หน้าหลัก » EP Pruksa พฤกษา คอนโด คอนโด Pruksa พฤกษา คอนโด ถนนจรัญสนิทวงศ์ คอนโด เขตบางกอกน้อย คอนโดติดรถไฟฟ้า MRT คอนโดใกล้รถไฟฟ้า MRT รีวิว คอนโด » EP.329 รีวิว คอนโด THE TREE จรัญสนิทวงศ์ 30 ใกล้รถไฟฟ้า แยกไฟฉาย และบางขุนนนท์ ราคาเริ่ม 3.4 ล้านบาท

EP.329 รีวิว คอนโด THE TREE จรัญสนิทวงศ์ 30 ใกล้รถไฟฟ้า แยกไฟฉาย และบางขุนนนท์ ราคาเริ่ม 3.4 ล้านบาท

โพสโดย : am | วันที่ : 1 July 2019 |
หมวดหมู่ : EP, Pruksa พฤกษา, คอนโด, คอนโด Pruksa พฤกษา, คอนโด ถนนจรัญสนิทวงศ์, คอนโด เขตบางกอกน้อย, คอนโดติดรถไฟฟ้า MRT, คอนโดใกล้รถไฟฟ้า MRT, รีวิว คอนโด

EP.329 รีวิว คอนโด เดอะทรี จรัญสนิทวงศ์ 30 The Tree Charansanitwong 30 ใกล้รถไฟฟ้าสถานีแยกไฟฉาย และบางขุนนนท์ Fully Fitted พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เริ่มต้น 3.4 ล้านบาท

Written by Gift Pannida

สวัสดีผู้อ่านชาว CONDONAYOO ทุกคนค่ะ วันนี้เราจะขอพามาอัพเดทโครงการ The Tree จรัญสนิทวงศ์ 30″ ทับทิมสยามแห่งจรัญสนิทวงศ์ จาก พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ตอนนี้สร้างเสร็จพร้อมอยู่เรียบร้อยแล้ว ทั้งห้องพักและส่วนกลางทั้งหมด

โดยตัวโครงการ ตั้งอยู่ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2 สถานี คือสถานีแยกไฟฉาย 250 เมตร และสถานีบางขุนนนท์ 550 เมตร ใกล้รพ.ศิริราช ในระยะทางประมาณ 2.2 กม. ความอุดมสมบูรณ์โดยรอบสูง ใกล้ตลาดบางขุนศรี, Foodland และ Makro

เดอะทรี จรัญสนิทวงศ์ 30 เป็นคอนโด 2 อาคาร High Rise 22 ชั้น จำนวน 1 อาคาร และ Low Rise 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวนยูนิตพักอาศัย 305 ยูนิต บนที่ดิน 1-3-79 ไร่ ขายแบบ Fully Fitted มีห้องให้เลือกแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedrooms ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 23.60 – 45.85 ตร.ม. สร้างเสร็จพร้อมอยู่ (พ.ศ.2562)

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ Main Lobby, Mailbox, Exclusive working space & Private meeting room, Finest sky lounge, Crystalline Sky Pool, Roof Top Garden, Steam Room แยกชาย/หญิง ชั้น, Fitness, Sky Lounge และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง CCTV พร้อมระบบ Key Card Access ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท (มิ.ย.2562)

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก

ชื่อโครงการ เดอะทรี จรัญสนิทวงศ์ 30 The Tree Charansanitwong 30
เจ้าของโครงการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) Pruksa Real Estate
เนื้อที่ทั้งหมด 1-3-79 ไร่
จำนวนตึก 2 อาคาร
จำนวนชั้น อาคารพักอาศัย
อาคาร A สูง 22 ชั้น
อาคาร B สูง 8 ชั้น และ ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น
จำนวนห้อง
  • ห้องพักอาศัย 305 ยูนิต
  • ห้องชุดเพื่อการพาณิชย์ 2 ยูนิต
ลักษณะห้องและขนาดห้อง
  • 1 ห้องนอน : 23.60-41.10 ตร.ม.
  • 2 ห้องนอน 43.95-45.85 ตร.ม.
ที่จอดรถทั้งหมด 43% ไม่รวมจอดซ้อนคัน
จำนวนลิฟท์ ลิฟต์โดยสาร 4 ตัว ลิฟต์เซอร์วิส 1 ตัว
โซน จรัญสนิทวงศ์
ขนส่งสาธารณะ
  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีแยกไฟฉาย
  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สถานีบางขุนนท์
  • ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก
รถโดยสารที่ผ่าน รถเมล์สาย 40, 42, 68, 80, 171, 175, 509
ที่ตั้ง ซอยจรัญสนิทวงศ์ 30 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700
กำหนดการ สร้างเสร็จพร้อมอยู่
ปีที่สร้างเสร็จ สร้างเสร็จพร้อมอยู่
ราคา เริ่มต้น 3.4 ล้านบาท (มิ.ย.2562)
ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม เริ่มต้น ประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลางและกองทุน ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม. : ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม
สถานที่สำคัญใกล้เคียง ตลาดและห้างสรรพสินค้า

  • ตลาดบางขุนศรี 140ม.
  • Foodland 180 ม.
  • Makro จรัญสนิทวงศ์ 180 ม.
  • Tesco Lotus จรัญสนิทวงศ์ 15 2.1 กม.
  • สถานีตำรวจบางกอกน้อย 2.8 กม.
  • พาต้า 4.3 กม.
  • Tesco Lotus ปิ่นเกล้า 4.3 กม.
  • Central ปิ่นเกล้า 4.8 กม.
  • The Sense ปิ่นเกล้า 4.8 กม
  • Major ปิ่นเกล้า 7.9 กม.

สถานศึกษา

  • ม.ธรรมศาสตร์ 6.6 กม.
  • ม.ศิลปากร 6.7 กม.

วัดและอื่นๆ

  • สนามหลวง 5.9 กม.
  • วัดพระแก้ว 6.3 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลศรีวิชัย 400 ม.
  • โรงพยาบาลศิริราช 2.2 กม.
  • โรงพยาบาลกรุงธนบุรี 7.3 กม.
สิ่งอำนวยความสะดวก อาคาร A

  • The prime lobby , Elegant lift & Precious mailbox ชั้น 1
  • Exclusive working space & Private meeting room ชั้น 3
  • Finest sky lounge ชั้น 22
  • Crystalline Sky Pool , Sky view courtyard & Leisure sky scene ชั้น Roof top
  • Steam Room แยกชาย/หญิง ชั้น Roof top

อาคาร B

  • ชั้น 4 Hideaway garden & Garden view gym
  • Wifi สำหรับ Main Lobby,Exclusive working space,Private meeting room, Finest sky lounge,Hideaway garden,Garden view gym,Crystalline Sky Pool
  • กล้องวงจรปิด และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบ Key Card
  • สิทธิ์ที่จอดรถ แบบไม่ระบุตำแหน่ง 1 คัน สำหรับ 1ห้องนอน และ Shop, 2 คัน สำหรับ 2 ห้องนอน
จุดเด่นของโครงการ “The Tree จรัญสนิทวงศ์ 30″ คอนโดใหม่ระดับพรีเมี่ยม ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูง บนทำเลทับทิมสยามแห่งจรัญสนิทวงศ์ ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2 สถานี เพียง 300-400 เมตร จากสถานีแยกไฟฉาย และ สถานีบางขุนนนท์ ใกล้รพ.ศิริราช รายล้อมด้วยแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ที่ตั้งโครงการ

ซอยจรัญสนิทวงศ์ 30 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700

พิกัด : 13.758730, 100.469766

โครงการ The Tree จรัญสนิทวงศ์ 30 ตั้งอยู่ฝั่งธนฯ ติดถนนจรัญสนิทวงศ์(มุ่งหน้าท่าพระ) ฝั่งตรงข้ามตลาดบางขุนศรี ก่อนถึงแยกไฟฉาย สภาพแวดล้อมโดยรวม ของย่านนี้มีความเป็นชุมชนสูง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นตึกแถว 2 – 4 ชั้น หน้าตาแบบดั้งเดิม ทั้งแบบติดถนนใหญ่และในซอยย่อย เปิดเป็นร้านค้าติดถนน บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างคึกคัก แต่ภูมิทัศน์และการจราจรปัจจุบันอาจจะมีติดขัดบ้างเพราะกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกันอยู่ ทำให้เราจะเริ่มเห็นโครงการคอนโดขึ้นมาในละแวกใกล้ๆกันนี้บ้างแล้วและน่าจะมีมากขึ้นในอนาคต อาจจะทำให้บรรยากาศโดยรวมเปลี่ยนไปบ้าง แต่อาจจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนานหน่อยนะ

จุดเริ่มต้นของถนนจรัญสนิทวงศ์จะเริ่มต้นที่ตัดถนนเพชรเกษม (แยกท่าพระ) สิ้นสุดที่ถนนเชิงสะพานพระราม 7 เป็นถนนเส้นที่มีซอยย่อยให้ซอกแซกหลายซอย แต่การจราจรก็หนาแน่นพอสมควร แต่ปัจจุบันมีอุโมงค์ลอดแยกไฟฉาย, ถนนพระเทพ(ตัดใหม่) และทางด่วนโครงการทางพิเศษสายศรีรัช – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร จึงช่วยแก้ปัญหารถติดของละแวกนี้ไปได้พอสมควร

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว นั้นค่อนข้างสะดวกทั้งเข้าและออกเมือง แต่อาจจะมีรถติดบ้างโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน สำหรับการเข้าเมืองสามารถใช้สะพานพระปิ่นเกล้า, สะพานพระราม 8 (สะพานซังฮี้) ข้ามฝั่งมาจะเข้าโซนพระนคร พื้นที่ประวัติศาสตร์ มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานศึกษา โรงพยาบาล และสถานที่ราชการหลายแห่ง ถ้าข้ามสะพานกรุงธนฯ จะสามารถข้ามไปราชวิถี ยิ่งตรงเข้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้เลย หรือถ้าใครต้องการมาทางโซนสาทรก็สามารถขับลงมาใช้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสาทรได้เลยค่ะ

ทางด่วน

ส่วนการวิ่งออกเมือง สามารถใช้เส้นบรมราชชนนี ไปโซนพุทธมณฑล ราชพฤกษ์ วงแหวนกาญจนาภิเษก หรือไปศาลายา ยาวออกต่างจังหวัดไปนครปฐม ราชบุรี ส่วนเส้นจรัญสนิทวงศ์เองจะสามารถวิ่งไปเชื่อมกับถนนเพชรเกษมไปพระราม 3 บางแค หนองแขม อ้อมน้อย ได้ค่ะ และปัจจุบันมีถนนพระเทพตัดใหม่ที่ทำให้การเดินทางออกนอกเมืองของทำเลนี้สะดวกขึ้น โดยตัวถนนพระเทพตัดใหม่นี้จะเชื่อมตั้งแต่ถนนจรัญสนิทวงศ์, ถนนราชพฤกษ์ ใช้เดินทางไปบางใหญ่ นนทบุรีได้, ถนนพุทธมณฑล สาย 1เชื่อมกับถนนเพชรเกษม หรือวิ่งขึ้นไปเชื่อมกับถนนบรมฯไปศาลายาหรือใช้เพื่อเลี่ยงรถติดในบางช่วงถนนได้ค่ะ และถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก)

สำหรับจุดขึ้นทางด่วนฝั่งเข้าเมืองที่ใกล้โครงการจะเป็นทางด่วนศรีรัช จุดขึ้นทางด่วนบางบำหรุ สามารถใช้วิ่งข้ามฝั่งไปบางซื่อ จตุจักรได้ โดยจะมีระยะทางจากโครงการประมาณ 9.3 กม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 – 35 นาทีค่ะ

ส่วนจุดลงทางด่วนฝั่งวิ่งมาจากในเมืองก็จะมีระยะจากโครงการประมาณ 8.2 ใช้เวลาเดินทางมาถึงโครงการประมาณ 15 – 25 นาทีค่ะ

ถนนและแยกรอบๆโครงการ

  • แยกศิริราช 1.9 กม.
  • ถนนอรุณอมรินทร์ 1.9 กม.
  • แยกบรมราชชนนี 3.8 กม.
  • ถนนบรมราชชนนี 3.8 กม.
  • สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 4.4 กม.
  • แยกอรุณอมรินทร์ 4.8 กม.
  • ถนนสิรินธร 5.6 กม.
  • สะพานกรุงธน (ซังฮี้) 6.6 กม.
  • สะพานพระราม 8 5 กม.
  • สี่แยกบางพลัด 8.8 กม.
  • สะพานพระราม 7 9.9 กม.

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ เป็นหนึ่งในจุดเด่นในอนาคตของโครงการนี้ โดยจะมีสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินวิ่งผ่านหน้าโครงการเลย ซึ่งจะมีสถานีที่ใกล้โครงการอยู 2 สถานี คือ สถานีบางขุนนนท์ และสถานีแยกไฟฉายในระยะทางที่สามารถเดินถึงได้ 250 – 550 เมตร คาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ประมาณ มีนาคม 2563 นอกจากนั้นตัวสถานีบางขุนนนท์ จะเป็นสถานี Interchange กับรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีแดงอ่อนในอนาคตอีกด้วยค่ะ

ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆก็สะดวกไม่แพ้กัน โดยสามารถจะเรียก Taxi ที่วิ่งผ่านหน้าโครงการได้ตลอด ส่วนรถเมล์ก็เดินจากหน้าโครงการมาแค่ประมาณ 50 เมตร มีรถสาย สาย 40ร, 42, 68, 80, 171, 175, 509 ถ้าจะวิ่งฝั่งเข้าเมืองก็สามารถข้ามไปฝั่งตรงข้าม หน้าตลาดบางขุนศรี จะมีสายเดียวกับที่วิ่งฝั่งโครงการ ยกเว้นสาย 42 ค่ะ

นอกจากนั้นก็จะมีการโดยสารทางน้ำโครงการยังอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา การใช้เรือโดยสารจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนละแวกนี้นิยมใช้กัน ซึ่งมีข้อดีคือสามารถหลีกเลี่ยงรถติดบนถนนและสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาได้ในเวลาที่การจราจรหนาแน่น จะสามารถกะเวลาได้ง่ายกว่าไปนั่งรถติดบนถนนค่ะ โดยท่าเรือกที่ใกล้โครงการจะเป็นท่าเรือศิริราช (วังหลัง) และท่ารถไฟ โดยเรือธงสีส้มจะจอดทุกท่า ส่วนสีเขียวจะจอดบางท่าเท่านั้นค่ะ ตั๋วโดยสารสามารถซื้อได้บนเรือหรือที่จำหน่ายตั๋วบนท่าเรือค่ะ ราคาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับระยะทาง โดยอยู่ระหว่าง 13 – 32 บาท ซึ่งสามารถนั่งไปได้ไกลถึงบางศรีเมือง นนทบุรี หรือไปสาทร ไปราษฎร์บูรณะได้คลิกที่นี่เพื่อดูแผนที่ท่าเรือด่วนเจ้าพระยาและคลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเรือด่วนสายต่างๆและเส้นทางการเดินเรือ

ความอุดมสมบูรณ์รอบๆโครงการค่อนข้างสูงและสะดวกพอสมควรเลยค่ะ โดยจะมี Foodland เดินจากโครงการประมาณ 100 เมตร ฝั่งตรงข้ามโครงการมีตลาดบางขุนศรี สามารถเดินข้ามสะพานลอยข้างๆโครงการได้ ซึ่งตลาดบางขุนศรีจะเป็นตลาดที่ใหญ่เลยค่ะ ภายในตลาดจะมีแบ่งโซนเป็นส่วนร้านอาหารและ ส่วนร้านค้าตลาดสด สะอาดเป็นระเบียบ ติดกับตลาดจะมีอาคารพาณิชย์ที่เหมือนจะเป็นห้างเก่า มีร้านทองหลายร้าน และยังมีร้าน Watsons ให้เลือกซื้อของใช้ได้ด้วย และจากโครงการในระยะประมาณ 180 เมตร ก็จะมี Makro ให้ซื้อของกินของใช้ได้

ส่วนห้างสรรพสินค้าในระยะใกล้โครงการจะอยู่บนเส้นพระปิ่นเกล้าและเส้นบรมฯ โดยจะมีห้าง PATA ที่เป็นห้างเก่าแก่ ภายในมีร้านค้าและธนาคาร ที่รอบๆห้างเองก็มีร้านอาหารและร้านขายของรอบๆหลากหลาย บนเส้นบรมราชชนนีก็มี Tesco Lotus ปิ่นเกล้า, Central ปิ่นเกล้า, คอมมิวนิตี้ มอลล์ The Sense , Major ปิ่นเกล้า, ตั้งฮั่วเส็ง

สำหรับโรงพยาบาลในย่านนี้จะมีโรงพยาบาลใหญ่อย่าง รพ.ศิริราช, โรงพยาบาลกรุงธนบุรี และรพ.วิชัยเวชในระยะไม่ไกลค่ะ

สถานที่สำคัญรอบๆโครงการ

ตลาดและห้างสรรพสินค้า

  • ตลาดบางขุนศรี 140ม.
  • Foodland 180 ม.
  • Makro จรัญสนิทวงศ์ 180 ม.
  • Tesco Lotus จรัญสนิทวงศ์ 15 2.1 กม.
  • สถานีตำรวจบางกอกน้อย 2.8 กม.
  • พาต้า 4.3 กม.
  • Tesco Lotus ปิ่นเกล้า 4.3 กม.
  • Central ปิ่นเกล้า 4.8 กม.
  • The Sense ปิ่นเกล้า 4.8 กม
  • Major ปิ่นเกล้า 7.9 กม.

สถานศึกษา

  • ม.ธรรมศาสตร์ 6.6 กม.
  • ม.ศิลปากร 6.7 กม.

วัดและอื่นๆ

  • สนามหลวง 5.9 กม.
  • วัดพระแก้ว 6.3 กม.

โรงพยาบาล

  • โรงพยาบาลศรีวิชัย 400 ม.
  • โรงพยาบาลศิริราช 2.2 กม.
  • โรงพยาบาลกรุงธนบุรี 7.3 กม.

การเดินทาง

R

การเดินทางในวันนี้เราจะเริ่มต้นบนถนนราชวิถี บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตรงไปตามถนนราชวิถีฝั่งมุ่งหน้าฝั่งธน ข้ามสะพานกรุงธนฯ มายังฝั่งธนฯแล้วขับชิดเลนซ้ายไว้ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ที่สี่แยกบางพลัด ขับตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกบรมราชชนนี ก่อนถึงโครงการให้สังเกต Makro ทางขวามือ ตรงมาจาก Makro อีกหน่อย จะถึงที่ตั้งโครงการทางซ้ายมือค่ะ

สรุปการเดินทาง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ > ถนนราชวิถี > สะพานกรุงธนฯ > สี่แยกบางพลัด > ถนนจรัญสนิทวงศ์ > แยกบรมราชชนนี > The Tree จรัญสนิทวงศ์ 30

เริ่มการเดินทางบนถนนราชวีถี มุ่งหน้าสะพานกรุงธนฯ บนถนนเส้นนี้มีความอุดมสมบูรณ์สูง และมีสถานที่สำคัญๆ โดยที่แรกที่เราจะเห็นคือโรงพยาบาลราชวีถีทางซ้ายมือ

และมหาวิทยาลัยมหิดลทางซ้ายมือ

ขับมาเรื่อยๆจะเห็นป้ายบอกทางไปสะพานกรุงธนฯ เราก็ขับตรงตามป้าย และพยายามขับอยู่ในเลนขวาไว้นะคะ เพราะเดี๋ยวเราจะต้องขับขึ้นสะพานข้ามแยกตึกชัยที่เลนขวาค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆจะถึงแยกราชวิถี จากแยกนี้เราสามารถเลี้ยวซ้ายเพื่อไปเข้าถนนศรีอยุธยาและถนนพิษณุโลกได้ หรือถ้าเลี้ยวขวาก็สามารถไปถนนเตชะวณิชและถนนประดิพัทธ์ ส่วนเรายังขับตรงผ่านแยกไปเลยค่ะ

ตรงมาเรื่อยๆถึงแยกการเรือนสามารถเลี้ยวซ้ายไปถนนศรีอยุธยา และทางขวาสามารถไปถนนสุโขทัย เราขับตรงผ่านแยกไป จะผ่านพิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ด้วยค่ะ

ผ่านมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาทางซ้าย

ผ่านแยกกรุงธนฯ เราสามารถเลี้ยวซ้ายเพื่อไปถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า และเลี้ยวขวาไปถนนประชาราษฎร์ได้

ขับต่อมาอีกหน่อยจะผ่าน Market Place ดุสิต และเราจะขัชตรงตามป้ายขึ้นสะพานกรุงธน หรือสะพานซังฮี้ค่ะ

เราขับตรงมาเรื่อยๆข้ามสะพานกรุงธนฯ

ลงมาจากสะพานเราก็ข้ามมาฝั่งธนฯแล้วให้เราขับเข้าเลนซ้ายไว้นะคะ บรรยากาศแถวนี้มีความเป็นชุมชนค่อนข้างสูงค่ะ โดยจะมีซอยเข้าวัดภคินีนาถวรวิหารทางซ้ายมือ

ถึงแยกบางพลัดเป็นแยกถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตัดกับจรัญสนิทวงศ์ ให้เราเลี้ยวซ้ายค่ะ

เข้าถนนจรัญสนิทวงศ์มาแล้วเราจะผ่านทางเข้าวัดบวรมงคลทางซ้ายมือ

ถัดมาอีกหน่อยจะเป็นทางเข้าโรงเรียนวัดบวรมงคล

ขับตรงมาเรื่อยๆ ลอดอุโมงค์ผ่านแยก

ขึ้นมาจากอุโมงค์แล้วเราจะผ่านสถานีบางยี่ขันที่กำลังก่อสร้างอยู่

สถานีต่อมาเป็นสถานีบางขุนนนท์

ขับตรงมาเรื่อยๆ จะผ่านถนนสุทธาวาส ซึ่งเป็นเส้นทางที่สามารถใช้ลัดไปถนนอิสรภาพได้ด้วยค่ะ

เราขับตรงกันมายาวๆ ให้สังเกต Makro จรัญสนิทวงศ์ทางขวามือ

ผ่านปั๊ม Shell ทางซ้ายมือ

ตรงมาอีกหน่อยจะเห็นสะพานข้ามฝั่งและห้างเก่าทางขวามือ ให้เราเริ่มชิดเลนซ้ายได้เลยค่ะ

ตรงมาอีกหน่อย ทางซ้ายมือของเราจะถึงที่ตั้งโครงการ The Tree จรัญสนิทวงศ์ 30 แล้วค่าา

 

รอบๆโครงการ

พื้นที่โดยรอบโครงการส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ ตึกแถว บรรยากาศค่อนข้างคึกคักค่ะ

  • ทิศเหนือ ติดกับที่ดินเปล่าและตึกแถวสูง 2 ชั้น
  • ทิศตะวันออกจะติดกับอพาร์ทเมนต์ สูง 4 ชั้น และโรงงานผลิตน้ำธนบุรี
  • ทิศตะวันตกหรือหน้าโครงการ ติดกับถนนจรัญสนิทวงศ์ ฝั่งตรงข้ามเป็นตลาดบางขุนศรี
  • ทิศใต้ ติดกับตึกแถว สูง 4 ชั้น

มาดูบรรยากาศของจริงกันบ้าง เริ่มจากหน้าโครงการจะติดกับถนนจรัญสนิทวงศ์ ฝั่งตรงข้ามเป็นตลาดบางขุนศรี

เราเดินไปดูทางฝั่งซ้ายมือกันก่อนนะคะ

ติดกับโครงการจะเป็นตึกแถว สูง 3 ชั้น

ถัดมาเป็นซอยจรัญ 90

ติดกับซอยจะมี Foodland เดินจากโครงการมาสะดวกมาก

กลับมาที่ตัวโครงการ เรามาเดินไปดูทางฝั่งขวามือ แล้วข้ามไปฝั่งตรงข้ามกันต่อ

ฝั่งขวาเป็นอู่ซ่อมรถและตึกแถวติดถนน

ฝั่งตรงข้ามเป็นตึกแถว

ไม่ไกลจากโครงการจะมีสะพานข้ามฟาก สามารถใช้ข้ามถนนไปตลาดได้สะดวกค่ะ

ถัดจากสะพานตรงนี้ไปก็จะมีร้านขายน้ำ, ร้านขายซาลาเปา

ภาพรวมพื้นที่บริเวณหน้าโครงการ

บรรยากาศอีกฝั่งถนน ทางฝั่งนี้จะมี Makro อยู่ไม่ไกล

ลงจากสะพานมาแล้วจะเจอร้านทอง และซอยจรัญสนิทวงศ์ 35

ในซอยส่วนใหญ่เป็นตึกแถว เปิดเป็นร้านอาหาร, ร้านขายยา, ร้านเสริมสวย และอื่นๆ

ลองเข้ามาดูบรรยากาศในซอยซักนิด ช่วงต้นๆซอยมีร้านเสริมสวย

ถัดเข้ามาเป็ฯร้านกับข้าว ดูสะอาดสะอ้านดี

ฝั่งตรงข้ามมีร้านขายยา

ถัดมาก็มีร้านก๋วยเตี๋ยว

กลับมาที่ถนนหลัก จากซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 จะมีธนาคารธนชาต สามารถเดินมาทำธุรกรรมได้สบายๆ

ถัดมาเป็น 7-11

และซอยจรัญสนิทวงศ์ 35

ถัดมาเป็น Makro สาขาจรัญสนิทวงศ์ที่อยู่ใกล้โครงการที่สุด ภายในมีธนาคารและร้านอาหารหลายร้านค่ะ

กลับมาที่บริเวณสะพานที่เราข้ามมาทีแรก บริเวณชั้นล่างของตึกแถวที่อยู่ติดกับตลาดบางขุนศรีส่วนใหญ่จะใช้เปิดเป็นร้านค้า โดยจะมีทั้งร้านทอง, ขายส่งอุปกรณ์เสริมสวย, ร้านขายยา

และ Watsons

หน้าตลาดบางขุนศรีจะมีป้ายรถเมล์ ฝั่งนี้จะมีรถสายที่วิ่งไปถึงจตุจักรเลยค่ะ

ถัดมาเป็นตลาดบางขุนศรี

มีโซนตู้ ATM ให้กดเงิน ครบทุกธนาคาร

ภายในตลาดจะแบ่งเป็น 2 โซน โซนแรกจะเป็นส่วนของศูนย์อาหาร มีร้านอาหารหลายร้านให้เลือกทาน

โซนด้านในจะเป็นส่วนของตลาดสด แบ่งล็อคไว้อย่างเป็นระเบียบ ดูสะอาดค่ะ

ถัดจากตลาดมาก็จะเป็นตึกแถว เปิดเป็นร้านแว่นท็อปเจริญ

มีโซนขายอาหารพร้อมทานอีกจุด

ถัดมาก็มี 7-11

ติดกับ 7-11 มีทางเข้าตลาดสดบางขุนศรี และพี่วินด้านหน้า

ถัดมาเป็นคลินิกสัตวแพทย์

ภาพรวมจากตรงนี้ก็จะเป็นตึกแถวซะส่วนใหญ่ค่ะ

 

ตัวโครงการ

โครงการ The Tree จรัญฯ 30 เป็นโครงการคอนโด 2 อาคาร เป็น Low Rise 8 ชั้น + ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น 1 อาคาร และ High Rise 22 ชั้น 1 อาคาร ตั้งอยู่ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ฝั่งมุ่งหน้าท่าพระ ตัวอาคารสไตล์โมเดิร์น โทนสีเทาและแดงตาม Concept ทับทิมแห่งจรัญสนิทวงศ์

เรามาดูที่แปลนอาคารกันก่อน เริ่มจาก Master Plan ตัวโครงการจะมี 2 อาคาร คือ อาคาร A ด้านหน้า และอาคาร B ด้านหลัง

จะเห็นว่าทางเข้า – ออกโครงการมีทางเดียว คือจากถนนจรัญสนิทวงศ์ เมื่อเข้ามาภายในโครงการจะเป็นถนน One Way วิ่งวนขวา เข้าไปที่จอดรถที่อาคาร B ด้านหลังและวิ่งวนออกมาหน้าโครงการโดยผ่านจุด Drop Off หน้า Lobby

ส่วนฟังก์ชั่นภายในอาคาร เริ่มที่อาคาร A จะมี ส่วนพาณิชย์ 2 ยูนิต ภายในอาคารส่วนแรกจะเป็น Main Lobby เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำรับรอง และโถงลิฟต์ ซึ่งภายในจะมีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว

ในส่วนของอาคาร B ชั้นนี้จะเป็นส่วนของที่จอดรถ ลงไปยังชั้นใต้ดินอีก 2 ชั้นและขึ้นไปจนถึงชั้น 3 ในส่วนของลิฟต์โดยสารที่อาคารนี้จะมี 2 ตัว เชื่อมตั้งแต่ชั้นจอดรถขึ้นไปจนถึงชั้นพักอาศัยค่ะ

มาดูบรรยากาศของจริงกันเลยค่ะ เริ่มจากหน้าโครงการจะมีป้ายชื่อโครงการติดถนนแบบนี้

พอเราเลี้ยวเข้ามาจากถนนจรัญสนิทวงศ์ก็จะเจอถนนภายในโครงการ โดยถนนจะวิ่งวนรอบโครงการเป็นถนน One Way นะคะ พอเราเข้ามาแล้วถนนจะแยกทางซ้ายและตรงไป โดยซ้ายจะเป็นทางเข้ารถ ส่วนที่เรามองตรงไปเห็นรั้วกั้นไม้กระดกจะเป็นฝั่งทางออกค่ะ

หันมาดูทางฝั่งขวามือจะจัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ลงต้นไม้มาให้แน่นๆ พร้อมหญ้าและไม้พุ่ม

ถ้าขับรถมาโครงการจะมีทางเข้าอยู่ทางซ้ายมือ โดยจะมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นรั้วกั้นไม้กระดก

เราเดินเข้ามาดูในโครงการกันต่อเลย

ส่วนแรกของตัวอาคาร A จะเป็น Shop ซึ่งตอนนี้ใช้เป็นสำนักงานขายอยู่ค่ะ

ภายในสำนักงานขายมีเคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูล, โมเดลภาพรวมของโครงการ และด้านในก็จะมีที่นั่งรับรองสำหรับคนที่เข้ามาชมโครงการค่ะ

เดินต่อเข้ามาด้านใน ฝั่งซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้า Lobby ส่วนฝั่งขวามือจะทำเป็นรั้วสูงหน่อยเพื่อความเป็นส่วนตัว เพราะข้างๆที่ดินโครงการเป็นตึกแถว

ประตูทางเข้า Lobby เรียบๆ แต่ใช้กระจกทั้งหมด

ก่อนจะเข้าไปดูด้านในตัวอาคาร เราเดินมาดูรอบๆอาคารต่ออีกนิดค่ะ พอเรามาถึงด้านหลัง ก็จะเป็นอาคาร B ซึ่งจะเป็นที่จอดรถตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ขึ้นไปถึงชั้น 3 ส่วนด้านบนเราจะเห็นทางเชื่อมระหว่างอาคาร A กับอาคาร B

หันไปดูทางฝั่งซ้ายมือเป็นอาคาร A ซึ่งจะมีทางเข้าตัวอาคารอีกจุดนึงด้วย สำหรับคนที่จอดรถ ก็จะได้ไม่ต้องเดินไกลไปเข้าที่ประตูหลักค่ะ

เราเข้าไปดูด้านในที่จอดรถของอาคาร B กันสักหน่อย

ติดกับทางเข้าที่จอดรถจะเป็นโถงลิฟต์ของอาคาร B

ภายในโถงลิฟต์อาคาร B ที่ชั้น 1 ทำออกมาดูดีเลย มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว

ภายในลิฟต์โดยสารมีราวจับรอบตัวลิฟต์ ผนังเป็นกระจกเงา 1 ด้าน พร้อมติดตั้งกล้อง CCTV 1 ตัว

เข้ามาภายในที่จอดรถเลนวิ่งสวนกันได้

ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องนิติ

ที่จอดรถด้านในแบ่งเป็นช่องๆตามเสาอาคาร

ทางลงไปที่จอดรถชั้นใต้ดินเป็นทางสโลปมาตรฐาน

ที่จอดรถชั้น 2 – 3 ผนังจะเปิดโล่ง ระบายอากาศได้ดี

ที่จอดรถชั้นบนจะมีทางเข้าโถงลิฟต์ติดกับที่จอดรถ

ภายในโถงลิฟต์ชั้นบนจะทำออกมาเรียบๆ

บรรยากาศรอบๆอาคารจะลงต้นไม้ไว้ให้ค่อนข้างเยอะเลย ช่วยให้บรรยากาศในโครงการดูร่มรื่นขึ้น

ดูรอบๆโครงการกันไปแล้ว เรามาดูภายในตัวอาคารกันบ้าง สำหรับประตูทางเข้าจะต้องแตะคีย์การ์ดเพื่อเข้าไปด้านในตัวอาคารนะคะ พอเราเปิดเข้ามาก็จะเจอ Lobby ฝ้าเพดานสูง หน้าตาดี ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีครีมๆ

ด้านบนติดตั้งโคมไฟมาช่วยให้บรยากาศใน Lobby ดูหรูขึ้นมาอีกค่ะ

จากโถงกลางนี้จะแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนิติ, Mail Room ตรงกลางเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อน และซ้ายมือเป็นทางเดินเชื่อมไปโถงลิฟต์ค่ะ

ภายในพื้นที่โถงนั่งพักจะจัดโซฟาตัวยาวเข้ามุมมาให้ 4 ชุด ได้ความเป็นส่วนตัวเพราะมีฉากกั้นเป็นระแนงด้านหน้า

มุมจากภายในโถงนั่งพักผ่อนมองออกไปทางประตูทางเข้า

ติดกับโถงพักผ่อน ฝั่งซ้ายเป็นห้องนิติฯ, ห้องน้ำรับรอง และ Mail Room

มาดูในส่วนห้องน้ำกันก่อน จะมีห้องน้ำแยกชาย – หญิง อย่างละ 1 ห้อง

ภายในห้องน้ำชายแยกโซนล้างมือและห้องน้ำ

โดยจะมีอ่างล้างมือ 1 จุด และโถปัสสาวะ 1 โถ

ในห้องน้ำติดตั้งโถสุขภัณฑ์แบบลอยตัว

ภายในห้องน้ำหญิงจะแยกโซนอ่างล้างมือและห้องน้ำ โดยจะมีอ่างล้างมือ 2 อ่าง

ภายในห้องน้ำติดตั้งสุขภัณฑ์มาให้เหมือนที่ห้องน้ำชาย

ขยับเข้ามาด้านในโซนห้องนิติฯ มีช่องสำหรับติดต่อกับเจ้าหน้าที่

เข้ามาด้านในเป็นโซน Mail Room แบ่งช่องจดหมายเป็นระเบียง สุดทางเป็นประตูเล็กเข้า-ออกด้านหน้าอาคารได้ค่ะ

กลับออกมาที่โถง เราเดินไปดูฝั่งโถงลิฟต์กันต่อ

เข้ามาด้านในแล้วจะเจอประตูทางเข้าอีกฝั่ง ที่เราเห็นตอนเดินดูรอบๆอาคารกันนั่นเองค่ะ

ด้านในโถงลิฟต์ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีเข้มขึ้นมาหน่อย มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัว

ภายในลิฟต์โดยสารจะเหมือนกับที่อาคาร B นะคะ โดยลิฟต์โดยสารจะใช้ของ Schneider สามารถรองรับได้ 1,000 กิโลกรัม หรือประมาณ 12 คนค่ะ

แปลนชั้น 2 ที่อาคาร A จะเป็นที่อยู่อาศัยทั้งชั้น ส่วนอาคาร B จะเหลื่อมขึ้นไป 1 ชั้น เพราะความสูงฝ้าเพดานของ Mail Lobby ในอาคาร A ซึ่งจะยังคงเป็นชั้นจอดรถ และมีส่วนห้องซักรีด

แปลนชั้น 3 ที่อาคาร A จะเป็นส่วนพักอาศัยและมีพื้นที่ส่วนกลางคือห้อง Co – Working Space และ Meeting Room ซึ่งจากอาคาร A จะมีทางเชื่อมไปยังอาคาร B ชั้น 4 ที่จะเป็นส่วนพักอาศัย พร้อมพื้นที่ส่วนกลางคือสวนหย่อมกลางแจ้ง และห้องฟิตเนสฝ้าเพดานสูง เป็นการเฉลี่ยนพื้นที่ส่วนกลางให้ลูกบ้านทั้ง 2 อาคารสามารถใช้งานได้ทั่วถึงค่ะ

มาดูของจริงกันต่อ พอเราออกมาจากลิฟต์ก็จะเจอป้ายเลขชั้น ทำเป็นรูปใบไม้เข้ากับ Concept โครงการ

ถัดเข้ามาจะมีประตูแยกโซนพักอาศัยฝั่งซ้ายมือ และทางเข้าส่วนกลางขวามือ

โดยในโซนพักอาศัยจะต้องใช้คีย์การ์ดแตะเพื่อความเป็นส่วนตัว

เข้ามาดูภายในโซนส่วนกลางเปิดแอร์เย็นฉ่ำ สำหรับอาคาร A จะมีห้อง Co – Working Space ทางขวามือ และห้อง Meeing Room ทางซ้ายมือ มีทางเดินกั้นระหว่าง 2 ส่วนนี้ โดยจะใช้ผนังกระจกใสทั้ง 2 ห้อง ทำให้ดูโปร่งๆ สว่างๆ

ภายในห้อง Co – Working Space จัดชุดโต๊ะเก้าอี้มาให้หลายมุมมากๆ ทั้งมุมนั่งพักผ่อนและโต๊ะนั่งทำงาน เดี๋ยวเราเดินดูกันไปทีละส่วนค่ะ

โซนแรกเป็นชุดโซฟา 2 ชุด มุมนี้นั่งพักผ่อนหรือไว้นั่งคุยงานกันแบบสบายๆได้

จากมุมนั่งพักผ่อนมองไปอีกฝั่งของห้องจะเห็นว่าผนังฝั่งรอบนอกก็จะทำเป็นหน้าต่างมาให้ด้วย ทำให้พื้นที่นั่งทำงานโปร่งโล่ง ได้บรรยากาศทำงานที่ดี

ขยับเข้ามาโซนด้านในจะมีชุดโต๊ะนั่งอ่านหนังสือหรือทำงานสำหรับคนที่ชอบความเป้นส่วนตัว มีฉากกั้นยกขึ้นมาบังนิดหน่อย ช่วยให้มีสมาธิดียิ่งขึ้น

ริมหน้าต่างก็จะมีชุดโต๊ะนั่งทำงานยาวๆ 4 ที่นั่ง

ส่วนกลางอีกห้องที่อยู่ติดกันคือ Meeting Room จัดชุดโต๊ะยาวสำหรับนั่งประชุมมาให้ 8 ที่นั่ง

ผนังฝั่งด้านนอกอาคารของห้องนี้จะทึบเพิ่มความเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีกหน่อย ส่วนงานตกแต่งก็ทำมาสวยน่าใช้งานดีค่ะ

จากพื้นที่ส่วนกลาง Co – Working Space และ Meeting Room จะเป็นประตูออกไปยังทางเชื่อมอาคาร A และ B

ภายในทางเชื่อมมีช่องแสงตลอดทาง

พอออกมาที่อาคาร B ฝั่งซ้ายมือจะเป็นส่วนของโถงลิฟต์และก็จะมีประตูทางเข้าส่วนพักอาศัยกั้นแยกอีกชั้น

ภายในโถงลิฟต์อาคาร ​B ค่ะ

ผนังในโถงลิฟต์อีกฝั่งจะเป็นกระจก มองไปเห็นทางเชื่อม ตรงนี้ก็จะมีความปลอดภัยเวลาที่เราเดินในทางเชื่อมก็จะมีหูมีตาในบริเวณใกล้เคียงอยู่บ้าง

บรรยากาศภายในโถงทางเดินส่วนพักอาศัยของอาคาร B

สำหรับส่วนกลางของอาคาร B ที่ชั้นนี้จะมีสวนหย่อมและฟิตเนส โดยพอเราออกมาก็จะเจอสวนหย่อมก่อน ส่วนฟิตเนสจะอยู่สุดทางเดินสวนค่ะ

ภายในสวนลงต้นไม้มาให้เยอะดีค่ะ มีม้านั่งให้นั่งพักด้วย

เราเข้ามาดูในฟิตเนสกันบ้าง ตัวฟิตเนสจะมี 2 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นพื้นที่โถงเล็กๆ ซึ่งจะเป็นในส่วนของที่นั่งพักและห้องน้ำค่ะ

ถ้าเราเข้ามาแล้วเดินมาทางฝั่งซ้ายก็จะเป็นโซนห้องน้ำ แยกหญิง-ชาย

ภายในห้องน้ำหญิงเข้ามาจะเจอล็อคเกอร์และอ่างล้างมือ โดยจะมีล็อคเกอร์ให้บริการ 15 ช่อง

อ่างล้างมือ 2 อ่าง พร้อมกระจกเงา

อีกฝั่งเป็นห้องน้ำแยกห้องอาบน้ำ อย่างละ 1 ห้อง

เข้ามาดูในห้องน้ำชายบ้าง จะเหมือนๆกับที่ห้องน้ำหญิงค่ะ มีล็อคเกอร์ 15 ช่อง

อ่างล้างมือ 1 อ่าง พร้อมโถปัสสาวะชาย

แยกห้องอาบน้ำและห้องน้ำอย่างละ 1 ห้อง

อีกฝั่งของฟิตเนสชั้น 1 จะมีชุดโซฟาสำหรับนั่งพัก และบันไดขึ้นชั้น 2

ขึ้นมาชั้น 2 จะเป็นห้องฟิตเนส ทำมาดูสวยน่าใช้มากค่ะ ออกกำลังกายเสร็จถ่ายรูปอัพสวยๆได้เลย ผนังรอบห้องเป็นกระจก ทำให้ห้องดูสว่างและโปร่งโล่ง

อุปกรณ์จัดมาให้ครบครัน ทั้งสำหรับเวทและคาดิโอ

โซนเวทมีดัมเบลคละน้ำหนัก 20 ชิ้น และเบาะปรับระดับได้ ทั้งหมด 2 ชุด

จักรยานไฟฟ้า 2 เครื่อง

Elliptical 1 เครื่อง

ลู่วิ่งไฟฟ้า 2 เครื่อง

นอกจากนั้นก็จะมีตู้กดน้ำและทีวีไว้ให้บริการด้วย

วิวจากตรงลู่วิ่งค่ะ

วิวอีกฝั่งเห็นสวนของโครงการ

แปลนชั้น 4 อาคาร A เป็นส่วนพักอาศัยทั้งชั้น ส่วนฝั่งอาคาร B จะเป็นส่วนพักอาศัยทั้งชั้นเช่นกัน

แปลนชั้น 5 – 7 อาคาร A และชั้น 6 – 8 อาคาร B เป็นส่วนพักอาศัยทั้งชั้น โดยทางฝั่งอาคาร A จะมีทั้งหมด 12 ยูนิต และฝั่งอาคาร B จะมีทั้งหมด 12 ยูนิต เช่นกัน

แปลนชั้น 8 ทางฝั่งอาคาร A เป็นชั้นพักอาศัยทั้งชั้น

แปลนชั้น 9 – 21 เป็นส่วนพักอาศัยทั้งชั้น การวางผังห้องเหมือนๆกัน ต่างที่ขนาดห้องบางจุดเท่านั้นค่ะ

โถงลิฟต์ในส่วนพักอาศัยจะเรียบๆ เชื่อมออกไปตรงโถงทางเดิน

มีช่องแสง 1 บาน ทุกชั้น ทำให้บริเวณโถงลิฟต์ไม่ทึบ

บรรยากาศภายในโถงทางเดินของโซนพักอาศัย

แปลนชั้น 22 เป็นส่วนชั้นพักอาศัย และมีพื้นที่ส่วนกลาง Sky Lounge

บรรยากาศโถงลิฟต์ชั้น 22 ทำมาแบบเรียบๆ มีช่องแสงบานใหญ่ 2 จุด ช่วยให้บริเวณนี้ไม่ทึบ

ออกมาจากโถงลิฟต์เลี้ยวขวามาจะเจอพื้นที่ส่วนกลาง ฝั่งขวามือเป็นห้องน้ำ และซ้ายมือเป็น Sky Lounge

สำหรับห้องน้ำจะมีแยกชาย – หญิง

เข้ามาดูในห้องน้ำชายก่อน ภายในค่อนข้างกว้าง

มีอ่างล้างมือพร้อมกระจกเงา 1 จุด

โถปัสสาวะชาย 2 โถ

พร้อมล็อคเกอร์ให้บริการ 12 ช่อง ส่วนห้องน้ำและห้องอาบน้ำอย่างละ 1 ห้อง

ภายในห้องอาบน้ำกว้างขวาง ติดตั้งฝักบัวและราวแขวนมาให้ครบ พร้อมใช้งาน

ภายในห้องน้ำติดตั้งสุขภัณฑ์พร้อมถังขยะ

ถัดมาเป็นห้องน้ำหญิง มีห้องน้ำ 1 ห้องและห้องอาบน้ำ 1 ห้อง พร้อมห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก 1 ห้อง

มีอ่างล้างมือ 2 อ่าง

ล็อคเกอร์ 12 ช่อง

ภายในห้องน้ำ

ภายในห้องอาบน้ำ

เรามาดู Sky Lounge กันต่อ ห้องนี้สำหรับนั่งพักผ่อนชิลล์ๆ บรรยากาศสบายๆ มองเห็นวิวเมือง

จัดชุดโซฟาโค้งใหญ่ๆมาไว้กลางห้อง

มีบาร์เครื่องดื่มไว้รองรับเผื่อพาเพื่อนๆมาปาร์ตี้

ส่วนโซนริมหน้าต่างก้มีโต๊ะและเก้าอี้มาให้ เหมาะมาเปลี่ยนบรรยากาศทำงาน หรือนั่งมองวิวคนเดียว

อีกมุมก็มีชุดโต๊ะโซฟานั่งเป็นคู่ๆ

อีกมุมค่ะ จะเห็นว่าห้องนี้ใช้สีโทน Rose Gold ให้ความหรูหรา

แปลนชั้น Roof Top เป็นพื้นที่ส่วนกลางแบบ Outdoor ทั้งหมด ซึ่งจะมีสระว่ายน้ำระบบเกลือ ยาว 30 เมตร และพื้นที่สวนหย่อมพร้อมพื้นที่พักผ่อนข้างสระ

สำหรับทางขึ้นชั้น Roof Top จะต้องขึ้นทางบันไดหนีไฟค่ะ

บันไดชั้นนี้ทำสวย เหมาะกับการใช้งานเดินขึ้นไปบนส่วนกลาง

ขึ้นมาแล้วจะเจอทางเดินแยก 2 ฝั่ง ฝั่งขวามือขึ้นมาจะเจอม้านั่งยาวๆ และจุดล้างตัวพร้อม Sunbed นั่งพักผ่อนริมสระ

จากจุดล้างตัวมีบันไดเชื่อมขึ้นไปตรงสระว่ายน้ำ

ตัวสระเป็นสระระบบเกลือ ขอบสระแบบ Infinity Edge Pool พร้อมรั้วกระจกทำให้มองเห็นวิวเมืองรอบๆได้ไกลๆเลย

ตัวสระแบ่งโซนน้ำลึกน้ำตื้น เด็กๆก็สามารถมาว่ายน้ำเล่นได้

ส่วน Pool Deck ด้านบนก็จะมีเก้าอี้สานจัดมาให้ทั้งหมด 3 ตัว เผื่อนั่งดูเด็กๆเล่นน้ำค่ะ

ทางลงสระจะมี 2 ฝั่งนะคะ ในภาพเป็นอีกฝั่งนึง

มีจุดล้างตัวอีก 1 จุด

พอลงมาจะมีโซนห้องสตรีมทางขวามือ และทางสวนทางซ้าย

ห้องสตรีมแยกชาย – หญิง

ภายในห้องสตรีมทั้ง 2 ห้องจะเหมือนกันเลยค่ะ คือจะมีล็อคเกอร์ไว้ให้เก็บของ 12 ช่อง

ภายในห้องสตรีม

เราเดินไปดูในสวนกันต่อ พื้นจะลงหญ้าเต็มพื้นที่ และลงต้นไม้ไว้ให้พอสมควรค่ะ

เข้ามาจนสุดทางจะมีที่นั่งพักผ่อน มีหลังคาคลุม มานั่งตอนกลางวันก็ได้ถ้าอากาศไม่อบอ้าวค่ะ

ภายในสวนก็จะมีม้านั่งมาให้หลายจุด

วิวจากสวนบนชั้น Roof Top ก็จะประมาณนี้ มองไปได้ไกลสุดสายตาเลยย

 

แบบห้อง

แบบห้องในโครงการขายแบบ Fully Fitted ความสูงฝ้าเพดาน 2.65 เมตร จะมี 2 แบบคือ

  • 1 Bedroom ขนาด 23.60-41.10 ตร.ม.โดยจะมีทั้งหมด 4 Type คือ Type A,B,C,D
  • 2 Bedroom ขนาด 43.95-45.85 ตร.ม. เป็นแบบห้อง Type E

และเนื่องจากในโครงการจะยูนิตแปลนหลากหลายแบบ เราจึงขอยกตัวอย่างมาให้ดูบางส่วนนะคะ

  • แบบห้อง 1A ขนาด 23.60 ตร.ม. เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ภายในห้องได้เป็นครัวเปิด กั้นห้องเฉพาะส่วนห้องนอนและห้องน้ำค่ะ

  • แบบห้อง 1B3 ขนาด 26.45 ตร.ม. เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ห้องนี้จะแยกห้องทุกส่วนเป็นสัดส่วน ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ และครัวได้เป็นครัวปิดพร้อมระเบียงภายนอกช่วยระบายอากาศ

  • แบบห้อง 1D2X ขนาด 34.95 ตร.ม. เป็นห้องมุมแบบ 1 Bedroom ภายในห้องจะมีพื้นที่กว้างกว่าแบบอื่นๆเพราะเป็นห้องมุม และทุกห้องกั้นแยกเป็นสัดส่วนทั้งหมดค่ะ

  • แบบห้อง 2E1X ขนาด 44.20 ตร.ม. เป็นห้องแบบ 2 Bedroom ภายในห้องกั้นแยกทั้งส่วนห้องครัว ห้องน้ำรับรอง และห้องนอน ส่วนในห้อง Master Bedroom จะมีห้องน้ำส่วนตัวค่ะ

 

ห้องตัวอย่าง

ห้องตัวอย่างในโครงการมีให้ชม 2 แบบ คือ

  • 1 Bedroom ขนาด 26.6 ตร.ม.
  • 2 Bedrooms ขนาด 44.2 ตร.ม.

เริ่มที่ห้องแบบแรก เป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 26.60 ตร.ม. ภายในห้องส่วนแรกจะเป็นห้องนั่งเล่น เชื่อมต่อไปยังห้องน้ำ, ห้องนอนและห้องครัว โดยทุกห้องจะมีประตูกั้นแยกเป็นสัดส่วน ครัวได้เป็นครัวปิด กันกลิ่นอาหารไปยังส่วนอื่นๆของห้อง และห้องครัว จะเชื่อมต่อไปยังระเบียงภายนอกทำให้สามารถเปิดเพื่อช่วยระบายอากาศเพิ่มได้ค่ะ

มาดูห้องตัวอย่างของจริงกันเลยค่ะ เริ่มที่ประตูทางเข้าห้อง เป็นบานทึบปิดผิวลามิเนตลายไม้

ทุกห้องจะได้ Digital Door Lock ของ Samsung

พื้นห้องปูด้วยลามิเนต ลายไม้สีอ่อน หนา 8 มม. มีตัวจบติดตั้งมาให้เรียบร้อย

หลังบานประตูมีตัว Stopper ติดตั้งมาให้กันประตูกระแทกผนัง

เข้ามาในห้องฝ้าเพดานสูงประมาณ 2.65 เมตร ฟังก์ชั่นส่วนแรกที่เราเจอจะเป็น Living Area มองตรงไปเป็นห้องนอน ซ้ายมือเป็นห้องน้ำ และทางขวามือเป็นประตูเชื่อมไปยังห้องครัวค่ะ

เรามาดูในส่วนห้อง Living Area กันก่อน โดยรวมแล้วพื้นที่จะมีขนาดค่อนข้างกระทัดรัด เหมาะจะใช้งาน 1 – 2 คนค่ะ

สามารถวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่งได้ กำลังดี เหลือพื้นที่ข้างๆให้วางโต๊ะเล็กอีกตัว

ฝั่งตรงข้ามเป็นพื้นที่วางชั้นวางทีวีหรือจะ Built – in เป็นตู้สูงหน่อยก็ได้ จะได้เพิ่มพื้นที่เก็บของในห้องได้อีกด้วย ส่วนแอร์ที่เราเห็นก็จะมีติดตั้งมาให้ด้วยค่ะ

ระยะดูทีวีประมาณ 3 เมตร สามารถวางทีวีขนาด 40″ – 42″ กำลังดี

ติดกับห้องนั่งเล่นจะเป็นห้องน้ำ ตรงนี้มีข้อดีตรงที่เวลาเพื่อนมาหาก็สามารถเดินเข้าห้องน้ำได้เลย โดยไม่ต้องเดินผ่านห้องนอนที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราค่ะ

พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้สีครีมๆ

ภายในห้องน้ำมีฟังชั่นครบ แยกส่วนเปียกส่วนแห้งออกจากกัน ตกแต่งด้วยโทนสีครีม ภายในห้องน้ำจะได้เป็นไฟดาวน์ไลท์ทั้งหมดพร้อมเครื่องดูดอากาศ

อ่างล้างมือใช้ของ Kohler ติดตั้งมาให้พร้อมก๊อกน้ำเย็น ขนาดอ่างค่อนข้างกว้างเลย

ใต้อ่างมีตู้เก็บของบานเปิด สามารถใช้เก็บพวกอุปกรณ์อาบน้ำสำรองได้

ติดกับอ่างล้างมือจะเป็นส่วนของโถสุขภัณฑ์พร้อมสายชำระและที่วางกระดาษชำระของ Kohler ระยะติดตั้งพอดีๆ สามารถใช้งานได้สะดวก

สายชำระทรงโมเดิร์นขนาดพอดีมือ

ด้านบนอ่างล้างมือและโถสุขภัณฑ์มี Low Wall ที่สามารถใช้วางของได้อีกค่ะ

ข้างโถสุขภัณฑ์มีช่องเจาะให้เป็นพื้นที่วางของอีกจุด

ส่วนพื้นที่อาบน้ำจะได้ Shower Box บานเปิดเข้าด้านในติดตั้งมาให้เป็นสัดเป็นส่วน ช่วยให้น้ำจะไม่กระเซ็นออกมาพื้นที่ด้านนอก

ตัวบานประตูจะมีเจลกันกระแทกด้านในด้วย

ภายในห้องอาบน้ำจะได้ฝักบัวอาบน้ำ Hand Shower แบบปรับระดับได้ ของ Kohler พร้อมที่วางสบู่และเดินระบบติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้เรียบร้อย

ห้องอาบน้ำขนาดพอให้ยืนอาบน้ำได้พอดีๆ ปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีครีม

กลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น เราไปดูในส่วนห้องครัวกันต่อค่ะ โดยบานประตูห้องครัวจะได้เป็นบานสไลด์ กรอบอลูมิเนียมสีขาว กระจกใส ช่วยให้ห้องนั่งเล่นได้แสงธรรมชาติจากระเบียงด้วย

เข้ามาในครัวจะเห็นพื้นที่เชื่อมต่อออกไปยังระเบียงภายนอก และชุดเคาน์เตอร์ครัว โดยชุดครัวทั้งชุดนี้ทางโครงการจะติดตั้งมาให้ด้วยค่ะ

มาดูเคาน์เตอร์ครัวชิ้นล่างกันก่อน จะได้ซิงค์ล้างจานและเตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว มีพื้นที่เหลือตรงกลางให้คว่ำจานหรือเตรียมอาหารนิดหน่อย

ส่วนพื้นที่ด้านหลังเคาน์เตอร์ติดผนังกระเบื้องมาให้เพื่อป้องกันคราบอาหาร หรือคราบน้ำมันกระเด็นช่วยให้ทำความสะอาดง่ายขึ้นค่ะ

ซิงค์ล้างจานเป็นทรงสี่เหลี่ยม พร้อมก๊อกน้ำ ขนาดค่อนข้างกว้างและเตาไฟฟ้า 2 หัวของ Franke

เคาน์เตอร์ด้านล่างจะแบ่งเป็นตู้เก็บของใต้ซิงค์ล้างจาน 1 ช่อง, ที่วางไมโครเวฟ 1 ช่องและลิ้นชักสำหรับเก็บของจุกจิกอีก 2 ชั้น บานพับได้เป็นแบบ Soft Close ทั้งหมด

ตู้เก็บของด้านบนจะมีทั้งหมด 3 ชุด เป็นตู้แบบบานเปิดทั้งหมด ติดตั้งมาให้พร้อมเครื่องดูดควันยี่ห้อ Franke

ภายในห้องครัวนี้ทางโครงการจัดมุมนั่งทานอาหารมาให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย จะเห็นว่าสามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งกำลังดีค่ะ

พื้นที่เหลือยืนทำครัวประมาณ 0.8 เมตร พอให้ยืนทำครัวได้ แต่ถ้าใครอยู่คนเดียวแล้วไม่ซีเรียสว่าต้องนั่งทานข้าวบนโต๊ะก็ไม่ต้องวางโต๊ะทานข้าวในนี้ก็ได้ จะมีพื้นที่ทำครัวกว้างขึ้น ขยับตัวได้สะดวกขึ้นค่ะ

จากพื้นที่ห้องครัวจะสามารถเชื่อมต่อไปยังส่วนของระเบียงภายนอกได้ โดยจะได้ประตูที่กั้นระหว่าง 2 พื้นที่เป็นประตูบานเลื่อนบานกรอบอลูมิเนียมสีดำ กระจกใสสีออกดำนิดนึงค่ะ

พื้นระเบียงจะมีธรณีประตูสูงขึ้นมาประมาณ 20 ซม. เพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นเข้ามาในห้องครัว

พื้นที่ระเบียงสามารถติดตั้งเครื่องซักผ้าตามแบบห้องตัวอย่างได้ หลังวางเครื่องซักผ้าลงไปแล้วจะเหลือพื้นที่พอให้ออกมายืนเก็บผ้าจากเครื่องซักผ้าได้หรือจะวางราวตากผ้าเล็กๆก็พอได้อยู่ค่ะ

พื้นที่ระเบียงภายนอกจะมีราวกันตกเป็นเหล็กซี่สีดำ พร้อมตกแต่งกริลล์เพิ่ม เพื่อบังสายตาจากคอมเพรสเซอร์แอร์ด้วย

กลับเข้ามาในห้งอ เรามาดูภายในห้องนอนกันต่อ

ขนาดพื้นที่ในห้องนอนหลังจากวางเฟอร์นิเจอร์ลงไปครบชุดแล้ว จะมีระยะให้ใช้งานได้พอดีๆ ไม่กว้างมาก แต่ก็พอขยับตัวได้สะดวกค่ะ

เตียงที่ทางโครงการจัดมาให้ดูเป็นขนาดคิงส์ไซส์ มีระยะเหลือข้างเตียงให้พอเปลี่ยนผ้านปูที่นอนได้

ช่องแสงในห้องได้เป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่ช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้น นอกจากนั้นก็จะมีบานกระทุ้งที่สามารถเปิดเพื่อระบายอากาศได้

พื้นที่ฝั่งปลายเตียงของจริงจะไม่มีชั้นวางของมาให้ ก็จะมีระยะเหลือที่พอดีๆให้เดินได้สะดวก ถ้าใครติดดูทีวีก่อนนอนก็แนะนำใช้เป็นแบบแขวนผนังดีกว่าค่ะ

อีกฝั่งของห้องจะมีตู้เสื้อผ้า Built – in มาให้ส่วนโต๊ะเครื่องแป้งไม่ได้มีมาให้นะ

ตัวตู้เสื้อผ้าจะมีขนาดมาตรฐาน ถ้าใครมีเสื้อผ้าไม่เยอะก็ใช้ได้สบายๆ ตัวบานประตูตู้ติดตั้งกระจกมาให้แบบนี้เลย ประหยัดพื้นที่วางกระจกไปได้อีกจุดค่ะ

ส่วนด้านในตู้ก็จะแบ่งเป็นราวแขวน และลิ้นชัก 3 ช่อง ส่วนด้านบนก็จะมีช่องสำหรับเก็บพวกของที่ไม่ได้หยิบมาใช้บ่อยๆ เช่น ผ้าขนหนูสำรอง หรือผ้าปูที่นอน

ให้ดูระยะใช้งานถ้าหากเราติดตั้งโต๊ะเครื่องแป้งแบบในห้องตัวอย่าง จะมีระยะที่พอใช้นั่งแต่งหน้าได้อยู่นะคะ

มาดูห้องตัวอย่างแบบที่ 2 กันต่อค่ะ เป็นห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 44.20 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ภายในห้องนี้จะมีจุดเด่นที่พื้นที่ส่วน Living Area และห้องทานอาหารมีขนาดกว้าง ส่วนห้องที่มีฟังก์ชั่นอื่นๆ คือ ห้องนอน, ห้องน้ำและห้องครัวจะแยกไว้เป็นสัดส่วนทุกห้องค่ะ ส่วนห้อง Master Bedroom จะมีห้องน้ำในตัวแยกต่างหากด้วยค่ะ

เข้ามาภายในห้อง ส่วนแรกจะเจอพื้นที่โถงกว้าง ความสูงฝ้าเพดาน 2.65 เมตร ฟังก์ชั่นภายในส่วนนี้จะเป็นห้องนั่งเล่นและพื้นที่ทานอาหาร ซึ่งในห้องมาตรฐานจะได้ Fully Fitted ในส่วนห้องนั่งเล่นจะเป็นห้องโล่งๆ การจัดห้องจึงขึ้นอยู่กับเจ้าของห้องนะคะ

ติดประตูทางเข้าทางโครงการจะมี Built – in เป็นตู้เก็บรองเท้าหรือวางเครื่องซักผ้ามาให้ โดยด้านในจะเป็นห้องโล่งๆ เราสามารถแบ่งเป็นชั้นๆ สำหรับใช้เก็บผ้าซักแล้วไว้ชั่วคราว หรือจะเป็นที่เก็บอุปกรณ์ซักผ้าก็ได้ค่ะ

ขนาดสามารถวางเครื่องซักผ้าได้พอดีๆ

เรามาดูห้องตัวอย่างแยกเป็นโซนๆกันก่อน ส่วนแรกจะเป็นพื้นที่ห้องรับแขก

ทางโครงการจัดโซฟาขนาด 2 – 3 ที่นั่ง มาให้ดูเป็นตัวอย่าง ซึ่งดูเหมาะสมกับพื้นที่ดีค่ะ หรือจะเพิ่มเป็นขนาด 3 – 4 ที่นั่งก็ยังพอไหวอยู่

ฝั่งตรงข้ามจัดมาให้ดูเป็นชั้นวางทีวี ของจริงเป็นผนังโล่งๆ เราสามารถทำตู้สูงกว่านี้ได้เลย เพื่อเพิ่มที่เก็บของ หรือไว้วางของสะสมตั้งโชว์ก็ได้ค่ะ

ระยะที่เหลือสำหรับวางทีวีประมาณ 1.8 เมตร พอให้วางทีวีขนาดประมาณ 42″ – 47″ จะได้ระยะดูทีวีที่สบายตา ส่วนโต๊ะรับแขกก็พอวางตัวเล็กๆได้ค่ะ ไม่เหมาะจะใช้โต๊ะขนาดใหญ่เพราะจะเกะกะทางเดินเข้าห้องนอนนะคะ

ติดกับพื้นที่ห้องรับแขก จะแบ่งเป็นส่วนทานอาหาร เหมาะสำหรับโต๊ะทานอาหารประมาณ 2 – 3 ที่นั่ง

ระยะการใช้งานหลังจากวางโต๊ะทานอาหาร 2 ที่นั่ง แล้วจะมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานได้สบายๆ เพราะห้องจริงจะไม่มีตู้ข้างๆค่ะ

หันไปดูที่อีกฝั่งของห้อง จะเชื่อมกับห้องนอน, ห้องครัว และห้องน้ำค่ะ

เราเข้าไปดูภายในส่วนห้องน้ำกันก่อน

ในห้องน้ำตกแต่งด้วยโทนสีครีม พื้นและผนังกรุกระเบื้องทั้งหมด แยกส่วนแห้งส่วนเปียก

ตัวอ่างล้างมือได้แบบมีเคาน์เตอร์เก็บของใต้อ่าง ขนาดอ่างไม่กว้างมาก มี Low Wall สำหรับวางของเพิ่มด้านหลังด้วยค่ะ

ส่วนฝั่งโถสุขภัณฑ์ติดตั้งไว้ข้างห้องอาบน้ำ มี Low Wall ด้านหลังไว้ใช้วางของได้เช่นกัน

อีกฝั่งเป็นโถสุขภัณฑ์ ระยะใช้งานพอดีๆ แต่ถ้าคนตัวใหญ่อาจจะแคบหน่อย ด้านบนมี Low Wall ไว้วางพวกเครื่องหอมหรือกระดาษชำระสำรองก็ได้

พื้นที่ห้องอาบน้ำมี Shower Box ติดตั้งมาให้ บานประตูแบบผลัก

ด้านในติดตั้งฝักบัวพร้อมถาดวางสบู่และเดินระบบเตรียมติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนมาให้เรียบร้อยค่ะ

ขนาดห้องอาบน้ำ พอให้ยืนอาบได้สะดวก

ถัดมาในส่วนห้องครัว มีประตูบานสไลด์ บานกรอบอลูมิเนียมสีขาว กั้นแยกมาให้เป็นสัดส่วน

ภายในห้องครัวได้ชุด Built – in เคาน์เตอร์พร้อม Hob & Hood มาพร้อม แบบเดียวกับห้องแบบที่แล้ว

พื้นที่บนเคาน์เตอร์ครัวติดตั้งเตาไฟฟ้าและอ่างล้างจาน มีระยะเหลือไว้เตรียมอาหารนิดหน่อย

ใต้เคาน์เตอร์ครัวแบ่งเป็นตู้เก็บของใต้อ่าง ตู้เก็บเครื่องปรุงและลิ้นชัก 2 ช่อง

ห้องนี้จะมีไมโครเวฟติดตั้งมาให้พร้อมชุดเคาน์เตอร์ครัวด้วยค่ะ

ส่วนตู้ด้านบนติดเครื่องดูดควันมาให้ ตัวตู้แบ่งช่องย่อยๆอีก 4 ช่อง เป็น 3 ช่อง ตามในรูป

และอีก 1 ช่อง เหนือตู้เย็นค่ะ

ระยะยืนทำครัวห้องนี้ประมาณ 0.8 เมตร พอให้ยืนทำครัวคนเดียวได้สะดวก

จากภายในห้องครัวจะเชื่อมต่อกับระเบียง สามารถเปิดเพื่อช่วยระบายอากาศได้เช่นกัน

ขนาดระเบียงพอวางราวตากผ้าได้

ตัวราวกันตกเป็นเหล็กซี่ มีกริลล์บังสายตาเรียบร้อย ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์จะติดตั้งแบบแขวน 2 ตัว และตั้งพื้น 1 ตัว

ถัดมา เราจะมาดูในส่วนห้องนอนรองกันต่อ

พื้นห้องนอนมีตัวจบลามิเนตติดตั้งมาให้ทุกห้อง

เข้ามาภายในห้อง ทางโครงการจัดมาให้ดูเป็นห้องทำงาน เหมาะสำหรับคนที่อยู่คนเดียว ไลฟ์สไตล์ทำงานที่บ้าน หรือชอบขนงานกลับมาทำที่บ้านบ่อยๆค่ะ โดยห้องนี้จะมีช่องแสงบานใหญ่ 1 บาน ช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้น ส่วนใครที่จะจัดเป็นห้องนอน ห้องนี้วางเตียงขนาด 3.5 ฟุต กำลังดีค่ะ

ถ้าจัดเป็นห้องทำงานก็สามารถวางโต๊ะตัวยาวๆได้แบบนี้เลย มีพื้นที่ให้ทำตู้เก็บของด้านบนด้วย

ข้างๆก็มีระยะเหลือค่อนข้างเยอะ สามารถวางโซฟาไว้เอนหลัง พักสายตาจากการทำงานได้

กลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น เราไปดูในห้อง Master Bedroom กันต่อ

เข้ามาในห้องส่วนแรกจะเจอตู้เสื้อผ้า Built – in ก่อน

ตู้จะได้เป็นขนาดมาตรฐาน เหมือนห้องที่แล้วค่ะ

ระยะยืนแต่งตัวบริเวณตู้เสื้อผ้า ไม่กว้างไม่แคบ พอให้ยืนเช็คความเรียบร้อยก่อนออกจากห้องได้

ติดกับตู้เสื้อผ้าจะเป็นห้องน้ำ ดั้งนั้นพื้นที่ส่วนนี้ก็สามารถเป็นพื้นที่แต่งตัวได้เป็นสัดส่วนดีค่ะ

เข้ามาดูภายในห้องน้ำ จะตกแต่งด้วยโทนเดียวกับห้องอื่นๆ แยกส่วนแห้งส่วนเปียกค่ะ

ตัวอ่างล้างมือได้เป็นอ่างพร้อมเคาน์เตอร์เก็บของใต้อ่าง ขนาดใหญ่กว่าที่ห้องนั่งเล่น ติดตั้งมาให้พร้อมกระจกเงาบานสูง

ส่วนโถสุขภัณฑ์ติดตั้งไว้ข้างห้องอาบน้ำ ระยะการใช้งานพอดีๆ

ตัวห้องอาบน้ำติดตั้ง Shower Box บานประตูแบบผลักเข้า พร้อมตัวยางกันประตูกระแทกด้านใน

ขนาดห้องอาบน้ำพอยืนอาบได้สะดวกค่ะ

ออกมาจากห้องน้ำ เราไปดูในส่วนพื้นที่ห้องนอนกันต่อ

ภายในห้องนอนเองจะไม่ได้มีขนาดกว้างมากนะคะ คือพอวางเตียงขนาดควีนหรือคิงส์ไซส์ได้ แต่ไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับฟังก์ชั่นอื่นๆเท่าไหร่

ส่วนช่องแสงได้เป็นบานใหญ่ กว้างเกือบเต็มผนัง สามารถรับแสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะ มองเห็นวิวได้กว้างเลยค่ะ

ภายในห้องตัวอย่างจะจัดเป็นเตียงขนาดควีนไซส์มาให้ดูนะคะ

ซึ่งจะเหลือพื้นที่ข้างเตียงพอประมาณ ให้วางโต๊ะเล็กหัวเตียงได้

ส่วนพื้นที่ฝั่งปลายเตียงเหลือนิดหน่อย พอให้วางชั้นวางทีวีได้ค่ะ ระยะการใช้งานฝั่งปลายเตียง หลังวางชั้นวางทีวีแล้ว จะเหลือพอให้เดินผ่านได้ค่ะ

สวิทช์และปลั๊กไฟในห้องใช้ของ Panasonic สีขาว สะอาดๆ


ราคา (มิ.ย.62)

  • 1 Bedroom 1B 26.4 – 26.6 ตร.ม. ราคาเริ่ม 3.478 ล้านบาท (ชั้น 10)
    • จอง 5,000 บาท
  • 1 Bedroom 1BX 27.1 – 28.9 ตร.ม. ราคาเริ่ม 3.4 ล้านบาท (ชั้น 12)
    • จอง 5,000 บาท
  • 1 Bedroom 1D Bedroom 34.3 – 41.1 ตร.ม. ราคาเริ่ม 3.685 ล้านบาท (ชั้น 3)
    • จอง 10,000 บาท
  • 2 Bedroom 2E 44.2 ตร.ม. ราคาเริ่ม 6.302 ล้านบาท (ชั้น 20)
    • จอง 10,000 บาท

ค่าส่วนกลาง 55 บาท/ตร.ม. : ค่ากองทุน 500 บาท/ตร.ม

โปรโมชั่น (มิ.ย.2563)

  • Built – in เคาน์เตอร์ครัว พร้อมซิงค์ เตาไฟฟ้า และเครื่องดูดควัน
  • Built – in ตู้เสื้อผ้า
  • ห้อง 1 Bedroom ได้เครื่องปรับอากาศ 2 ตัว
  • ห้อง 2 Bedroom ได้เครื่องปรับอากาศ 3 ตัว
  • ฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า
    • ห้องขนาด 23.6 – 28.9 ตร.ม. แถม TV 40″ 2 เครื่อง, ตู้เย็น 2 ประตู, เตาไมโครเวฟ, เครื่องทำน้ำอุ่น
    • ห้องขนาด 31.0 – 41.1 ตร.ม. แถม TV 40″ 2 เครื่อง, ตู้เย็น 2 ประตู, เตาไมโครเวฟ, เครื่องทำน้ำอุ่น, เครื่องซักผ้า
    • ห้องขนาด 43.95 – 45.85 ตร.ม. แถม TV 40″ 2 เครื่อง, ตู้เย็น 2 ประตู, เครื่องซักผ้าฝาหน้า, เครื่องทำน้ำอุ่น 2 เครื่อง

***รายละเอียดอื่นๆโปรดสอบถามทางโครงการค่ะ


สรุป

ทำเลที่ตั้งโครงการ : โครงการ The Tree จรัญฯ 30 ตั้งอยู่ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ ฝั่งมุ่งหน้าท่าพระ ตรงข้ามตลาดบางขุนศรี ก่อนถึงแยกไฟฉาย บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างคึกคัก แต่ภูมิทัศน์และการจราจรปัจจุบันอาจจะมีติดขัดบ้างเพราะกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกันอยู่

ส่วนสภาพแวดล้อมย่านนี้มีความเป็นชุมชนสูงและมีความอุดมสมบูรณ์สูงตามไปด้วย โดยจะมีทั้งตลาดและ Hyper Market ไม่ไกลจากโครงการ อยู่ในระยะเดินถึงได้สบายๆ ส่วนรอบๆส่วนใหญ่ยังคงเป็นตึกแถว 2 – 4 ชั้น หน้าตาแบบดั้งเดิม ทั้งแบบติดถนนใหญ่และในซอยย่อย เปิดเป็นร้านค้าติดถนน ไม่มีอาคารสูงมาบังวิวค่ะ

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว : ตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ เดินทางเข้า ออกเมืองสะดวกแต่อาจจะมีรถติดบ้างโดยเฉพาะเวลาเร่งด่วน สำหรับการเข้าเมืองสามารถใช้สะพานพระปิ่นเกล้า, สะพานพระราม 8 (สะพานซังฮี้) ข้ามฝั่งมาจะเข้าโซนพระนคร วิ่งไปราชวิถีหรือพระราม 8 ได้ ถ้าข้ามสะพานกรุงธนฯ จะสามารถข้ามไปราชวิถี ยิงตรงเข้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยได้เลย หรือถ้าใครต้องการมาทางโซนสาทรก็สามารถขับลงมาใช้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินเข้าสาทรได้เลยค่ะ

ส่วนการวิ่งออกเมือง สามารถใช้เส้นบรมราชชนนี ไปโซนพุทธมณฑล, ราชพฤกษ์, วงแหวนกาญจนาภิเษก หรือไปศาลายา ยาวออกต่างจังหวัดไปนครปฐม ราชบุรี ส่วนเส้นจรัญสนิทวงศ์เองจะสามารถวิ่งไปเชื่อมกับถนนเพชรเกษมไปพระราม 3 บางแค หนองแขม อ้อมน้อย ได้ค่ะ

และปัจจุบันมีถนนพระเทพตัดใหม่ที่ทำให้การเดินทางออกนอกเมืองของทำเลนี้สะดวกขึ้นใช้เดินทางไปบางใหญ่ นนทบุรีได้, ถนนพุทธมณฑล สาย 1เชื่อมกับถนนเพชรเกษม หรือวิ่งขึ้นไปเชื่อมกับถนนบรมฯไปศาลายาหรือใช้เพื่อเลี่ยงรถติดในบางช่วงถนนได้ค่ะ และถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก)

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ : จุดเด่นของโครงการคือรถไฟฟ้าในอนาคต เป็นสายสีน้ำเงินวิ่งผ่านหน้าโครงการเลย ซึ่งจะมีสถานีที่ใกล้โครงการอยู 2 สถานี คือ สถานีบางขุนนนท์ และสถานีแยกไฟฉายในระยะทางที่สามารถเดินถึงได้ 250 – 550 เมตร ซึ่งตอนนี้ก็เป็นรูปเป็นร่างแล้ว ตามกำหนดจะพร้อมใช้ประมาณ มี.ค.2563

ส่วนการเดินทางด้วยรถสาธารณะอื่นๆก็สะดวก เรียก Taxi ได้หน้าโครงการ หรือจะใช้เรือก็มีท่าศิริราชและท่ารถไฟให้ใช้หนีรถติด

ส่วนรถเมล์ก็เดินจากหน้าโครงการมาแค่ประมาณ 50 เมตร มีรถสาย สาย 40ร, 42, 68, 80, 171, 175, 509 ถ้าจะวิ่งฝั่งเข้าเมืองก็สามารถข้ามไปฝั่งตรงข้าม หน้าตลาดบางขุนศรี จะมีสายเดียวกับที่วิ่งฝั่งโครงการ ยกเว้นสาย 42 ค่ะ

การออกแบบโครงการและวัสดุ : โครงการสไตล์โมเดิร์น ใช้สีแดงและเทาเป็นหลัก แยกเป็น 2 อาคาร คือตัวอาคาร A เป็นอาคารสูง 22 ชั้น ตั้งอยู่ฝั่งติดถนนและอาคาร B เป็นตึกเล็ก สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ด้านหลัง โดยตัวอาคาร B จะใช้เป็นที่จอดรถตั้งแต่ชั้นใต้ดิน 2 ชั้น ขึ้นไปจนถึงชั้น 3 ซึ่งทั้ง 2 อาคารจะมีทางเชื่อมกันที่ชั้น 3 ของอาคาร A ซึ่งจะเป็นชั้นที่มีพื้นที่ส่วนกลางอย่างพวกห้อง Co-Working Space และสวนหย่อมค่ะ

ภายในโครงการจะมียูนิตรวมเพียง 305 ยูนิต และยูนิตร้านค้า 2 ยูนิต บนที่ดิน 1-3-79 ไร่ ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวพอสมควรเลยทีเดียว

การออกแบบห้องพักอาศัยที่นี่มีให้เลือกแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom ขนาดต่างๆให้เลือก ขนาดเริ่ม 23.60 – 45.85 ตร.ม. ห้องออกแบบมาดูโปร่งไม่อึดอัด ฝ้าสูง 2.65 ม. โครงการขายแบบ Fully Fitted ได้ชุดครัว Top หินสังเคราะห์ หน้าบานลามิเนต Hi -Gloss พร้อม Hob&Hood, พื้นลามิเนต หนา 8 มม., ผนังฉาบเรียบทาสี, สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำของ Kohler พร้อม Shower Box , แอร์ได้แบบแขวนผนัง Daikin และ Digital Door Lock ทุกห้อง

สิ่งอำนวยความสะดวก : Facility จัดมาให้ครบครันพอใช้งานกันแน่นอน ตกแต่งออกมาสวยน่าใช้งานทุกส่วน ที่ชอบคือจัดห้องน้ำมารองรับที่ส่วนกลางแทบทุกส่วนเลย โดยส่วนกลางหลักๆจะอยู่ที่อาคาร A จะมี Mail Lobby ฝ้าเพดานสูงโปร่ง และ Private Prime Corner ทำออกมาตกแต่งสวยหรูดีค่ะ

ชั้น 3 จะเป็นส่วนของห้องทำงานต่างๆ คือ Exclusive Working Space และ Private Meeting Room ส่วนฝั่งอาคาร B ก็จะมีสวนนั่งพักผ่อน Hideaway Garden และฟิตเนสค่ะ

ชั้น 22 มี Finest Sky Lounge ส่วนบนชั้นดาดฟ้าจะมี สระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ Infinity Edge Pool ขนาด 20 x 10 ม. ลึก 1.2 ม. และมีสระเด็กแยกขนาด 3 x 3 ม. ลึก 40 ซม. รอบๆสระมีพื้นที่นั่งเล่นพร้อมเตียงนอนริมสระ และห้องสตรีมแยกชาย-หญิง

ลิฟต์โดยสารมีให้ 4 ตัว แบ่งอาคารละ 2 ตัว เฉลี่ยอัตราส่วนทั้งโครงการประมาณ 1 : 77 ใช้กันได้สบายๆค่ะ แต่จริงๆความหนาแน่นที่อาคาร A จะมากกว่าพอสมควร ส่วนที่จอดรถที่อาคาร B รวม 43% ไม่รวมซ้อนคัน ระบบรักษาความปลอดภัยมีรปภ. 24 ชม.มี CCTV รอบโครงการ

คะแนน

ทำเลที่ตั้งโครงการ 8.0 อยู่ในย่านจรัญสนิทวงศ์เป็นย่านชุมชนที่อยู่อาศัยดั้งเดิม มีความอุดมสมบูรณ์ในตัว ใกล้ตลาดบางขุนศรี ใกล้ Foodland และใกล้รถไฟฟ้าในอนาคต
การเดินทาง ใช้รถ 7.5 เชื่อมออกได้หลายเส้นทางทั้งเข้าและออกเมือง แต่รถติดบ้างโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน
การเดินทาง ไม่ใช้รถ 7.8 ปัจจุบันใช้รถ Taxi และรถเมล์มีป้ายใกล้ๆโครงการ และมีท่าเรือให้ใช้บริการ ส่วนในอนาคตใกล้รถไฟฟ้าในระยะเดินถึงได้ซึ่งจะเสร็จมีนาคม 2563 ค่ะ
ห้องและวัสดุ 8.0 แปลนห้องมีให้เลือกหลายแบบ ขายแบบ Fully Fitted วัสดุที่ให้มาตรฐาน แต่ถ้ารวมโปรเครื่องใช้ไฟฟ้าไปด้วยก็คุ้มพอสมควรค่ะ
สิ่งอำนวยความสะดวก 8.75 Facility มีให้หลากหลาย ครบครัน เหมาะสมกับจำนวนยูนิตและของจริงทำออกมาสวยเลยค่ะ
ความคุ้มค่ากับราคา 7.5 รูปแบบโครงการออกแบบมาดี เหมาะกับคนที่ทำงาน หรือเรียนแถวนี้แล้วต้องการบ้านหลังที่สองในย่านนี้ค่ะ รวมไปถึงบุคคลากรทางการแพทย์ทั้งฝั่งศิริราช และฝั่งราชวิถี
คะแนนรวมเฉลี่ย 7.92 ดี

ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ คลิก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 1739, 02-108-6052, 02-108-5485

Website : http://thetreecondo.pruksa.com

หากเพื่อนๆเห็นว่ารีวิวนี้มีประโยชน์ ช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน ขอบคุณค่ะ

และมีความคิดเห็นหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวโครงการ สามารถ Comment ได้ที่ด้านล่างของรีวิวค่ะ

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed.