EP.308 รีวิว The Lofts Asoke คอนโดหรูสไตล์ Industrial Loft ติดถนนอโศกมนตรี 200 ม. จาก MRT เพชรบุรี

โพสโดย : nan | วันที่ : 10 March 2019 |
หมวดหมู่ : EP, Raimon Land ไรมอน แลนด์, คอนโด Raimon Land ไรมอนแลนด์, คอนโด กรุงเทพ, คอนโด ถนนสุขุมวิท, คอนโด เขตวัฒนา, คอนโดติดรถไฟฟ้า BTS, คอนโดใกล้ Airport Link, คอนโดใกล้รถไฟฟ้า BTS, คอนโดใกล้รถไฟฟ้า MRT, รีวิว คอนโด

EP.308 รีวิว The Lofts Asoke คอนโดหรูสไตล์ Industrial Loft ติดถนนอโศกมนตรี 200 ม. จาก MRT เพชรบุรี เริ่มต้น 8.2 ล้านบาท

The Lofts Asoke

Written by Gift Pannida

สวัสดีผู้อ่าน Condonayoo ทุกคนค่ะ วันนี้เราจะขอมาอัพเดทโครงการ The Lofts Asoke จาก Raimon Land ที่เราเคยรีวิวกันไปเมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้วนะคะ วันนี้โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว สวย และเท่มากๆ โดยตัวโครงการนี้จะตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท ติดถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ MRT เพชรบุรี ในระยะทาง 200 เมตร รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ 7-11, Lawson, Tops Daily และใกล้ห้างใหญ่ๆ อย่าง Central, Terminal 21 และ Singha Complex

เดอะ ลอฟท์ อโศก เป็นโครงการคอนโดสร้างเสร็จพร้อมอยู่ High Rise สูง 37 ชั้น, 7 ชั้นลอย และ 1 Roof Top Garden (รวม 45 ชั้น) สไตล์ Industrial Loft บนพื้นที่โครงการ 1 – 2 – 65.8 ตร.วา จำนวน 211 ยูนิต มีห้องพักให้เลือกแบบ 1 Bedroom, 2 Bedroom ความสูงฝ้าเพดานมาตรฐาน 3.15 เมตร ขนาด 35 – 87 ตร.ม.และห้องแบบ Duplex ความสูง 5.6 เมตร (ส่วน Double Volume) 1 – 3 Bedrooms ขนาด 76 – 145 ตร.ม โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการครบครัน ความสูงฝ้าเพดาน 6 เมตร อาทิ Lobby Triple Height, Lounge, Co-Working, ฟิตเนส, สวนพักผ่อน, สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร, Automated Parking 100% พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.ในราคาเริ่มต้น 8.2 ล้านบาท พร้อมห้องแบบ Fully Fitted และ Package เฟอร์นิเจอร์จาก Niiq มูลค่ากว่า 600,000 บาท (ซื้อและโอนภายในมีนาคม 2562)

ชื่อโครงการ เดอะ ลอฟท์ อโศก The Lofts Asoke
เจ้าของโครงการ บริษัท ไรมอน แลนด์ ยูนิกซ์ จำกัด Raimon Land
เนื้อที่ทั้งหมด 1 ไร่ 2 งาน 65.8 ตารางวา
จำนวนตึก 1 อาคาร
จำนวนชั้น 37 ชั้น, 7 ชั้นลอย และ 1 Roof Top Garden
จำนวนห้อง 211 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • 1 Bedroom : 35 – 49 ตร.ม.
  • 2 Bedroom : 74 – 87 ตร.ม.
  • 1 Bedroom Duplex : 76 , 77 ตร.ม.
  • 2 Bedroom Duplex : 120 ตร.ม.
  • 3 Bedroom Duplex : 130 ตร.ม.
  • 3 Bedroom Duplex : 145 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด
  • Automated Parking : จอดได้ 211 คัน ใต้อาคาร 5 คัน หรือคิดเป็น 100% (ไม่สามารถจอดซ้อนคันได้)
โซน สุขุมวิท
ขนส่งสาธารณะ
  • รถไฟฟ้า MRT เพชรบุรี 200 เมตร
  • รถไฟฟ้า BTS อโศก 1.2 กม.
  • Airport Link มักกะสัน 350 เมตร
รถโดยสารที่ผ่าน 136, 185
ที่ตั้ง ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
กำหนดการ สร้างเสร็จพร้อมอยู่
ปีที่สร้างเสร็จ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ (ก.พ.2562)
ราคา เริ่มต้น 8.2 ล้านบาท (ราคาอัพเดท ณ เดือน มี.ค. 2562)
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม ประมาณ 230,000 บาท
ค่าส่วนกลางและกองทุน – ค่าส่วนกลาง 85 บาท/ ตร.ม.
– ค่ากองทุน 800 บาท/ ตร.ม.
สถานที่สำคัญใกล้เคียง
  • MRT เพชรบุรี : 200 ม.
  • ARL มักกะสัน : 350 ม.
  • MRT สุขุมวิท : 900 ม.
  • BTS อโศก : 1.2 กม.
  • ท่าเรืออโศก : 200 ม.
  • 7-11 : 20 ม.
  • ร้านบ้านสวนอโศก : 100 ม.
  • Singha Complex : 280 ม.
  • Terminal 21 : 1.2 กม.
  • เซ็นทรัลพระราม 9 : 1.3 กม.
  • ฟอร์จูน : 1.3 กม.
  • Robinson อโศก : 1.4 กม.
  • Emporium : 2.3 กม.
  • Emquartier : 2.3 กม.
  • Central Embassy : 2.8 กม.
  • Central World : 2.9 กม.
  • Central ชิดลม : 3 กม.
  • Siam Paragon : 3.3 กม.
  • สวนเบญจสิริ : 2.5 กม.
  • สวนเบญจกิตติ : 3.3 กม.
  • ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ : 3.3 กม. (MRT 2 สถานี)
  • สวนลุมพินี : 4.5 กม. (MRT 3 สถานี)
  • รพ.บำรุงราษฎร์ : 1.8 กม.
  • รพ.จักษุ รัตนิน : 3 ม. (ตรงข้ามโครงการ)
  • ม.ศรีนครินทรวิโรฒ : 350 ม.
  • ร.ร.เซนต์ดอมินิก : 650 ม.
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพฯ : 650 ม.
  • ร.ร.วัฒนา : 850 ม.
  • ร.ร.นานาชาติ NIST : 1.8 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก
  • Lobby Triple Height
  • Social Lounge
  • Co-Working
  • ฟิตเนส
  • สวนพักผ่อน
  • สระว่ายน้ำยาว 25 เมตร
  • Automated Parking 100 %
  • Digital Door Lock
  • Access Card Control
  • CCTV
  • ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.
จุดเด่นของโครงการ The Lofts Asoke คอนโดระดับไฮเอนด์ สไตล์ Industrial Loft บนทำเลสุขุมวิท ใกล้ MRT เพชรบุรี เพียง 200 เมตร เริ่ม 8.2 ล้านบาท

 

ที่ตั้งโครงการ

ถนนอโศกมนตรี แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.

พิกัด : 13.746775, 100.562784

MAP

แผนที่จากทางโครงการ

โครงการ The Lofts Asoke ตั้งอยู่ริมถนนอโศกมนตรีฝั่งมุ่งหน้าเพชรบุรี ระยะจากถนนสุขุมวิทประมาณ 1.2 กม. และ 240 เมตร จากแยกอโศก – เพชรบุรี ซึ่งตัวโครงการนี้จะอยู่ค่อนไปทางฝั่งแยกอโศก – เพชรบุรี ใกล้ MRT เพชรบุรี ถือว่าเป็นโครงการที่อยู่ใจกลาง CBD ซึ่งจริงๆก็ไม่ต้องพูดอะไรมากนะคะ สำหรับทำเลบนเส้นอโศก หลายๆคนคงทราบดีว่าเป็นทำเลในเมืองที่ล้อมรอบไปด้วย Office Building เป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ มีพนักงานออฟฟิศเยอะมาก ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายตามไปด้วย

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หลักๆสามารถใช้ได้ทั้งเพชรบุรี และ สุขุมวิท ในการเข้า – ออกเมือง โซนฝั่งเพชรบุรีข้ามแยกไปเป็นถนนอโศก-ดินแดงจะไปเชื่อมกับถนนรัชดาภิเษกตรงแยกพระราม 9 และสามารถเข้าถนนดินแดง ถนนพระราม 9 ได้ มีจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัชตรงอโศก-ดินแดง ถ้ามาฝั่งแยกอโศก ตัวถนนสุขุมวิทสามารถวิ่งเข้าเมืองไปเชื่อมเพลินจิตและพระราม 1 วิ่งไปสยาม มีจุดเชื่อมถนนวิทยุ, หลังสวน, ราชดำริ หรือถ้าสุขุมวิทออกนอกเมืองวิ่งไปผ่านพร้อมพงษ์, ทองหล่อ, เอกมัย ยาวไปบางนาออกสมุทรปราการได้เลย

ถ้าใช้ถนนรัชดาภิเษก จากแยกอโศกก็วิ่งมาออกพระราม 4 ได้เลย หรือขึ้นสะพานข้ามไปพระราม 3 ใช้ทางด่วนเฉลิมมหานครก็ได้ จากภาพรวมเส้นการเดินทางถือว่าสะดวกสามารถเชื่อมต่อไปได้หลากหลายเส้นทาง ทำเลเหมือนจะอยู่จุดศูนย์กลาง และมีทางเชื่อมออกไปยังที่ต่างๆ แต่เนื่องจากเป็นทำเลในเมืองการจราจรก็จะค่อนข้างหนาแน่นมาก โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนออกมาหน้าโครงการก็ติดแล้ว ก็ต้องเผื่อเวลาและวางแผนดีๆค่ะ

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ โครงการบนเส้นอโศกส่วนใหญ่จะใช้รถไฟฟ้าสะดวกอยู่แล้ว เพราะมีรถไฟฟ้าประกบทั้งต้น และท้ายซอย ทางฝั่งต้นซอยจะมี MRT สุขุมวิท และ BTS อโศก ทางฝั่งท้ายซอยจะมี MRT เพชรบุรี ซึ่งตัวโครงการ The Lofts Asoke จะอยู่ทางฝั่ง MRT เพชรบุรีในระยะทางเพียง 200 เมตร เป็นระยะที่สามารถเดินไปได้สบายๆ และเป็นจุด Interchange ระหว่าง MRT เพชรบุรี และ ARL มักกะสัน มีทางเดินเชื่อมจากประตู MRT เลย หรือถ้าจะใช้ BTS ก็นั่ง MRT มาลงที่สุขุมวิท ก็เชื่อมกับ BTS อโศกได้เลยห่างกันเพียง 1 สถานีเท่านั้น หรือถ้ารีบๆจะนั่งพี่วินในซอยข้างๆโครงการก็ได้ค่ะ

นอกจากนี้ใกล้ๆโครงการมีคลองแสนแสบซึ่งมีบริการเรือด่วนวิ่งระหว่างสะพานผ่านฟ้าถึงวัดศรีบุญเรือง โดยท่าเรือที่ใกล้โครงการคือท่าเรืออโศก ถ้าจะใช้บริการ Taxi ก็เรียกได้สะดวกตั้งแต่หน้าโครงการเลย รถเมล์ก็มีวิ่งผ่านสาย 136, 185 ค่ะ

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการ ครบครันแน่นอน มีให้เลือกตั้งแต่ร้านแบบริมข้างทางไปจนถึงร้านหรูๆในโรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า เดินจากโครงการมาไม่กี่เมตร ก็เจอ 7-11, Lawson, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟในเวิ้ง woo is room Apartment และตลาดต่างๆบนเส้นอโศก ไม่ว่าจะเป็น ตลาดเพ็ชรอโศก, ตลาดรวมทรัพย์

ขอบคุณภาพจาก : https://www.timeout.com, www.lydiascapes.com, www.thecontinentdining.com

ร้านน่านั่งดังๆบนเส้นอโศกก็มีเยอะ อย่างในซอยข้างโครงการจะมีบาร์ Q&A กับร้านคาเฟ่ Case Study ล่าสุดก็เพิ่งมีร้านใหม่ๆมาเปิดตรงบ้านก้ามปู@อโศก อย่างร้านรสนิยม, Bonchon, Starbuck ขยับออกมาบนเส้นหลักก็มีร้านอาหารเยอะแยะมากมาย หลายสัญชาติ ทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น Kenshin Izakaya, Shakariki 432 ร้านอาหารอิตาเลียน Pala Pizza, Dolores Pizza และบาร์แบบ Rooftop ก็มีให้เลือกมากมาย เช่น Axis & Spin Sky Bar และร้านอื่นๆบนโรงแรม เป็นต้นค่ะ

aaaaIMG_2664-tile

และขยับไปอีกประมาณ 280 เมตร ก็มี Singha Complex ซึ่งเป็น Community Mall + Office Mixed Use ขนาดยักษ์ของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ด้านในจะมีทั้ Tops daily, ร้านอาหาร, ร้านขนม อยู่ด้วย และร้านอาหารอีกมากมายหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านไวน์ ร้านอาหารไทย แนะนำให้ไปลองเดินกันดูค่ะ สเปซสวย ร้านอาหารหลายร้าน และคนไม่แออัดดี

ส่วนความอุดมสมบูรณ์ในวงกว้างของโครงการนี้ก็อุดมสมบูรณ์สมกับเป็นทำเลกลางเมือง ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบจึงรายล้อมไปด้วยห้างใหญ่ ห้างหรูหลายแห่ง ที่ใกล้โครงการสามารถนั่งวินมาได้เลยคือ Teminal 21 แหล่ง Shop ที่มีทั้งร้านในส่วนพลาซ่า และแบรนด์ต่างๆ แม้แต่ร้านอาหารก็มีตั้งแต่ราคาถูกจนถึงร้านขึ้นห้าง โดยเฉพาะ Food Court ของที่นี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องความถูกและอร่อย

Around 33-SRRE-68 Around 33-SRRE-70

ขยับออกไปหน่อยจะเป็นทางฝั่งทองหล่อ พร้อมพงษ์ มีห้างใหญ่และหรูในเครือ The Mall คือ ห้างตระกูล Em ทั้งหลาย (Emquatier, Emporium และ Emsphere ในอนาคต) หรือมาทางฝั่งสยามก็ไม่ไกล นั่งรถไฟฟ้า 3 – 4 สถานีก็ถึงแล้ว มี Central World, Siam Discovery, Paragon, Siam Square เป็นต้น

ส่วนสถานศึกษาใกล้ๆโครงการก็มีหลายแห่ง โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติ เช่น วิทยาลัยนานาชาติ The Regent’s (RIC), ร.ร.บางกอกทวิวิทย์, ร.ร.นานาชาติ NIS, ร.ร.นานาชาติ Anglo Campus 31, ร.ร.นานาชาติ Australian-ISB, ร.ร.นานาชาติ MISB, ร.ร.นานาชาติ ASB, รร. เซนต์ดอมินิก, ร.ร.วัฒนาวิทยาลัย, ร.ร.สาธิต มศว.ประสานมิตร และ มศว.ประสานมิตร

และโรงพยาบาลชั้นนำใกล้โครงการจะมี ทั้ง รพ.พระราม 9, รพ.ปิยะเวท, รพ.กรุงเทพ, รพ.บำรุงราษฎร์, รพ.สมิติเวช สุขุมวิท, รพ.คามิลเลียน, รพ.จักษุ รัตนิน และ รพ.ผิวหนังอโศก อยู่ในระยะที่สามารถไปถึงได้รวดเร็วค่ะ

Infographic-223-Makkasan691

และในอนาคตอันใกล้นี้ พื้นที่สีเขียวแปลงใหญ่บริเวณ แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน 497 ไร่ จะมีโครงการ มักกะสันคอมเพล็กซ์ ที่คราวนี้มาในเวอร์ชั่นของ คสช. ซึ่งถ้าคนที่ตามข่าวจะพอทราบนะคะ ว่ากลุ่มนายทุนมาริน่าเบย์แซนด์ที่ทำคาสิโนยักษ์ที่สิงคโปร์ก็อยากได้ที่ดินตรงนี้เช่นกัน อ่านรายละเอียดเพิ่ม คลิก , ขอบคุณภาพประกอบจาก Realist

โดยแผนแนวทางการใช้ประโยชน์จากที่ดินล่าสุดจาก คสช.เคาะออกมาแล้ว ว่าจะแบ่งที่ดินมักกะสันเป็น พิพิธภัณฑ์ 30 ไร่ สวนสาธารณะ 150 ไร่ พื้นที่ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์ 140 ไร่ ส่วนที่เหลืออีก 177 ไร่ จะมีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ในอนาคต ยังไงฝั่งตรงข้ามจะมีสวนสาธารณะ พิพิธภัณฑ์ และอาคารเชิงพาณิชย์มากมายแน่นอนค่ะ

 

การเดินทาง

การเดินทางวันนี้ เริ่มจากบนถนนสุขุมวิทตรง BTS พระโขนงมุ่งหน้าไปอโศก พอถึงแยกอโศกให้เลี้ยวขวาเข้าถนนอโศกมนตรีตรงไปประมาณ 1.2 กม. โครงการจะอยู่ติดถนนอโศกมนตรีทางซ้ายมือ

สรุปการเดินทาง ถนนสุขุมวิท > แยกอโศก > ถนนอโศกมนตรี > The Lofts Asoke

4-01

พอถึงแยกอโศกก็เลี้ยวขวาเข้าถนนอโศกมนตรี ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปพระราม 4 ค่ะ ตรงหน้าเป็น BTS อโศก ย่านนี้จะเป็นย่าน CBD ที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพรอบๆจะเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน บริษัทต่างๆ สถาบันการศึกษา รวมไปถึงโรงแรม และคอนโดมิเนียมระดับ High-End

5-01

เลี้ยวขวาเข้าถนนอโศกมนตรี แยกนี้จะเป็นจุด Interchange ระหว่าง BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท มีห้าง Terminal 21 ตรงแยกห่างจากโครงการประมาณ 1.2 กม. หรือถ้านั่ง MRT มาก็เพียง 1 สถานีค่ะ

6-01

เลี้ยวขวาเข้ามาบนถนนอโศกมนตรีมุ่งหน้าไปถนนเพชรบุรี ขวามือจะเป็นโรงแรม Pullman

8-01

เลยมาอีกจะเป็นซอยสุขุมวิท 21 ซอย 1 ไปเชื่อมออกซอยสุขุมวิท 19 และ 15 ได้ ขวามือมี 7-11 อยู่ปากซอยสุขุมวิท 21 ซอย 1 เลี้ยวขวาไปเชื่อมสุขุมวิท 23 และซอยประสานมิตรได้ เราจะขับตรงไปค่ะ

9-01

จากนั้นจะเจอ 7-11 ซ้ายมือ

11-01

จากนั้นจะเจอ Grand Park View Asoke ซ้ายมือ ขวามือเป็นปั๊ม Shell และ GMM Grammy

12-01

เลยมาหน่อยเป็นตลาดรวมทรัพย์ค่อนข้างจะคึกคักในช่วงวันทำงานค่ะ พนักงานออฟฟิศย่านนี้จะเยอะหน่อย ขวามือจะเป็นคอนโด Supalai Premier

13-01

เลยมาอีกจะเจอ Asoke Tower ซ้ายมือ

15-01

เลยมาหน่อยก็จะเห็น 7-11 ตรงอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ข้างหน้าก็จะเป็นพื้นที่โครงการค่ะ ฝั่งตรงข้ามก็จะเป็น รพ.จักษุ รัตนิน

ถนนและแยกที่สำคัญใกล้ๆโครงการ

  • แยกอโศก-เพชรบุรี : 240 ม.
  • แยกพระราม 9 : 1 กม.
  • แยกอโศก : 1.2 กม.
  • แยกประตูน้ำ : 2.6 กม.
  • แยกเพลินจิต 2.8 กม.
  • แยกพระราม 4 : 3 กม.
  • แยกราชประสงค์ : 3.2 กม.
  • แยกชิดลม : 3.3 กม.
  • แยกทองหล่อ : 3.6 กม.
  • แยกเอกมัย : 4.3 กม.
  • แยกวิทยุ : 4.8 กม.
  • ถนนเพชรบุรี : 240 ม.
  • ถนนอโศก-ดินแดง : 250 ม.
  • ถนนพระราม 9 : 1.1 กม.
  • ถนนดินแดง : 1.1 กม.
  • ถนนสุขุมวิท : 1.2 กม.
  • ถนนรัชดาภิเษกฝั่งพระราม 4 : 1.3 กม.
  • ถนนพระราม 4 : 3 กม.
  • ถนนพระราม 3 : 3.2 กม.

สถานที่สำคัญใกล้เคียง

  • MRT เพชรบุรี : 200 ม.
  • ARL มักกะสัน : 350 ม.
  • MRT สุขุมวิท : 900 ม.
  • BTS อโศก : 1.2 กม.
  • ท่าเรืออโศก : 200 ม.
  • 7-11 : 20 ม.
  • ร้านบ้านสวนอโศก : 100 ม.
  • Singha Complex : 280 ม.
  • Terminal 21 : 1.2 กม.
  • เซ็นทรัลพระราม 9 : 1.3 กม.
  • ฟอร์จูน : 1.3 กม.
  • Robinson อโศก : 1.4 กม.
  • Emporium : 2.3 กม.
  • Emquartier : 2.3 กม.
  • Central Embassy : 2.8 กม.
  • Central World : 2.9 กม.
  • Central ชิดลม : 3 กม.
  • Siam Paragon : 3.3 กม.
  • สวนเบญจสิริ : 2.5 กม.
  • สวนเบญจกิตติ : 3.3 กม.
  • ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ : 3.3 กม. (MRT 2 สถานี)
  • สวนลุมพินี : 4.5 กม. (MRT 3 สถานี)
  • รพ.บำรุงราษฎร์ : 1.8 กม.
  • รพ.จักษุ รัตนิน : 3 ม. (ตรงข้ามโครงการ)
  • ม.ศรีนครินทรวิโรฒ : 350 ม.
  • โรงเรียนเซนต์ดอมินิก : 650 ม.
  • วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก กรุงเทพฯ : 650 ม.
  • โรงเรียนวัฒนา : 850 ม.
  • โรงเรียนนานาชาติ NIST : 1.8 กม.

รอบๆโครงการ

6-01

  • ทิศเหนือ มองไปทางถนนเพชรบุรีพื้นที่ติดกับอาคาร 253 Asoke สูง 30 ชั้น ข้ามคลองไปมี Q Asoke สูง 41 ชั้น
  • ทิศใต้ มองไปทางถนนสุขุมวิทพื้นที่ติดกับอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ถัดออกมาประมาณ 55 ม. มี Sukhumvit Living Town สูง 36 ชั้น
  • ทิศตะวันออก หรือด้านหน้าโครงการ ติดกับถนนอโศกมนตรี ฝั่งตรงข้ามเป็น รพ.จักษุ รัตนินสูง 8 ชั้น
  • ทิศตะวันตก เป็นวิวที่โล่งที่สุดมองไปเห็นแนวอาคารฝั่งสุขุมวิทซอยต้นๆ ในระยะประชิดพื้นที่ติดกับบ้านพักอาศัย ถัดออกไปจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ NIST และโรงเรียนวัฒนา โอกาสที่จะมีตึกสูงฝั่งนี้น้อยมากค่ะ

มาเดินดูบรรยากาศรอบๆกันสักหน่อยนะคะ เริ่มจากฝั่งตรงข้ามโครงการเป็น รพ.จักษุรัตนิน

เดินไปทางฝั่งซ้ายมือของโครงการจะมุ่งหน้าไปทางถนนเพชรบุรี

ติดกับโครงการทางซ้ายมือเลยจะเป็นอาคาร 253 Asoke สูง 30 ชั้น

ระหว่างอาคารมีซอยโรจนา ซึ่งจะมีคิวพี่วินอยู่หน้าปากซอย เรียกใช้งานได้สะดวกค่ะ

ค่าโดยสารไปอาคารสำนักงานต่างๆ และรถไฟฟ้า

ถัดมาจะมีเวิ้งภายใน woo is room Apartment ด้านในมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านสะดวกซื้อ

บรรยากาศด้านในค่ะ

จากตรงนี้ถ้าเดินต่อไป ข้ามสะพานจะสามารถเดินไปทางถนนเพชรบุรี เพื่อขึ้น MRT เพชรบุรีได้ หรือถ้าเดินลงไปข้างสะพานจะมีท่าเรืออโศกค่ะ

ฝั่งขวามือของโครงการ

ติดกับโครงการทางฝั่งนี้จะเป็นตึกแถว สูง 4.5 – 5 ชั้น

มี 7-11 ในระยะเดินสบายๆ

ติดกับ 7-11 ก็จะเป็นทางเข้า Asoke Residence

ติดกับทางเข้ามีร้านส้มตำไก่ย่าง

ถัดมาจะเป็นทางม้าลาย มีป้ายบอกชัดเจนพร้อมไฟจราจรให้รถหยุดสำหรับคนเดินข้าม ฝั่งตรงข้ามเป็นซอยสุขุมวิท 21 ซึ่งเป็นซอยที่น้องๆนักศึกษา มศว. เดินเข้าออกกันบ่อยค่ะ

ติดกันเป็นโครงการ Sukhumvit Living Town สูง 36 ชั้น และ Asoke Tower 19 ชั้น

ฝั่งตรงข้ามมีบ้านก้ามปู @ อโศก ร้านอาหารดัง และร้านกาแฟให้เลือกทานหลายร้าน (ตรงนี้ที่เคยเป็น Mister Donut) ถัดไปเป็นอาคาร Q House และ Supalai Premier

เดินต่อมาอีกหน่อย จะมีป้ายรถเมล์ค่ะ

ถัดมาเป็น Asoke Towers ภายในมีทั้งสำนักงานให้เช่า และคอนโดมิเนียม ใต้อาคารมีทั้ง Tops Daily, ร้านอาหาร Kuppadeli, Subway และ Proflex

ถัดไปจากตรงนี้ ฝั่งตรงข้ามเป็น มศว.ค่ะ

 

ตัวโครงการ

โครงการ The Lofts Asoke จะเป็นหนึ่งใน The Lofts Series ของ Raimon Land ซึ่งเจ้านี้เป็น Developer รายแรกๆเลยที่ทำโครงการสไตล์ Loft ย้อนไปประมาณ 15-16 ปีที่แล้ว โครงการแรกของเค้าจะเป็นทาวน์โฮม 3 ชั้นสไตล์ลอฟท์ หลังจากนั้นจึงขยับมาเป็นคอนโด และพัฒนามาเรื่อยๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นของถนัดของเค้าเลยนะคะ จนมาถึงโครงการนี้ ถือเป็นโครงการที่มีสไตล์ชัดที่สุด เป็น Industrial Loft ทั้งส่วนกลางไปจนถึงห้องพัก

ภาพรวมของตัวโครงการจะมีส่วนกลางหลักๆ อยู่ที่ชั้น 1, 2, 4 และ 31 มีจุดเด่นคือฝ้าเพดาน Double Volume ทุกชั้น ที่จอดรถจะเป็นแบบ Automated Parking ที่ชั้น 1 – 24 ส่วนชั้นพักอาศัยจะเริ่มที่ชั้น 3 – 30 เป็นห้องแบบ Loft และชั้น 31-45 จะเป็นห้องแบบ Sky loft ซึ่งเดี๋ยวเราจะพามาชมกันทีละส่วนๆค่ะ

1.1-01

ก่อนจะไปดูอาคารของจริง จะให้ดูตัวโมเดลจะได้เห็นภาพรวมของตัวอาคารคร่าวๆ ด้านหน้าของโครงการจะติดกับถนนอโศกมนตรี ตัวอาคารมีทั้งหมด 37 ชั้น, 7 ชั้นลอย และ 1 Roof Top Garden แบ่งหลักๆได้ 4 ส่วนคือ

  • ส่วน Lobby นับจากแปลนคือชั้น 1 – 5 จะประกอบไปด้วย Lobby , Workspace and Library , Fitness Center , Garden
  • Loft Units เป็นยูนิตพักอาศัยแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom เริ่มตั้งแต่ชั้น 3-30
  • Sky Loft Units เป็นยูนิตพักอาศัยแบบ Duplex 1 Bedroom , Duplex 2 Bedroom , Duplex 3 Bedroom เริ่มจากชั้น 31-44
  • Roof Top Garden สำหรับให้ลูกบ้านขึ้นไปนั่งพักผ่อนได้

7-01

ข้ามมาดูส่วนยอดอาคาร เป็นโซน Sky Loft Units ที่ชั้น 31 จะมีสระว่ายน้ำ และ Decks มี Steam room จากชั้น 31 ขึ้นไป จะเป็นส่วนที่เป็นระยะร่นของอาคารตามกฎหมาย โดยทำเป็น Sky Garden ให้ลูกบ้านขึ้นไปรับลมชมวิวได้ จะอยู่ที่ชั้น 35 และ 39 ส่วนชั้นบนสุดคือ 45 Roof Top Garden

ms-01

มาดูรายละเอียด Plan กันอีกนิด เริ่มที่ตัว Master Plan ทางเข้า – ออกอยู่ติดกับถนนอโศกมนตรี มีตกแต่งสวนหย่อมทั้งสองฝั่งทางเข้า เข้ามาจะเจอ Drop Off ที่จอดรถจะอยู่ฝั่งทิศเหนือ เป็นแบบจอดอัตโนมัติ แบ่งเป็น 3 ช่อง จอดได้ทั้งหมด 211 คัน และมีที่จอดใต้อาคารอีก 5 คัน หรือคิดเป็น 100% ไม่สามารถจอดซ้อนคันได้ จากช่องจอดสามารถเชื่อมเข้า Lobby ได้เลย

ส่วน Lobby จะอยู่โซนด้านหน้า เข้ามาเป็นโถงลิฟต์ มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และ Service Lift 1 ตัว บันไดหนีไฟมีสองจุด

เริ่มที่ทางเข้าโครงการจะอยู่ติดถนนอโศกมนตรี พื้นที่หน้าทางเข้าก็จะมีซุ้มตกแต่งพร้อมป้ายชื่อโครงการประกบทางซ้ายและขวา พวกตัวป้ายรวมไปถึงพวกโครงตกแต่งก็จะใช้เป็น Texture Paint เหมือนสีสนิมทั้งหมดนะคะ ซึ่งวัสดุนี้จะเป็นคีย์หลักของสไตล์ Industrial Loft ที่เค้าใช้ในพื้นที่ส่วนกลางที่เป็น Outdoor ในหลายๆส่วนของโครงการด้วย

ส่วนทางเข้าด้านหน้าโครงการจะมีป้อม รปภ. รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. มีกล้อง CCTV ติดไว้ตรงจุดนี้ 1 ตัวบนถนน และอีก 1 ตัว ที่ป้อม รปภ.ค่ะ ซึ่งทางเข้าตรงนี้โดยปกติจะไม่ต้องใช้คีย์การ์ดนะคะ รถ Taxi หรือคนที่ขับมาส่งเพื่อนก็สามารถผ่านเข้าไปได้ตรงจุด Drop off ได้เลย

ป้อม รปภ.จะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ พร้อมกล้อง CCTV 1 ตัว

ผ่านป้อม รปภ.เข้ามาปุ๊ป เราจะเจอสวนหย่อมเล็กๆทางซ้าย และขวามือ ลงต้นไม้ไว้ให้เพิ่มความร่มรื่น ปรับอารมณ์จากถนนด้านนอกค่ะ

เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะเจอกับป้ายชื่อโครงการที่ทำเป็นสีสนิม เท่ๆ และต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อความสดชื่น

ด้านหลังป้ายจะเป็นจุด Drop Off ผู้โดยสาร สำหรับรถโดยสารสามารถวนมาส่งผู้โดยสารตรงนี้ แล้ววนออกได้เลย

มีระบบรักษาความปลอดภัยอีกจุดอยู่ด้านในค่ะ ถ้าเป็นลูกบ้านจะเข้าที่จอดรถก็จะต้องวนขับไปทางซ้าย แตะคีย์การ์ดตรงรั้วกั้นไม้กระดก แล้วเข้าไปยังที่จอดรถ Automatic Parking ด้านในได้เลย ซึ่งที่จอดรถของโครงการนี้จะเป็น Automatic Parking 100% มีทั้งหมด 3 Slots

ภายในช่องจอด เราสามารถขับเข้ามาจอดได้ที่ช่องกลาง ซึ่งด้านหลังจะมีประตูเชื่อมเข้าด้านใน Lobby โดยใช้คีย์การ์ดแตะ แล้วสามารถเดินเข้า Lobby ได้เลย

พอเราจอดเสร็จระบบก็จะจัดการเอารถเราขึ้นไปจอดตามช่องด้านบน ถ้าลงทะเบียนเป็นพวกรถซุปเปอร์คาร์ไว้ก็จะมีช่องที่ทำขนาดพิเศษไว้รองรับด้วย

ด้านหน้าทางเข้าที่จอดรถ จะมีจอโชว์ว่าตอนนี้รถเรากำลังลงมา หรือขึ้นไปเข้าที่จอดเรียบร้อยมั้ย ใช้เวลาเคลื่อนรถขึ้นไปจอด และรอรับรถแต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 3 นาที

ส่วนเวลาที่เราจะออกจากโครงการก็สามารถเรียกรถได้จากหน้าจอภายใน Lobby จากนั้นรอรถลงมาถึงตัว Slot ชั้น 1 แล้วเราก็เดินออกมาทางประตูที่เชื่อมจาก Lobby และขับรถออกจากโครงการได้เลยค่ะ

ส่วนทางเข้าหลักของตัวอาคารจะอยู่ด้านหน้า ติดกับส่วน Drop Off ตรงนี้เค้าจะทำสโลป รองรับผู้ที่ใช้วีลแชร์ด้วย ส่วนตัวประตูทางเข้าโดยปกติก็จะต้องใช้คีย์การ์ดแตะเพื่อเข้าไปด้านใน

แต่โครงการนี้เค้าจะใช้ igloohome เข้ามาเพิ่ม เวลาที่เรามีเพื่อนมาหาก็สามารถส่ง 1 Time Password แล้วตรงนี้จะมีกล้องลิ้งค์ไปที่โทรศัพท์ลูกบ้าน ก็สามารถสั่งเปิดประตูจากบนห้องได้เลย ซึ่งตรงนี้จะครอบคลุมถึงลิฟต์ด้วย เพราะฉะนั้นเวลาที่เราไม่อยู่ห้อง, ทำอะไรยุ่งๆ หรือขี้เกียจลงมาเปิดประตูตรงนี้ก็จะสามารถอำนวยความสะดวกให้ได้มากทีเดียวค่ะ

เข้ามาภายในตัวอาคาร ส่วนแรกที่เราเจอจะเป็น Lobby ตกแต่งสไตล์ Industrial Loft เฟอร์นิเจอร์ใช้เป็นโทนสีดำๆ ส้มๆ จัดที่นั่งรับรองมาให้หลายชุดนะคะ

และตรงนี้จะพิเศษกว่าชั้นอื่นๆ คือโถงที่สูงยาวไปเลย 3 ชั้น หรือ 16 เมตร ตรงนี้เป็น Gimmick ที่เท่ และโดดเด่นมากสำหรับโครงการนี้

ส่วนด้านหลังตรงนี้ที่เราเห็นเป็นเหมือนฉากตกแต่ง จริงๆแล้ว คือส่วน Mail Room ค่ะ ด้านในแบ่งเป็นช่องๆตามจำนวนห้องพัก

และในส่วน Lobby ที่บอกไป ว่าจะมีจอควบคุมที่ใช้เรียกรถจากที่จอดรถ พอรถมาถึงแล้ว เราก็กดปุ่มเปิดประตูเข้า Slot ที่จอดรถทางประตูด้านนี้ และขับออกไปได้เลย

จอเรียกรถจากภายใน Lobby แตะคีย์การ์ดตรงนี้ 1 ครั้งเพื่อ Process ระบบเรียกรถ

จากนั้นมาแตะคีย์การ์ดหน้าประตูอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าลงมารอรถ พร้อมรับรถแล้ว เมื่อรถลงมาถึงก็กดปุ่มที่ประตูแล้วออกไปรับรถได้เลย

ติดกับ Lobby หลัก ขยับมาทางด้านหน้านิดนึงก็จะมีเคาน์เตอร์ Concierge คอยให้บริการลูกบ้าน

และถัดมาตรงนี้ก็จะเป็น Lobby รับรองอีกส่วน ซึ่งจะมีจัดชุดเก้าอี้โซฟาหลายชุด สามารถให้เพื่อนนั่งรอ หรือลูกบ้านก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งเล่นที่ชั้นล่างได้เช่นกัน

มุมจาก Lobby ด้านหน้ามองย้อนไปทาง Lobby หลัก

บันไดวนภายใน Lobby ด้านหน้าตรงนี้ก็จะเชื่อมขึ้นไปยังชั้น 2 คือส่วนห้อง Co – Working Space และ Social Lounge แต่ถ้าใครไม่อยากเดินก็สามารถขึ้นลิฟต์ไปได้เช่นกันค่ะ

ส่วนห้องน้ำรับรองที่ชั้น 1 ก็จะอยู่บริเวณ Lobby ส่วนนี้ จะอยู่ด้านหลังบันได มีแยกห้องน้ำชาย-หญิงไว้ให้เรียบร้อย

ภายในห้องน้ำหญิง

ภายในห้องน้ำชาย

Screen Shot 2016-05-14 at 5.13.48 PM

แปลนชั้น 2 ตรงส่วนหมายเลข 1 จะเป็น Lounge, Workpace, Library มีบันไดวนขึ้นมาจะชั้น 1 ได้ ส่วนหมายเลข 2 คือโถงลิฟต์ ส่วนที่ 3 คือ Void ของ Lobby ที่สูงขึ้นไปถึงชั้น 5 ค่ะ ส่วนที่ 4 จะเป็นที่จอดรถอัตโนมัติ

ขึ้นมาดูส่วนกลางชั้น 2 ถ้าเราขึ้นมาจากบันไดวนก็จะสามารถเข้า Lounge ได้เลย แต่ถ้าขึ้นลิฟต์มาก็จะต้องแตะคีย์การ์ดหน้าห้องเพื่อนเข้าส่วนกลางค่ะ

ขึ้นมาที่ส่วนกลางชั้น 2 ขึ้นมาจะเป็น Social Lounge โถงขนาดใหญ่ Double Volume ตกแต่งสไตล์ลอฟท์ เป็นช่องแสงขนาดใหญ่รอบๆห้อง ตีเฟรมความสูงจรดฝ้า ทำให้พื้นที่ภายในที่ตกแต่งด้วยสีโทนมืดๆ สีดำ และเทา ให้ได้รับแสงธรรมชาติมาบาลานซ์บรรยากาศภายในให้ดูโปร่งขึ้นค่ะ

ส่วนฟังก์ชั่นภายในส่วนโถงนี้จะใช้ประโยชน์ได้หลากหลายฟังก์ชั่น โดยพื้นที่โถงส่วนแรกจะเป็น Lounge แบ่งพื้นที่นั่งพักผ่อน และมีมุมปาร์ตี้

มีพื้นที่เตรียมอาหารด้านหลัง

ด้านในเป็นเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร

ส่วนอีกฝั่งจะมีโต๊ะพูล และโต๊ะกึ่งๆเคาน์เตอร์บาร์ สามารถมานั่งชิล หรือเอางานมานั่งเปลี่ยนบรรยากาศก็ได้

พื้นที่อีกฝั่งจะมีฉากกั้นที่สามารถเลื่อนกั้นห้องได้ทั้งหมด 2 ห้อง

ห้องส่วนแรกกั้นแล้วจะได้พื้นที่นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ จัดเก้าอี้แบบมีที่นั่งพักขามาให้ 4 ชุด

และห้องด้านในสุดสามารถปิดเป็นห้องประชุมได้ ซึ่งสามารถจัดโต๊ะยาวได้ถึง 8 ที่นั่ง

ภาพรวมภายในส่วน Social Lounge และ Workspace

Screen Shot 2016-05-14 at 5.14.05 PM

แปลนชั้น 4 ส่วนหน้าหมายเลข 1 เป็นฟิตเนส และมีทางเดินออกไปยังสวนลอยด้านหน้าที่ยื่นออกมา หมายเลข 3 คือส่วน Triple Volume ของ Lobby

ส่วนกลางที่ชั้น 4 จะเป็นฟิตเนสขนาดใหญ่ ความสูงฝ้าเพดาน 6 เมตร เหมือนกันค่ะ

สังเกตว่ารอบๆห้องก็จะเปิดเป็นช่องแสงขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยไม้เลื้อยลงมาเป็นม่านธรรมชาติ ทำให้เวลาเราใช้งานแล้วมองออกไปจะรู้สึกสบายตามากขึ้น ส่วนอุปกรณ์ออกกำลังกายก็จัดมาให้ครบครัน มีทั้งพวกเครื่องคาดิโอและโซนเวทเทรนนิ่ง

ผนังอีกด้านเป็นกระจกเงายาวทั้งผนัง เวลาเราออกกำลังกายจะสามารถเช็คท่าทางของเราไปด้วยได้ค่ะ

อุปกรณ์ที่จัดมาให้มีเครื่อง Multi Machine รวมเครื่องบริหารกล้ามเนื้อหลายๆส่วนไว้

Row Machine 1 เครื่อง

จักรยานไฟฟ้า 1 เครื่อง

Eliptical 1 เครื่อง

ลู่วิ่งไฟฟ้า 3 เครื่อง

ดัมเบลคละขนาด 20 ชิ้น และเบาะปรับระดับได้ นอกจากนั้นก็จะมีน้ำดื่มไว้ให้บริการด้วย ไม่ต้องพกขวดน้ำใหญ่ๆมาฟิตเนสค่ะ

ภายในฟิตเนสเราจะเห็นกำแพงดำๆโค้งๆ ตรงนี้คือส่วนห้องน้ำค่ะ

ด้านในก็จะแยกอ่างล้างมือไว้ด้านนอก แล้วก็จะมีห้องน้ำแยกชาย – หญิง อย่างละห้อง แต่จะไม่มีห้องอาบน้ำ พวกห้องอาบน้ำกับห้องซาวน่าเค้าจะมีอยู่ที่ชั้น 31 ซึ่งเป็นชั้นสระว่ายน้ำค่ะ

อ่างล้างมือ 2 อ่าง พร้อมกระจกเงาด้านนอก

ประตูห้องน้ำทำมาโค้งๆตามรูปทรงห้องน้ำ

ด้านในห้องน้ำหญิง

และห้องน้ำชาย

นอกจากพื้นที่ออกกำลังกายด้านในฟิตเนสแล้ว ติดกับฟิตเนสก็จะมีประตูเชื่อมส่วนหย่อมด้านนอกด้วย เวลาเราออกกำลังกายเสร็จ อยากออกไปยืดเส้นยืดสายในสวน ก็เค้าจะมีม้านั่งยาวไว้ให้ด้วย

ขยับมาด้านนอก วิวสวนนี้จะเป็นทางฝั่งถนนอโศก

จากสวนมองย้อนไปที่ตัวอาคาร

Screen Shot 2016-05-14 at 5.14.31 PM

แปลนชั้น 31 ส่วนด้านหน้าจะเป็น Facility มีสระว่ายน้ำแบบ Semi Outdoor ระบบเกลือขนาด 25 x 5 ม. ลึก 1.2 ม. พร้อม Sun Decks มีสวนหย่อมด้านหน้า มี Steam Room และห้องน้ำ โซนด้านในจะเป็นส่วนพักอาศัยมี 3 ยูนิตเป็นแบบ Sky Loft Units

มาดูของจริงต่อ ตัวสระว่ายน้ำเป็นแบบ Infinity Edge Pool เป็นสระแบบน้ำล้น ระบบเกลือ ขนาด 25 x 5 เมตร จากสระว่ายน้ำมองเห็นวิวทางฝั่งทิศเหนือและวิวอโศกทางทิศตะวันออกของตัวโครงการ

ทางลงสระเป็นขั้นๆ ไล่ระดับใต้น้ำ ปูพื้นสระโดยใช้กระเบื้องโมเสค

ข้างสระมี Sun Decks จัด Sunbed มาให้ด้วย

อีกฝั่งทางนี้จะเป็นจุดล้างตัวก่อนลงสระ ติดตั้งฝักบัวมาให้ 2 ชุด และด้านหลังก็จะเป็นห้องน้ำแยกชาย – หญิง

ภายในห้องน้ำหญิง

เข้ามาเจออ่างล้างมือ 2 อ่าง

ด้านในมีห้องน้ำ, ห้องอาบน้ำ, พื้นที่เปลี่ยนเสื้อผ้า และห้อง Steam room

ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องอาบน้ำ

และห้อง Steam Room

ภายในห้องน้ำชายกัน

เข้ามาจะเหมือนกับที่ห้องน้ำหญิงค่ะ เพิ่มมาแค่โถปัสสาวะชาย 1 โถ

มีห้องน้ำ และห้องอาบน้ำ

และห้อง Steam

ขยับมาที่พื้นที่ข้างสระ จะจัดเป็นมุมนั่งพักผ่อน มีเคาน์เตอร์บาร์ และพื้นที่เตรียมอาหาร สามารถมานั่งเล่น หรือจัดปาร์ตี้ริมสระก็ได้ค่ะ

แบ่งโซนทางซ้ายเป็นเก้าอี้นั่งยาว มีโต๊ะกลางเล็กๆ

ทางขวาเป็นเคาน์เตอร์บาร์ ด้านหลังมีเคาน์เตอร์เตรียมอาหาร เครื่องดื่ม

ด้านนอกมีสวนหย่อมเล็กๆ มองเห็นวิวฝั่งถนนอโศก

มุมจากสวนมองย้อนกลับเข้าไปด้านใน

ภายในโถงลิฟต์โดยสารที่ชั้นบนค่ะ ทำออกมาดูดีเลย ใช้ผนังเป็นกระจกสีดำทั้งหมด

แบบห้อง

แบบห้องในโครงการหลักๆจะมี 2 แบบ คือห้องแบบ Simplex ฝ้าเพดานสูง 3.15 เมตร และห้องแบบ Duplex Sky Loft ความสูงฝ้าเพดาน 5.6 เมตร

ห้องแบบ Loft

  • 1 Bedroom ขนาด 35 – 49 ตร.ม
  • 2 Bedroom ขนาด 74 – 87 ตร.ม

ห้องแบบ Duplex Sky Loft

  • 1 Bedroom ขนาด 76 ตร.ม
  • 2 Bedroom ขนาด 117 ตร.ม
  • 3 Bedroom ขนาด 127 ตร.ม

ซึ่งความน่าสนใจของโครงการนี้คือ ก่อนหน้านี้ทางโครงการจะให้เลือกวัสดุของห้องเองเลย ทั้งกระเบื้อง และหิน โดยมีให้เลือกโทนสีของ พื้น ฝ้า และผนัง มีทั้งหมด 3 แบบคือ Functional, Bold, Raw โดยจะให้จะให้ลูกบ้านเลือกตั้งแต่ตอนที่ทำสัญญา แต่ว่าตอนนี้โครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่แล้ว วัสดุของแต่ละห้องจึงถูกฟิกซ์ไว้แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าใครที่สนใจโครงการ แนะนำว่าให้เข้ามาดูห้องของจริงก่อนค่ะ

type1A

TYPE 1A

1 Bedroom / 49 sq.m.
Lofts Zone (3 – 30 Fl.)

—————————

type1B

TYPE 1B

1 Bedroom / 35 sq.m.
Lofts Zone (6 – 30 Fl.)

—————————

type2A

TYPE 2A

2 Bedrooms / 87 sq.m.
Lofts Zone (3 – 30 Fl.)

—————————

type2B

TYPE 2B

2 Bedrooms / 86 sq.m.
Lofts Zone (6 – 30 Fl.)

—————————

type2C

TYPE 2C

2 Bedrooms / 74 sq.m.
Lofts Zone (6 – 30 Fl.)

—————————

typeL1A

TYPE L1A

1 Bedroom Duplex / 77 sq.m.
Sky Lofts Zone (31 Fl.)

—————————

typeL1B

TYPE L1B

1 Bedroom Duplex / 76 sq.m.
Sky Lofts Zone (33/34 Fl.)

—————————

typeL2A

TYPE L2A

2 Bedrooms Duplex / 120 sq.m.
Sky Lofts Zone (31 – 37 Fl.)

—————————

typeL3A

TYPE L3A

3 Bedrooms Duplex / 127.5 sq.m.
Sky Lofts Zone (32 – 37 Fl.)

—————————

typeL3B

TYPE L3B

3 Bedrooms Duplex / 145 sq.m.
Sky Lofts Zone (32 Fl.)

—————————

Material

โครงการนี้จะใช้วัสดุกระเบื้อง และหินโดยมีให้เลือกโทนสีของ พื้น ฝ้า และผนัง 3 แบบค่ะ แบ่งเป็น Functional , Bold , Raw สำหรับตอนนี้โครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นห้องที่ยังมีอยู่โครงการเค้าก็จะฟิกซ์ตัววัสดุไปแล้ว ไม่สามารถเลือกได้นะคะ

19

แบบ Functional

20

แบบ Bold

21

แบบ Raw

 

ห้องตัวอย่าง

วันนี้เราจะพาชมห้องตัวอย่าง 2 ห้องนะคะ เป็นห้องแบบ 2 Bedrooms ตกแต่งห้องแบบ Raw ทั้งคู่เลย แต่จะมีขนาดพื้นที่ใช้สอย และการวางแปลนที่แตกต่างกันค่ะ

  • ห้องแบบ Simplex : 2 Bedrooms ขนาด 86 ตร.ม.
  • ห้องแบบ Simplex : 2 Bedrooms ขนาด 87 ตร.ม.

โดยห้องของโครงการนี้เค้าจะขายแบบ Fully Fitted โดยจะมีชุดครัว, ตู้เสื้อผ้า และแอร์แบบ Conceal ติดตั้งไว้ให้ทุกห้อง เดี๋ยวเรามาดูของจริงกันเลยค่ะ

ห้องตัวอย่างห้องแรกจะมาชม 2 Bedroom ขนาด 86 ตร.ม. เริ่มที่หน้าห้อง ทุกห้องจะมีเลขห้องติดไว้บนป้ายโลหะฉลุ พร้อมกริ่งหน้าห้อง ส่วนประตูทางเข้าห้องจะได้เป็นบานทึบ ติดตั้งตาแมวไว้ให้ส่องคนที่มาเคาะห้องเรา

** อ้อ ห้องนี้ที่เรากำลังจะเข้าไปชม จะใช้ตัวเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการเค้าแถมให้เป็นโปรโมชั่นอยู่ ถ้าเราซื้อภายในเดือนมีนาคมนี้ด้วยนะคะ โดยจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ของ Niiq รวมๆราคาประมาณ 600,000 บาทเลยค่ะ

ส่วน Digital Door Lock ก็จะได้ของ igloohome ที่ใช้ได้ทั้ง Password ที่สามารถกำหนด 1 Time Password ได้, Key card, Bluetooth ใส่ User ได้ 15 เครื่อง

เข้ามาในตัวห้องจะเจอโถงทางเดินสั้นๆ เป็นส่วนต้อนรับ ความสูงฝ้าเพดาน 3.15 เมตร

ให้ดูพื้นที่บริเวณโถงทางเข้าห้อง จะมีตู้ Built – in เรียบกับผนังมาให้ 1 หลัง

ตัวตู้ขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถไว้เก็บรองเท้าหรือพวกอุปกรณ์ต่างๆ เช่น WiFi Router หรือของกระจุกกระจิกอื่นๆให้เป็นระเบียบ

ถัดเข้ามา จะเจอกับพื้นที่โถงกว้างๆ ส่วนแรกเป็นพื้นที่ห้องครัว เชื่อมต่อไปยังห้องนั่งเล่น และระเบียงภายนอก

ส่วนงานตกแต่งภายในของห้องนี้จะเป็นแบบ Raw ใช้ผนังขัด กระเบื้องเซรามิคลายไม้ โทนสีของห้องจะออกเทาๆ ดำๆ ดิบๆ ซึ่งปกติสีแบบนี้จะทำให้ห้องดูแคบ แต่ด้วยความสูงฝ้าเพดานสูง 3.15 เมตร ทำให้ห้องดูโอ่โถง โปร่งสบายขึ้นค่ะ

มาดูฟังก์ชั่นส่วนแรกจะเป็นพื้นที่ครัว โดยครัวของห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิดนะคะ ไม่มีกั้นห้องมาให้ ซึ่งจริงๆครัวแบบนี้จะเหมาะกับการเตรียมอาหารง่ายๆ เล็กๆน้อยๆ ไม่มีกลิ่นควันเยอะ แต่ถ้าใครทำครัวแบบจริงจังบ่อยๆ แนะนำว่าให้กั้นห้องเพิ่มค่ะ แต่อาจจะทำให้ความโปร่งสบายในห้องลดลงนิดหน่อยนะ

พื้นที่ส่วนครัวจะรวมห้องทานอาหารไว้ด้วย พื้นที่การใช้งานสามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 3 – 4 ที่นั่ง กำลังดี (โดยชุดโต๊ะทานอาหารนี้จะได้ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่แถมโปรโมชั่นภายในเดือนมีนา 62 ด้วยค่ะ)

ส่วนสเปคของเคาน์เตอร์ครัวที่ได้มา ชุดนี้เป็นเคาน์เตอร์ครัวเข้ามุมขนาดค่อนข้างใหญ่ค่ะ ห้องจริงก็ได้ตามนี้เลย

มีพื้นที่เตรียมอาหารค่อนข้างกว้าง ให้มาทั้งซิ้งค์ล้างจาน, เตาไฟฟ้า 4 หัว, เครื่องดูดควัน และเตาอบด้านล่าง ยี่ห้อ smeg ส่วนตัว Top จะเป็นหินสังเคราะห์ ด้านหลังกรุกระเบื้องเป็น Backsplash

ซิ้งค์ล้างจานเป็นทรงสี่เหลี่ยม ขนาดมาตรฐาน

ติดตั้งมาพร้อมก๊อกน้ำ MEX

เตาไฟฟ้าแบบสี่หัว ของ smeg

ตู้ด้านล่างจะมีเตา Built – in มาให้ แบ่งเป็นช่องเก็บของ และลิ้นชักหลายช่อง สามารถเก็บพวกจาน ชาม ช้อน ส้อมได้เยอะเลย

ส่วนตู้ด้านบนได้หน้าบาน Hi Gloss ด้านในแบ่งเป็นชั้นๆ ไว้เก็บพวกเครื่องปรุงต่างๆ ติดกันจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น พร้อมตู้เก็บของด้านบน

ติดกับช่องวางตู้เย็นจะทำเป็นตู้เก็บของมาให้เพิ่มด้วย ขนาดตู้ค่อนข้างใหญ่ สามารถเก็บของได้เยอะ

ให้ดูระยะการใช้งานยืนทำครัว หลังจากวางโต๊ะทานอาหารไปแล้ว ยังมีระยะให้พอยืนทำครัวได้สะดวก แต่ถ้าอยากได้กว้างขึ้นก็สามารถขยับชุดโต๊ะทานอาหารได้ค่ะ

ถัดมาจากห้องทานอาหารจะเป็นพื้นที่โถงต่อเนื่อง เชื่อมมาที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งห้องนั่งเล่นได้พื้นที่กว้างขวางเลย เวลาเพื่อนมาที่ห้องก็สามารถนั่งคุยกันได้สบายๆค่ะ

สามารถที่จะวางโซฟาขนาด 3 – 5 ที่นั่ง ได้สบายๆ หรือจะใช้เป็นโซฟาทรง L – Shape ก็ได้ จะได้เพิ่มพื้นที่นอนเอนหลังค่ะ ซึ่งตัวโซฟาที่เห็นในรูปก็รวมในโปรโมชั่นแถมเฟอร์ฯ ด้วยนะคะ

ส่วนพื้นที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่วางทีวี ตรงนี้เราสามารถหาชั้นวางเท่ๆมาวางก็ได้ หรือจะ Built – in เป็นชั้นวางเพิ่มก็จะได้ใช้ความสูงของฝ้าเพดานให้เป็นประโยชน์มากขึ้นด้วย

ระยะดูทีวีกว้างมาก สามารถวางโต๊ะกลางและใช้ทีวีจอใหญ่ๆได้สบาย

แอร์ในห้องจะได้แบบ Conceal ติดไว้ให้ในห้องนั่งเล่นและห้องนอนทุกห้อง

ติดกับพื้นที่ห้องนั่งเล่นจะเป็นพื้นที่ระเบียง ตัวประตูระเบียงจะได้เป็นบานสไลด์คู่ เปิดได้สองด้านกว้างๆ แบบนี้ ประกบด้านข้างด้วยบานฟิกซ์ช่วยรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้อง

ส่วนพื้นที่ระเบียงของโครงการนี้จะได้ระเบียงค่อนข้างกว้าง สามารถจัดชุดโต๊ะทานกาแฟเล็กๆได้ ราวกันตกเป็นกระจกเทมเปอร์ ติดไฟมาให้ 1 ดวง

ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์จะถูกยกไว้ด้านบน และมีกริลติดไว้เพื่อความเรียบร้อยค่ะ

กลับเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น

ติดกับห้องนั่งเล่นจะมีโถงเล็กๆเชื่อมเข้าไปยังห้องนอนและห้องน้ำ ซึ่งการจัดแปลนให้มีโถงเล็กๆแยกจากห้องนั่งเล่นแบบนี้ จะช่วยให้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เรามาดูในส่วนของห้องน้ำกันก่อน

จะเห็นว่าทางโครงการดีไซน์อุปกรณ์ต่างๆเป็นสีดำทั้งหมด ตั้งแต่มือจับประตูเพื่อให้เข้ากับสไตล์ลอฟท์ทั้งห้อง

เข้ามาภายในห้องน้ำ จุดเด่นอีกอย่างของโครงการนี้คือ ห้องน้ำเค้าทำมาสวย แล้วก็มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้างทุกห้องนะคะ อย่างในห้องนี้ก็ยังคงทำมาในสไตล์ลอฟท์ๆ ผนังกรุกระเบื้องเซรามิค ทั้งก๊อก และฝักบัวใช้สีดำทั้งหมด ให้เข้ากับงานตกแต่งโดยรวมทั้งหมดของห้อง สุขภัณฑ์ที่เราเห็นได้ตามนี้เลย

ด้านหลังบานประตูห้องน้ำจะมีติดที่แขวนผ้าขนหนูมาให้ พร้อมติดตั้ง Stopper ด้านหลังประตูเพื่อกันประตูกระแทกผนังด้านหลังค่ะ

เรามาดูในพื้นที่ส่วนแห้งกันก่อน

ส่วนนี้จะติดตั้งอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์มาให้ตามนี้

เริ่มที่อ่างล้างมือได้เป็นอ่างแบบฝังเคาน์เตอร์ของ Cristina พร้อมก๊อกน้ำเย็น

ก๊อกน้ำใช้สีดำหมดเลย พร้อมติดตั้งระบบเครื่องทำน้ำร้อนมาให้พร้อมใช้งาน

ด้านล่างมีตู้ลอยตัวใช้วางของอย่างผ้าขนหนู ทิชชู่สำรอง ไว้ด้านบนได้ และเปิดออกมาเป็นลิ้นชักสามารถใช้เก็บพวกอุปกรณ์อาบน้ำได้

ด้านบนจะมีกระจกเงาบานใหญ่เต็มผนังแบบนี้เลย พร้อมซ่อนตู้เก็บของไว้ด้านใน

ติดกับอ่างล้างหน้าเป็นโถสุขภัณฑ์ใช้ของยี่ห้อ Cristina มีปุ่มกดน้ำติดไว้ที่ผนังด้านหลัง พร้อมที่วางกระดาษชำระ

ฝั่งตรงข้ามติดราวแขวนผ้าขนหนูมาให้

ส่วนพื้นที่อาบน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำมาให้ สังเกตว่าเค้าลงดีเทลมาละเอียดเลยนะคะ พวกมือจับห้องอาบน้ำ, งานเก็บขอบฉากกั้น และตัวบานพับใช้เป็นสีดำทั้งหมดด้วย

ภายในห้องอาบน้ำจะติดตั้งชุดฝักบัวของ Cristina ทั้งแบบ Rain Shower และ Hand Shower มาให้พร้อมถาดวางสบู่

ห้องอาบน้ำกว้าง ยืนอาบได้สะดวกเลยค่ะ

ถัดมาเรามาดูภายในห้องนอน Master Bedroom กันต่อ

เปิดเข้ามาภายในห้องส่วนแรกจะเป็นตู้เสื้อผ้าทางฝั่งซ้ายมือ และห้องน้ำในตัว ส่วนขวามือจะเป็นห้องนอน

พื้นห้องจะปูเป็นพื้นต่อเนื่องไปจากห้องนั่งเล่นเลย

เข้ามาภายในห้องแล้วมองย้อนกลับไปทางประตูทางเข้าห้อง จะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า Built – in มาให้ชุดใหญ่

ในห้องมาตรฐานก็จะได้ตู้ที่เห็นตามนี้เลยค่ะ เป็นตู้ Built – in หน้าบาน Hi Gloss เปิดให้ดูด้านในจะแบ่งช่องสำหรับแขวนเสื้อ, ลิ้นชัก และช่องเก็บผ้านวม ผ้าขนหนูด้านบนค่ะ

เข้ามาดูภายในห้อง Master Bedroom มีขนาดกว้างเลยทีเดียว และจุดเด่นคือมีช่องแสงบานใหญ่ทั้ง 2 ฝั่ง

ส่วนการจัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานในห้องนี้ สามารถวางเตียงขนาดคิงส์ไซส์ได้สบายๆเลยค่ะ เหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่งให้วางโต๊ะหัวเตียงได้

พื้นที่ข้างเตียงฝั่งซ้ายมีพื้นที่เหลือค่อนข้างกว้าง อย่างที่เห็นว่าสามารถวางโซฟานั่งพักขนาดกลางได้

ช่องแสงฝั่งที่ติดกับเตียงนอนเป็นช่องแสงบานใหญ่ ความสูงเกือบจรดฝ้า สามารถรับแสงธรรมชาติเข้ามาในห้องได้เยอะ และมีบานกระทุ้งให้สามารถเปิดเพื่อระบายอากาศได้

ตัวบานกระทุ้งจะเปิดกว้างได้ประมาณนี้ค่ะ

ส่วนพื้นที่ฝั่งปลายเตียง มีระยะเหลือให้สามารถวางโต๊ะทำงาน หรือตู้เก็บของได้ แล้วยังมีระยะเดินผ่านตรงปลายเตียงได้สบายๆ

อีกฝั่งของห้องเป็นส่วนห้องน้ำในตัว

มีพื้นที่เหลือเยอะ สามารถวางโต๊ะทำงานได้ มุมนั่งทำงานตรงนี้ติดกับช่องแสงขนาดใหญ่ เวลาทำงานจะได้รู้สึกปลอดโปร่ง

ให้ดูระยะการใช้งาน จะเห็นว่าเหลือพื้นที่กว้าง สามารถเลื่อนเก้าอี้เข้าออกได้สบายๆ มีระยะให้สามารถเดินผ่านได้สะดวก

เข้ามาดูห้องน้ำในตัวกันต่อ

โทนการตกแต่งของห้องน้ำ และสเปคในห้องจะเหมือนๆกับห้องน้ำห้องที่แล้ว แต่จะกว้างขึ้น และมีอ่างอาบน้ำค่ะ

พื้นที่ส่วนแห้งติดตั้งอ่างล้างมือ และโถสุขภัณฑ์มาให้ครบชุดตามแบบ

กระจกเงาจะได้เป็นบานใหญ่พร้อมช่องเก็บของด้านหลัง

มีช่องแสงบานใหญ่ 1 บาน ถ้าใครไม่มั่นใจก็แนะนำให้หามู่ลี่มาติดเพิ่มแบบนี้ค่ะ

พื้นที่ห้องอาบน้ำกั้นด้วย Shower Box ภายในห้องอาบน้ำจะแบ่งเป็นส่วนยืนอาบน้ำ และอ่างแช่น้ำค่ะ โดยจะติดตั้งชุดฝักบัวของ Cristina ทั้งแบบ Rain Shower และ Hand Shower มาให้พร้อมถาดวางสบู่

ส่วนอ่างอาบน้ำใช้แบบฝังมีพื้นที่วางของรอบๆอ่าง สามารถวางพวกเครื่องหอม สปาต่างๆได้

พร้อมติดตั้งชุดก๊อกน้ำสีดำมาให้ครบค่ะ

มุมจากห้องอาบน้ำออกมาที่ห้องนอน

กลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น เราไปดูภายในห้องนอนเล็กกันต่อค่ะ โดยประตูห้องนอนจะได้เป็นบานสไลด์เข้ามุมแบบนี้ เวลาที่เราต้องการให้ห้องดูโปร่งๆ สามารถเปิดประตูทั้ง 2 ฝั่งไว้ได้

พื้นที่ภายในห้องนี้ จะมีขนาดเล็กลงมาจากห้อง Master Bedroom แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้จัดวางฟังก์ชั่นต่างๆได้ครบ ใช้งานได้สะดวก มีช่องแสงขนาดใหญ่ 1 บาน เป็นหน้าต่างบานฟิกซ์ และบานกระทุ้งแบบที่ห้องนอน Master Bedroom ค่ะ

ขนาดเตียงที่สามารถวางได้ในห้องนี้จะเป็นเตียงเดี่ยวถึงควีนไซส์ แต่ถ้าใครไม่จัดเป็นห้องนอน ก็สามารถทำเป็นห้องทำงาน วางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ๆได้

พื้นที่ฝั่งปลายเตียงมีระยะให้พอเดินผ่านได้สะดวก และถ้าใครชอบดูทีวี สามารถติดทีวีแบบแขวนผนังได้ มีเดินปลั๊ก และช่องเสียบสัญญาณมาให้พร้อม

อีกฝั่งของห้องจะมีตู้เสื้อผ้าติดตั้งมาให้ตามแบบ มีระยะการใช้งานพอดี สามารถยืนแต่งตัวได้สะดวก

ภายในตู้เสื้อผ้าแบ่งเป็นช่องเก็บของ และราวแขวนตามภาพเลยค่ะ

ถัดมาเป็นห้องตัวอย่างห้องที่ 2 เป็นห้องแบบ Simplex 2 Bedroom ขนาด 87 ตร.ม. เข้ามาภายในห้อง ส่วนแรกจะเป็นเหมือนโถงทางเข้าห้อง ตรงนี้เราสามารถที่จะทำตู้เก็บรองเท้าหรือม้านั่งสำหรับนั่งใส่รองเท้าก่อนออกจากห้องได้ อย่างในห้องตัวอย่าง ได้ติดตั้งกระจกเงามาให้ดูเผื่อเช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากห้อง หรือาจจะติดตะขอไว้แขวนเสื้อ กุญแจ ร่ม แบบนี้ก็ได้ค่ะ

พื้นที่ตรงโถงทางเข้าห้องตรงนี้ค่อนข้างกว้าง เปิดประตูแล้วก็ไม่ติดอะไร

ถัดเข้ามาเราก็จะเจอกับพื้นที่โถงกว้างๆ ส่วนงานตกแต่งภายในของห้องนี้จะเป็นแบบ Raw ใช้ผนังขัด กระเบื้องเซรามิคลายไม้ โทนสีของห้องจะออกเทาๆดำๆดิบๆ ซึ่งปกติสีแบบนี้จะทำให้ห้องดูแคบแต่ด้วยความสูงฝ้าเพดานสูง 3.15 เมตร ทำให้ห้องดูโอ่โถงโปร่งสบายขึ้นนะคะ

มาดูฟังก์ชั่นส่วนแรกจะเป็นพื้นที่ครัว โดยครัวของห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิด ไม่มีกั้นห้องมาให้ ซึ่งจริงๆครัวแบบนี้จะเหมาะกับการเตรียมอาหารง่ายๆ เล็กๆน้อย ไม่มีกลิ่นควันเยอะ แต่ถ้าใครไม่ซีเรียส นานๆทีก็สามารถที่จะทำครัวแบบจริงจังได้อยู่ค่ะ เพราะพื้นที่โถงส่วนนี้จะมีแค่ห้องทานอาหาร และห้องนั่งเล่น ส่วนห้องนอน และห้องน้ำจะกั้นแยกหมด

ส่วนสเปคของเคาน์เตอร์ครัวที่ได้มา ชุดนี้ถือว่าเป็นเคาน์เตอร์ครัวขนาดค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ มีพื้นที่เตรียมอาหารเยอะ ให้มาทั้งซิ้งค์ล้างจาน, เตาไฟฟ้า 3 หัว, เครื่องดูดควัน และเตาอบด้านล่าง ยี่ห้อ smeg

ส่วนตัว Top จะเป็นหินสังเคราะห์ ด้านหลังกรุกระเบื้องเป็น Backsplash ตู้ด้านล่างจะแบ่งเป็นช่องเก็บของและลิ้นชักหลายช่อง สามารถเก็บพวกจาน ชาม ช้อนส้อม ได้เยอะเลย

ส่วนตู้ด้านบนได้หน้าบาน Hi – Gloss ด้านในแบ่งเป็นชั้นๆ ไว้เก็บพวกเครื่องปรุงต่างๆ ติดกันจะมีช่องสำหรับวางตู้เย็น และบานพับตู้เป็น Soft Close ทั้งหมดนะคะ

หันมาดูทางฝั่งนี้ ในบริเวณเดียวกับพื้นที่ครัว จะเป็นพื้นที่ทานอาหาร ซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง สามารถวางโต๊ะทานอาหาร 4-6 ที่นั่งได้เลยค่ะ

อย่างในห้องตัวอย่าง จะใช้โต๊ะไม้ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่กว่าปกติ ถ้าใครกลัวว่าห้องจะแน่นไป ก็สามารถหาโต๊ะที่ดูโปร่งกว่านี้มาใช้ได้เช่นกันค่ะ

ถัดมาจากห้องทานอาหาร จะเป็นพื้นที่โถงต่อเนื่องเชื่อมมาที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งห้องนั่งเล่นก็จะได้พื้นที่กว้างขวางเลย

สามารถวางโซฟาขนาด 3 – 5 ที่นั่ง ได้สบายๆ ซึ่งจริงๆพื้นที่ขนาดนี้เหมาะที่จะวางโซฟาตัวกลาง – ใหญ่ อยู่แล้วนะคะ ถ้าเป็นตัวเล็กอาจจะทำให้ห้องดูโล่งไปนิด แต่อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบค่ะ

ส่วนพื้นที่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นพื้นที่วางทีวี ตรงนี้เราสามารถหาชั้นวางเท่ๆมาวางได้ หรือจะ Built- in เป็นชั้นวางเพิ่ม ก็จะได้ใช้ความสูงของฝ้าเพดานให้เป็นประโยชน์มากขึ้นด้วย

ติดกับห้องนั่งเล่นเป็นระเบียงภายนอก มีขนาดกว้าง สามารถวางชุดโต๊ะดื่มกาแฟได้ เหมือนห้องแบบที่แล้วค่ะ

กลับเข้ามาในห้อง เรามาดูห้องนอนกันบ้าง

เริ่มที่ห้อง Master Bedroom

Master Bedroom เป็นห้องนอนที่มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างกว้าง พร้อมห้องน้ำในตัว

จุดเด่นของห้องนี้คือช่องแสงเข้ามุมขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นทั้งบานฟิกซ์ขนาดใหญ่ ความสูงเกือบถึงฝ้า และบานกระทุ้ง ที่สามารถเปิดเพื่อระบายอากาศได้

ส่วนการจัดวางฟังก์ชั่นการใช้งานในห้องนี้ สามารถวางเตียงขนาดคิงส์ไซส์ได้สบายๆเลยค่ะ เหลือพื้นที่ข้างเตียงทั้ง 2 ฝั่ง ให้วางโต๊ะหัวเตียงได้

ส่วนพื้นที่ฝั่งปลายเตียง จะมีระยะเหลือให้สามารถวางโต๊ะทำงาน หรือตู้เก็บของได้ แล้วยังมีระยะเดินผ่านตรงปลายเตียงได้สบายๆ

ส่วนพื้นที่บริเวณหน้าห้องน้ำจะเป็นส่วนของตู้เสื้อผ้า

ในห้องมาตรฐานจะได้ตู้ที่เห็นตามนี้เลยค่ะ เป็นตู้ Built – in หน้าบาน Hi – Gloss เปิดให้ดูด้านในจะแบ่งช่องสำหรับแขวนเสื้อ, ลิ้นชัก และช่องเก็บผ้านวม, ผ้าขนหนู ด้านบน

ถัดเข้ามาภายในห้องน้ำ ยังคงทำมาในสไตล์ลอฟท์ ผนังกรุกระเบื้องเซรามิค ทั้งก๊อกและฝักบัวใช้สีดำทั้งหมดให้เข้ากับงานตกแต่งโดยรวมทั้งหมดของห้อง สุขภัณฑ์ที่เราเห็นลูกค้าได้สเปคตามนี้เลย

พื้นที่ห้องอาบน้ำกั้น Shower Box ด้านในติดตั้งฝักบัว และอ่างอาบน้ำ

ถัดมาเราจะมาดูในส่วนของห้องน้ำรับรอง และห้องนอนเล็กกัน

โดยพื้นที่ส่วนนี้จะมีโถงเล็กๆ เชื่อมมาจากห้องทานอาหาร

เข้ามาจะมีตู้เก็บของใช้ทางขวามือ เป็นแบบ Built -in ประตูเรียบไปกับผนัง ด้านในแบ่งเป็นชั้นวางของกว้างๆ ใช้เก็บของพวกอุปกรณ์ทำความสะอาด และของกระจุกกระจิกอื่นๆได้เยอะเลยค่ะ

เข้ามาดูภายในห้องน้ำกันก่อน ห้องน้ำตรงนี้จะเป็นห้องน้ำที่ใช้เป็นทั้งห้องน้ำของห้องนอนรอง และห้องน้ำรับรองด้วย ภายในจึงแยกส่วนแห้ง ส่วนเปียก ไว้ให้เรียบร้อย สุขภัณฑ์ใช้ของ Cristina สเปครวมๆจะเหมือนที่ห้องน้ำของ Master Bedroom แต่ไม่มีอ่างอาบน้ำค่ะ

ในห้องอาบน้ำติดตั้งฝักบัวสีดำมาให้

พื้นที่สำหรับยืนอาบน้ำกว้าง สามารถยืนอาบได้สบายๆเลย

ถัดมา เรามาดูในส่วนห้องนอนเล็กกันต่อ

ภายในห้องนอนจะมีขนาดเล็กลงมากว่าห้อง Master Bedroom แต่พื้นที่ใช้สอยในห้องก็ยังสามารถใช้งานได้ครบฟังก์ชั่นอยู่ค่ะ และด้วยตัวฝ้าเพดานที่สูงทำให้ห้องดูกว้างขึ้นด้วย

สำหรับการจัดวางฟังก์ชั่นในห้องนอนรอง เตียงที่ใช้เหมาะกับเตียงเดี่ยวค่ะ แต่ถ้าใครชอบเตียงใหญ่ ก็สามารถวางเตียงควีนไซส์ได้ แต่พื้นที่ข้างเตียงจะเหลือน้อยลง

ส่วนตู้เสื้อผ้าของห้องนี้จะจัดมาให้ไว้ที่ปลายเตียงค่ะ ไซส์จะเล็กลงกว่าห้อง Master Bedroom แต่สเปคอื่นๆเหมือนกันหมดค่ะ นอกจากนั้นจะมีพื้นที่เหลือข้างตู้ สามารถวางโต๊ะทำงานได้ มีระยะให้สามารถเลื่อนเก้าอี้เข้า-ออกได้สะดวกค่ะ

ภายในตู้แบ่งเป็นราวแขวน และช่องเก็บของมาให้ตามนี้เลย


ราคา (มี.ค.2562)

  • 1 Bedroom Simplex 49 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 8.2 ล้านบาท
  • 2 Bedroom Simplex 86 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 16 ล้านบาท
  • 1 Bedroom Duplex 79 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 21.8 ล้านบาท

 

  • จอง 100,000 บาท
  • ทำสัญญา 10%
  • ค่าส่วนกลาง 85 บาท/ตร.ม.
  • ค่ากองทุน 800 บาท/ตร.ม

***ซื้อภายในเดือนมีนาคม 2562 รับโปรโมชั่น ฟรีแพคเกจเฟอร์นิเจอร์ Niiq มูลค่ากว่า 600,000 บาท

***รายละเอียดอื่นๆโปรดสอบถามทางโครงการค่ะ


สรุป

ทำเลที่ตั้งโครงการ : The Lofts Asoke ตั้งอยู่บนถนนอโศกมนตรี ในโซนสุขุมวิทแท้ๆ มีความเพียบพร้อมรายล้อมไปด้วยสำนักงานออฟฟิศ อพาร์ทเม้น คอนโดมิเนียม ร้านค้า ร้านอาหารที่มีตั้งแต่แบบข้างทางไปจนถึงร้านอาหารหรูๆตามโรงแรม และห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ เรียกว่าชี้นิ้วเลือกได้เลย หน้าโครงการมี 7-11 ฝั่งตรงข้ามก็มีร้านค้า ร้านกาแฟต รงซอยข้างๆ รพ.จักษุ รัตนิน ซึ่งซอยนี้ก็เดินเข้า มศว. ได้เลยประมาณ 350 ม. เข้าไปหาของกินในมหาลัยก็ยังได้

มีตลาดรวมทรัพย์แถวๆ GMM หรือไม่ก็นั่งรถไฟฟ้าเข้าห้างสรรพสินค้าเดินแอร์เย็นๆไปเลย ได้ทั้งช็อปแบรนด์ และอาหารอร่อยๆหลายร้านให้เลือก เดินข้ามสะพานข้ามคลองแสนแสบ ก็จะมีโครงการ Singha Complex จะมีทั้งออฟฟิศ และร้านค้า ร้านอาหาร สบายแน่นอน และเมกะโปรเจคตรงที่ดินขนาดใหญ่ของมักกะสันอีก ซึ่งถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงย่านนี้คงจะร้อนแรงไปอีกค่ะ

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว : สะดวกเพราะเป็นทำเลกลางเมือง แต่ก็มีข้อเสียตรงที่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น หน้าโครงการเป็นถนอโศกมนตรีซึ่งเป็นเส้นที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทโดยตัดกันที่แยกอโศก สามารถไปโซนทองหล่อ และออกนอกเมืองไปบางนา สมุทรปราการได้เลย หรือเข้าเมืองไปทางเพลินจิต, ชิดลม, สยาม ตรงไปเข้าเขตพระนครได้ หรือไปโซนพระรามสี่โดยใช้เส้นรัชดาภิเษก เข้าสาทร, สวนลุม, สีลม, สามย่านได้เลย มีทางด่วนเฉลิมมหานครตรงเส้นนี้

ส่วนอีกเส้นที่ถนนอโศกมนตรีไปตัด คือถนนเพชรบุรีบริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ตัวเส้นเพชรบุรีเองเป็นเส้นที่วิ่งขนานกับสุขุมวิททั้งเข้า และออกเมือง จะไปเชื่อมกับท้ายซอยของสุขุมวิทต่างๆได้เลย ถ้าข้ามแยกไปจะเป็นถนนอโศกมนตรีซึ่งจะไปตัดกับแยกพระราม 9 มีถนนสำคัญอีก 3 เส้นคือ ดินแดงวิ่งไปอนุสาวรีย์ชัยฯ หรือออกวิภาวดีรังสิตได้

อีกเส้นคือถนนพระราม 9 วิ่งไปทางพัฒนาการออกมอเตอร์เวย์ได้ และเส้นสุดท้ายคือถนนรัชดาภิเษกวิ่งไปผ่าน ห้วยขวาง รัชดาฯวิ่งยาวไปวงศ์สว่างได้เลย และมีจุดตัดเข้าลาดพร้าว และวิภาวดีค่ะ มีจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัชตรงเส้นอโศกดินแดง

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ : ตัวโครงการอยู่ห่างจาก MRT เพชรบุรี 200 ม. ซึ่งมีจุด Interchange ระหว่าง MRT เพชรบุรีและ ARL มักกะสันโดยที่มีทางเดิมเชื่อมต่อถึงกันเลย และมีท่าเรืออโศกอยู่ไม่ไกลจากโครงการ ไปลงท่าประตูน้ำก็มีเซ็นทรัลเวิลด์ แพลทินัม เดินเชื่อมไปสยามได้ หรือถ้าไป MBK ก็ไปลงท่าสะพานหัวช้างก็ได้สะดวกดี

ส่วนถ้าใครจะใช้ BTS สถานีที่ใกล้สุดคือ อโศก จะนั่งวินตรงหน้าโครงการมาก็ได้ 20 บาทค่ะ หรือลงใต้ดินมาเพียงสถานีเดียวก็ถึงแล้ว ส่วนถ้าใครจะไปโซนพญาไทก็ขึ้น ARL ไปได้เพียง 2 สถานีค่ะ Taxi ก็เรียกขึ้นหน้าโครงการได้ตลอด 24 ชม. มีวิ่งผ่านเยอะเลยเส้นนี้

รถเมล์ก็มีวิ่งผ่านนะทั้งเส้นหน้าโครงการ เส้นเพชรบุรี และสุขุมวิท ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็อยู่โครงการนี้ได้สบายๆเลยค่ะ ไม่ต้องอารมณ์เสียเรื่องรถติดด้วยแถมประหยัดเวลาไปได้เยอะพอสมควร

การออกแบบโครงการและวัสดุ : ตัวอาคารออกแบบมา 1 อาคาร สูง 37 ชั้น 7 ชั้นลอย และ 1 Roof Top Garden บนพื้นที่ดินสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 1-2-65.8 ไร่ ตัวอาคารทำออกมาสวยตามภาพ Perspective รูปแบบคอนเซ็ปตามชื่อโครงการคือ Loft เน้นความดิบ เรียบ แต่ดูดี เป็นโครงการที่ถือว่ามี Concept ชัดเจนมากๆ คนที่ชอบก็จะชอบเลย ส่วนใครที่กังวลเรื่องวิวเพราะเป็นทำเลในเมือง ไม่ต้องห่วงค่ะเพราะเค้าทำมาดีเลย ส่วนไหนโดนบล็อควิวก็ใช้เป็นที่จอดรถบ้าง โถงลิฟต์บ้าง เพราะฉะนั้นห้องพักจึงได้วิวที่โอเคเกือบทุกฝั่ง

การออกแบบในห้องพักอาศัยที่นี่จุดเด่นเลยคือความสูงของฝ้า และกระจกที่ให้มาแบบไม่กั๊ก สูงจากพื้นถึงฝ้า ห้องมีให้เลือกตั้งแต่ Loft Units จะอยู่ที่ชั้น 3-30 ความสูงฝ้า 3.15 ม. แบ่งเป็น 1 Bedroom , 2 Bedroom และ Sky Loft Units จะอยู่ที่ชั้น 31-44 เป็นห้องแบบ Duplex ความสูงฝ้าส่วนที่เป็น Double Volume จะสูง 5.7 ม. ส่วนที่เป็นห้องนอนจะสูง 2.7 ม. แบ่งเป็น 1 Bedroom, 2 Bedroom และ 3 Bedroom โดยแต่ละห้องมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

โครงการขายแบบ Fully Fitted มีวัสดุโทนสีพื้น ผนัง ฝ้าให้เลือก 3 แบบคือ Functional, Bold, Raw ของที่ได้จะมี ตรงประตูทางเข้าจะได้ Digital Doorlock ของ igloohome สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ Cristina พร้อมฉากกั้นส่วนเปียก อ่างอาบน้ำใน Master Bedroom ชุดครัว Sink ล้างจานของ Mex และ Island เครื่องใช้ไฟฟ้ามี Hob & Hood หน้าเตาเซรามิก 3 หัว และเตาอบของ Smeg ในห้องนอนจะมีตู้เสื้อผ้า Built inให้ แอร์ได้แบบฝังฝ้า

สิ่งอำนวยความสะดวก : Facility ของโครงการนี้ให้มาเยอะเมื่อเทียบกับจำนวนยูนิต และทำออกมาสวยทุกส่วน ความสูงฝ้าเพดาน 6 เมตร เป็นมาตรฐาน และผนังส่วนกลางในชั้น 1-5 ทั้งหมดเป็นกระจกรอบด้าน และสูงจากพื้นถึงฝ้าทั้งหมด ทำให้ส่วนกลางดูแกรนด์ น่าใช้งาน ดีเทลเล็กๆน้อยๆ พวกเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ก็เข้ากันไปหมดค่ะ

โดยส่วนกลางหลักๆของโครงการอยู่ที่ชั้น 1 – 5 และ ที่ชั้น 31 เริ่มจากส่วนของ Lobby ที่มีความสูงฝ้าแบบ Triple Volume ถ้าดูจากในแปลนสูงจากชั้น 1-5 ค่ะ สูงเกือบ 16 ม. จากชั้น 1 มีบันไดวนขึ้นไปยังชั้น 2 เป็น Workspace and Library

ที่ชั้น 4 เป็นฟิตเนส และสวน ที่ชั้น 31 มีสระว่ายน้ำแบบ Semi outdoor ระบบเกลือขนาด 25 x 5 ม. มีสวนหย่อม และพื้นที่นั่งริมสระน้ำ มีห้อง Steam นอกจากนี้ยังมี Sky Garden ที่ชั้น 35 และ 39 ซึ่งเป็นส่วนที่เป็นระยะร่นของอาคารค่ะ โดยตกแต่งเป็นสวนพร้อมที่นั่งพักผ่อน ให้ลูกบ้านสามารถขึ้นไปรับลมชมวิวกันได้ และบนยอดของอาคารชั้น 45 Roof Top Garden ให้อีกจุดค่ะ

ลิฟต์โดยสารมี 3 ตัว และ Service Lift 1 ตัว ที่จอดรถแบบอัตโนมัติ 211 คัน และใต้อาคาร 5 คัน หรือประมาณ 100% (ไม่สามารจอดซ้อนคันได้) ระบบรักษาความปลอดภัยมี รปภ. CCTV และผ่านเข้าออกด้วยระบบ Key Card Access

คะแนน

ทำเลที่ตั้งโครงการ 8.75 อยู่ใจกลางเมือง อโศกแท้ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง เดินทางสะดวก ความอุดมสมบูรณ์สูง
การเดินทาง ใช้รถ 8.0 สามารถเชื่อมออกไปถนนเส้นสำคัญต่างๆได้สะดวก แต่จะติดขัดมากในช่วงเวลาเร่งด่วน
การเดินทาง ไม่ใช้รถ 8.5 ตัวเลือกการเดินทางมีหลากหลาย ทั้ง MRT, แอร์พอร์ตลิงค์ , BTS , รถเมล์, โดยสารทางเรือ , วินมอเตอร์ไซค์ , Taxi
ห้องและวัสดุ 8.5 วัสดุที่ใช้อยู่ในระดับมาตรฐาน ได้ของดีและมีดีไซน์ เลือกโทนสีของพื้น ฝ้า และผนังได้ ขายแบบ Fully Fitted มี ชุดเคาน์เตอร์ครัว, Hob & Hood, เตาอบ, ตู้เสื้อผ้า, แอร์ฝังฝ้า, สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ, อ่างอาบน้ำ, Digital Doorlock
สิ่งอำนวยความสะดวก 9.0 Facility จัดเต็ม สวย มีมาให้ครบอยู่ที่ชั้น 1-5, 31, 35, 39, 45
ความคุ้มค่ากับราคา 8.0 เป็นโครงการที่มีสไตล์เฉพาะตัวที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นคนที่ซื้อน่าจะต้องใช้ส่วนนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการตัดสินใจ ขึ้นอยู่กับความชอบ เน้นห้องขนาดใหญ่ซึ่งหาได้ไม่ง่ายบนทำเลนี้ เน้นซื้ออยู่เองหรือเก็บไว้เป็นมรดกนะคะ แต่คนที่มาหาเช่าก็พอมีบ้าง เป็นระดับผู้บริหาร ราคาเฉลี่ยตอนนี้ 230,000บาท/ตร.ม.
คะแนนรวมเฉลี่ย 8.45 ดีมาก

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Tel: 02-029-1888

Website : http://www.theloftsasoke.com

หากเพื่อนๆเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณคค่ะ

และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed.