ Central Plaza ลาดพร้าว, Union Mall, Big C สะพานควาย, Tesco Lotus ลาดพร้าว, ตลาด อตก. และตลาดนัดจตุจักร

ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร เป็นคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่โครงการขนาดประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 39.60 ตารางวา 1 อาคารพักอาศัย + 1 อาคารจอดรถสูง 8 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัยรวม 736 ยูนิต การออกแบบเน้นพื้นที่ส่วนกลาง และมีพื้นที่สีเขียวในโครงการที่มีมากถึง 40% มีห้องพักให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ คือ Studio, 1 Bedroom และ 2 Bedrooms พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้น 24.00 – 53.00 ตร.ม. ขายแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2562 เป็นต้นไป

สิ่งอำนวยความสะดวก ภายในโครงการมีพื้นที่ส่วนกลางให้ครบครัน อาทิ Lobby, Mailbox, Co-Working Zone, Co-Living Area, ลาน Fit & Firm Area, สวนสาธารณะ, Jogging Track, สนามบาส, ลานโยคะ, พื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญ, Housework Zone, Play Ground, Learning Zone, Kid’s Fun Zone, ห้องโฮมเธียเตอร์, ฟิตเนส และส่วน Outdoor บนอาคารจอดรถมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบ Infinity Edge Pool และ Sky Lounge

นอกจากนี้ยังมี Co-Living Area และ Pocket Garden กระจายพื้นที่สีเขียวอยู่ทั่วอาคาร มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Access Card Control พร้อมเสริมความปลอดภัยด้วยกล้อง CCTV และมีรถรับ-ส่ง Shuttle Bus ราคาเริ่มต้น 2.75 ล้านบาท* (ธ.ค. 62)

ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไร และตัวโครงการจะน่าสนใจแค่ไหน เชิญคุณผู้อ่านเลื่อนชมรีวิวโครงการได้เลยค่ะ

ชื่อโครงการ ลุมพินี พาร์ค วิภาวดี-จตุจักร Lumpini Park Vibhavadi-Chatuchak
เจ้าของโครงการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) / L.P.N.
เนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 39.60 ตารางวา (เฉพาะคอนโด)
จำนวนตึก อาคารพักอาศัย 1 อาคาร + อาคารจอดรถ 8 ชั้น
จำนวนชั้น 21 ชั้น
จำนวนห้อง 736 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • Studio ขนาด 24.00 ตร.ม.
  • 1 Bedroom ขนาด 28.50 – 33.50 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 53.00 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด ประมาณ 37% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
จำนวนลิฟต์ ลิฟต์โดยสาร 3 ตัว เซอร์วิสลิฟต์ 1 ตัว
โซน จตุจักร
ขนส่งสาธารณะ
  • ถนนวิภาวดี
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข
  • ทางพิเศษศรีรัช
  • BTS หมอชิต
  • MRT จตุจักร
รถโดยสารที่ผ่าน
  • รถเมล์สาย 24, 69, 92, 107, 129, 138, 138ส, 187, 504ร, 538, 555
ที่ตั้ง ถนนวิภาวดี ซอย 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
กำหนดการ มิถุนายน 2561
ปีที่สร้างเสร็จ พร้อมเข้าอยู่อาศัยพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป
ราคา เริ่มต้น 2.75 ล้านบาท (ธ.ค. 62)
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม เริ่มต้น ประมาณ 100,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลางและกองทุน
  • ค่าส่วนกลาง : 50 บาท/ตร.วา./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)
  • เงินกองทุน 800 บาท/ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง ห้างสรรพสินค้า

  • 7-Eleven : 45 เมตร
  • Tesco Lotus Express ปั๊ม Esso : 350 เมตร
  • ตลาด อตก. : 1.7 กม.
  • ตลาดนัดสวนจตุจักร : 2.1 กม.
  • จตุจักร กรีน : 2.2 กม.
  • Aqua : 2.3 กม.
  • Central Plaza ลาดพร้าว : 2.4 กม.
  • Big C สะพานควาย : 2.5 กม.
  • Big C Extra ลาดพร้าว : 2.6 กม.
  • Tesco Lotus ลาดพร้าว : 3.1 กม.
  • La Villa อารีย์ : 3.3 กม.
  • JJ Mall : 3.5 กม.
  • Union Mall : 3.6 กม.
  • Big C ลาดพร้าว 2 : 3.8 กม.
  • บุญถาวร : 3.9 กม.
  • Major Cineplex รัชโยธิน : 4.0 กม.
  • SCB Park Plaza : 4.4 กม.
  • สวนลุมไนท์บาซ่าร์ : 5.1 กม.
  • ตลาดสะพาน 2 : 6.4 กม.
  • ตลาดโชคชัย 4 : 7.1 กม.
  • ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ : 7.7 กม.
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสวิลล์ : 10.4 กม.
  • The Crystal : 11.7 กม.
  • CDC : 11.1 กม.

สถานศึกษา

  • ม.เซนต์จอห์น : 1.6 กม.
  • รร.เซนต์จอห์น : 1.8 กม.
  • ม.หอการค้าไทย : 2.4 กม.
  • ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ : 2.5 กม.
  • รร.สุรศักดิ์มนตรี : 2.5 กม.
  • รร.หอวัง : 2.8 กม.
  • วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล : 3.5 กม.
  • รร.สามเสนวิทยาลัย : 4.2 กม.
  • ม.เกษตรศาสตร์ : 5.6 กม.
  • ม.ราชภัฏจันทรเกษม : 7.4 กม.

สถานพยาบาล

  • รพ.เปาโลเมโมเรียล : 1.6 กม.
  • รพ.สุทธิสาร : 2.3 กม.
  • รพ.ประสานมิตร : 2.8 กม.
  • รพ.ทหารผ่านศึก : 3.1 กม.
  • รพ.โกลเด้นเยียร์ : 3.7 กม.
  • รพ.พญาไท 2 : 4.6 กม.
  • รพ.วิชัยยุทธ : 4.8 กม.

วัดและอื่นๆ

  • ไทยรัฐ : 1 กม.
  • สวนจตุจักร : 2.5 กม.
  • สนง.ใหญ่การบินไทย : 2.6 กม.
  • สวนรถไฟ : 2.8 กม.
  • สนามกีฬากองทัพบก : 2.8 กม.
  • วัดลาดพร้าว : 6.5 กม.
  • ไปรษณีย์ลาดพร้าว : 8.0 กม.
  • สนง.ขนส่ง ลาดพร้าว : 9.8 กม.
  • ท่าอากาศยานดอนเมือง : 16.3 กม.
  • BTS สถานีสะพานควาย : 1.6 กม.
  • BTS สถานีหมอชิต : 1.8 กม.
  • MRT สถานีกำแพงเพชร : 1.8 กม.
  • MRT สถานีจตุจักร : 1.9 กม.
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข ด่านสุทธิสาร : 280 เมตร
  • ทางพิเศษศรีรัช ด่านย่านพหลโยธิน : 2.7 กม.
  • ทางพิเศษเฉลิมมหานครด่านดินแดง 2 : 4.3 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby
  • Mailbox
  • Jogging Track
  • Street Basketball (สนามบาส)
  • Yoga Court (ลานโยคะ)
  • Green Togetherness Area (สวนรวมใจ)
  • Fit & Firm Area (ลานออกกำลังกายกลางแจ้ง)
  • Co-Working Zone (ห้องอเนกประสงค์)
  • Co-Living Area (ลานพักผ่อน)
  • Housework Zone
  • Play Ground (สนามเด็กเล่น)
  • Kid’s Fun Zone (ห้องคุณหนู)
  • Fittness Zone (ห้องออกกำลังกาย)
  • Learning Zone (ห้องเรียนรู้)
  • สระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool
  • Sky Lounge (จุดชมวิว)
  • Pocket Garden
  • ลิฟต์โดยสาร
  • Shuttle Bus
  • Access Card Control
  • ประตูคีย์การ์ด
  • กล้องวงจรปิด
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
จุดเด่นของโครงการ Lumpini Park วิภาวดี-จตุจักร ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ สะดวกสบายทุกการเดินทาง ใกล้ BTS หมอชิต ส่วนกลางครบครัน มีพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ ฟรี! แอร์ + เฟอร์นิเจอร์ครบชุด ราคาเริ่มต้น 2.75 ล้านบาท*

:::: ที่ตั้งโครงการ ::::

ถนนวิภาวดี ซอย 3 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

พิกัด Google Maps : 13.797207, 100.558446

MAP

ทำเลที่ตั้ง โครงการ Lumpini Park วิภาวดี – จตุจักร ตั้งอยู่ภายในซอยวิภาวดีรังสิต 3 หรือซอยร่วมศิริมิตร อยู่ห่างจากถนนวิภาวดีประมาณ 250 เมตรเท่านั้น ทำเลตั้งอยู่ในโซนวิภาวดีรังสิต, ลาดพร้าว และฝั่งจตุจักร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย อยู่ใกล้กับทางยกระดับอุตราภิมุข และทางพิเศษศรีรัช รวมถึงขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT อีกด้วย

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์ครบครันเดินทางเข้าถึงได้ไม่ยาก ใกล้กับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่, ร้านสะดวกซื้อ, ตลาดสด, โรงพยาบาล, สถานที่ราชการ และอาคารสำนักงานใหญ่ๆ หลายแห่ง อาทิ อาคารเล่าเป้งง้วน, Sun Tower, TST Tower, อาคารวังเด็ก, ตึกการบินไทย, กลต., Bangkok Airways ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนจตุจักรและสวนรถไฟ สำหรับเดินทางไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศในช่วงวันหยุด

นอกจากนี้ในอนาคตตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับ Bangsue Complex หรือสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ที่จะรวมเอาระบบการคมนาคมแบบรางสายต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน และมีพื้นที่ร้านค้าขนาดใหญ่ทำให้โซนนี้มีมูลค่าและเป็นที่น่าจับตามองค่ะ

การเดินทางด้วยรถยนต์ เส้นหลักๆ ของโซนนี้คือถนนวิภาวดีรังสิต เป็นถนนซูเปอร์ไฮเวย์ที่สามารถใช้เดินทางได้สะดวกทั้งการเข้าและออกเมือง สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนหลักได้อีกหลายเส้น เช่น พหลโยธิน, สุทธิสาร, ประดิพัทธ์, รัชดาภิเษก, งามวงศ์วาน ใกล้กับทางยกระดับอุตราภิมุขด่านสุทธิสาร เชื่อมต่อกับดอนเมืองโทลเวย์ ทำให้เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกมาก

หากมองในซอยที่ตั้งโครงการอย่างซอยวิภาวดีรังสิต 3 ก็สะดวกไม่แพ้กัน สามารถใช้ลัดเลาะออกไปได้อีกหลายเส้นทาง ทั้งซอยวิภาวดีรังสิต 5, ซอยอินทามระ 15 เชื่อมไปออกถนนสุทธิสาร, ซอยพหลโยธิน 18/1 เชื่อมไปออกบริเวณฝั่งตรงข้ามสวนจตุจักรฝั่ง BTS และ MRT หรือถนนพหลโยธินฝั่งมุ่งหน้าไปสะพานควายค่ะ

สำหรับการใช้ถนนวิภาวิดีรังสิต ถ้าออกจากตัวโครงการเลี้ยวซ้ายจะเป็นถนนวิภาวดีรังสิตฝั่งมุ่งหน้าไปดอนเมือง และจะมีจุดกลับรถไปทางฝั่งดินแดง ซึ่งอยู่ห่างจากโครงการประมาณ 2 กม. ใช้เวลาขับรถประมาณ 3 – 5 นาที

ทางด่วน ตัวโครงการนั้นอยู่ใกล้กับทางยกระดับอุตราภิมุข ด่านสุทธิสาร ประมาณ 450 เมตรเท่านั้น

ส่วนจุดขึ้นทางด่วนดอนเมืองโทลเวย์จะอยู่ใกล้โครงการเพียง 1.1 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 – 5 นาที

และจุดขึ้นทางด่วนฝั่งเข้าเมืองจะมีระยะทางจากโครงการประมาณ 4.2 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 – 10 นาที

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ ตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลในเมืองมีระบบขนส่งสาธารณะอยู่โดยรอบ จากหน้าโครงการในซอยวิภาวดีรังสิต 3 มีแท็กซี่ขับผ่านตลอด หรือหากเดินมาบริเวณปากซอยฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตจะมีคิววินมอเตอร์ไซค์ให้บริการ ถัดไปจากคิวพี่วินจะเป็นป้ายรถเมล์และศาลานั่งรอรถ ส่วนรถเมล์ที่ผ่านเส้นนี้ก็จะมีสาย 24, 69, 92, 107, 129, 138, 138ส, 187, 504ร, 538, 555

ส่วนรถไฟฟ้าก็อยู่ไม่ไกลกันสามารถเดินทางไปใช้ได้สะดวกมีทั้ง MRT และ BTS เลยค่ะ โดยรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุด คือ BTS หมอชิต และ MRT จตุจักร ระยะห่างจากโครงการประมาณ 1.8 กม. โดยทางโครงการจะมีรถ Shuttle Bus รับส่งบริการให้ด้วย

หรือจะเดินทางไปเองโดยใช้บริการพี่วินก็เสียแค่ 20 บาทเท่านั้น ใช้ซอยลัดพหลโยธิน 18/1 ได้เลยค่ะ โดยบริเวณนี้มีบริการรถสาธารณะให้เลือกมากมายนอกจากรถไฟฟ้าแล้วก็จะมีรถเมล์, รถตู้ใช้เดินทางไปได้ทั้งโซนปากเกร็ด, นนทบุรี, บางบัวทอง, รังสิต ฯลฯ

สรุปแยก และถนนสำคัญรอบโครงการ

  • ถนนวิภาวดี-รังสิต : 260 ม.
  • ถนนพหลโยธิน : 1.3 กม.
  • แยกลาดพร้าว : 1.9 กม.
  • แยกรัชโยธิน : 5.2 กม.
  • แยกกำแพงเพชร : 2.7 กม.
  • ถนนรัชดาภิเษก : 3.4 กม.
  • แยกลาดพร้าว-รัชดา : 4.5 กม.
  • ถนนประดิษฐ์มนูธรรม : 8.7 กม.

ความอุดมสมบูรณ์ ที่ตั้งโครงการรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันทั้งในระยะกว้างและระยะการเดินเท้า ในตัวโครงการจะมีช้อปร้านค้าทั้งหมด 5 ยูนิต บริเวณชั้น 1 ของอาคารจอดรถ ลูกบ้านสามารถเดินไปจับจ่ายซื้อของกันได้สบายๆ ส่วนรอบนอกโครงการใกล้สุดจะเป็นร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven มีร้านอาหารร้านค้าในซอยอยู่พอสมควรเข้าถึงได้ง่าย ส่วนในระยะกว้างถือมีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก อยู่ใกล้กับ Central Plaza ลาดพร้าว, Union Mall, Tesco Lotus, Big C สะพานควาย ฯลฯ

ส่วนโรงพยาบาลในละแวกนี้ก็มีทั้ง รพ.เปาโล สะพานควาย, รพ.ประสานมิตร, รพ.พญาไท 2 และยังมีพื้นที่สวนจตุจักร ซึ่งมีทั้งตลาดนัดจตุจักรและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ พื้นที่รวมกว่า 727 ไร่ และในอนาคตยังมีโครงการที่จะทำสะพานเชื่อมถึงสวนสมเด็จย่า 84 พรรษา (บริเวณข้างๆ Central ลาดพร้าว) ดังนั้นเราจึงมีปอดขนาดใหญ่ที่ไม่ไกลจากตัวโครงการเลยค่ะ

สรุปสถานที่สำคัญรอบโครงการ

ห้างสรรพสินค้า

  • 7-Eleven : 45 เมตร
  • Tesco Lotus Express ปั๊ม Esso : 350 เมตร
  • ตลาด อตก. : 1.7 กม.
  • ตลาดนัดสวนจตุจักร : 2.1 กม.
  • จตุจักร กรีน : 2.2 กม.
  • Aqua : 2.3 กม.
  • Central Plaza ลาดพร้าว : 2.4 กม.
  • Big C สะพานควาย : 2.5 กม.
  • Big C Extra ลาดพร้าว : 2.6 กม.
  • Tesco Lotus ลาดพร้าว : 3.1 กม.
  • La Villa อารีย์ : 3.3 กม.
  • JJ Mall : 3.5 กม.
  • Union Mall : 3.6 กม.
  • Big C ลาดพร้าว 2 : 3.8 กม.
  • บุญถาวร : 3.9 กม.
  • Major Cineplex รัชโยธิน : 4.0 กม.
  • SCB Park Plaza : 4.4 กม.
  • สวนลุมไนท์บาซ่าร์ : 5.1 กม.
  • ตลาดสะพาน 2 : 6.4 กม.
  • ตลาดโชคชัย 4 : 7.1 กม.
  • ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ : 7.7 กม.
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสวิลล์ : 10.4 กม.
  • The Crystal : 11.7 กม.
  • CDC : 11.1 กม.

สถานศึกษา

  • ม.เซนต์จอห์น : 1.6 กม.
  • รร.เซนต์จอห์น : 1.8 กม.
  • ม.หอการค้าไทย : 2.4 กม.
  • ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ : 2.5 กม.
  • รร.สุรศักดิ์มนตรี : 2.5 กม.
  • รร.หอวัง : 2.8 กม.
  • วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล : 3.5 กม.
  • รร.สามเสนวิทยาลัย : 4.2 กม.
  • ม.เกษตรศาสตร์ : 5.6 กม.
  • ม.ราชภัฏจันทรเกษม : 7.4 กม.

สถานพยาบาล

  • รพ.เปาโลเมโมเรียล : 1.6 กม.
  • รพ.สุทธิสาร : 2.3 กม.
  • รพ.ประสานมิตร : 2.8 กม.
  • รพ.ทหารผ่านศึก : 3.1 กม.
  • รพ.โกลเด้นเยียร์ : 3.7 กม.
  • รพ.พญาไท 2 : 4.6 กม.
  • รพ.วิชัยยุทธ : 4.8 กม.

วัดและอื่นๆ

  • ไทยรัฐ : 1 กม.
  • สวนจตุจักร : 2.5 กม.
  • สนง.ใหญ่การบินไทย : 2.6 กม.
  • สวนรถไฟ : 2.8 กม.
  • สนามกีฬากองทัพบก : 2.8 กม.
  • วัดลาดพร้าว : 6.5 กม.
  • ไปรษณีย์ลาดพร้าว : 8.0 กม.
  • สนง.ขนส่ง ลาดพร้าว : 9.8 กม.
  • ท่าอากาศยานดอนเมือง : 16.3 กม.
  • BTS สถานีสะพานควาย : 1.6 กม.
  • BTS สถานีหมอชิต : 1.8 กม.
  • MRT สถานีกำแพงเพชร : 1.8 กม.
  • MRT สถานีจตุจักร : 1.9 กม.
  • ทางยกระดับอุตราภิมุข ด่านสุทธิสาร : 280 เมตร
  • ทางพิเศษศรีรัช ด่านย่านพหลโยธิน : 2.7 กม.
  • ทางพิเศษเฉลิมมหานครด่านดินแดง 2 : 4.3 กม.

:::: การเดินทางสู่โครงการ ::::

การเดินทางในวันนี้ เริ่มต้นบนถนนประดิพัทธ์บริเวณแยกสะพานควายฝั่งมุ่งหน้าไปสุทธิสารวินิจฉัยวิ่งตรงผ่านแยกสะพานควาย ตรงเข้าถนนสุทธิสารวินิจฉัยตรงไปเรื่อยๆ ถึงแยกสะพานสุทธิสาร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวิภาวดีรังสิต จากนั้นขับตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยวิภาวดีรังสิต 3 ไปอีกเพียง 230 เมตร จะเห็นที่ตั้งโครงการอยู่ทางขวามือค่ะ

สรุปการเดินทาง แยกสะพานควาย ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แยกสะพานสุทธิสาร แยกรัชดา – สุทธิสาร ถนนวิภาวดีรังสิต ซอยวิภาวดีรังสิต 3 โครงการ Lumpini Park วิภาวดี – จตุจักร

เริ่มการเดินทางกันบนถนนประดิพัทธ์ บริเวณแยกสะพานควาย จากแยกสะพานควายนี้เราสามารถที่จะเลี้ยวซ้ายเพื่อไปทางจตุจักร หรือเลี้ยวขวาไปทางอารีย์และเข้าเมืองได้ค่ะ

ผ่านแยกมาแล้วเข้าสู่ถนนสาลีรัฐวิภาค

ขับตรงตามทางไปเรื่อยๆ ถึงทางโค้งแรกให้เลี้ยวขวา

ถึงทางโค้งที่สองให้เลี้ยวซ้ายเพื่อไปถนนสุทธิสารวินิจฉัย แต่หากเราเลี้ยวขวาตรงนี้ จะเป็นการกลับไปยังเส้นถนนพหลโยธินที่เป็นถนนวันเวย์ค่ะ

จากนั้นขับตรงตามทางไปบนถนนสุทธิสาร

ถึงบริเวณแยกสะพานสุทธิสารวินิจฉัย เลี้ยวขวาเข้าถนนวิภาวดีรังสิต

ขับตรงตามทางต่อไปเรื่อยๆ บนถนนวิภาวดีรังสิต

บนถนนเส้นนี้เราจะเห็นอาคารสำนักงานสำคัญๆ หลายแห่ง ผ่านอาคาร กลต. หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และอาคาร East Water

ขับตรงมาเรื่อยๆ ให้สังเกตปั๊ม Esso ทางซ้ายมือ เมื่อเห็นปั๊มแล้วให้ชิดเลนซ้ายได้เลยค่ะ

ผ่านปั๊ม Esso มาแล้วจะถึงซอยวิภาวดีรังสิต 3 หรือซอยร่วมศิริมิตร ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอยได้เลย

ขับเข้าไปในซอยอีกเพียง 250 เมตร ถึงแล้วค่ะ คอนโด Lumpini Park วิภาวดี-จตุจักร ซึ่งตั้งอยู่ทางขวามือ


:::: สภาพแวดล้อมรอบโครงการ ::::

โครงการ Lumpini Park วิภาวดี – จตุจักร สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการในระยะใกล้ส่วนใหญ่จะเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ส่วนในระยะไกลๆ จะเป็นอาคารสำนักงาน อาคารสูงๆ และคอนโด High Rise ค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับ ที่อยู่อาศัยแนวราบข้างเคียง สูง 1 – 6 ชั้น
  • ทิศตะวันออก ติดกับอาคารสำนักงาน อาคาร B ของโครงการ Lumpini Mixx
  • ทิศวันตก ติดกับที่ดินเปล่า ซึ่งในอนาคตจะเป็นโครงการของ U Delight
  • ทิศใต้ ติดกับถนนซอยวิภาวดี 3 ซึ่งฝั่งตรงกันข้ามจะเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 2 – 3 ชั้น และศูนย์ขายรถ ถัดไปไกลอีกหน่อยเป็นคอนโดสูง 8 และ 25 ชั้น

:::: บริเวณภายนอกโครงการ ::::

หลังจากที่เดินทางมาถึงโครงการแล้ว บริเวณด้านหน้าข้างทางเข้ามีป้ายโครงการตกแต่งด้วยพุ่มไม้ขนาดเล็กๆ เดี๋ยวเราไปชมบรรยากาศจริงบริเวณรอบนอกโครงการกันบ้างค่ะ

หน้าโครงการคือถนนวิภาวดีซอย 3 ถนนแบ่งเป็นสองเลน ฝั่งตรงข้ามซุ้มทางเข้าจะเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 – 3 ชั้น

ฝั่งขวาเป็นทางที่มุ่งหน้าออกไปยังซอยพหลโยธิน 18/1 เชื่อมออกไปยังซอยพหลโยธิน 18 และถนนพหลโยธิน

ถัดมาทางด้านขวา ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็นร้านอาหารอีสานลาบนัวอุดร

ติดกันทางฝั่งขวามือเป็นทางเข้าของคอนโด สูง 25 ชั้น และ 8 ชั้น

จากนั้นจะมี 7-11 สาขานี้จะใกล้โครงการที่สุดค่ะ

ถัดไปจาก 7-11 จะเป็นลานโล่งๆ เป็นศูนย์ขายรถยนต์

เดินต่อไปอีกหน่อยจะเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 2 – 3 ชั้น ด้านหน้าเปิดเป็นร้านต่างๆ เช่น ร้านซ่อมแอร์, ร้านกาแฟ,ร้านถ่ายเอกสาร, ร้านรับทำป้าย

ถัดจากส่วนอาคารพาณิชย์มาเป็นหอพักสูง 9 ชั้น

บรรยากาศรวมๆ ในซอยฝั่งขวาของโครงการจะค่อนข้างสงบ ไม่วุ่นวายมาก เพียงแต่จะมีรถผ่านไปมาตลอด เพราะเป็นซอยที่ใช้ลัดไปมาเส้นพหลฯ และสุทธิสารได้

กลับมาที่บริเวณทางเข้าโครงการ เราเดินไปดูทางฝั่งซ้ายของโครงการกันต่อเลย โดยฝั่งนี้ใช้เป็นทางที่มุ่งหน้าออกไปยังปากซอยวิภาวดี 3 และถนนวิภาวดี

เดินมาทางฝั่งซ้าย ที่ตั้งโครงการอยู่ใกล้กับซอยวิภาวดี 3 แยก 9

ระหว่างทางชุดอาคารพาณิชย์ก็จะมีพื้นที่อยู่อาศัยส่วนบุคคลแบบบ้านเดี่ยว และอู่ซ่อมรถ ซึ่งมีความสูงไม่เกิน 2 ชั้นค่ะ

เดินถัดมาทางหน้าปากซอยอีกหน่อย เป็นร้าน Siamkoi ฟาร์มปลาคาร์พของคุณวิลลี แมคอินทอช

ถัดมาก็จะเป็นส่วนอาคารพาณิชย์ช่วงปากซอย ซึ่งจะมีความสูงประมาณ 2 – 4 ชั้น

มีร้านกาแฟ และชานมไข่มุก

ถัดมาเป็นร้านขายของชำ

ร้านถ่ายรูป

และมีสถานบริการความงามเปิดให้บริการ

อาคารพาณิชย์เหล่านี้เปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร รองรับพนักงานออฟฟิศแถวๆ นี้ค่ะ

ติดกันเป็นร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่อยู่บริเวณเกือบปากซอย

ออกมาถึงหน้าปากซอยจะติดกับถนนวิภาวดีเลยค่ะ

ฝั่งขวาเป็นทางที่มุ่งหน้ามาจากฝั่งถนนสุทธิสาร

เดินถัดไปอีกหน่อยเป็นปั๊ม Esso ที่เราขับรถผ่านมาเมื่อสักครู่นี้

ภายในปั๊ม Esso มี Tesco Lotus Express และร้านกาแฟ Rabika เปิดให้บริการ

เดินไปดูกันที่ฝั่งซ้ายมือบริเวณปากซอยวิภาวดี 3 กันบ้างค่ะ

บริเวณนี้มีคิวพี่วินขนาดใหญ่คอยให้บริการ หากนั่งไป BTS หมอชิต เสียค่าโดยสารเพียง 20 บาทเองค่ะ

อัตราราคาค่าโดยสารพี่วินบริเวณปากซอยวิภาวดี 3 (ธันวาคม 2562)

ถัดมาอีกหน่อยมีศาลานั่งพักคอยรถเป็นสัดส่วน และมีสะพานให้ข้ามไปขึ้นรถฝั่งตรงข้ามได้ หรือถ้าใครทำงานแถวนี้ก็สามารถเดินไปทำงานได้สะดวกค่ะ

และป้ายรถเมล์จุดที่ใกล้โครงการที่สุด มีระยะทางประมาณ 60 เมตร

ขึ้นมาถ่ายภาพให้ดูบรรยากาศบนเส้นวิภาวดีรังสิต เป็นถนนกว้างใช้สัญจรสะดวก

มีอาคารสำนักงานขนาดใหญ่หลายแห่ง จากภาพนี้คืออาคารสำนักงานที่อยู่ฝั่งเดียวกับโครงการ และอยู่ไม่ไกลทางด่วนยกระดับอุตราภิมุข ช่วงด่านสุทธิสาร

ส่วนฝั่งตรงข้ามโครงการก็มีอาคารสำนักงานเยอะไม่แพ้กันค่ะ ยาวไปจนถึงแยกลาดพร้าวเลยค่ะ


:::: ตัวโครงการ ::::

โครงการ Lumpini Park วิภาวดี – จตุจักร เป็นโครงการคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น จำนวนยูนิตพักอาศัยรวมทั้งหมด 736 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 8 ไร่ ซึ่งตัวโครงการออกแบบด้วยการคำนึงถึงการอยู่อาศัย และสุขภาพ มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่และหลากหลาย พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวเข้าไปให้ครอบคลุมทั้งอาคาร เพื่อการอยู่อาศัยที่สบาย และสะดวกในทุกยูนิต

สำหรับตัวโครงการ Lumpini Park วิภาวดี – จตุจักร จะรวมอยู่ในโครงการ Lumpini Mixx ขนาดใหญ่ของลุมพินี เป็นโครงการมิกซ์ยูสรวมส่วนพักอาศัย และพื้นที่สำนักงานให้เช่าไว้ใกล้ๆ กัน โดยในโครงการ Lumpini Mixx มีทั้งหมด 3 อาคาร เป็นอาคารสำนักงาน 2 อาคาร แยกเป็นอาคาร A สูง 21 ชั้น อยู่ติดถนนวิภาวดีรังสิต และถัดเข้ามาเป็นอาคาร B สูง 17 ชั้น

มาดูที่ส่วนพักอาศัยของโครงการ Lumpini Park วิภาวดี – จตุจักร กันต่อเลยค่ะ เริ่มจากแปลนอาคารชั้น 1 จะมีทางเข้า – ออก โครงการเพียงทางเดียว คือจากถนนซอยวิภาวดีรังสิต 3 หน้าโครงการตกแต่งด้วยพุ่มไม้สีเขียว ภายในโดยรอบอาคารเป็นพื้นที่สวนมีการลงต้นไม้พุ่มไม้ไว้ทั่วทั้งโครงการ

เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะเป็นถนนแบ่งเป็นสองฝั่งขาเข้าและขาออก มีทางเชื่อมเข้าสู่อาคารจอดรถทางฝั่งขวา ทางโครงการได้จัดแบ่งพื้นที่ห้องพักอาศัยและอาคารจอดรถไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ทางฝั่งขวานั้นมียูนิตพาณิชย์เปิดเป็นร้านค้าด้านหน้าทั้งหมด 4 ยูนิต ทำให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย

พื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดอยู่ฝั่งซ้ายด้านล่างชุดอาคารที่พักอาศัย ประกอบด้วย พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่รอบอาคารทั้งหมดจัดให้เป็นสวนสาธารณะ และ Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกายรอบอาคาร พร้อมแบ่งเป็นโซนกิจกรรมต่างๆ แบบครบครัน ได้แก่ สนามบาส, ลานโยคะ, ลานออกกำลังกายกลางแจ้ง (Fit & Firm Area), Co – Working Area และ Co – Living Area ในร่ม

ส่วนภายในอาคารจะมี Lobby รับรองไว้ด้านหน้าเลย ถัดเข้ามาเป็นโถงลิฟต์ที่ต้องใช้คีย์การ์ดแตะเพื่อเปิดเข้าไปด้านใน มองตรงเข้าไปเป็นยูนิตพักอาศัยมีทั้งหมด 10 ยูนิตเท่านั้น โดยเป็นยูนิตที่ได้วิวสวนสวยทั้งหมด แตกต่างกันที่ตำแหน่ง โดยจำนวน 8 ยูนิตด้านหน้าได้วิวสวนใหญ่ ส่วนอีก 2 ยูนิตจะได้วิวสวนด้านข้างอาคาร ถัดมาฝั่งซ้ายมือเป็นห้องจดหมายส่วนตัว หรือ Mailbox

นอกจากพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 1 แล้ว ยังมีส่วนกลางขนาดใหญ่ที่ชั้น 7, 11, 15 และ 19 อีกทั้งตัวอาคารพักอาศัยจะมีไล่ระดับแทรกพื้นที่ Co – Living Area และ Pocket Garden ไว้ในอาคาร เพื่อกระจายพื้นที่สีเขียว และพื้นที่พักผ่อนให้ลูกบ้านใช้ได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย

ขึ้นมาดูชั้นบนของตัวอาคารพักอาศัยกันต่อ แปลนชั้น 2 – 3 จะเป็นยูนิตห้องพักอาศัยล้วนๆ วางผังแบบ Double Corridor โดยจะมีห้องแบบ Studio ขนาด 24.00 – 24.50 ตร.ม. และห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 28.50 – 33.50 ตร.ม. จำนวนทั้งหมด 43 ห้อง/ชั้น

แปลนอาคารชั้น 4 เป็นยูนิตห้องพักอาศัยทั้งชั้นเช่นกัน แต่จะมีส่วน Pocket Gaden เพิ่มขึ้นมา 2 จุด ยูนิตห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะลดลงเหลือ 41 ห้อง/ชั้นค่ะ

แปลนอาคารชั้น 5 – 6 จะเหมือนกับชั้น 4 คือมียูนิตพักอาศัย 41 ยูนิต/ชั้น แต่จะไม่มีพื้นที่เปิดให้ออกไปใช้ Pocket Garden ได้ โดยจะมีช่องแสงขนาดใหญ่มาให้แทน

แปลนอาคารชั้น 7 แบ่งครึ่งเป็นพื้นที่ส่วนห้องพักอาศัยจำนวน 24 ยูนิต ส่วนพื้นที่อีกครึ่งจะเป็นส่วนกลาง ทั้งจากอาคารหลักเชื่อมออกไปยังสวน Rooftop บนอาคารจอดรถ โดยส่วนกลางในชั้นนี้ ประกอบด้วย Housework Zone, Play Ground, Fittness, Learning Zone และส่วน Outdoor ที่อาคารจอดรถจะมี Infinity Edge Pool และ Sky Lounge ไล่ระดับด้วยค่ะ

แปลนอาคารชั้น 8 จะมียูนิตพักอาศัย 24 ห้อง เท่ากับชั้น 7 และมีพื้นที่ส่วนกลางที่เชื่อมขึ้นมาจากชั้น 7 คือ Co – Living Space

แปลนอาคารชั้น 9 มียูนิตห้องพักอาศัยทั้งหมด 43 ยูนิต

แปลนอาคารชั้น 10 เหมือนกับชั้น 4 โดยจะมีส่วน Pocket Gaden เพิ่มขึ้นมา 2 จุด และยูนิตห้องพักอาศัยในชั้นนี้จะลดลงเหลือ 41 ห้อง/ชั้นค่ะ

แปลนอาคารชั้น 11 มียูนิตห้องพักอาศัยลดลงเหลือ 37 ยูนิต และเพิ่มส่วน Co – Living Area มาให้ที่อาคารทั้ง 2 ฝั่ง

แปลนอาคารชั้น 12 มียูนิตห้องพักอาศัยทั้งหมด 37 ยูนิต

แปลนอาคารชั้น 13 – 14 มียูนิตห้องพักอาศัยทั้งหมด 41 ยูนิต

แปลนอาคารชั้น 15 มีพื้นที่ Co – Living Area มาให้ทั้ง 2 ฝั่ง และห้องพักอาศัยทั้งหมด 37 ยูนิต

แปลนอาคารชั้น 16 มี Pocket Garden แทรกมาเพิ่มให้ และเพิ่มห้อง 2 Bedroom มา 2 ยูนิต รวมยูนิตห้องพักอาศัยในชั้นนี้มีทั้งหมด 33 ยูนิตค่ะ

แปลนอาคารชั้น 17 – 18 มียูนิตห้องพักอาศัย 33 ยูนิต

แปลนอาคารชั้น 19 เพิ่มส่วนพื้นที่ Co – Living Area และมียูนิตห้องพักอาศัยทั้งหมด 31 ยูนิต

แปลนอาคารชั้น 20 – 21 มียูนิตห้องพักอาศัยทั้งหมด 31 ยูนิต


:::: บริเวณภายในโครงการ ::::

เมื่อเดินทางมาถึงโครงการ Lumpini Park วิภาวดี-จตุจักร ด้านหน้าเป็นซุ้มทางเข้าแบบโล่งแจ้ง มี Security Gate อยู่ตรงกลางคั่นระหว่างทางรถเข้าฝั่งซ้ายและทางรถออกฝั่งขวา

บริเวณทางเข้า-ออกโครงการ จะมีรั้วไม้กระดกเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้าโครงการ ฝั่งซ้ายเป็นทางออกไปยังร้านค้าในโครงการ ส่วนฝั่งขวาเป็นทางเดินเชื่อมไปยังพื้นที่ส่วนกลาง

สำหรับการเข้า-ออกโครงการ ต้องผ่านระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ใน Security Gate บริเวณซุ้มทางเข้าโครงการตลอดเวลาค่ะ

รั้วไม้กระดกมีติดตั้งสัญญาณไฟเขียวไฟแดงแจ้งเตือนให้ด้วย

เสริมความปลอดภัยด้วยกล้อง CCTV ตรวจจับทะเบียนรถที่ผ่านเข้า-ออกทุกคัน

มีจุดติดตั้งเครื่องสแกน Key Card Access สำหรับลูกบ้าน หากเป็นบุคคลภายนอกจะต้องทำการแลกบัตรกับเจ้าหน้าที่ก่อน

มุมมองฝั่งทางรถเข้า

มุมมองฝั่งทางรถออก

เมื่อผ่านซุ้มทางเข้าโครงการมาแล้วจะเจอกับถนนเมนกว้าง 6 เมตร รถสวนทางกันได้สะดวก หากตรงไปจะพาอ้อมไปยังด้านหลังอาคาร ส่วนด้านขวาเป็นทางเข้าอาคารจอดรถ

ทางเข้าอาคารจอดรถจำกัดความเร็วที่ 20 กม./ชม. และจำกัดความสูงของรถอยู่ที่ 2.1 เมตร ลานจอดรถมีทั้งหมด 7 ชั้น สามารถจอดได้ประมาณ 271 คัน หรือคิดเป็น 37% (ห้องละ 1 คัน) ฝั่งซ้ายเป็นพื้นที่จอดรถมอเตอร์ไซค์, รถยนต์ และที่จอดรถสำหรับผู้พิการ

ส่วนฝั่งขวาเป็นลิฟท์ขึ้นไปด้านบนอาคารจอดรถ

เราขึ้นไปดูที่ลานจอดรถชั้น 2 กันต่อเลยค่ะ

ลานจอดรถมีกระจกมองทางโค้งให้ด้วยทุกชั้น

สำหรับลานจอดรถยนต์ตั้งแต่ชั้น 2-7 มีขนาดกว้างขวาง พื้นเป็นคอนกรีต มีการตีเส้นแบ่งช่องจอด และช่องเดินรถให้เห็นอย่างชัดเจน มีลูกศรชี้ทางขนาดใหญ่

เดี๋ยวเราลงไปดูที่ส่วนกลางอื่นๆ กันต่อเลยนะคะ

โดยเราจะไปดูกันที่ส่วนกลางชั้นล่างของโครงการกันก่อน เดินตรงไปผ่านซุ้มทางเข้าแล้วเลี้ยวขวาค่ะ

มุมมองเมื่อเข้ามาด้านในโครงการ เลี้ยวซ้ายจะเป็นทางเดินเข้าไปยังพื้นที่ส่วนกลางชั้นล่างของโครงการ

เดินเข้ามาเพียงเล็กน้อยจะเจอกับ Co-Working Zone มุมนั่งพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ

โดย Co-Working Zone กลางแจ้ง จะอยู่ด้านหน้าสำนักงานนิติบุคคลอาคารชุด และห้อง Co-Working Zone ภายในอาคารเลยค่ะ

ถัดเข้าไปด้านในอีกหน่อยเป็น Co-Working Area แบบ Outdoor

มีพื้นที่พักผ่อนรองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ

เราเดินเข้าไปดูด้านในกันต่อเลยค่ะ

มี Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกายได้รอบอาคาร

มาเริ่มกันที่ฝั่งขวามือก่อนเลยค่ะ

บริเวณนี้เป็นลานโยคะกลางแจ้ง

ด้านในมีที่นั่งพักผ่อนแบบชิวๆ เป็นม้านั่งทรงยาว มีหลังคาดีไซน์เก๋

ฝั่งขวาของลานโยคะ มีทางเดินลาดลงไปยังสวนสาธารณะ สำหรับผู้ที่ใช้วีลแชร์สามารถใช้งานได้สะดวกสบายหายห่วงเลยค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเดินบริเวณลานโยคะ

ถัดมาเป็นลานออกกำลังกายกลางแจ้ง หรือลาน Fit & Firm Area มีเครื่องออกกำลังกายให้ด้วย อาทิ เครื่องปั่นจักรยาน, เครื่องหมุนทวิส และเครื่องเดินวงรี เป็นต้น

โดยลาน Fit & Firm อยู่บริเวณสวนสาธารณะ ถัดจากลานโยคะเพียงเล็กน้อย

บริเวณนี้มีที่นั่งพักผ่อนขนาดใหญ่รองรับด้วย โดยเป็นที่นั่งหินอ่อนสีเข้ม

มุมมองครอบคลุมทั้งสวนสาธารณะ, ลาน Fit & Firm, ลานโยคะ และ Co – Working Area แบบไกลๆ ค่ะ

บริเวณนี้เป็นโซนสวนสาธารณะค่ะ

มีม้านั่งทรงยาวแบบเดียวกับลานโยคะ ให้นั่งพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย

มีทางเดินเชื่อมตรงต่อไปถึงลานโยคะเลย

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้าโครงการ โดยทางฝั่งขวาก็มีม้านั่งให้ลูกบ้านด้วยเช่นกัน

เดี๋ยวเราเดินเข้าไปดูด้านในกันต่อเลย ซึ่งฝั่งขวาเป็น Co – Living Area พื้นที่พักผ่อนใต้อาคาร แต่เนื่องจากยังไม่เรียบร้อยดีเราจึงไม่ได้เก็บภาพมาฝากกันค่ะ

ตรงเข้าไปอีกเล็กน้อยเป็นสนามสตรีทบาส

พื้นที่สนามบาสมีขนาดกว้างขวาง มีแป้นบาสเกตบอลขนาดใหญ่ แข็งแรง ทนทาน

ถัดไปด้านข้างสนามบาสฝั่งขวามือมีกระสอบทรายตั้งพื้นให้ลูกบ้านได้มาใช้งานกันด้วย

มุมมองย้อนกลับไปยังสนามบาส

ลำดับต่อไปเดี๋ยวเรามาดูที่ส่วนอื่นๆ กันต่อเลยค่ะ

สำหรับบริเวณนี้เป็นมุมมองฝั่งซุ้มทางเข้าหน้าโครงการ เลี้ยวซ้ายมาจะเจอทางเดินเชื่อมไปยังพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ ภายใต้อาคาร

มีห้อง Vending Machine Room หรือพื้นที่รวมตู้หยอดเหรียญให้บริการ

ตรงข้ามกันจะเป็น Co – Working Zone หรือห้องอเนกประสงค์ค่ะ

ภายในห้องมีพื้นที่การใช้งานกว้างขวางทีเดียว มีโซฟาเบดให้นั่งแบบสบายๆ

มีมุมที่นั่งสำหรับทำงาน หรืออ่านหนังสือ

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้าห้อง

เดี๋ยวเราออกไปดูส่วนอื่นๆ กันต่อเลยค่ะ

ออกมาจากห้อง Co – Working Zone ติดกับห้อง Vending Machine Room จะพบกับจุดจัดการขยะรีไซเคิล

เดินตรงต่อไปเลี้ยวขวามาจะเจอกับทางเข้า Lobby ค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้าอาคาร Lobby โดยฝั่งซ้ายเป็นสำนักงานนิติบุคคลทางที่เราเดินผ่านมาเมื่อสักครู่นี้ ส่วนฝั่งขวาเป็นทางเดินไปยัง Co – Working Zone แบบกลางแจ้ง ตรงไปสุดเลี้ยวซ้ายจะพาออกไปยังทางเข้าหน้าโครงการ แต่หากเลี้ยวขวาจะไปยังพื้นที่ส่วนกลาง และโซนกิจกรรมต่างๆ

เดี๋ยวเราเข้าไปดูด้านใน Lobby กันเลยค่ะ

สำหรับ Lobby ก่อนขึ้นอาคารห้องพักอาศัย ภายในกว้างขวาง เพดานสูง ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง ตกแต่งด้วยผนังลายไม้ และกระจกเงาสะท้อน

ฝั่งขวาเป็นเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

ส่วนฝั่งซ้ายเป็นที่นั่งพักผ่อน กระจกแผงใหญ่ ให้แสงสว่างเข้ามาภายในอาคารเยอะ ตกแต่งด้วยกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ และผนังวอลเปเปอร์ใบไม้สีเขียวขนาดใหญ่

ที่นั่งวางโซฟาขนาดใหญ่รองรับลูกบ้าน และแขกที่เข้ามาติดต่อค่ะ

การขึ้นไปด้านบนอาคารห้องพักอาศัยจะต้องสแกน Key Card บริเวณประตูทางเข้า-ออกด้วย

เมื่อสแกนผ่านประตูเข้ามาแล้ว ฝั่งขวามือเป็นโถงลิฟท์ มีลิฟท์ให้บริการทั้งหมด 3 ตัว

แต่หากมองตรงเข้าไปจะเป็นยูนิตห้องพักอาศัย ที่มีทั้งหมด 10 ยูนิตเท่านั้น โดยทุกยูนิตจะได้วิวสวนทั้งหมด แตกต่างกันแค่เพียงตำแหน่งที่ตั้งที่มองเห็นวิวค่ะ

ส่วนห้องฝั่งซ้ายที่เห็นนั้นคือห้องจดหมายส่วนตัว หรือ Mailbox

โดยจะแยกของแต่ละห้องเป็นสัดส่วน มีบริการจัดการพัสดุอย่างเป็นระเบียบ

ลำดับต่อไปเดี๋ยวเราขึ้นไปดูที่ด้านบนอาคารกันต่อเลย

ปุ่มกดลิฟท์มีทั้งหมด 21 ชั้น ลูกบ้านต้องสแกน Key Card ในการใช้งาน โดยชั้น G คือชั้นล่างสุดเป็นพื้นที่ส่วนกลาง กับโซนกิจกรรมต่างๆ และตั้งแต่ชั้น 2 – 21 เป็นห้องชุดพักอาศัย

ขณะที่พื้นที่ส่วนกลางนั้นจะอยู่ที่ชั้น 7 ประกอบไปด้วย Fitness Zone, Co – Working Area, Housework Zone, Co – Living Area, Infinity Edge Pool, Sky Lounge และที่ชั้น 11, 15 และ 19 มีลานพักผ่อน หรือ Co – Living Area ลำดับถัดมาเราขึ้นไปชมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดกันเลยค่ะ

มาเริ่มกันที่ชั้น 7 ก่อนเลย ออกจากลิฟท์มามองตรงไปเป็นทางออกไปยังพื้นที่ส่วนกลาง

หากเลี้ยวขวาจะเป็นทางเข้าไปยังห้องชุดที่พักอาศัย

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางของชั้น 7 เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเจอกับม้านั่งสำหรับพักผ่อน 2 จุด

มีเก้าอี้ให้จุดละ 2 ตัว พร้อมโต๊ะกลางขนาดพอเหมาะ

เราเดินเข้าไปดูด้านในกันต่อเลย

ตรงเข้ามาเพียงเล็กน้อยซ้ายมือจะเป็นห้อง Housework Zone

ภายในห้องมีขนาดกว้างขวาง ไม่แออัด แสงสว่างเยอะ ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งสบาย

มีตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญอัตโนมัติให้บริการ

พร้อมรองรับบริการ Trendy Wash ซักอบผ้าผ่านแอปฯ ที่ช่วยให้ลูกบ้านสะดวกสบาย ไม่ต้องยุ่งยากหาเหรียญซักผ้าอีกต่อไป โดยเป็นการใช้บริการผ่านแอปฯ ทั้งการสั่งงาน, การนับถอยหลัง และมีการแจ้งเตือนเมื่อทำงานเสร็จผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟน

ถัดจากห้อง Housework Zone เป็นห้องน้ำส่วนกลางแยกชายและหญิงอย่างชัดเจน

มุมมองภายในห้องน้ำหญิง มีทั้งหมด 2 ห้อง มีซิงค์อ่างล้างมือ พร้อมติดตั้งกระจกเงาบานใหญ่ให้ 2 จุด

มุมมองภายในห้องน้ำชาย มีให้ 2 ห้อง มีซิงค์อ่างล้างมือ พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ให้ 2 จุดเช่นเดียวกัน และมีโถสุขภัณฑ์สำหรับผู้ชายให้ 2 จุด

ด้านหน้าห้องน้ำส่วนกลางจะมีบันไดทางขึ้นไปยังพื้นที่ส่วนกลาง Co – Living Area ชั้น 8 ซึ่งเมื่อมองจากชั้น 7 ด้านบนนี้จะเป็นชั้นลอยค่ะ

พื้นที่ Co – Living Area บริเวณนี้มีขนาดกว้าง ปลอดโปร่ง สามารถนั่งรับลมเย็นๆ ได้อย่างสบายๆ

บริเวณนี้มองลงไปด้านล่างจะเห็นส่วนกลางของชั้น 7 คือ Play Ground, Learning Zone และที่นั่งสำหรับพักผ่อน

ด้านบนนี้มีที่นั่งสำหรับพักผ่อนให้หลายจุด

เลยเข้าไปหน่อยมีโซฟาขนาดใหญ่พร้อมหมอนอิงและโต๊ะกลาง

มีที่นั่งและโต๊ะไม้ทรงยาวสำหรับนั่งทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆ

มุมมองภาพรวมทั้งหมดของ Co – Living Area บนชั้น 8 เดี๋ยวเราลงไปดูกันต่อที่ส่วนกลางของชั้น 7 เลยค่ะ

ลำดับต่อไปบริเวณนี้เป็น Play Ground หรือสนามเด็กเล่น

มีลูกคลื่นให้ 2 จุด และติดตั้งม้าโยกสำหรับน้องๆ หนูๆ ไว้ให้ 3 ตัว

โดยสนามเด็กเล่นจะอยู่ติดกับห้อง Learning Zone เลยค่ะ และบริเวณนี้มีราวกั้นค่อนข้างสูง เด็กๆ สามารถวิ่งเล่นกันได้อย่างปลอดภัย

ถัดมาเราจะไปดูกันที่ Learning Zone หรือห้องเรียนรู้กันต่อ โดยหน้าห้องวางที่นั่งสำหรับพักผ่อนไว้ให้ 1 จุด

ฝั่งตรงข้ามมีมุมนั่งพักผ่อนให้หลายที่ มองออกไปเห็นวิวด้านนอกอาคารด้วยค่ะ

เดี๋ยวเราเข้าไปดูภายในห้อง Learning Zone กันต่อเลย

เมื่อเข้ามาด้านใน มีที่นั่งสำหรับพักผ่อนรองรับหลายมุม เพดานสูง บรรยากาศภายในห้องโปร่งโล่ง ไม่มืดทึบ มีผนังเป็นกระจกใสรอบด้าน เหมาะแก่การพักผ่อน

มาเริ่มกันที่ฝั่งซ้ายกันก่อนค่ะ

บริเวณนี้มีมุมสำหรับพักผ่อนให้ 3 จุด ตรงกลางเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 6 ที่นั่ง มองลอดออกไปเห็นสนามเด็กเล่น

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า

ถัดมาโถงกลางห้องบริเวณประตูทางเข้ามีมุมโซฟาให้ 2 ฝั่ง พร้อมเบาะนั่งขนาดใหญ่ และโต๊ะกลางค่ะ

โซฟาที่จัดไว้ให้ทั้งซ้ายและขวาเป็นขนาด 2 ที่นั่ง วางโต๊ะกลางคั่นไว้ระหว่างเบาะที่นั่ง

มุมมองโดยรวมของทั้ง 2 ฝั่งค่ะ

ถัดมาเราไปดูกันที่ฝั่งขวาเมื่อเข้ามาภายในห้องกันบ้าง มีเข้าไปยังห้อง Kid’s Fun Zone หรือห้องคุณหนู และมีทางขึ้นไปยัง Home Theater Room หรือห้องโฮมเธียเตอร์บนชั้นลอย

บริเวณนี้มีที่นั่งพักผ่อนให้ 2 จุด คือถัดจากตรงกลางห้อง และหน้าห้อง Kid’s Fun Zone

ตรงกลางหน้าห้อง Kid’s Fun Zone วางเป็นโต๊ะโกล์ขนาดใหญ่

ภายในห้อง Kid’s Fun Zone มีขนาดค่อนข้างกว้าง เด็กๆ สามารถวิ่งเล่น หรือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้

มีโต๊ะขนาดกระทัดรองรับการใช้งาน โดยมีทั้งหมด 4 ที่นั่ง จะนั่งอ่านหนังสือ วาดรูป หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามสะดวก ด้านหลังมีชั้นวางตุ๊กตาน่ารักๆ

มีเบาะนั่งพื้นให้ 1 จุด

ถัดเข้าไปมีเบาะสไลด์กันกระแทกสำหรับเด็กๆ

ออกมาหน้าห้อง Kid’s Fun Zone มุมมองนี้เป็นมุมย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าค่ะ

ถัดมาเราขึ้นไปดูกันที่ห้องโฮมเธียเตอร์กันต่อเลย

ภายในห้องโฮมเธียเตอร์มีที่นั่งหลายตัว

ทางโครงการวางโซฟาขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง และเบาะนั่งขนาบมุมซ้ายและขวา พร้อมโต๊ะทรงกระทัดรัดตรงกลาง ปูพื้นด้วยพรมขนาดใหญ่

ระยะห่างของการดูโฮมเธียเตอร์อยู่ในระยะที่พอเหมาะพอดี ลำดับต่อไปเดี๋ยวเราไปดูกันที่ส่วนอื่นๆ เลยนะคะ

ออกมาที่บริเวณหน้าห้อง Learning Zone มองไปทางขวาเป็นทางเดินออกไปยังลิฟท์

มุมมองภาพรวมทั้งหมดบริเวณหน้าห้อง Learning Zone

ส่วนฝั่งซ้ายเป็นทางเดินไปยังส่วนกลางอื่นๆ เราเดินไปดูกันต่อเลยค่ะ

เมื่อผ่านทางเดินเข้ามาแล้ว ตรงไปจะเป็นโซนสระว่ายน้ำ

ส่วนขวามือจะพบกับ Fittness Zone ขนาดใหญ่ ด้านหน้ามีห้องเก็บของ และตู้กดน้ำดื่ม

เดี๋ยวเราเข้าไปดูด้านใน Fittness Zone กันก่อนค่ะ

เมื่อเข้ามาภายใน Fittness Zone จะพบห้องกว้างขนาดใหญ่ มีเครื่องออกกำลังกายต่างๆ มากมาย จัดแบ่งเป็นโซนอย่างมีระเบียบ ภายในห้องติดตั้งหน้าต่างบานใหญ่เป็นช่องรับแสงธรรมชาติ ห้องดูโปร่งโล่งสบาย มีผ้าม่านบังแดดสีขาว

เริ่มกันที่ฝั่งซ้ายมือ วางเครื่องเล่นบริหารกล้ามเนื้อต่างๆ

อาทิ เครื่องเล่นกระชับต้นขาและสะโพก เครื่องบริหารหน้าอก แขน และช่วงไหล่ เป็นต้น

เดินถัดขึ้นไปหน่อยก็จะมีเครื่องปั่นจักรยานไฟฟ้า และเครื่องเดินวงรี

มาต่อกันที่ฝั่งขวาค่ะ

มุมนี้มีเครื่องออกกำลังกายหน้าท้องจัดเป็นที่ซิทอัพ 1 จุด มีชุดดัมเบลให้เลือกใช้งานหลายขนาด และมีลูกบอลโยคะ

ถัดขึ้นไปมีเครื่องปั่นจักรยานไฟฟ้า และเครื่องเดินวงรี

ส่วนตรงกลางมีลู่วิ่งไฟฟ้าให้ทั้งหมด 3 ตัว

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้าห้อง Fittness Zone

ลำดับถัดมาเราไปดูส่วนอื่นๆ กันต่อเลย

โดยเมื่อออกจาก Fittness Zone มาแล้วขวา จุดนี้จะมีทางเดินเชื่อมไปยังส่วนกลางบน Rooftop ของอาคารจอดรถ ช่วยให้อารมณ์ในการพักผ่อนต่อเนื่องออกมายังส่วนกลางแจ้ง ส่วนกลางประกอบด้วย Infinity Edge Pool และ Sky Lounge ค่ะ

เดินตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเจอทางขึ้นไปยัง Sky Lounge และสระว่ายน้ำแบบ Infinity Edge Pool

บริเวณฝั่งซ้ายมีทางขึ้นแบบทางลาด ทำให้ลูกบ้านที่ใช้งานวีลแชร์สามารถมาใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนตรงกลางเป็นบันไดทางขึ้นแบบปกติ

มาต่อกันที่ฝั่งขวา

บริเวณนี้มีที่นั่งสำหรับพักผ่อนให้ด้วย พร้อมเป็นจุดติดตั้งตะขอช่วยชีวิต

มีที่ชำระล้างตัวด้วยระบบน้ำจืดแบบกลางแจ้ง

โดยติดตั้งชุดฝักบัวเรนชาวเวอร์ให้ 2 จุด ด้านข้างตกแต่งด้วยพุ่มไม้สีเขียวสดใส

จุดนี้มีการลดระดับพื้นลงเล็กน้อย ทำให้ระหว่างใช้งานน้ำไม่ไหลนองไปทั่วพื้น

เดินตรงเข้าไปด้านในกันต่อเลยค่ะ

เมื่อเดินเข้ามาด้านในสุด ขวามือเป็นทางเข้าห้องน้ำส่วนกลางแยกระหว่างชายและหญิง

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเข้าเมื่อสักครู่นี้

ถัดมาเราจะไปดูส่วนอื่นๆ กันต่อ ซึ่งหลังจากที่เราเดินขึ้นมายังด้านบนแล้วจะพบกับวิวและบรรยากาศแบบนี้ค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังทางเดินเชื่อม

จากมุมนี้เราสามารถมองเห็นตัวอาคารตึกห้องพักอาศัยได้แบบชัดๆ เลยค่ะ

เดินตรงต่อเข้าไปด้านในซ้ายมือจะพบกับ Sky Lounge สุดหรู

มีบันไดทางขึ้นแบบไล่ระดับ

บริเวณ Sky Lounge มีที่นั่งสำหรับพักผ่อนรองรับในส่วนนี้ โดยวางเป็นโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง และโซฟาขนาด 1 ที่นั่ง พร้อมวางโต๊ะกลาง 1 ตัว

มีหลังคาบังแดดบังฝนขนาดใหญ่ดีไซน์โมเดิร์นโทนสีเทาน้ำตาล ด้านข้างตกแต่งด้วยต้นไม้พุ่มไม้ทั่วบริเวณ มองเห็นวิวด้านหลังแบบชัดๆ

มุมมองด้านหน้า Sky Lounge เป็นสระว่ายน้ำของโครงการ มองเห็นวิวสวยๆ เช่นเดียวกันค่ะ

มาต่อที่ฝั่งขวาซึ่งเป็นส่วนของสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำของโครงการ Lumpini Park วิภาวดี-จตุจักร เป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งแบบ Infinity Edge Pool

มีสระเด็กระบบจากุซซี่ให้ด้วย

โดยสระเด็กมีบันไดทางลง อยู่ติดกับพื้นที่พักผ่อนทำให้สะดวกต่อการดูแลของผู้ปกครองค่ะ

สระว่ายน้ำกับท้องฟ้าจรดกัน มองเห็นวิวสวยๆ ได้แบบชัดเต็มตาเลยค่ะ

มุมมองภาพรวมของสระว่ายน้ำฝั่งเห็น Sky Lounge บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยสวนขนาดเล็ก ให้บรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ มีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างเยอะ

เดินมาดูกันที่อีกฝั่งของสระว่ายน้ำต่อเลยค่ะ

บริเวณนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนแบบกลางแจ้ง จัดวาง Sunbed ไว้ให้ 4 ตัว สามารถนอนเล่น รับลมชมวิว หรือจะนอนอาบแดดได้เลย

มุมมองภาพรวมของสระว่ายน้ำฝั่งเห็นวิวด้านนอกแบบชัดๆ

บริเวณนี้เราสามารถมองเห็นตัวอาคารตึกห้องพักอาศัยได้เช่นเดียวกัน

มุมมองภาพรวมทั้งหมดของส่วน Outdoor อาคารจอดรถที่มี Infinity Edge Pool และ Sky Lounge ค่ะ เดี๋ยวเราขึ้นไปดูพื้นที่ส่วนกลางชั้นอื่นๆ กันต่อเลย

มาต่อกันที่ส่วนกลาง Co – Living Area ชั้น 11 กันต่อค่ะ โดยจะมีมาให้อาคารทั้ง 2 ฝั่งเลย

เมื่อเปิดประตูออกมาด้านนอกฝั่งซ้ายจะพบกับที่นั่งพักผ่อนและโต๊ะทรงยาวจัดวางเป็นรูปตัว L

ส่วนฝั่งขวามีมานั่งให้ 2 ตัว

มุมมองย้อนขึ้นไปที่ตัวอาคาร

มาดูกันที่ส่วนกลาง Co – Living Area ชั้น 15 บ้างนะคะ

ทั้ง 2 ฝั่ง มีม้านั่งสำหรับพักผ่อนให้ด้วยฝั่งละ 2 ที่ โดยเป็นที่นั่งทรงยาว ลำดับถัดมาเราจะไปชมแบบแปลนห้องและห้องตัวอย่างกันต่อเลยนะคะ


::: แบบห้อง :::

โครงการ Lumpini Park วิภาวดี-จตุจักร มีแบบห้องทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

  • แบบห้อง Studio : พื้นที่ใช้สอยขนาด 24.00 ตร.ม.
  • แบบห้อง 1 Bedroom : พื้นที่ใช้สอยขนาด 28.50 – 33.50 ตร.ม.
  • แบบห้อง 2 Bedroom : พื้นที่ใช้สอยขนาด 53.00 ตร.ม. (มี 6 ยูนิต)

แบบห้อง Studio

  • พื้นที่ใช้สอย 24.00 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, มุมนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

แบบห้อง 1 Bedroom

  • พื้นที่ใช้สอย 28.50 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, มุมนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

แบบห้อง 1 Bedroom

  • พื้นที่ใช้สอย 33.50 ตร.ม.
  • 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, มุมนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

แบบห้อง 2 Bedroom

  • พื้นที่ใช้สอย 53.00 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ
  • มุมเตรียมอาหาร, มุมรับประทานอาหาร, มุมนั่งเล่น, พื้นที่ระเบียง, ห้องนอน, ห้องน้ำ

:::: ห้องตัวอย่าง ::::

วันนี้ทางทีมงาน Homenayoo จะพาท่านผู้อ่านของเราไปชมห้องตัวอย่าง 2 แบบ คือ

  • แบบห้อง Studio พื้นที่ใช้สอย 24.00 ตร.ม.
  • แบบห้อง 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอย 33.50 ตร.ม.

โดยทางโครงการขายห้องพักแบบ Fully Furnished ตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ได้เลย พร้อมเครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่น ส่วนรายละเอียดทั้งหมดจะเป็นอย่างไรนั้น เราไปติดตามกันเลยค่ะ

แบบห้อง Studio ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.00 ตร.ม. พื้นที่การใช้งานแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน เริ่มแรกเมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องส่วนแรกจะพบกับมุม Pantry ทำเป็นห้องครัวแบบเปิดสำหรับเตรียมอาหาร และมุมรับประทานอาหาร ต่อเนื่องเข้าไปเป็นห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่ระเบียงสำหรับชมวิว ซึ่งห้องนี้เป็นห้อง Studio มีการแบ่งพื้นที่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนด้วยตำแหน่งการวางโซฟา ห้องนั่งเล่นนั้นอยู่ติดกับระเบียงที่มีประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ทำให้บริเวณนี้ได้รับแสงสว่างเข้ามาได้มาก

ส่วนห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้แบบสบายๆ มีพื้นที่ด้านข้างเหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงและตู้เสื้อผ้าได้อีก นอกจากนี้บริเวณเตียงนอนยังติดกับหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ช่วยทำให้ห้องนอนมีความสว่างไม่มืดทึบ สามารถเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่วนห้องน้ำจะอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้าเลยค่ะ ขนาดห้องน้ำมีขนาดพอเหมาะสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก แบ่งสัดส่วนการใช้งานแบบเต็มพื้นที่มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ด้วย

หลังจากที่เราได้ชมแปลนแบบห้อง Studio ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.00 ตร.ม. กันไปแล้ว ถัดมาเราจะไปชมห้องตัวอย่างกันต่อเลยนะคะ เริ่มที่บริเวณทางเข้าห้องมีป้ายหมายเลขห้องระบุเอาไว้ที่ด้านข้างประตู ประตูห้องเป็นบานสำเร็จรูปสีครีมขาวแซมสีเทา ที่ประตูมีตาแมวสำหรับดูความปลอดภัยบริเวณหน้าห้อง และเหนือประตูมีตัวจับสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัย

ประตูมีมือจับแบบก้านโยก พร้อมตัวล็อคมาตรฐาน

หลังจากที่เราเปิดประตูเข้ามาด้านในห้อง พื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้สีน้ำตาลเข้มหนา 8 มม. เพดานสูง 2.6 เมตร ฝั่งขวาใช้เป็นมุมรับประทานอาหาร หรือโต๊ะทำงานก็ได้ ขยับเข้าไปด้านในเป็นห้องนั่งเล่น ต่อเนื่องไปเป็นระเบียงหรือพื้นที่ซักล้าง

ฝั่งซ้ายเป็นมุมเตรียมอาหารมีเคาน์เตอร์ครัว และทางเข้าห้องนอนกับห้องน้ำค่ะ

พื้นลามิเนตมีตัวจบติดตั้งมาให้ด้วยที่หน้าห้อง

ไฟในห้องใช้แบบดวงโคมดาวน์ไลท์

สวิทช์และปลั๊กไฟใช้สีขาวมาตรฐานจาก Haco

มาดูกันที่มุมเตรียมอาหาร ซึ่งมีเคาน์เตอร์ครัวขนาดพอเหมาะกันก่อนเลยค่ะ

ชุดเคาน์เตอร์ครัวที่ได้มีขนาดกระทัดรัด เหมาะสำหรับจัดเตรียมอาหาร หรือซื้อของมาทานในห้องมากกว่า แต่หากต้องการที่จะประกอบอาหารภายในห้องแบบจริงจัง บริเวณนี้อาจต้องติดตั้งเตาไฟฟ้า หรือเครื่องดูดควันเพิ่มเติมด้วย

บนเคาน์เตอร์ท็อปครัวเป็นลายไม้สีน้ำตาลเข้ม พร้อมติดตั้งซิงค์ล้างจานมาให้ มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารข้างซิงค์ล้างจาน ด้านหลังเคาน์เตอร์มีการกรุกระเบื้องกันเปื้อนมาให้ หากน้ำมันกระเด็นขณะประกอบอาหารก็สามารถเช็ดออกได้ง่ายค่ะ

ซิงค์ล้างจานมาพร้อมก๊อกน้ำเย็นทรงโค้งก้านหมุน

เหนือเคาน์เตอร์ครัวมีตู้และชั้นเก็บของมาให้ด้วย ชั้นวางของช่องใหญ่สามารถวางตู้ไมโครเวฟได้อย่างพอดิบพอดี ส่วนช่องอื่นๆ สามารถใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องครัว รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ได้ค่ะ

ช่องมุมซ้ายด้านบนมีการติดตั้งแผงควบคุมไฟมาให้

ส่วนเคาน์เตอร์ด้านล่างมีตู้เก็บของมาให้เช่นเดียวกัน ช่องนี้อาจใช้เก็บพวกน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรืออุปกรณ์อื่นๆ

ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัววางตู้เย็นขนาดกลางไว้ค่ะ

เหนือตู้เย็นบิวท์อินเป็นตู้เก็บของแบบลอยตัว

บริเวณนี้ด้านล่างมี Door Stopper หรือตัวกันชนประตูมาให้ด้วยค่ะ

ติดกับตู้เย็น ถัดมาเป็นมุมรับประทานอาหาร จะใช้เป็นมุมโต๊ะทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือก็ได้

มุมนี้ทางโครงการบิวท์อินเป็นเคาน์เตอร์ไม้ทรงยาว สามารถใช้เป็นโต๊ะทานอาหาร โต๊ะทำงาน หรือนั่งอ่านหนังสือ และวางของตกแต่งอื่นๆ ได้เพิ่มเติมอีก

ด้านบนบิวท์อินเป็นชั้นวางของขนาดเล็ก กำแพงด้านหลังเป็นวอลเปเปอร์สีเหลืองมีลวดลายเก๋ๆ

เข้าไปดูที่ห้องนั่งเล่นกันต่อเลย

สำหรับห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับประตูทางออกไปยังพื้นที่ระเบียงด้านนอก และอยู่ติดกับห้องนอนเลยค่ะ

ทางโครงการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ให้แบบเรียบง่าย วางโซฟาสีเหลืองเบาะนุ่มขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมหมอนอิง มีพื้นที่เหลือสำหรับเป็นทางเดินเชื่อมเข้าไปยังห้องนอนและห้องน้ำได้สะดวก

ด้านข้างมีตู้วางของขนาดเล็ก สามารถวางของตกแต่งอื่นๆ ได้ อาทิ แจกันดอกไม้, กรอบรูป หรือโคมไฟตั้งโต๊ะเป็นต้น

ฝั่งตรงข้ามโซฟาเป็นเคาน์เตอร์ไม้ทรงยาวบิวท์อินความยาวเกือบเต็มพื้นที่สำหรับวางทีวีที่ใช้ร่วมกับมุมรับประทานอาหาร

ใต้โต๊ะมีลิ้นชักและตู้เก็บของมาให้ด้วย

ระยะห่างของการนั่งดูทีวีมีขนาดกำลังดี

พื้นที่ด้านล่างสามารถเดินผ่านเข้า-ออกได้อย่างสะดวก

ข้างห้องนั่งเล่นมีประตูเปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียงด้านนอก ประตูเป็นกระจกบานเลื่อนเดี่ยวทำให้ภายในห้องได้รับแสงสว่างเข้ามาได้เยอะ ห้องดูไม่มืดทึบ แต่หากต้องการให้ห้องมืดลงหน่อยก็สามารถติดตั้งผ้าม่านบังแดดได้ค่ะ

ตัวมือจับประตูบานเลื่อนเป็นแบบเซาะร่อง พร้อมตัวล็อค 2 ชั้น

สำหรับพื้นที่ระเบียงมีขนาดกว้างเพียงพอต่อการวางเครื่องซักผ้า ธรณีประตูยกจากพื้นเพียงเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นเข้ามาภายในห้อง พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเทา ราวกันตกเป็นระแนงทาสีดำเข้มค่ะ

ระเบียงฝั่งขวาทางโครงการได้วางเครื่องซักผ้าฝาหน้าไว้ในจุดนี้ ที่กำแพงมีโคมไฟติดผนัง 1 ดวง และปลั๊กไฟให้ 1 ตัว ด้านหลังเครื่องซักผ้ามีท่อระบายน้ำที่พื้น

ส่วนฝั่งซ้ายมีราวตากผ้าติดผนังที่เป็นแบบพับได้ และก็อกน้ำเย็นค่ะ

ที่ตั้งของคอมเพลสเซอร์แอร์แขวนอยู่ด้านบนโดยหันเป่าลมออกไปด้านนอกระเบียง และมีกริลบังสายตาจากคอมเพรสเซอร์แอร์ให้ด้วย ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้งานพื้นที่ระเบียงได้อย่างเต็มที่ และภาพรวมของอาคารดูเรียบร้อย

วิวมองออกมาจากระเบียงห้องชั้น 7 ค่ะ

มองลงไปด้านล่างจะเห็นวิวสวน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

ลำดับต่อไปเราเข้ามาดูกันที่ห้องนอนและห้องน้ำ ที่มีโถงเชื่อมอยู่กับพื้นที่ห้องนั่งเล่นกันต่อเลยค่ะ

มุมมองภาพรวมเมื่อมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้า มุมเคาน์เตอร์ครัว มุมรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น และประตูเปิดออกไปยังพื้นที่ระเบียงด้านนอก

สำหรับห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 – 6 ฟุตได้แบบสบายๆ พื้นที่กว้างขวางกำลังดี ไม่แออัด

ภายในห้องนอนจัดเฟอร์นิเจอร์มาให้ครบ มีโต๊ะข้างหัวเตียง และตู้เสื้อผ้า โดยทางโครงการจะแถมมาให้ในห้องนอนหลักทุกห้องเลยค่ะ

ตู้เสื้อผ้าที่ได้เป็นตู้บานสูงวางในตำแหน่งที่เหมาะสมกับพื้นที่พอดีเลย

มีพื้นที่ข้างเตียงและหน้าห้องน้ำให้ยืนแต่งตัวได้แบบเหลือเฟือ ขนาดกำลังดีไม่อึดอัดจนเกินไป

ข้างเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่เป็นช่องรับแสง ทำให้บริเวณนี้ได้รับแสงสว่างเข้ามาได้เยอะ ไม่มืดทึบ ถ่ายเทอากาศได้เป็นอย่างดี

โดยประกอบไปด้วย บานกระทุ้ง และบานฟิกซ์ บานกรอบเป็นอลูมิเนียมสีขาว กระจกเขียวตัดแสง

ปลายเตียงมีพื้นที่เหลือสามารถเดินผ่านเข้า-ออกได้สะดวก

ข้างเตียงฝั่งนี้มีระยะเหลือค่อนข้างกว้าง สามารถเดินได้รอบเตียง จะเปลี่ยนผ้าปูที่นอน หรือเดินขึ้นลงก็ทำได้อย่างสบายๆ เลยค่ะ

มุมมองไปยังฝั่งปลายเตียงค่ะ

ปลายเตียงฝั่งติดกับหน้าต่างบิวท์อินเป็นตู้เก็บของมาให้ ด้านในมีกระจกเงา ใช้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งไปด้วยในตัว

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

ถัดไปเดี๋ยวเราเข้าไปดูในห้องน้ำกันบ้างค่ะ

โดยประตูทางเข้าห้องน้ำอยู่ติดกับตู้เสื้อผ้าข้างเตียงนอน

พื้นห้องน้ำมีธรณียกสูงขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ช่วยป้องกันน้ำกระเซ็นออกด้านนอก

ภายในห้องน้ำมีฟังก์ชั่นครบถ้วน แบ่งแยกเป็นส่วนแห้งและส่วนเปียก ปูพื้นและฝาผนังด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อน

ขวามือเป็นโถสุขภัณฑ์ใช้ของ American Standard เป็นแบบแยกชิ้นระบบ Dual Flush ติดตั้งสายฉีดชำระจาก American Standard ที่ฝั่งซ้าย และมีที่แขวนทิชชู่ให้ทางฝั่งขวา ระยะการใช้งานสะดวกไม่แออัด ด้านหลังมีราวสแตนเลสติดผนังใช้แขวนผ้าขนหนูให้ 1 จุด

มีการติดตั้งกระจกเงาขนาดใหญ่พร้อมอ่างล้างหน้าแบบลอยมาให้ โดยเป็นอ่างอะคริลิคสีขาวทรงสี่เหลี่ยมจาก Charmer ไม่มีเคาน์เตอร์ใต้อ่าง และใช้ก็อกน้ำแบบปัดขึ้นจาก American Standard หน้าอ่างมีพื้นที่เหลือให้วางข้าวของเครื่องใช้ได้อีก

ซ้ายมือมีพื้นที่อาบน้ำติดตั้งฉากกั้นมาให้เรียบร้อย เป็นกระจกใสแบบบานเลื่อนสไลด์ใช้วัสดุอลูมิเนียมสีเงิน

ฉากกั้นอาบน้ำยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำไหลออกไปเลอะส่วนอื่นๆ ในห้องน้ำ

ภายในพื้นที่อาบน้ำติดตั้งฝักบัวของ American Standard ใช้ชั้นวางสบู่จาก Bathero และเครื่องทำน้ำอุ่นจาก Stiebel Eltron

มุมมองภาพเมื่อออกมาจากห้องน้ำค่ะ

มาถึงแบบห้องสุดท้ายที่เราได้นำมาฝากกันในวันนี้แล้วค่ะ คือ แบบห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33.50 ตร.ม. พื้นที่การใช้งานแยกเป็นสัดส่วน เข้ามาส่วนแรกจะเจอกับเคาน์เตอร์ครัว มุมรับประทานอาหาร ตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวเป็นห้องนั่งเล่นที่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่

ถัดมาเป็นทางเข้าห้องนอนที่แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนพักผ่อน และโซน Walk-in closet ติดกันเป็นห้องน้ำ ส่วนฝั่งตรงข้ามห้องน้ำเป็นพื้นที่ระเบียงมีประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่เปิดออกไปด้านนอก

หลังจากที่เราได้ชมแปลนแบบห้อง 1 Bedroom ขนาดพื้นที่ใช้สอย 33.50 ตร.ม. กันไปแล้ว เดี๋ยวเราไปชมห้องตัวอย่างกันต่อเลยนะคะ เริ่มที่บริเวณทางเข้าห้องมีป้ายหมายเลขห้องระบุเอาไว้ที่ด้านข้างประตู ประตูห้องเป็นบานสำเร็จรูปสีครีมขาวแซมสีเทา ที่ประตูมีตาแมวสำหรับดูความปลอดภัยบริเวณหน้าห้อง และเหนือประตูมีตัวจับสัญญาณแจ้งเตือนอัคคีภัยเช่นเดียวกัน

มือจับประตูเป็นแบบก้านโยก พร้อมตัวล็อคมาตรฐาน

เมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านในห้อง พื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้สีน้ำตาลเข้มหนา 8 มม. เพดานสูง 2.6 เมตร ประตูทางเข้าตรงกับประตูเข้าไปยังห้องนอนเลยค่ะ

ส่วนฝั่งซ้ายเป็นห้องนั่งเล่น ติดกับหน้าต่างบานใหญ่

ฝั่งขวาเป็นเคาน์เตอร์ครัวค่ะ

สวิทช์และปลั๊กไฟใช้สีขาวมาตรฐานจาก Haco

ไฟในห้องเป็นแบบโคมดาวน์ไลท์

มาเริ่มกันที่ฝั่งเคาน์เตอร์ครัวกันก่อนเลยค่ะ

สำหรับส่วนนี้เป็นมุมเตรียมอาหาร มีเคาน์เตอร์ครัวขนาดใหญ่พอประมาณ เหมาะสำหรับจัดเตรียมอาหาร หรือซื้อของมาทานในห้องมากกว่า แต่หากท่านใดต้องการประกอบอาหารภายในห้องจริงๆ จะต้องติดตั้งเตาไฟฟ้า หรือเครื่องดูดควันเพิ่มเติม ส่วนด้านข้างมีพื้นที่เหลือให้วางตู้เย็นได้อีกค่ะ

เคาน์เตอร์ท็อปครัวเป็นลายไม้สีน้ำตาลเข้ม พร้อมติดตั้งซิงค์ล้างจาน มีพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารข้างซิงค์ล้างจาน ด้านหลังเคาน์เตอร์กรุกระเบื้องกันเปื้อนมาให้เรียบร้อย

สำหรับซิงค์ล้างจานมาพร้อมก๊อกน้ำเย็นทรงโค้งก้านหมุน

เหนือเคาน์เตอร์ครัวมีตู้และชั้นเก็บของ ชั้นวางของช่องใหญ่สามารถวางตู้ไมโครเวฟได้พอดี ส่วนช่องอื่นๆ สามารถใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องครัว ของใช้ รวมถึงเครื่องปรุงรสต่างๆ ได้ค่ะ

ช่องมุมขวาด้านบนมีการติดตั้งแผงควบคุมไฟมาให้

เคาน์เตอร์ด้านล่างมีตู้เก็บของมาให้เช่นเดียวกัน โดยมีมาให้หลายช่อง อาจใช้เก็บพวกน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

เราไปดูห้องนั่งเล่นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ครัวกันต่อเลย

มุมนี้สามารถจัดให้เป็นมุมจิบชาเล็กๆ หรือจะวางเป็นโต๊ะรับประทานอาหารก็ได้

บริเวณห้องนั่งเล่นอยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้บริเวณนี้ได้รับแสงสว่างเข้ามาภายในห้องได้เยอะ ช่วงกลางวันแทบจะไม่ต้องเปิดไฟ ช่วยประหยัดไฟไปในตัวเลยค่ะ

บริเวณห้องนั่งเล่นมีการจัดวางเฟอร์นิเจอร์เป็นโซฟาขนาด 3 – 4 ที่นั่ง พร้อมหมอนอิงใบใหญ่

ที่ผนังด้านหลังติดวอลเปเปอร์สีเทาเข้มมีลวดลาย ด้านข้างมีโต๊ะสำหรับวางของตกแต่ง หรือโคมไฟ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีก

ระยะห่างของการนั่งดูทีวีกว้างขวางทีเดียวค่ะ

มุมมองย้อนกลับไปยังเคาน์เตอร์ครัว

ลำดับถัดมาเราเข้าไปดูกันที่ห้องนอนต่อเลยนะคะ

เมื่อเข้ามาภายในห้องนอนจะแบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนพักผ่อน และโซน Walk-in closet

โซน Walk-in closet จะอยู่ติดกับพื้นที่ระเบียง และห้องน้ำเลยค่ะ

เดี๋ยวเรามาเริ่มกันที่โซนพักผ่อนกันก่อนเลย ห้องมีขนาดกว้างขวางสามารถวางเตียงนอนขนาดคิงไซส์ได้แบบสบายๆ

หัวเตียงมีพื้นที่เหลือให้วางโต๊ะหัวเตียงได้ทั้ง 2 ฝั่ง ที่ผนังติดวอลเปเปอร์มีลวดลาย และกรุผนังแนวตรงสีน้ำตาล ห้องนอนดูมีมิติขึ้นค่ะ

ข้างเตียงนอนฝั่งซ้ายติดกับหน้าต่างบานใหญ่ มีทั้งบานกระทุ้ง และบานฟิกซ์ สามารถเปิดเพื่อให้ห้องมีอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก

มุมมองจากห้องนอนไปยังฝั่งพื้นที่ระเบียงค่ะ

มุมมองไปยังฝั่งปลายเตียง บริเวณนี้ที่ผนังสามารถติดตั้งทีวีได้อย่างพอเหมาะ ทางโครงการบิวท์อินเป็นชั้นวางให้เรียบร้อยแล้ว

พื้นที่ปลายเตียง และข้างเตียงเหลือกว้างขวาง สามารถเดินผ่านเข้า-ออก หรือขึ้น-ลงเตียงได้อย่างสบายๆ

มุมมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

ลำดับต่อมาเราจะไปดูกันที่โซน Walk-in closet กันต่อเลยค่ะ

สำหรับโซน Walk-in closet บริเวณนี้วางตู้เสื้อผ้าทรงสูงขนาดใหญ่ไว้ติดกับห้องน้ำ ส่วนฝั่งซ้ายที่ติดกับระเบียงเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง

พื้นที่หน้าตู้เสื้อผ้าสามารถยืนแต่งตัวได้อย่างสะดวก มีพื้นที่เหลือเยอะทีเดียวค่ะ

เดี๋ยวเราเข้าไปดูที่ห้องน้ำกันบ้างนะคะ

พื้นห้องน้ำมีธรณียกสูงขึ้นมาเล็กน้อย ช่วยป้องกันน้ำกระเซ็นออกด้านนอก

ภายในห้องน้ำมีฟังก์ชั่นครบถ้วน แบ่งแยกเป็นส่วนแห้งและส่วนเปียกอย่างชัดเจน ปูพื้นและฝาผนังด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อนและสีครีม

ติดตั้งกระจกเงาขนาดใหญ่พร้อมอ่างล้างหน้าแบบลอยตัวมาให้ โดยเป็นอ่างอะคริลิคสีขาวทรงสี่เหลี่ยมจาก Charmer และใช้ก็อกน้ำแบบปัดขึ้นจาก American Standard หน้าอ่างมีพื้นที่เหลือให้วางข้าวของเครื่องใช้ได้อีก ด้านข้างมีราวแขวนผ้าขนหนูมาให้ด้วย 1 จุด

โถสุขภัณฑ์ใช้ของ American Standard เป็นแบบแยกชิ้นระบบ Dual Flush ติดตั้งสายฉีดชำระจาก American Standard ที่ฝั่งซ้าย และมีที่แขวนทิชชู่ให้ทางฝั่งขวา ระยะการใช้งานสะดวก ไม่แออัด

ติดกันมีพื้นที่อาบน้ำติดตั้งฉากกั้นมาให้ด้วย โดยเป็นกระจกใสบานเลื่อนสไลด์ใช้วัสดุอลูมิเนียมสีเงิน

ภายในพื้นที่อาบน้ำติดตั้งฝักบัวของ American Standard ใช้ชั้นวางสบู่จาก Bathero และเครื่องทำน้ำอุ่นจาก Stiebel Eltron

เดี๋ยวเราออกไปดูกันยังพื้นที่ระเบียงต่อเลยค่ะ ประตูเป็นกระจกบานเลื่อนทำให้ภายในห้องได้รับแสงสว่างเข้ามาได้เยอะ ไม่มืดทึบ มือจับประตูบานเลื่อนเป็นแบบเซาะร่อง พร้อมตัวล็อค 2 ชั้น

ติดกับระเบียงมุมนี้เป็นโต๊ะเครื่องแป้งค่ะ

สำหรับพื้นที่ระเบียงมีขนาดกว้างเพียงพอต่อ วางเครื่องซักผ้าได้อย่างพอดี ธรณีประตูยกจากพื้นเพียงเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นเข้ามาภายในห้อง พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเทา ราวกันตกเป็นระแนงทาสีดำ

ระเบียงฝั่งขวาทางโครงการได้วางเครื่องซักผ้าฝาหน้าไว้ให้ มีโคมไฟติดผนัง 1 ดวง และปลั๊กไฟให้ 1 ตัว ด้านหลังเครื่องซักผ้ามีท่อระบายน้ำที่พื้น

ส่วนฝั่งซ้ายมีก็อกน้ำเย็น

และราวตากผ้าติดผนังที่เป็นแบบพับได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้มาก

วิวเมื่อมองออกมาจากระเบียงห้องชั้น 7 ค่ะ


:::: สรุปรายการวัสดุ และสิ่งที่โครงการให้ (ธันวาคม 2562) ::::

วัสดุโดยรวม

  • พื้นห้อง : พื้นลามิเนตลายไม้
  • พื้นห้องน้ำ : กระเบื้องแกรนิตโต้
  • ผนังภายใน : ผนังฉาบเรียบทาสีพื้น
  • ผนังห้องน้ำ : กระเบื้องแกรนิตโต้
  • ประตูระเบียง (บานเลื่อน) : ประตูบานอลูมิเนียม กระจกเขียวตัดแสง
  • ประตูภายนอก (บานเปิด) : ประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบก้านโยก
  • ประตูภายใน : ประตูบานสำเร็จรูป มือจับแบบก้านโยก
  • หน้าต่างภายนอก : บานฟิกซ์ และบานกระทุ้งอลูมิเนียม กระจกเขียวตัดแสง
  • ท็อปครัว : ลายไม้สีเข้ม ผนังขาว

ห้องน้ำและสุขภัณฑ์

  • สุขภัณฑ์และ Accessories : American Standard, Charmer และ Bathero

งานไฟฟ้า

  • ดวงโคมทั่วไป : ดวงโคมดาวน์ไลท์
  • ดวงโคมในห้องน้ำ : ดวงโคมดาวน์ไลท์
  • ไฟภายนอก : ดวงโคมดาวน์ไลท์

***รายละเอียด Spec ของวัสดุ อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรุ่นที่เทียบเท่า สามารถสอบถามที่โครงการเพิ่มเติมได้ค่ะ


:::: ราคา (ธันวาคม 2562) ::::

แบบห้อง Studio :

– ขนาด 24.00 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
– ราคา 2.75 ล้านบาท

แบบห้อง 1 Bedroom :

– ขนาด 28.50 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
– ราคา 3.26 ล้านบาท

แบบห้อง 1 Bedroom :

– ขนาด 33.50 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ
– ราคา 3.79 ล้านบาท

  • เงินจอง 10,000 บาท
  • ค่าส่วนกลาง ตร.วาละ 50 บาท/เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)
  • เงินกองทุน 800 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียววันโอน)
  • ค่าน้ำประปา ยูนิตละ 18 บาท
  • ค่ารักษามาตรวัดน้ำประปา 30 บาท/เดือน ชำระล่วงหน้า 1 ปี
  • เงินประกันการใช้น้ำประปา 500 บาท ชำระครั้งเดียว
  • ค่าชดเชยที่จอดรถยนต์ 500 บาท/คัน/เดือน, รถจักรยานยนต์ 150 บาท/คัน/เดือน

:::: สรุป ::::

ทำเลที่ตั้งโครงการ โครงการ Lumpini Park วิภาวดี – จตุจักร เป็นคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น ในในโครงการ Lumpini Mixx วิภาวดี – จตุจักร ตั้งอยู่ภายในซอยวิภาวดีรังสิต 3 อยู่ห่างจากถนนวิภาวดีประมาณ 250 เมตรเท่านั้น ทำเลตั้งอยู่ในโซนวิภาวดีรังสิต, ลาดพร้าว และฝั่งจตุจักร รองรับคนทำงานในย่านลาดพร้าว, เส้นวิภาวดี และโซนจตุจักร สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายเชื่อมต่อกับถนนหลายสาย อยู่ใกล้กับทางยกระดับอุตราภิมุข และทางพิเศษศรีรัช รวมถึงขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT

ภายในซอยมีรถผ่านเข้าออกเยอะหน่อยเนื่องจากซอยย่อยๆ ที่ติดถนนวิภาวดีใช้เป็นทางลัดเลาะไปยังถนนเส้นต่างๆ ได้ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและความอุดมสมบูรณ์ครบครันเดินทางเข้าถึงได้ไม่ยาก ใกล้กับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่, ร้านสะดวกซื้อ, ตลาดสด, โรงพยาบาล, สถานที่ราชการ และอาคารสำนักงานใหญ่ๆ หลายแห่ง ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อย่างสวนจตุจักรและสวนรถไฟ สำหรับเดินทางไปพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศในช่วงวันหยุด

นอกจากนี้ในอนาคตตัวโครงการจะอยู่ใกล้กับ Bangsue Complex หรือสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ที่จะรวมเอาระบบการคมนาคมแบบรางสายต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน และมีพื้นที่ร้านค้าขนาดใหญ่ทำให้โซนนี้มีมูลค่าและเป็นที่น่าจับตามอง รวมถึงมีสาธารณูปโภครองรับอย่างครบครันเอื้อต่อการอยู่อาศัยค่ะ

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางสะดวกสบายมากจากซอยวิภาวดีรังสิต 3 ที่เป็นที่ตั้งของตัวโครงการ สามารถใช้วิ่งลัดเลาะไปยังซอยวิภาวดีรังสิต 5, ซอยอินทามระ 15 เชื่อมไปออกถนนสุทธิสาร, ซอยพหลโยธิน 18/1 เชื่อมไปออกบริเวณฝั่งตรงข้ามสวนจตุจักรฝั่ง BTS และ MRT หรือถนนพหลโยธินฝั่งมุ่งหน้าไปสะพานควาย

หรือออกมายังเส้นวิภาวดีรังสิตสามารถเดินทางเข้าและออกเมืองง่ายๆ เชื่อมต่อไปยังถนนหลักได้อีกหลายเส้น เช่น พหลโยธิน, สุทธิสาร, ประดิพัทธ์, รัชดาภิเษก, งามวงศ์วาน ใกล้กับทางยกระดับอุตราภิมุขด่านสุทธิสาร เชื่อมต่อกับดอนเมืองโทลเวย์ พร้อมทั้งมีจุดขึ้นทางด่วน ช่องที่ 1 ดินแดง – ท่าเรือ ทำให้เดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกมาก

การเดินทางโดยรถสาธารณะ เรียกได้ว่าสะดวกสบายเช่นเดียวกันมีระบบขนส่งสาธารณะอยู่โดยรอบ จากหน้าโครงการในซอยวิภาวดีรังสิต 3 มีแท็กซี่ขับผ่านตลอด หรือหากเดินมาบริเวณปากซอยฝั่งถนนวิภาวดีรังสิตจะมีคิววินมอเตอร์ไซค์ให้บริการ ถัดไปจากคิวพี่วินจะเป็นป้ายรถเมล์และศาลานั่งรอรถ ส่วนรถเมล์ที่ผ่านเส้นนี้ก็จะมีสาย 24, 69, 92, 107, 129, 138, 138ส, 187, 504ร, 538, 555

ส่วนรถไฟฟ้าก็อยู่ไม่ไกลกันสามารถเดินทางไปใช้ได้สะดวกมีทั้ง MRT และ BTS เลยค่ะ โดยรถไฟฟ้าที่ใกล้โครงการมากที่สุด คือ BTS หมอชิต และ MRT จตุจักร ระยะห่างจากโครงการประมาณ 1.8 กม. โดยทางโครงการจะมีรถ Shuttle Bus รับส่งมาให้ด้วย

การออกแบบโครงการ และวัสดุ โครงการเป็นโครงการคอนโด High Rise สูง 21 ชั้น จำนวน 736 ยูนิต แยกอาคารจอดรถ 8 ชั้น และมีส่วนพาณิชย์เป็นช้อปร้านค้าอยู่ 5 ยูนิต บนที่ดินประมาณ 8 ไร่เศษ (รวมพื้นที่ทั้งหมด) ภายนอกของตัวอาคารดูดีแบบเรียบๆ สไตล์ลุมพินี เน้นส่วนกลางที่ให้มาเยอะมีพื้นที่สีเขียวทั่วทั้งโครงการ สำหรับส่วนกลางของโครงการจะอยู่ที่ชั้น 1, 7, 8 และ Rooftop ของอาคารจอดรถ พร้อมแทรก Pocket Garden พื้นที่สีเขียวไว้ทั่วอาคาร

สำหรับแบบห้องที่ให้เลือกจะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ ห้อง Studio ขนาดพื้นที่ใช้สอย 24.00 ตร.ม., ห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.50 – 33.50 ตร.ม. และห้อง 2 Bedrooms ขนาด 53.00 ตารางเมตร (มีแค่ 6 ยูนิต) ส่วนฟังก์ชั่นภายในห้องพักใช้งานได้สะดวกตามลักษณะของแต่ละ Type โดยทุกห้องจะขายแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่เลยค่ะ ความสูงฝ้าเพดาน 2.6 เมตร ปูพื้นด้วยลามิเนตลายไม้สีเข้ม เริ่มแรกเมื่อเข้ามาในห้องส่วนแรกเลยจะเป็นครัวแบบเปิดพร้อมเคาน์เตอร์ครัว

จากนั้นเป็นมุมรับประทานอาหารได้โต๊ะทานอาหารและชั้นวางทีวี เชื่อมไปยังห้องนั่งเล่น และพื้นที่ระเบียง ส่วนห้องนอนและห้องน้ำจะอยู่บริเวณใกล้ๆ กับห้องนั่งเล่นเลยค่ะ ในห้องนอนได้ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ ภายในห้องมีแสงสว่างเข้ามาเยอะจากหน้าต่างบานใหญ่ทั้งจากห้องนอนและห้องนั่งเล่น

สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบรักษาความปลอดภัย Facility ของโครงการโดยรวมถือว่าให้มาเยอะเลยทีเดียว โดยเน้นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ชั้น 1 มีโซนกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้ง Jogging Track สำหรับวิ่งออกกำลังกายรอบตัวอาคารที่พักอาศัย, สวนสาธารณะ, สนามบาส, ลานโยคะ, ลานออกกำลังกายกลางแจ้ง Co – Working Zone และ Co – Living Area

ส่วนกลางที่ชั้น 7 – 8 ที่อาคารห้องพักอาศัยและทางเดินเชื่อมไปยังสวน Rooftop บนอาคารจอดรถ ประกอบด้วย Housework Zone, Play Ground, Fittness, Learning Zone และส่วน Outdoor ที่อาคารจอดรถจะมี Infinity Edge Pool และ Sky Lounge ไล่ระดับค่ะ

ด้านที่จอดรถทั้งหมดจอดได้ประมาณ 37% อาจจะน้อยไปหน่อยสำหรับทำเลที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวที่ค่อนข้างสะดวกแบบนี้ อาคารห้องพักมีลิฟต์โดยสาร 3 ตัวและลิฟต์บริการ 1 ตัว มีบริการ Shuttle Bus รถรับ-ส่งประจำโครงการ, กล้อง CCTV, รั้วไม้กระดก, เข้า-ออกโครงการด้วยระบบ Access Card Control และมีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.


:::: สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ::::

สำนักงานขาย : 02-272-0911

LPN Call Center : 02-689-6888 ทุกวัน 8.30 – 19.00 น.

Website : http://www.lpn.co.th/lumpini-park/vibhavadi-chatuchak

หากเพื่อนๆ เห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ

และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ